หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
ข่าวสาร
สินค้า
บริการ
แกลลอรี
เว็บลงค์
เว็บบอร์ด
ติดต่อเรา

บริการ

 รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
 บทความต่างๆ ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
  -  พูดเก่ง เขียนเก่ง… ประสบความสำเร็จก่อน....
  -  ผู้บรหารกับประชาสัมพันธ์
  -  ลักษณะของนักประชาสัมพันธ์
  -  การสื่อสารเพื่อพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง
  -  นักประชาสัมพันธ์
  -  การประชาสัมพันธ์กับองค์กร
  -  การบริหารเวลา
  -  การประชาสัมพันธ์องค์กร
  -  อนาคตที่รออยู่ข้างหน้ากับองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
  -  คำคม วาทะเกี่ยวกับการบริหารเวลา
  -  สามัคคีสร้างชาติ
  -  การพูดสำหรับนักการเมือง
  -  การประชาสัมพันธ์บนอินเตอร์เน็ต
  -  การประชาสัมพันธ์งานประชุม
  -  ประชาสัมพันธ์ด้วยตนเอง
 บทความเกี่ยวกับการเสริมสร้างกำลังใจของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 สุนทรพจน์ของนักการเมือง
 บทความเกี่ยวกับการขายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับกฏหมายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเขียนของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 นักพูดทางการเมือง
 หนังสือ การพูด
 บทความต่างๆ ของนักพูด
 ประวัตินักขาย
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการขาย
 วาทะของคนดัง
 ประวัติ ทนายความ
 ประวัติอาจารย์นักพูด
 คลิปเสียงภาพ เกี่ยวกับกฏหมาย
 วิธีการสู่ความสำเร็จ
 บุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ
 การบริการด้วยหัวใจ
 ผู้บริหาร
 Mind Map แผนที่ความคิด(หนังสือทางด้านการพูด)
 แนะนำหนังสือการเขียน
 ประวัตินักเขียน
 คลิปนักพูด
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์
 คลิป นักพูดต่างประเทศ
 คลิป ประกอบการบรรยาย
 คลิปเสียงของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ เกี่ยวกับการพูด เช่น นักพูดชั้นนำทำกันอย่างไร , วิธีการปรับปรุงน้ำเสียง ,จะพูดให้ได้ดีต้องมีการเตรียมตัว,นักพูดที่ดีต้องมีการศึกษาและองค์ประกอบของนักพูดที่ดี
 คลิป ครูเคท บรรยาย
 คลิป หมู่บ้านพลัม
 สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
 สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
 พูดอย่างมีกึ๋น
 หนังสือ การทำงานเป็นทีม
 แนะนำหนังสือ เกี่ยวกับการทำงาน
 ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
 คำคม
 รศ.ดร.สุขุม นวลสกุล
 สมชาย หนองฮี
 ดร.ผาณิต กันตามระ
 อ.อุสมาน ลูกหยี
 อาจารย์จตุพล ชมภูนิช
 วสันต์ พงศ์สุประดิษฐ์
 รศ.สุนีย์ สินธุเดชะ
 หมอพงษ์ศักดิ์ ตั้งคณา
 อาจารย์พนม ปีย์เจริญ
 อาจารย์เสน่ห์ ศรีสุวรรณ
 รศ.วิกรณ์ รักษ์ปวงชน
 อาจารย์วิชัย ปีติเจริญธรรม
 ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล
 กนกศักดิ์ ลิขิตไพรวัลย์
 อาจารย์ถาวร โชติชื่น
 สิริลักษณ์ ตันศิริ
 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
 โต้วาที
 คะเณยะ อ่อนนาง
 ภก. ดร. ประชาสรรค์ แสนภักดี
 ประดิษฐ์ กิตติฤดีกุล
 ดร.โอภาส กิจกำแหง
 ประมวลสุนทรพจน์ ทักษิณ ชินวัตร
 ดร.อภิชาติ ดำดี
 อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
 การตลาด
 ทอล์คโชว์
 รวมคลิป ที่เกี่ยวกับการพูดต่อหน้าที่ชุมชน
 คลิป เรื่องการบริหาร
 คลิป บุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจ
 เพลง ที่ให้กำลังใจ
 คลิป ดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีความสุข
 คลิป แรงบันดาลใจ
 คลิป สนุกๆ สร้างสรรค์
 การทำงานอย่างมีความสุข
 การจัดการองค์ความรู้ KM
 สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย

กลุ่มสินค้า

 หลักสูตร พลังแห่งการพูด
 หลักสูตร พลังแห่งการบริการ
 หลักสูตร การทำงานเป็นทีมและการบริหาร
 หลักสูตร พลังแห่งการสื่อสาร
 ผลงานหนังสือ
 หลักสูตร พลังแห่งการขายและการตลาด
 หลักสูตร การทำงานด้วยหัวใจ
 อาเซียน
 หลักสูตรอื่น
 หลักสูตร การคิด
 มอบหนังสือ เพื่อการกุศล
Custom Search
สถาบัน Cap vision
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ
 
 
  บริการ
รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
บทความต่างๆ  ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
หนังสือ การพูด
สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
พูดอย่างมีกึ๋น
ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
สมชาย หนองฮี
อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย
   บริการ : บทความเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
สามัคคีสร้างชาติ
สามัคคีสร้างชาติ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
www.drsuthichai.com
หลายวันก่อนกระผมได้มีโอกาสรับเชิญให้ไปสัมภาษณ์ออกรายการวิทยุโดยมีการสัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งเป็นรายการของสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานครฯ ในประเด็นของ “ ความสามัคคีสร้างชาติ” เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันมากขึ้น กระผมจึงขอเขียนเป็นบทความชิ้นนี้ขึ้นมา
พวกเราคงต้องยอมรับกันว่า สังคมไทยในปัจจุบันนี้ เกิดการแตกแยกกันทางความคิดกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเรื่องของการเมือง ดังจะเห็นได้ว่าสังคมไทยได้เกิดเสื้อสีต่างๆขึ้น เช่น คนเสื้อสีแดง คนเสื้อสีเหลือง คนเสื้อสีน้ำเงิน คนเสื้อสีดำ คนเสื้อสีเขียว เป็นต้น อีกทั้งความแตกแยกจากความไม่สงบที่เกิดจากปัญหาภายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
จากการแตกความสามัคคีดังกล่าว ทำให้เกิดผลเสียและเกิดผลกระทบขึ้นอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ความรุนแรง ตลอดจนถึงความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ในทางกลับกัน ประเทศเพื่อนบ้านของเรากลับมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น ประเทศเวียดนาม ประเทศเขมร ประเทศมาเลเซีย รวมถึงประเทศพม่าซึ่งกำลังจะมีการเปิดประเทศมากยิ่งขึ้น
ตามความคิดเห็นของกระผมเราสามารถหาทางรอดให้กับสังคมไทยได้โดยการ
1.มอบความรัก เราต้องเริ่มต้นจากการรักภายในตนเองก่อน พึ่งพาตนเองให้มากขึ้น ช่วยเหลือตนเอง รักษาสุขภาพของตนเอง เมื่อมีความรักในตนเองแล้ว เราก็ควรมอบความรักให้แก่ผู้อื่นเช่น ความรักแก่สามี ภรรยา ลูก พี่น้อง พ่อแม่ ตลอดถึงให้ความรักแก่เครือญาติ แล้วจึงขยายไปยังเพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน ตลอดจนคนในสังคม รวมถึงความรักในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.ความสามัคคี ความจริงแล้วสังคมไทยมีคุณลักษณะ เอื้ออาทรกัน ให้ความช่วยเหลือกัน ดังจะเห็นจากตัวอย่างหลายตัวอย่าง เช่น น้ำท่วมที่กรุงเทพฯ คนไทยจากต่างจังหวัดก็ได้บริจาคเงิน สิ่งของ เพื่อให้การช่วยเหลือ หรือ เกิดเหตุภัยพิบัติต่างๆที่จังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง หลายจังหวัดในประเทศไทยก็จะส่งกำลังใจ ส่งสิ่งของ เพื่อให้การช่วยเหลือ ทั้งนี้รวมถึงคนไทยได้ให้ความช่วยเหลือกับประเทศต่างๆทั่วโลกด้วย เช่น ซินามิ ที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น
3.การให้อภัย การให้อภัยเป็นสิ่งที่พูดง่ายแต่ในทางปฏิบัติค่อนข้างยาก ในทางศาสนาได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการให้อภัยเป็นอันมาก เช่น พุทธศาสนาเคยมีคำสอนต่างๆ “ อภัยทานเป็นธรรมทานอย่างหนึ่ง” , “เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร” หรือ ศาสนาคริสต์เคยมีคำสอนในไบเบิลว่า “ ถ้าผู้ใดตบแก้มข้างขวาของท่าน ก็จงหันแก้มข้างซ้ายให้เขาตบด้วย” การให้อภัยจึงเป็นสิ่งที่สมควรกระทำ ดังเหตุการณ์ความไม่สงบในอดีต นักศึกษา ประชาชนได้หนีเข้าไปในป่าเพื่อเป็นคอมมิวนิสต์ และมีการฆ่าฟันกันอย่างรุนแรง รัฐบาลตอนนั้นจึงใช้หลักการให้อภัย โดยการประกาศนโยบาย 66/23 คือการให้อภัยคนที่เป็นคอมมิวนิสต์ให้กลับเข้ามาร่วมเป็นผู้พัฒนาชาติไทยโดยไม่ต้องรับผิดใดๆเลย จึงทำให้เกิดความสงบ
4.การกระจายผลประโยชน์ต้องเป็นธรรม ไม่ใช่เมื่อตนเองหรือฝ่ายของตนเอง มีอำนาจในการบริหารแล้ว ก็จัดสรรงบประมาณให้แก่ หัวคะแนน หรือคนในพื้นที่ของตนเองก่อน จนทำให้อีกหลายๆพื้นที่ต้องเดือดร้อน หรือ ให้ผลประโยชน์ของฝ่ายตนเองมากจนเกินไปและฝ่ายตรงกันข้ามไม่ให้หรือให้น้อยเกินไปก็จะเกิดปัญหาได้
5.ถอยบ้างและยอมแพ้บ้าง การอยู่ร่วมกันตั้งแต่ 2 ขึ้นคนไปย่อมมีการกระทบกระทั่งกันเป็นเรื่องธรรมดา เช่น สามีภรรยา หากว่าฝ่ายหนึ่งชวนทะเลาะอีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่ยอมถอยแล้วจึงใช้อารมณ์ในการทะเลาะกัน เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็มักจะเกิดการแตกหักได้ง่าย แต่ถ้าหากว่ามีฝายหนึ่งคือ สามี ภรรยา ยอมแพ้ ยอมถอยบ้าง สามีภรรยาคู่นั้น ก็จะอยู่ด้วยกันได้อย่างยาวนาน ฝ่ายต่างๆหรือกลุ่มต่างๆในสังคมไทยก็เช่นกัน ควรที่จะนิ่งบ้าง ถอยบ้าง ยอมแพ้บ้าง
สำหรับการแก้ไขปัญหา ชายแดนภาคใต้ กระผมชอบแนวความคิดของท่านหลวงพ่อพุทธทาส ซึ่งท่านได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกในปี 2539 จากยูเนสโก ท่านได้อาศัยหลักในการพูดคุยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน และทำอย่างสม่ำเสมอ โดยท่านมีหลักอยู่ 3 ข้อ คือ
1.ขอให้สาธุชนแต่ละศาสนา ทำความเข้าใจหรือให้เข้าถึงหัวใจของศาสนาของตนเอง โดยท่านไม่ได้เรียกร้องให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธเลย
2.ให้ทำความเข้าใจระหว่างศาสนา โดยการมีการพูดคุยกัน มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมไปถึงองค์ความรู้ต่างๆ กันอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านจะเชิญผู้นำศาสนาต่างๆ ไปที่สวนโมกข์ หรือ ท่านจะเดินทางไปยังประเทศต่างๆที่นับถือศาสนาอื่นๆ โดยท่านจะทำการพูดคุยเรียนรู้ซึ่งกันและกัน อย่างสม่ำเสมอ
3.นำโลกออกจากวัตถุนิยม โดยท่านเห็นว่า วัตถุนิยมจะนำมาซึ่งปัญหาต่างๆ เช่น การโกง การคอรัปชั่น การขายบริการทางเพศและปัญหาอื่นๆ
ดังนั้นความ สามัคคีของคนในชาติเป็นสิ่งที่ต้องทำก่อนสิ่งอื่นๆ เพราะถ้าหากเราเลือกที่จะพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาอื่นก่อน เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจ การสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการท่อองเที่ยว วัฒนธรรม ประเพณี โรงแรมต่างๆ แต่ถ้าคนในประเทศขาดความสามัคคี เกิดการฆ่ากัน ประท้วงใช้ความรุนแรงต่างๆ ถามว่า คนต่างชาติอยากที่จะเข้ามาใช้จ่าย ท่องเที่ยวในประเทศหรือไม่
แต่ถ้าความสามัคคีเกิดขึ้นในชาติ ชาติไทยเราเกิดความสงบ เรียบร้อย คนชนชาติต่างๆก็อยากจะเข้ามาเที่ยว เข้ามาใช้จ่าย ภายในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น หลังจากนั้น เงินทอง ชื่อเสียงก็จะหลั่งไหล เข้ามาเอง
สุดท้ายนี้ ขออัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานพิธีพระราชทานธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้าน จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2522 ดังนี้
“ ...ในจิตใจของคนไทยทุกคนมีเชื้อของความดี ที่ได้นำพวกเราทั้งหลายมาอยู่ในฐานะที่มั่นคง ที่ก้าวหน้า ที่เจริญ จนทุกวันนี้ ถ้าเราไม่มีความดีอยู่ในตัว ก็เข้าใจว่าประเทศไทยคงไม่ได้มีอายุยืนนานเช่นนี้”




...
  
การพูดสำหรับนักการเมือง
การพูดสำหรับนักการเมือง
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
www.drsuthichai.com
เราต้องยอมรับกันว่า นักการเมืองที่มีวาทศิลป์ พูดเก่ง ผู้ฟังและประชาชนที่ลงคะแนนเลือกตั้งมักจะชื่นชอบ ดังนั้น สำหรับผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในอาชีพนักการเมือง จึงสมควรที่จะต้องพัฒนาการพูดของตนเองอย่างสม่ำเสมอ เพราะถ้าหากท่านประสบความสำเร็จในการพูดทางการเมือง สิ่งที่ตามมาก็คือ ชื่อเสียง ตำแหน่ง เงินทอง การเป็นผู้นำ อีกทั้งยังได้รับความศรัทธาจากผู้คน ฯลฯ
ถ้าหากท่านต้องการประสบความสำเร็จในการพูดทางการเมือง กระผมขอทำความแนะนำพร้อมทั้งยกตัวอย่างดังนี้
1.ท่านต้องเรียนรู้จิตวิทยา การจะพูดทางการเมืองให้ได้ดี ท่านมีความจำเป็นจะต้องเรียนรู้ วิเคราะห์ว่า ประชาชนที่กำลังไปฟังท่านนั้น เป็นกลุ่มไหน ท่านจึงจะสามารถพูดให้เข้าไปอยู่ในหัวใจของผู้ฟังได้ เช่น พูดให้ประชาชนผู้ใช้แรงงานฟัง ท่านควรพูดถึงเรื่องใกล้ตัวของเขา เรื่องค่าครองชีพในปัจจุบัน เรื่องของภาวะเศรษฐกิจ เรื่องของการปรับตัว ตลอดจนเรื่องของรายได้ ค่าใช้จ่าย การศึกษาของลูกๆ เป็นต้น
2.ท่านควรมีการอ้างอิง การอ้างอิงจะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ การจูงใจ ดังเราจะสังเกตเห็นว่า นักการเมืองระดับประเทศหลายๆคน เวลาหาเสียง มักมีการอ้างอิงถึง สถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันที่มีชื่อเสียง ตลอดจนอ้างอิงผู้มีชื่อเสียงต่างๆ นักการเมืองบางคน หนักถึงขนาดท้าสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันเลยก็มี
3.ท่านควรใช้ภาษาชาวบ้าน ภาษาท้องถิ่นนั้นๆ หากว่าท่านสามารถพูดได้ แต่ถ้าหากพูดภาษาท้องถิ่นไม่ได้ ก็ควรใช้ภาษาที่ประชาชนเข้าใจง่ายๆ หลีกเลี่ยงศัพท์วิชาการหรือคำที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด เช่น นักการเมืองหลายคนเป็นคนภาคใต้ ก็มักจะพูดภาษาใต้ในการหาเสียงทางการเมือง , นักการเมืองหลายคนพูดอีสานได้ ก็จะหาเสียงเป็นคำพูดอีสานในการหาเสียงในบริเวณพื้นที่อีสาน เป็นต้น
4.ท่านควรมีความหลากหลายในการพูดทางการเมือง เช่น ท่านควรมีอารมณ์ขันในการพูดในบางช่วง ท่านต้องพูดด้วยอารมณ์ที่จริงจังในบางช่วง ท่านต้องสื่ออารมณ์ด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความเห็นใจในบางช่วงท่านจำเป็นจะต้องพูดช้าๆ หากต้องการให้ผู้ฟังเข้าใจหรือให้ผู้ฟังคิดตามในบางช่วง ท่านต้องพูดในจังหวะที่รวดเร็วในบางช่วง สรุปคือ นักพูดที่ประสบความสำเร็จทางการเมืองจะเป็นนักพูดหรือนักแสดงการพูดที่มีความหลากหลายในการนำเสนอหรือพูด
5.ท่านต้องสามารถพูดในลักษณะ ชัดเจนที่คลุมเครือ ได้ ตัวอย่าง เช่น ในการจัดการประชุมครั้งหนึ่ง เราจัดเก้าอี้ให้คนได้นั่ง 30 ที่นั่ง แต่ปรากฏว่ามีคนมา 50 คน เราสามารถพูดแบบ ชัดเจนที่คลุมเครือ ได้ดังนี้ ในการจัดการประชุมครั้งที่ผ่านมา เราได้รับความสนใจจากผู้มาฟังที่ ล้นหลาม คับคั่ง มากมาย เกินคาด แล้วก็ไม่พูดอะไรต่อไปอีก เพื่ออธิบายในรายลักษณะ ถามว่า โกหกไหม ไม่ได้โกหกครับ ถาม ล้นหลามหรือเปล่า ล้มหลามครับ ถามว่า คับคั่งหรือเปล่า คับคั่งครับ มากมายหรือเปล่า มากมายครับ และเกินคาดหรือเปล่า เกินคาดครับ เนื่องจากเจ้าภาพจัดที่นั่ง 30 ที่นั่ง แต่คนมา 50 คน บางคนก็ต้องยืนฟังก็มี อีกทั้งผู้จัดได้ใช้ห้องเล็กเพราะมีคนมาประชุม 30 คน แต่พอมามาก จึงจำเป็นจะต้องเปิดประตูบางคนต้องไปฟังนอกห้องก็มี นักพูดทางการเมืองที่เก่งมักจะต้องมีความสามารถในการพูดในลักษณะนี้ แต่ถ้าพูดไม่เก่งหรือพูดไม่เป็น บางคนอาจจะพูดเลยไปว่า “ การประชุมครั้งที่ผ่านมา เราได้รับความสนใจจากผู้ฟังที่ ล้มหลาม คับคั่ง มากมาย เกินคาด มีคนมาฟังตั้ง 50 คน คนฟังชักงง เพราะตอนแรกพูดจนเห็นภาพพจน์ ว่าเป็นการจัดงานที่ยิ่งใหญ่ เป็นต้น
6.ท่านอาจใช้เทคนิคการ ถามตอบ นักการเมืองระดับประเทศ หลายคนมักใช้เทคนิคนี้ คือ เวลาพูดมักถามนำและสรุปคำตอบให้ผู้ฟัง เช่น ใช่หรือไม่ ครับ พี่น้อง , จริงไม่ จริง ครับ พี่น้อง แล้วจึงตอบว่า ใช่ พร้อมยกคำตอบเพื่อโน้มน้าวให้ผู้ฟังคล้ายตาม
เทคนิคเหล่านี้ เป็นเทคนิคที่ใช้กันมาเป็นพันๆปี และยังสามารถนำไปใช้ได้อยู่ในปัจจุบัน ดังนั้นหากท่านต้องการพูดทางการเมืองให้ได้ดีหรือประสบความสำเร็จ ท่านควรเรียนรู้ ศึกษา และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องแล้วท่านจะประสบความสำเร็จในการพูดทางการเมือง
...
  
การประชาสัมพันธ์บนอินเตอร์เน็ต
การประชาสัมพันธ์บนอินเตอร์เน็ต
โดย..ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
www.drsuthichai.com
อินเตอร์เน็ต(Internet) หรือ Inter-connecting Network เป็นสื่อสมัยใหม่ที่ได้รับความนิยมเป็นอันมากในปัจจุบันและในโลกแห่งการสื่อสารในอนาคต เราสามารถรับข้อมูลต่างๆ ผ่านอินเตอร์เน็ตในรูปแบบต่างๆ เช่น ภาพ ข้อความ เสียง ภาพเคลื่อนไหว ฯลฯ ได้อย่างรวดเร็ว
นักประชาสัมพันธ์ จริงต้องให้ความสำคัญกับการทำประชาสัมพันธ์ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ต อินเตอร์เน็ตได้ถือกำเนิดมาเมื่อปี 2512 สำหรับเมื่อไทยนำเข้ามาใช้เมื่อปี 2530 โดยสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย(AIT) แล้วขยายตัวมาเรื่อยๆจนปัจจุบัน คนรุ่นใหม่เกือบทุกคนใช้อินเตอร์เน็ตเป็น
ข้อดีของการใช้สื่ออินเตอร์เน็ตในงานประชาสัมพันธ์
1.สามารถเผยแพร่ ข้อมูล ข่าวสาร ได้ทั่วโลก
2.อินเตอร์เน็ต สามารถให้ข้อมูลที่ใกล้เคียงกับความจริงได้มากกว่าหลายๆสื่อ เช่น คลิปจาก Youtube ทำให้เห็นภาพเคลื่อนไหว (ข่าวน้ำท่วม แผ่นดินไหว) ซึ่งใกล้เคียงกันกับอยู่ในสถานที่จริงได้มากกว่า การอ่านข่าวหรือเห็นภาพจากหนังสือพิมพ์
3.อินเตอร์เน็ต มีค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ถูกกว่าสื่ออื่นๆ หรือ อาจจะไม่เสียค่าใช้จ่ายเลยก็ได้
4.การใช้สื่ออินเตอร์เน็ตทำให้ภาพลักษณะของสินค้าและภาพพจน์ขององค์กรมีความทันสมัย
5.อินเตอร์เน็ต สามารถสร้างกลุ่มแฟนคลับหรือสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ง่ายขึ้น เช่น Facebook
6.อินเตอร์เน็ต รับการตอบสนองได้ไวกว่าสื่ออื่นๆ (Feedback) เช่น มีการถามตอบได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลารอ
7.อินเตอร์เน็ต สามารถค้นหาข้อมูลต่างๆทั่วโลกได้อย่างง่ายดาย เช่น การใช้ Search Engine (Google)
ข้อจำกัดของสื่ออินเตอร์เน็ต คือ ผู้ใช้มีอย่างจำกัด เพราะต้องใช้กับคอมพิวเตอร์ มือถือรุ่นใหม่ ต้องมีอุปกรณ์ต่อพ่วง มีสัญญาณเครือข่าย ถึงจะสามารถเล่นอินเตอร์เน็ตได้ อีกทั้งคนรุ่นเก่าเป็นจำนวนมากที่ไม่สามารถเล่นอินเตอร์เน็ตเป็นก็ไม่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้เหมือนกับคนรุ่นใหม่
นักประชาสัมพันธ์จะใช้สื่อนี้ให้เกิดประสิทธิภาพได้อย่างไร
นักประชาสัมพันธ์จำเป็นจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับสื่ออินเตอร์เน็ตให้มากขึ้น เพื่อให้เข้าใจถึงการใช้สื่อ เช่น การสร้างเว็บไซค์ , การใช้ Youtube , การรับส่งอีเมล์(E-mail) , การเชื่อมโยงหรือลิงค์(links) เป็นต้น
การสร้างเว็บไซค์ มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะ เว็บไซค์ เปรียบเสมือนหน้าร้าน แต่เป็นหน้าร้านทางอินเตอร์เน็ต หากหน้าร้านดูไม่สวย ไม่ทันสมัย ไม่ดูดี ผู้ชมก็ไม่สนใจติดตามชม อีกทั้งภายในเว็บไซค์ ควรมีข้อมูลให้ครบถ้วนด้วย เช่น ชื่อองค์กร , ประวัติ ,ที่ตั้ง , ผลิตภัณฑ์,สินค้า, บริการ ,ข่าวประชาสัมพันธ์, ที่อยู่ , เบอร์โทรศัพท์ ฯลฯ
การใช้อีเมล์(E-mail) ก็มีความสำคัญ เราสามารถรับส่งข้อมูลผ่าน E-mail ทางอินเตอร์เน็ตโดยใช้เวลาแค่วินาทีเดียว ซึ่งแตกต่างกันอดีต หากว่าต้องการส่งข้อมูลข่าวสารไป อเมริกา เราต้องเสียเวลาเป็น อาทิตย์ ข้อมูลข่าวสารจึงจะไปถึงผู้รับ แต่ปัจจุบัน เราแค่ใช้นิ้วกด วินาทีเดียว ก็ส่งถึงยังผู้รับได้อย่างง่ายดาย
ทั้งนี้ การประชาสัมพันธ์บนอินเตอร์เน็ต จะประสบความสำเร็จหรือไม่ คงต้องขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ผู้บริหารให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือหรือไม่ , ผู้บริหารเข้าใจสื่ออินเตอร์เน็ตมากน้อยแค่ไหน,ความร่วมมือภายในองค์กรมีมากน้อยแค่ไหน เพราะต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานหรือฝ่ายอื่นๆด้วย (นักประชาสัมพันธ์ กับ ฝ่ายเทคโนโลยี และฝ่ายตลาด,ฝ่ายอื่นๆที่ต้องทำงานร่วมกัน)
...
  
การประชาสัมพันธ์งานประชุม
การประชาสัมพันธ์งานประชุม
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
www.drsuthichai.com
การจัดประชุม สัมมนา เมื่อผู้จัดได้ติดต่อประสานงานทุกอย่างแล้ว ไม่ว่าติดต่อสถานที่ วิทยากร รถรับส่ง และอื่นๆ สิ่งที่ควรทำอีกอย่างหนึ่งก็คือ การประชาสัมพันธ์งานประชุม เพราะหากว่าทุกอย่างสมบูรณ์ แต่คนเข้าร่วมประชุม สัมมนา มีจำนวนน้อยหรือน้อยมาก ก็อาจจะทำให้การประชุม สัมมนา นั้น ไม่ประสบความสำเร็จได้
สำหรับผู้เข้าร่วมประชุม เราต้องคำนึงถึงเป้าหมายว่า เราต้องการเชิญกลุ่มเป้าหมายใดมาร่วมประชุม สัมมนา เมื่อเราทราบแล้ว เราจึงดำเนินการขั้นต่อไปคือ การวางแผนการประชาสัมพันธ์ การหาช่องทางในการส่งข้อมูลไปยังกลุ่มเป้าหมาย โดยผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ
การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ เช่น
1.การออกจดหมายเวียนไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เป็นเป้าหมายของการเข้าร่วมประชุม สัมมนา และถ้าจะให้ดีและมีประสิทธิภาพ เราควรจัดทำใบตอบรับการเข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อเป็นการยืนยันว่า หน่วยงานนั้นๆ จะจัดคนเข้าร่วมจำนวนเท่าไร เพื่อเราจะได้มีข้อมูลในการจัดที่นั่ง อาหาร อาหารว่างให้ครบกับจำนวนคน
2.โปสเตอร์และแผ่นพับ ใบปลิว ก็เป็นสื่ออีกรูปแบบหนึ่งที่ทำให้กลุ่มเป้าหมายจะได้รับข้อมูล อีกทั้งเป็นการสร้างกระแส สร้างความเคลื่อนไหว เกี่ยวกับงานประชุม สัมมนา ได้อีกด้วย
3.วิทยุชุมชน วิทยุแห่งประเทศไทย โทรทัศน์ เป็นสื่อกระจายเสียงในแนวกว้าง เป็นการประชาสัมพันธ์ให้ผู้คนได้รับรู้ว่าหน่วยงานหรือองค์กรของเรากำลังทำอะไรอยู่ อีกทั้ง กลุ่มเป้าหมายบางส่วนก็จะได้รับข้อมูลด้วย
4.หนังสือพิมพ์ นิตยสาร เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่เราสามารถช่วยกระจายข่าวให้แก่ประชาชนในวงกว้าง และถ้าจะให้ดี เมื่อจัดการประชุมเรียบร้อย ก็ควรจัดทำข่าวส่งไปยัง หนังสือพิมพ์ นิตยสาร เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ
5.สื่ออินเตอร์เน็ต เป็นสื่อสมัยใหม่ ที่ได้รับความนิยม มีความรวดเร็ว ทันสมัย เสียค่าใช้จ่ายน้อยมาก อีกทั้งยังสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยให้เกิดขึ้นกับองค์กรอีกด้วย
6.ป้ายประกาศ ควรติดไว้บนถนนที่ผู้คนสัญจรมากๆ ข้อความควรโดดเด่น กระชับ เข้าใจง่าย อาจจะเป็นป้ายไวนิล ป้ายอิงค์เจ็ต ป้ายผ้า ก็ได้ ถ้าจะให้ดีควรขออนุญาตเจ้าของพื้นที่ด้วย
7.สื่อบุคคลหรือปากต่อปาก เป็นอีกสื่อหนึ่งหรือช่องทางหนึ่งในการประชาสัมพันธ์
สิ่งที่สำคัญในการนำเสนอการประชาสัมพันธ์งานประชุม ก็คือ ข้อมูล ควรเขียนให้ครบถ้วน เช่น วันเวลา สถานที่ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ รายละเอียดของงาน ผู้จัดคือใคร เป็นต้น
...
  
ประชาสัมพันธ์ด้วยตนเอง
การทำประชาสัมพันธ์ด้วยตนเอง
โดย..ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก นักพูดและนักเขียน
www.drsuthichai.com
ครั้งหนึ่งในชีวิตกระผมได้มีโอกาสเป็นหัวหน้างานประชาสัมพันธ์ให้แก่มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา เมื่อครั้งยังเป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยนเรศวร แต่ปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยพะเยาในปัจจุบัน ซึ่งต้องยอมรับว่ากระผมไม่ได้เรียนจบปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกทางด้านประชาสัมพันธ์ ทางด้านสื่อสารมวลชน เลย
แต่กระผมต้องมานั่งอ่านหนังสือและเรียนรู้งานประชาสัมพันธ์ด้วยตนเอง ในบทความฉบับนี้จึงขอเขียนบทความเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กับท่านผู้อ่านทั้งหลาย
เราคงต้องยอมรับกันว่าโลกเราสมัยปัจจุบันนี้เป็นยุคข้อมูลข่าวสารและยุคของสื่อสารมวลชน เราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้สะดวกขึ้นกับคนทั่วทั้งโลก ด้วยระบบอินเตอร์เน็ต ระบบดาวเทียม ระบบเครือข่าย
ดังนั้นงานประชาสัมพันธ์ จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญสำหรับองค์การต่างๆ หน่วยงานต่างๆ เพราะการประชาสัมพันธ์ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับหน่วยงาน ซึ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ในเชิงบวกในขณะเดียวกันถ้าเกิดข่าวในเชิงลบ งานประชาสัมพันธ์ก็จะช่วยลดทอนความเสียหายให้ลดน้อยลง
การประชาสัมพันธ์ทำให้คนรู้จักบริษัทและสินค้าของบริษัทหรือขององค์การมากขึ้น การประชาสัมพันธ์ช่วยทำให้สินค้าขายดีขึ้น และ งานประชาสัมพันธ์ช่วยทำให้เราติดต่อประสานงานกับลูกค้า รวมทั้งผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับองค์กรได้ดียิ่งขึ้น
ถ้าจะพูดถึงเรื่องของการตลาด งานประชาสัมพันธ์ก็คงเป็นส่วนหนึ่งของส่วนประสมทางการตลาดคือ 4P Product(สินค้า) Price(ราคา) Place(สถานที่)และ Promotion (การส่งเสริมการตลาด) ซึ่งงานประชาสัมพันธ์จะอยู่ในงานของ Promotion (การส่งเสริมการตลาด) นั่นเอง
อะไรคือข่าว ข่าวคืออะไร ข่าวคือสิ่งที่องค์กรหรือหน่วยงานต้องการให้ผู้คนได้รับรู้ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มผู้บริโภค เช่นถ้าคุณทำงานประชาสัมพันธ์อยู่ในองค์การของคุณ ข่าวของคุณคือ สินค้าใหม่ ความก้าวหน้าของบริษัท การทำประโยชน์เพื่อสังคม ผลการดำเนินงาน รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆที่เป็นที่น่าสนใจ
ซึ่งหลักการเขียนข่าวง่ายๆมีดังนี้ จงตอบคำถาม 6W คือ ใคร(Who) ทำไม(Why) อะไร(What) เมื่อไร(When) ที่ไหน(Where) และอย่างไร(How)
คุณเขียนข่าวถึง ใคร ?(Who)
คุณเขียนข่าวเรื่องนี้ทำไม?(Why)
คุณเขียนข่าวถึงเหตุการณ์อะไร?(What)
เหตุการณ์ของข่าวนี้เกิดขึ้น เมื่อไร?(When)
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ที่ไหน?(Where)
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างไร?(How)
การใช้ภาพประกอบข่าวก็มีความสำคัญ มีคนกล่าวว่าภาพเพียงแค่หนึ่งภาพมีค่าเท่ากับคำพูดถึง 1,000 คำ นักประชาสัมพันธ์จึงควรมีทักษะ และเรียนรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพเพื่อใช้ประกอบข่าว ควรฝึกถ่ายภาพให้มากๆ เพราะปัจจุบันเราใช้กล้องดิจิตอล ซึ่งไม่ต้องกังวลเรื่องของค่าใช้จ่ายในการสิ้นเปลืองฟิมส์เหมือนในอดีต
ทำอย่างไรให้ข่าวส่งถึงกลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มคนส่วนใหญ่ เราต้องรู้จักใช้สื่อครับ ซึ่งปัจจุบันมีสื่อมากกว่าในอดีต และสื่อสมัยใหม่ก็มีราคาถูกกว่า และมีความหลากหลายกว่าสื่อสมัยเก่า ซึ่งสื่อสมัยใหม่คือ สื่อต่างๆที่ใช้ผ่านอินเตอร์เน็ต โดยมีเครื่องมือที่สำคัญได้แก่ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บแล็ป เป็นต้น
สำหรับสื่อสมัยเก่าหรือสื่อที่ยังคงใช้กันมาอย่างยาวนาน ก็เป็นสื่อที่ต้องใช้อยู่ อันได้แก่ วิทยุ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วารสาร นิตยสาร ฯลฯ
ดังนั้นนักประชาสัมพันธ์จึงควรต้องมีการผสมสื่อต่างๆ เพื่อให้งานประชาสัมพันธ์มีประสิทธิภาพมากที่สุด
เราจะได้ข่าวมาอย่างไร เราสามารถได้ข่าวมาจากหลายแหล่งด้วยกัน เช่น การสัมภาษณ์ผู้บริหาร การสัมภาษณ์ลูกค้า การสัมภาษณ์พนักงาน การไปดูสถานที่ผลิต ที่จำหน่ายจริงๆ หลังจากได้ข่าวมานักประชาสัมพันธ์จะต้อง เขียนข่าวแจก เขียนบทความ เขียนจดหมายข่าว และทำการเผยแพร่ บางกรณีอาจจะพานักข่าวไปพบแหล่งข่าวด้วย เช่นพานักข่าวไปเข้าพบผู้บริหาร พานักข่าวเข้าเยี่ยมชมโรงงาน
ฉะนั้น คนทำงานด้านประชาสัมพันธ์จึงต้องมีมนุษยสัมพันธ์โดยเฉพาะต้องสร้างความสัมพันธ์อันดีนักข่าว กับแหล่งข่าว
ทำงานอะไรก็ต้องมีการจัดการที่ดี งานประชาสัมพันธ์ก็เช่นกัน ควรมีการจัดการที่ดี กล่าวคือ ต้องมีการวางแผนงาน ต้องมีการจัดคนให้ถูกต้องกับงาน ต้องมีการสั่งการ และต้องมีการประเมินผลงานที่ได้ทำ จึงจะทำให้งานประชาสัมพันธ์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
...
  

    จำนวนหน้า : [1]  [2]  

หนังสือ พูดอย่างมีกึ๋น
ศิลปะการขาย
วาทะวาที

  Copyright @ 2010 drsuthichai.com All Rights Reserved.  Powered by ThaiWeb.  Admin Business Online 
Popularne pozyczka 5000 kasa stefczyka tarnów, dzięki nowelizacjom w prawie, są coraz pozyczka do 3 osób. Nowe regulacje mają na celu ochronę konsumentów i objęcie większym nadzorem procedur udzielania pożyczek pozabankowych chwilówki plac wolności rzeszów x kom. Nowe przepisy opierają się na pożyczki dla zatrudnionych na czarno góra zmianie ustawy o nadzorze nad rynkiem finansowym net credit splata pozyczki irlandia. Weszły one w życie z dniem 11 marca 2016 r. chwilówka dla studenta ranking Poniżej zamieszczamy ich przegląd. Firma pożyczkowa musi dysponować minimalnym kapitałem początkowym w wysokości 200 tys. zł – kapitał ten nie może pochodzić z pożyczek eurobank pożyczka online pl. W ten sposób postarano się wyeliminować z rynku małe firmy, które powstawały tylko po to, aby w jak najkrótszym czasie oszukać rzesze klientów udzielanie pożyczek zwolnione z vat. Nadzór nad firmami pożyczkowymi może prowadzić Komisja Nadzoru Finansowego z o.o. udziela pożyczki vivus. KNF w razie wątpliwości może objąć monitoringiem warunki oferowanych pożyczek pożyczka 3000 online. Firma pożyczkowa, która utrudni działania czy umowa pożyczki może być bez odsetek hipotecznych, może zostać obarczona karą do 500 tys. zł credit agricole kredyt mieszkaniowy kalkulator. Niektórzy eksperci uważają, że optymalna karą za nielegalne praktyki, byłoby 1 mln zł. wynagrodzenie z tytułu pożyczki hipotecznej Ustalono także, że wszystkie koszty pożyczki nie mogą być wyższe niż 100% kwoty udzielonej koszty umowy pożyczki rodzinnej, uwzględniając cały okres kredytowania czesc pozyczki hipoteczne. Ponadto maksymalne opłaty oraz odsetki z tytułu opóźnień w umowa pożyczki od wspólnika spółki cywilnej uchwała spłacie nie mogą przekraczać 6-krotności stopy lombardowej kredytu ustalanej przez NBP pożyczka z zfśs a zwolnienie szpitalne. Koszty udzielenia pożyczki nie mogą przekroczyć 25% kwoty udzielonej pożyczki pożyczki bez bik poznan poland, a koszty pozaodsetkowe w skali roku nie mogą być większe niż 30% gdzie dostać kredyt dla zadłużonych. Chwilówki mogą być obarczone odsetkami ustawowymi tarnow pozyczki bez qica, czyli maksymalnie 4-krotnością kredytu lombardowego NBP pożyczka na doposażenie stanowiska pracy chomikuj.