หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
ข่าวสาร
สินค้า
บริการ
แกลลอรี
เว็บลงค์
เว็บบอร์ด
ติดต่อเรา

บริการ

 รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
 บทความต่างๆ ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
  -  การผูกใจคนทำงาน
  -  ศิลปะในการบริหาร
  -  นักบริหารกับความสำเร็จ
  -  นักบริหารกับมนุษย์สัมพันธ์
  -  การพัฒนาศักยภาพตนเอง
  -  การทำงานเป็นทีม
  -  การจัดการเวลา
  -  การสร้างทีมให้ยิ่งใหญ่
  -  คุณลักษณะผู้นำ
  -  คิดทำอย่างเศรษฐี
  -  พลังแห่งการบริหารเวลา
  -  บริหารเวลา บริหารชีวิต
  -  ช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการทำงาน
  -  จงพัฒนาความคิด
  -  พลังคุณธรรม จริยธรรม และพลังความสามัคคี คือพลังแห่งการสร้างชาติ
  -  การบริหารโดยให้พนักงานมีส่วนร่วม
  -  การเพิ่มภาพลักษณ์ที่ดีของท่านในองค์กร
  -  การสร้างภาพลักษณ์ของนักการเมือง
  -  ประหยัดเวลาด้วยวิธีการวางแผน
  -  เทคนิคการแสวงหาโอกาส
  -  การจัดการข้อมูล
  -  จงดำเนินธุรกิจของตนเอง
  -  ทำทุกนาทีให้มีค่า
  -  การใช้โทรศัพท์
  -  ใช้เวลาเดินทางอย่างคุ้มค่า
  -  ปิดสวิตซ์นอน
  -  วันนี้..มีค่ามากกว่าวันพรุ่งนี้
  -  เหตุผลที่ทำให้คนใช้เวลาแบบทิ้งๆขว้างๆ
  -  เสริมพลังทีมสร้างพลังกลุ่ม
  -  การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
  -  ถ้าอยากเป็นเศรษฐีมิควรเป็นลูกจ้าง
  -  กุศโลบายในการทำงานให้มีความสุข
  -  ลักษณะของความเป็นผู้นำ
  -  หากรู้จักตนเองก็สำเร็จไปกว่าครึ่ง
  -  อัจฉริยะอยู่ที่ตัวท่าน
  -  เคล็ดลับการทำลายมนุษย์สัมพันธ์
  -  การเตรียมตัวสมัครงานเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน(AC)
  -  พัฒนาตนเองด้วยมิติ “ การจัดการ PDCA”
  -  พัฒนาตนเอง 5 ส. สู่ความสำเร็จ
  -  การพัฒนาการบริการในหน่วยงานราชการ
  -  7 C เพื่อการสื่อสารที่ดี
  -  กฎแห่งความสำเร็จ
  -  ความสำคัญในการเป็นนักพูด
  -  อิทธิบาท 4 สู่การเป็นนักพูด
  -  ใจใหญ่
  -  Change Management
  -  3 H กับ การทำงาน
  -  กฎ 20/80 ของพาเรโท
  -  การจัดการเวลา
  -  สม่ำเสมอ มากพอ นานพอ
  -  ทำไมจึงต้องจัดการกับเวลา
  -  DISC กับการพัฒนาภาวะผู้นำ
  -  นพลักษณ์ ศาสตร์แห่งการรู้จักตนเองและผู้อื่น
  -  สาเหตุที่ทำให้เราบริหารเวลาไม่ดี
  -  การบริหารเวลากับเส้นตาย
  -  แนวความคิดในการบริหารเวลา
  -  การบริหารเวลา : เทคนิคในการประหยัดเวลา
  -  การบริหารเวลา :การตั้งเป้าหมายในชีวิต
  -  การบริหารเวลา : หลักการใช้เวลาที่ดี
  -  การบริหารเวลา : ทำทันทีหรือททท.
  -  การบริหารเวลา : การใช้เวลาเพื่อความสำเร็จ
  -  การบริหารเวลา : เวลาเป็นสิ่งที่มีค่า
  -  อาจารย์กับขวดโหลเวลา
  -  วัยกับการบริหารเวลา
  -  5 ร.พาให้รุ่งในการทำงาน
  -  จงทำงานให้มีความสุข
  -  IQ EQ AQ MQและSQ สำหรับนักบริหาร
  -  เติมไฟในการทำงาน
  -  การตลาดลูกผสม
  -  เดินทาง 1 หมื่นลี้...ต้องเริ่มต้นจากก้าวแรก
  -  การตลาดเชิงสร้างสรรค์
  -  เจ้าสัวเชื้อสายจีน
  -  การตลาดเชิงยุทธ์
  -  การจัดการเวลา 8+8+8
  -  การบริหารเวลากับการวิเคราะห์งาน
  -  การบริหารเวลา การตรงต่อเวลา
  -  มีเวลาทำงานมาก ไม่ได้หมายความว่าทำงานได้ดี
  -  ก้าวสู่ AEC ด้วยการตลาด E-Commerce
  -  Promotion ทางการเมือง
  -  ประหยัดเวลาด้วยพลังของทีม
  -  ปลาเล็กกินปลาใหญ่
  -  ข้อผิดพลาดทางการตลาด
  -  ฝันให้ไกล...แล้วไปให้ถึง
  -  สื่อการตลาด
  -  จุดเริ่มต้นอาเซียน และ เป้าหมายการพัฒนาสู่ประชาคมอาเซียน
  -  สาธารณสุขไทยกับอาเซียน
  -  การเข้าสู่อาเซียนของสาธารณสุขไทย
  -  ปัจจัยต่างๆที่นำไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้ง
  -  กลยุทธ์สร้างความสนใจในการหาเสียงเลือกตั้ง
  -  หลักพาเรโต ทำกิจกรรม 20% ให้ได้ผลลัพธ์ 80%
  -  หลักบริหารเวลาของไอวี่ ลี(Lvy Lee)
  -  กฏของพาร์กินสันในการบริหารเวลา
  -  เวลาของฉันหายไปไหน
  -  เป้าหมายกับการบริหารเวลา
  -  การสร้างวินัยและงดผลัดวันประกันพรุ่ง
  -  ทำอย่างไรถึงจะฉลาดขึ้นอีก
  -  หากต้องการเวลา....ต้องกล้าที่จะปฏฺิเสธ
  -  เทคนิคการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ
  -  จงใช้เวลาทุกวินาทีอย่างมีคุณค่า
 บทความเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเสริมสร้างกำลังใจของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 สุนทรพจน์ของนักการเมือง
 บทความเกี่ยวกับการขายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับกฏหมายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเขียนของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 นักพูดทางการเมือง
 หนังสือ การพูด
 บทความต่างๆ ของนักพูด
 ประวัตินักขาย
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการขาย
 วาทะของคนดัง
 ประวัติ ทนายความ
 ประวัติอาจารย์นักพูด
 คลิปเสียงภาพ เกี่ยวกับกฏหมาย
 วิธีการสู่ความสำเร็จ
 บุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ
 การบริการด้วยหัวใจ
 ผู้บริหาร
 Mind Map แผนที่ความคิด(หนังสือทางด้านการพูด)
 แนะนำหนังสือการเขียน
 ประวัตินักเขียน
 คลิปนักพูด
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์
 คลิป นักพูดต่างประเทศ
 คลิป ประกอบการบรรยาย
 คลิปเสียงของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ เกี่ยวกับการพูด เช่น นักพูดชั้นนำทำกันอย่างไร , วิธีการปรับปรุงน้ำเสียง ,จะพูดให้ได้ดีต้องมีการเตรียมตัว,นักพูดที่ดีต้องมีการศึกษาและองค์ประกอบของนักพูดที่ดี
 คลิป ครูเคท บรรยาย
 คลิป หมู่บ้านพลัม
 สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
 สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
 พูดอย่างมีกึ๋น
 หนังสือ การทำงานเป็นทีม
 แนะนำหนังสือ เกี่ยวกับการทำงาน
 ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
 คำคม
 รศ.ดร.สุขุม นวลสกุล
 สมชาย หนองฮี
 ดร.ผาณิต กันตามระ
 อ.อุสมาน ลูกหยี
 อาจารย์จตุพล ชมภูนิช
 วสันต์ พงศ์สุประดิษฐ์
 รศ.สุนีย์ สินธุเดชะ
 หมอพงษ์ศักดิ์ ตั้งคณา
 อาจารย์พนม ปีย์เจริญ
 อาจารย์เสน่ห์ ศรีสุวรรณ
 รศ.วิกรณ์ รักษ์ปวงชน
 อาจารย์วิชัย ปีติเจริญธรรม
 ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล
 กนกศักดิ์ ลิขิตไพรวัลย์
 อาจารย์ถาวร โชติชื่น
 สิริลักษณ์ ตันศิริ
 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
 โต้วาที
 คะเณยะ อ่อนนาง
 ภก. ดร. ประชาสรรค์ แสนภักดี
 ประดิษฐ์ กิตติฤดีกุล
 ดร.โอภาส กิจกำแหง
 ประมวลสุนทรพจน์ ทักษิณ ชินวัตร
 ดร.อภิชาติ ดำดี
 อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
 การตลาด
 ทอล์คโชว์
 รวมคลิป ที่เกี่ยวกับการพูดต่อหน้าที่ชุมชน
 คลิป เรื่องการบริหาร
 คลิป บุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจ
 เพลง ที่ให้กำลังใจ
 คลิป ดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีความสุข
 คลิป แรงบันดาลใจ
 คลิป สนุกๆ สร้างสรรค์
 การทำงานอย่างมีความสุข
 การจัดการองค์ความรู้ KM
 สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย

กลุ่มสินค้า

 หลักสูตร พลังแห่งการพูด
 หลักสูตร พลังแห่งการบริการ
 หลักสูตร การทำงานเป็นทีมและการบริหาร
 หลักสูตร พลังแห่งการสื่อสาร
 ผลงานหนังสือ
 หลักสูตร พลังแห่งการขายและการตลาด
 หลักสูตร การทำงานด้วยหัวใจ
 อาเซียน
 หลักสูตรอื่น
 หลักสูตร การคิด
 มอบหนังสือ เพื่อการกุศล
Custom Search
สถาบัน Cap vision
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ
 
 
  บริการ
รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
บทความต่างๆ  ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
หนังสือ การพูด
สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
พูดอย่างมีกึ๋น
ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
สมชาย หนองฮี
อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย
   บริการ : บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
การจัดการข้อมูล
การจัดการข้อมูล
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)
www.drsuthichai.com
ในวันหนึ่งๆ พวกเรามักจะต้องเจอกับข้อมูล ข่าวสาร เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นจาก บทความ ข่าว เอกสาร และจากสื่อต่าง ๆ เช่น รายงาน หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และอินเตอร์เน็ต ฯลฯ
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ทำงานกับข้อมูล ต้องใช้ข้อมูล การบริหารข้อมูล การจัดการข้อมูล จึงเป็นสิ่งสำคัญ คุณสามารถทำได้ดังนี้
1.หากว่าคุณมีรายงาน มีเอกสาร มีหนังสือ ที่จะต้องอ่านเป็นจำนวนมาก ในขณะที่คุณยังไม่มีเวลาดู คุณควรอ่านอย่างคร่าวๆ ว่าเรื่องใดมีความสำคัญเร่งด่วน หากไม่มีความสำคัญเร่งด่วน หลังจากการดูคร่าวๆ แล้วคุณควรเก็บไว้ดูในภายหลัง
2.ตัดหรือเลือกบทความที่คุณสนใจ เพื่อเก็บไว้อ่านตอนมีเวลาว่างเช่น ตอนอยู่ในรถ ในเวลาพักผ่อน เมื่ออ่านเสร็จคุณควรใช้ปากกาขีดเส้นใต้ตรงข้อความสำคัญ หรืออาจมีการสรุปโดยย่อๆ เพื่อที่จะสะดวกต่อการอ้างอิงและใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต
3.บอกเลิกรับ หนังสือพิมพ์ วารสาร จดหมายข่าว นิตยสาร ที่ไม่มีประโยชน์สำหรับคุณ เพราะหลายท่านสมัครเป็นสมาชิกของสิ่งพิมพ์ต่างๆเป็นจำนวนมาก แต่ปรากฏว่ามีบางฉบับที่ไม่เกิดประโยชน์หรือไม่สามารถนำเอาข้อมูลนั้นไปใช้ได้ จึงควรพิจารณาเลือกสิ่งพิมพ์ที่คุณคิดว่าเป็นประโยชน์ สำหรับที่ไม่เป็นประโยชน์ก็ควรบอกเลิกเสีย เพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
4.ตัดข้อความหรือเขียนข้อมูลบางตอน บางบท บางหน้า ที่เป็นประโยชน์แล้วนำไปจัดเก็บใส่ในแฟ้ม อีกทั้งควรที่จะจัดการกับระบบแฟ้มโดยแบ่งออกเป็นเรื่องต่างๆ ควรเขียนชื่อเรื่องไว้ตรงหน้าแฟ้มเพื่อความสะดวกในการค้นหา เช่น เรื่องของการเมือง เรื่องของธุรกิจ เรื่องของสังคม เรื่องข้อมูลส่วนตัว ฯลฯ และถ้ามีข้อมูลมากขึ้นเราควรจัดเก็บโดยแบ่งแฟ้มเป็นประเภทต่างๆ เช่น แฟ้มข้อมูลหลัก แฟ้มข้อมูลย่อย แฟ้มข้อมูลเก่า แฟ้มข้อมูลอ้างอิง ฯลฯ การจัดเก็บอย่างเป็นระบบจะทำให้เราหาข้อมูลต่างๆ เพื่อใช้ประโยชน์ได้ง่ายขึ้น
5.ควรใช้เทคโนโลยีช่วยในการจัดเก็บข้อมูล เช่น ซีร็อกซ์ข้อมูลบางหน้าที่ต้องการเพื่อจัดใส่ไว้ในแฟ้มข้อมูล , ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการจัดเก็บข้อมูล เป็นต้น
6.ควรมีการจัดระบบทำลายเอกสาร ทำลายข้อมูลที่ไม่มีความจำเป็นทิ้ง หน่วยงานใหญ่ๆ มักมีปัญหาเรื่องของเอกสารที่มีจำนวนมากมายมหาศาล เช่น การจัดเก็บข้อสอบเก่าๆ ของมหาวิทยาลัยต่างๆ หากเป็นข้อสอบเก่ามากๆ อีกทั้งไม่มีความจำเป็น บางมหาวิทยาลัยจึงมีระเบียบว่าให้มีการทำลายเอกสารข้อสอบเก่าๆ หลังจากเก็บไว้ 5 ปี เป็นต้น
การจัดการข้อมูล จึงเป็นศาสตร์และศิลป์ ศาสตร์ก็คือเราสามารถเรียนรู้ได้ ศิลป์ก็คือแต่ละบุคคลอาจจะมีการจัดการโดยใช้ระบบจัดเก็บข้อมูลที่ไม่เหมือนกัน เช่น ในหน่วยงานธุรกิจอาจมีการจัดเก็บเอกสารเป็นแฟ้มต่างๆได้แก่ แฟ้มสินทรัพย์หมุนเวียน แฟ้มสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน แฟ้มหนี้สิน แฟ้มประกันภัย แฟ้มประวัติส่วนตัวพนักงาน ฯลฯ
อีกทั้งการจัดการข้อมูลที่ดี เราควรนำเอาระบบ 5 ส สะสาง-สะดวก-สะอาด-สุขลักษณะและสร้างนิสัย รวมทั้งนำระบบ ISO มาประยุกต์ใช้ในการจัดการข้อมูลตามความเหมาะสม ก็จะทำให้ข้อมูลที่มีการจัดเก็บเป็นระบบที่ดีมากยิ่งขึ้น
ดังนั้น การจัดการข้อมูล จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เช่น ใช้เป็นหลักฐานในการทำงาน ใช้อ้างอิง ใช้ในการเป็นข้อมูลในการวางแผน แก้ไขปัญหา ตัดสินใจ ใช้เพื่อพิจารณาปรับปรุงงาน เป็นต้น
...
  
จงดำเนินธุรกิจของตนเอง
จงดำเนินธุรกิจของตนเอง
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)
www.drsuthichai.com
การดำเนินธุรกิจของตนเองมีประโยชน์หลายๆ อย่าง ถ้าหากท่านเป็นคนหนึ่งที่กินเงินเดือนประจำท่านสามารถใช้เวลายามว่างในการดำเนินธุรกิจของตนเองได้ เนื่องจากการมีธุรกิจของตนเองจะมีข้อดีหลายๆอย่างดังนี้
1.เป็นอิสระ เป็นนายของตนเอง ไม่เป็นลูกน้องของใคร ท่านสามารถตัดสินใจสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตนเอง ท่านสามารถกำหนดวิธีการบริหารงานได้ด้วยตนเอง เช่น ท่านสามารถกำหนดช่วงเวลาทำงาน , ช่วงวันหยุด , การตลาด , ตัวสินค้าและผลิตภัณฑ์ของท่านได้ด้วยตนเอง ฯลฯ
2.สร้างทรัพย์สิน การประกอบธุรกิจของตนเองสามารถสร้างทรัพย์สินได้อย่างรวดเร็วกว่าการกินเงินเดือน เนื่องจากเมื่อกิจการของท่านเจริญก้าวหน้าขึ้น มีผลกำไรมากขึ้น ท่านสามารถซื้อทรัพย์สินเพื่อขยายกิจการของท่านออกไปอีกได้ เช่น การซื้อสำนักงาน , การซื้อรถยนต์เพื่อใช้ในงาน , การซื้อคอมพิวเตอร์ , เครื่องถ่ายเอกสาร ฯลฯ ตรงกันข้ามกับการได้รับเงินเดือน ท่านจะมีรายได้ที่มีจำนวนจำกัด
3.ได้รับค่าตอบแทนที่สูง ในการทำธุรกิจหากว่าท่านได้รับกำไร ท่านก็จะได้รับค่าตอบแทนที่สูง จากการที่ท่านได้ลงทุน ลงแรงไป ซึ่งอาจจะมากมายหลายเท่ากว่าการทำงานกินเงินเดือน
4.มีสิทธิร่ำรวย คนจีนในสมัยอดีตมักสอนลูกหลานให้รู้จักทำการค้าไม่ให้กินเงินเดือน เนื่องจากการทำงานค้าขายนั้นมีโอกาสร่ำรวยได้สูงกว่าการมีรายได้ประจำที่มีรายได้ที่จำกัดจำนวน
5.ได้อภิสิทธิ์ที่เหนือกว่า การเป็นเจ้าของกิจการมีโอกาสหรือมีสิทธิที่จะใช้ทรัพย์สินของกิจการได้โดยไม่ต้องอนุญาตใคร เช่น ใช้รถยนต์ของกิจการ การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ การใช้เครื่องถ่ายเอกสาร การใช้เครื่องปรับอากาศ ฯลฯ ซึ่งแตกต่างจากการเป็นลูกจ้าง ท่านต้องขออนุญาตจากเจ้าของกิจการเสียก่อนถึงจะสามารถใช้ทรัพย์สินบางอย่างได้
6.ความสำเร็จ เมื่อธุรกิจที่เราทำเกิดการขยายตัวจนยิ่งใหญ่ ทำให้คนทั่วไปรู้จัก ท่านจะมีความภาคภูมิใจเพียงใด นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ ที่ใครๆเรียกว่า “ เถ้าแก่น้อย หรือ นายอิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ ” เป็นตัวอย่างได้ดีในเรื่องนี้ เขาเริ่มต้นทำธุรกิจตอนอายุเพียง 18 ปี จนบัดนี้เขาสามารถเป็นนักธุรกิจร้อยล้านบาทเลยทีเดียว เขาเริ่มต้นจากจุดเล็กจากผลิตภัณฑ์ขายสาหร่ายทะเลจนเป็นธุรกิจระดับประเทศ อีกทั้งยังส่งออกไปขายยังต่างประเทศอีกด้วย
อีกทั้งการทำธุรกิจของตนเองยังมีข้อดีอีกหลายประการเช่น เราได้ใช้ศักยภาพได้อย่างเต็มที่กว่าการทำงานประจำ , เราสามารถได้ทำธุรกิจหรือสิ่งที่เราอยากทำอย่างแท้จริง , เราไม่ต้องถูกใครบังคับบัญชาให้ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ฯลฯ
แต่ในมุมกลับ การทำธุรกิจส่วนตัวก็มีความเสี่ยงมากกว่าการทำงานประจำหลายอย่าง เช่น ความเสี่ยงในการขาดทุน , ความเสี่ยงต่อการถูกคนกลั่นแกล้งทางการค้า , ความเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ฯลฯ
ดังนั้น คนที่ต้องการทำธุรกิจส่วนตัวจึงต้องมีคุณสมบัติบางอย่างที่คนที่ทำงานประจำไม่มี สิ่งนั้นก็คือ ความกล้าที่จะเสี่ยง ความกล้าที่จะยอมลำบากโดยเฉพาะในช่วงก่อตั้งธุรกิจใหม่ๆ ความทะเยอทะยาน ความเด็ดเดี่ยว เป็นต้น
...
  
ทำทุกนาทีให้มีค่า
ทำทุกนาทีให้มีค่ามากที่สุด
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
เวลาเป็นสิ่งที่มีค่า มีความเป็นธรรม ทุกคนในโลกนี้ มีเวลาเท่ากันกล่าวคือ 1 วัน มี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ใครจะใช้เวลาให้มีค่าและเกิดประโยชน์มากกว่ากัน ศิลปะการใช้เวลาหรือการบริหารเวลา จึงมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ กระผมได้มีโอกาสเข้าอบรมเรื่องการบริหารเวลาและได้อ่านหนังสือการบริหารเวลาอีกหลายสิบเล่ม และได้ลองทดลองกับตัวเอง โดยสรุป กระผมมีความคิดเห็นว่าเคล็ดลับที่สำคัญของการบริหารเวลา ก็คือ จงทำในเรื่องที่ให้ผลตอบแทนหรือผลผลิตมากที่สุด และต้องลงมือทำทุกเวลานาที
ดังนั้น หากท่านต้องการประสบความสำเร็จในชีวิตหรือประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน จงค้นหาว่าสิ่งใดที่ทำให้ท่านได้ผลตอบแทนหรือผลผลิตมากที่สุด แล้วลงมือทำมัน ทำมันทุกนาทีให้มีค่ามากที่สุด เช่นกันหากคุณอยู่ในองค์กรของคุณ จงค้นหาว่าอะไรที่ให้ผลตอบแทนหรือผลผลิตมากที่สุด แล้วจึงให้คนในองค์กรลงมือทำมันทุกนาทีให้มีค่ามากที่สุด แล้วองค์กรของท่านจะประสบความสำเร็จ
บุคคลที่ประสบความสำเร็จกับการบริหารเวลา เบนจามิน แฟรงคลิน เป็นตัวอย่างที่ดีของเรื่องการบริหารเวลา ท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์ ท่านเป็นนักการเมือง ท่านเป็นนักปราชญ์ ท่านเป็นนักธุรกิจ ท่านเป็นนักคิด ท่านคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาจนทำให้ประเทศอเมริกา ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว เช่น คิดธนบัตร , คิดเรื่องประกันภัย , คิดหอสมุดสาธารณะ ฯลฯ หลายท่านอาจคิดว่าเขาเป็นอัจฉริยะ แต่ความจริงแล้ว เขาเป็นคนที่มีการฝึกฝนตนเองเสมอ มีการวางแผน มีการเตรียมการ ซึ่งพวกเราทุกคนก็สามารถทำได้ดังเขา
การพัฒนาความคิด การพัฒนาสมอง เป็นสิ่งหนึ่งที่ควรทำหากว่าท่านต้องการประสบความสำเร็จ ซึ่งเราอาจทำได้โดยการ ฟังเทป ให้ความรู้ในรถยนต์ขณะเดินทางไปต่างจังหวัดหรือในขณะเดินทางไปทำงาน ก็จะทำให้ท่านได้ใช้เวลาทุกๆนาทีให้มีค่ามีความหมายได้อย่างดีทีเดียว อาจเป็นเทป เรื่องราวที่ปลุกกำลังใจ , เทปวิชาการทางด้านการขาย , เทปวิชาการทางด้านการพูด ฯลฯ
จงใช้เครื่องมือช่วยในการบริหารเวลา เครื่องมือมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการบริหารเวลา เพราะจะทำให้การบริหารเวลา มีความง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น สำหรับเครื่องมือในยุคปัจจุบันที่ช่วยในเรื่องการบริหารเวลามีมากมาย เช่น โทรศัพท์สมัยใหม่ที่มีการกำหนดวันนัดและสามารถบันทึกสิ่งต่างๆลงไปในเครื่องรับเพื่อเป็นข้อมูลในการบริหารเวลาได้ , IPAD เราสามารถบันทึกสิ่งต่างๆ ลงในเครื่องเพื่อใช้ในการบริหารเวลาได้ ฯลฯ
แต่โดยส่วนตัวของผม ผมมักชอบใช้การจดหรือเขียนลงในกระดาษ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ สมุดบันทึก สมุดไดอารี่ สมุดปฏิทิน ซึ่งทำได้ง่ายและเสียค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า การจดบันทึกในกระดาษมีข้อดีหลายอย่าง เช่น เราสามารถวาดรูป ออกแบบตัวหนังสือ ขีดเขียนได้ตามความรู้สึกของเรา อีกทั้งยังไม่ต้องเสียเวลาในการเปิด ดังเช่น เครื่องโทรศัพท์หรือเครื่องมือที่ทันสมัย เพราะเครื่องมือเหล่านี้ บางอย่างเวลาเปิดมักจะต้องเสียเวลาไม่ทันใจ ตัวอย่างเช่น การเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
สำหรับปัญหาที่มักพบในเรื่องของการใช้เวลาของคนส่วนใหญ่ คือ คนส่วนใหญ่มักไม่ชอบวางแผนในการบริหารเวลา , คนส่วนใหญ่มักไม่ยอมจัดลำดับความสำคัญของการใช้เวลาว่างานไหน สำคัญหรือไม่สำคัญ งานไหน เร่งด่วน หรือไม่เร่งด่วน, คนส่วนใหญ่มักผัดวันประกันพรุ่ง , คนส่วนใหญ่มักไม่มีเป้าหมายหรือไม่ตั้งเป้าหมายในการทำงาน ฯลฯ
ดังนั้น จงทำทุกนาทีให้มีค่ามากที่สุด แล้วท่านก็จะได้รับประโยชน์อย่างมากมายในการบริหารเวลา เช่น ท่านจะมีเวลามากขึ้น , ท่านจะมีเวลาทำในสิ่งที่ตนเองต้องการมากขึ้น , ความเครียดของท่านจะลดน้อยลง , การตัดสินใจของท่านจะดีขึ้น , สุขภาพของท่านจะดีขึ้นหากว่าท่านจัดเวลาสำหรับการออกกำลังกาย ฯลฯ

...
  
การใช้โทรศัพท์
การใช้โทรศัพท์
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)
www.drsuthichai.com
เราต้องยอมรับว่า โทรศัพท์ มีความจำเป็นและมีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตหรือการดำเนินชีวิตของเราเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการใช้โทรศัพท์สำหรับการติดต่อสื่อสารกันภายในครอบครัว การใช้โทรศัพท์ในการติดต่อสื่อสารเรื่องธุรกิจการงาน การใช้โทรศัพท์อย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งที่ควรเรียนรู้และควรศึกษา
การสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรหรือของหน่วยงาน ด้วยการติดต่อทางโทรศัพท์ การติดต่อผ่านทางโทรศัพท์เป็นด่านแรก สำหรับการสร้างความประทับใจแก่ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ ไม่ว่าการติดต่อจะออกมาในรูปแบบใด ก็จะทำให้ลูกค้าเกิดการตราตรึงในหัวใจตลอดไป ฉะนั้น องค์กร บริษัท ห้างร้าน หน่วยงาน ควรมีการจัดฝึกอบรมให้แก่บุคลากรของตนเอง
การสนทนาทางโทรศัพท์ ควรยึดหลักในเรื่องของ มารยาท , รวดเร็ว , ความชัดเจน
- มารยาท ควรคำนึงถึงเรื่องของการใช้น้ำเสียงในการพูด ไม่ควรพูดด้วยอารมณ์โกรธ โมโหฉุนเฉียว
ไม่พอใจ เพราะการแสดงอารมณ์ต่างๆมักจะถ่ายทอดไปยังความรู้สึกของผู้รับฟังได้ การพูดโทรศัพท์ที่ดีควรใช้น้ำเสียงที่หนักแน่น อ่อนหวานนุ่มนวล หลีกเลี่ยงคำพูดที่ไม่เหมาะสม เช่นการพูดเกี้ยวพาราสี การพูดลวนลาม
- รวดเร็ว ควรรีบหยิบหูฟังขึ้น ไม่ควรให้ฝ่ายตรงกันข้ามรอนาน ควรใช้คำพูดให้กระชับ หลีกเลี่ยง
การพูดเรื่องไร้สาระ เนื่องจากอีกฝ่ายหนึ่งอาจมีธุรกิจอื่นๆ ที่ต้องทำ
- ความชัดเจน เป็นคำพูดที่มีความถูกต้อง มีความชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด ควรพูดให้มี
จังหวะที่ถูกต้อง ไม่พูดคลุมเครือ สับสน จนฟังไม่รู้เรื่อง
การใช้กระดาษบันทึก ควรจัดกระดาษบันทึกและปากกาไว้บริเวณใกล้ๆ กับโทรศัพท์เพื่อที่จะได้หยิบใช้ได้ทันที กระดาษบันทึกควรเป็นสมุดที่ฉีกได้ มีขนาดกะทัดรัดเหมาะสมแก่การบันทึกข้อความต่างๆ สำหรับการบันทึกควรเขียนด้วยตัวบรรจงให้ผู้อื่นอ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย ควรลงรายละเอียดให้ครบถ้วน โดยเฉพาะเรื่องของตัวเลข วัน เวลา ข้อมูลต่างๆ
ศิลปะการพูดทางโทรศัพท์ ควรพูดด้วยระดับน้ำเสียงที่ไม่ดังมากเกินไปหรือเบาเกินไป แต่ควรพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังพอสมควร เพื่อจะทำให้เกิดความชัดเจนในการรับฟัง อีกทั้งไม่ควรพูดเร็วเกินไปหรือช้าจนเกินไป ควรมีจังหวะในการพูดให้มีความเหมาะสม มีการเว้นวรรคตอน การเว้นช่วงให้อีกฝ่ายสามารถพูดตอบโต้ได้ ควรมีคำพูดที่เป็นลักษณะการตอบรับที่มีความสุภาพ เช่น คำว่า ครับ ค่ะ เพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้ว่าเรากำลังสนใจในเรื่องที่เขาพูด
การนัดหมายทางโทรศัพท์ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญในการติดต่อทางธุรกิจ หากไม่มีการนัดหมายจะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งไม่มีเวลาที่จะพูดคุยด้วย การนัดผ่านทางโทรศัพท์จึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นในการทำธุรกิจ ควรนัดหมายล่วงหน้าก่อนโดยประมาณ อาจนัดล่วงหน้าประมาณ 2-7 วัน สำหรับการนัดหมายควรจัดเวลาที่ทั้งคู่มีเวลาที่ว่าง ควรบอกวัน เวลา ที่ชัดเจน ถ้าหากมีเลขา ควรแนะนำตนเองให้เลขารู้จัก แล้วจึงขอนัดหมายการนัด และก่อนจบการสนทนาให้เราทบทวนการนัดหมายอีกครั้งเพื่อความชัดเจนและย้ำเตือนให้อีกฝ่ายไม่หลงลืม
เมื่อเกิดความจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ของผู้อื่น เราควรขออนุญาต ไม่ควรหยิบโทรศัพท์ของผู้อื่นหรือในสำนักงานของผู้อื่นมาใช้โดยไม่ขออนุญาตก่อน ควรขอคำแนะนำหากเราไม่เข้าใจการใช้เครื่องโทรศัพท์ เนื่องจากโทรศัพท์บางรุ่นมีความทันสมัย ระหว่างการสนทนาไม่ควรพูดเสียงดังจนเกินไป ควรบอกอีกฝ่ายหนึ่งว่า นี่เป็นโทรศัพท์ที่ขอยืมจาก ผู้อื่นใช้ อีกทั้งควรพูดแต่ธุระที่สำคัญมีจำเป็นเท่านั้น เมื่อใช้เสร็จแล้วควรกล่าวคำขอบคุณ
เราจะเห็นได้ว่าการใช้โทรศัพท์มีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่เป็นยุคของการแข่งขัน ยุคของความรวดเร็ว ซึ่งการใช้โทรศัพท์อย่างมีประสิทธิภาพจะเกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้อย่างมากมาย เช่น ทำให้ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เกิดความสะดวก รวดเร็ว ช่วยในการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการใช้โทรศัพท์ยังสามารถสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างคนในสังคมอีกด้วย
...
  
ใช้เวลาเดินทางอย่างคุ้มค่า
ใช้เวลาเดินทางอย่างคุ้มค่า
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)
www.drsuthichai.com
ในการดำเนินชีวิตของคนเรา มักจะเสียเวลาไปกับการเดินทางค่อนข้างมาก ยิ่งถ้าดำเนินชีวิตในเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่ๆยิ่งต้องมีความจำเป็นในการเดินทาง อีกทั้งเผชิญกับปัญหาการจราจร ปัญหารถติด ทั้งในช่วงเช้า และช่วงเย็นสมมุติว่าเราใช้เวลาเดินทางไปทำงาน 5 วัน คือวันจันทร์-วันศุกร์ เราเสียเวลาเดินทางไปวันละ 3 ชั่วโมง ช่วงเช้าและช่วงเย็น ทำให้เราเสียเวลาสัปดาห์ละ 15 ชั่วโมงโดยประมาณ ทำให้หลายๆท่านคงเกิดอาการเบื่อหน่าย และคิดว่าการเดินทางมักทำให้เสียเวลา
ในวิกฤติย่อมมีโอกาส ในปัญหาย่อมมีประโยชน์ แต่ในความจริงแล้วเราสามารถใช้ประโยชน์ในระหว่างการเดินทางได้ ทั้งนี้แล้วแต่ปัจจัยของแต่ละบุคคล เช่น บางคนใช้รถยนต์ บางคนขึ้นรถโดยสารประจำทาง บางคนขึ้นรถไฟลอยไฟ รถไฟใต้ดิน ฯลฯ
เราสามารถหาประโยชน์จากการเสียเวลาในการเดินทางได้ดังนี้
1.ฟังวิชาการ ฟังเพลง ฟังข่าว ในระยะการเดินทางเพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ การผ่อนคลาย การได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร เราสามารถฟังได้จากรถยนต์ส่วนตัว หรือ ใช้หูฟังหากว่านั่งรถโดยสารประจำทาง นั่งในรถไฟฟ้าใต้ดิน เป็นต้น
2.อ่านหนังสือประเภทต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ หนังสือเรียน หนังสือนิตยสาร ตำรา ฯลฯ เพื่อเป็นการได้รับข่าวสาร ความรู้ เนื้อหาสาระ ที่เป็นประโยชน์ ในระหว่างเดินทาง
3.คิดโครงการ คิดสร้างสรรค์ งานใหม่ๆ ในระหว่างเดินทาง แล้วหาสมุดบันทึกไว้จด อันความคิดดีๆ มักเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เกิดขึ้นได้ทุกเวลา การหาสมุดบันทึกเพื่อจดความคิดต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะความจำของคนเราอาจลืมเลือนได้
4.เช็ค E-mail และ หาข้อมูลต่างๆได้ระหว่างเดินทาง เนื่องจากยุคปัจจุบัน มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ท่านสามารถเช็คE-mail เช็คข้อมูลข่าวสารต่างๆ ในอินเตอร์เน็ต โดยผ่านเครื่องมือต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ Ipad คอมพิวเตอร์ ฯลฯ
5.สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว ในกรณีที่ท่านเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ท่านต้องไปรับไปส่งลูกที่โรงเรียน ท่านสามารถ นำเอาอาหารเช้าโดยการทำแบบง่ายๆ อาหารว่าง น้ำดื่ม ไปรับประทานในรถ อีกทั้งยังสามารถสนทนาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวได้ด้วย เช่น ถามเรื่องเพื่อน เรื่องครู ในโรงเรียน
6.ทำสมาธิ ในกรณีที่ท่านไม่ได้ขับรถยนต์เอง ท่านสามารถฝึกสมาธิได้ในระหว่างนั่งรถโดยสาร เพียงแต่หลับตา แล้วกำหนดคำบริกรรมภาวนาภายในใจ การฝึกสมาธิ จะทำให้ท่านเป็นคนที่อดทนในการรอคอย การฝึกสมาธิในรถโดยสารประจำทางจะไม่ทำให้ท่านอารมณ์เสียง่ายเนื่องจากปัญหารถติด
7.พักผ่อนด้วยวิธีนอนหลับ ในกรณีที่ไม่ได้ขับรถยนต์เอง ท่านสามารถนอนหลับพักผ่อนระหว่างเดินทางได้ เป็นการหลับแบบช่วงสั้นๆ หากนั่งในรถยนต์ส่วนตัวก็สามารถหลับได้อย่างเต็มที่ แต่หากนอนหลับในรถโดยสารก็ควรจะต้องระวังเรื่องของการกรน เรื่องของการถูกขโมยของ เป็นต้น
ดังนั้นเราสามารถหาประโยชน์ได้จากการเสียเวลาในการเดินทาง เพียงแต่ขอให้ท่านได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ไม่ปล่อยให้ความเคยชินมาเป็นตัวกำหนด ท่านสามารถสร้างคุณค่าในระหว่างการเดินทางได้มากขึ้นกว่าในอดีต ที่ได้ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า


...
  
ปิดสวิตซ์นอน
ปิดสวิตช์นอน
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)
www.drsuthichai.com
เป็นที่รู้กันดีว่าการพักผ่อนที่ดีที่สุด คือ การนอนหลับ มีคนถามว่าแล้วเราควรนอนหลับคนละประมาณกี่ชั่วโมงต่อวันถึงจะเป็นการดี ทั้งนี้คงตอบไม่ได้สำหรับแต่ละบุคคล เนื่องจากการดำเนินชีวิตของแต่ละคนไม่มีความเหมือนกัน เช่น ช่วงอายุวัย ลักษณะของงานที่ทำ ความแตกต่างกันของร่างกายรวมทั้งเรื่องของสุขภาพอนามัยความเจ็บป่วยของร่างกายของแต่ละบุคคล ความแตกต่างกันในเรื่องของสุขภาพจิต อารมณ์ จิตใจ ฯลฯ
- ช่วงอายุวัย จากงานวิจัยและการศึกษากล่าวว่าเด็กเล็กจนกระทั่งถึงวัยรุ่นควรนอนหลับวันละ 8-10 ชั่วโมง วัยผู้ใหญ่ ควรนอนหลับวันละ 6-8 ชั่วโมง วัยสูงอายุควรนอนหลับวันละ 4-6 ชั่วโมง แต่ถ้าหากว่าเรานอนน้อยเกินไปในตอนกลางคืน เราก็สามารถนอนกลางวันชดเชยได้ แต่สำหรับคนที่ทำงานก็อาจฝึกงีบหลับเป็นระยะๆ สักครั้งละ 15 นาที โดยการนั่งงีบ ก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนและเกิดพลังกาย พลังสมองขึ้นมาได้
- ลักษณะของงานที่ทำ บางคนทำงานกลางคืน บางคนทำงานเข้าออกงานหรือเข้าเวรไม่เป็นเวลาที่แน่นอน บางคนทำงานใช้แรงกายทั้งวัน ก็คงต้องมีการปรับเปลี่ยนช่วงเวลาในการนอนและระยะเวลาในการนอนก็คงต้องมีความแตกต่างกันไป เนื่องจากร่างกายมีความต้องการที่จะพักผ่อนที่แตกต่างกัน
- สุขภาพอนามัย อาการเจ็บป่วยของแต่ละบุคคล ความเจ็บป่วยทางร่างกายส่งผลให้ร่างกายของคนเราต้องการพักผ่อน การปิดสวิตช์นอนจึงควรมีมากกว่าสภาพร่างกายที่มีความปกติ
- สุขภาพจิต อารมณ์ จิตใจ ส่งผลต่อการพักผ่อนของร่างกาย คนที่มีสุขภาพจิตไม่เป็นปกติ ควรพักผ่อนนอนหลับมากกว่าคนที่มีสุขภาพจิตเป็นปกติ
และยังมีปัจจัยอื่นๆอีก ที่ทำให้คนเรามีการนอนหลับในจำนวนเวลา ช่วงเวลา ที่มีความแตกต่างกัน แต่หลายคนใช้
เวลานอนที่นานมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการขี้เกียจได้ ดังนั้นคนเราแต่ละคนจึงมีความต้องการนอนที่ไม่เท่ากัน เช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นอนหลับมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน,วินสตัน เชอร์ชิลล์ นอนหลับไม่เกิน 5 ชั่วโมงต่อวัน , โธมัส อัลวา เอดิสัน นักประดิษฐ์เอกของโลก นอนหลับเพียงวันละ 4-6 ชั่วโมงต่อวัน เป็นต้น
แล้วนอนเท่าไรถึงจะพอแก่ความต้องการของแต่ละบุคคล กล่าวคือคงขึ้นอยู่กับความรู้สึกเฉพาะตัวว่าเมื่อตื่นแล้วมีความสดชื่น แจ่มใส มีความกระปรี้กระเปร่า และพร้อมที่จะทำกิจรรมต่างๆในวันใหม่ได้
จงศึกษาและลองสำรวจดูว่าช่วงเวลาในการนอนหลับของเราเองอยู่ในช่วงใด แต่ในทางการศึกษา ค้นคว้า ของหมอเขียว(นายใจเพชร กล้าจน)ได้กล่าวไว้ว่าช่วงที่ควรปิดสวิตช์นอนมากที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงไฟกำเริบจะอยู่ในช่วงเวลา 4 ทุ่มถึงตี 2 กล่าวคืออาจจะเริ่มเข้านอนตั้งแต่เวลา 3 ทุ่มถึง ตี 4 ก็ได้
สำหรับอาการนอนไม่หลับ ถ้าหากใครมีอาการนอนไม่หลับมากกว่า 1 สัปดาห์ จนทำให้ไม่สามารถทำงานได้ในช่วงเวลาทำงาน ก็ควรรีบแก้ไขโดยการไปปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์ช่วยวินิจฉัยและแนะนำเรื่องพฤติกรรมการนอน ถ้าไม่ดีขึ้นแพทย์ก็จะให้ทานยานอนหลับ
สรุปแล้ว ช่วงเวลาในการปิดสวิตช์นอนคงมีความแตกต่างกันแต่ละบุคคล ทั้งนี้คงต้องแล้วแต่ช่วงอายุวัย ลักษณะ
ของงานที่ทำ สุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต และอื่นๆ อีกทั้งไม่ควรนอนหลับนานหรือมากเกินไปเพราะจะทำให้เกิดนิสัยขี้เกียจได้ ถ้ามีปัญหานอนไม่หลับควรรีบปรึกษาแพทย์
...
  
วันนี้..มีค่ามากกว่าวันพรุ่งนี้
วันนี้…มีค่ามากกว่าวันพรุ่งนี้
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)
www.drsuthichai.com
คนส่วนใหญ่มักมีนิสัยที่ชอบผัดวันประกันพรุ่ง อาจเนื่องมาจากหลายสาเหตุ เช่น นิสัยที่เกียจคร้าน , ไม่มีเป้าหมายในชีวิต , ขาดความกระตือรือร้นในการทำงาน , ขาดความเพียรพยายาม ฯลฯ
แต่ตรงกันข้ามกับบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เขามักเป็นคนที่มีเป้าหมายแล้วรีบลงมือทำทันที บุคคลที่ประสบความสำเร็จจะไม่ปล่อยเวลาในแต่ละวันให้ผ่านไป เขาจะใช้มันอย่างคุ้มค่า เสมือนประหนึ่งว่าวันนี้คือวันสุดท้ายของชีวิต
อย่าผัดวันประกันพรุ่ง แต่ถ้าหากคุณคิดว่า งานที่คุณจะทำนั้นใหญ่เกินกว่าจะทำวันนี้ให้เสร็จท่านควร แบ่งงานใหญ่ๆให้เล็กลง เช่น ถ้าหากต้องการเขียนนิยายสักเล่ม ท่านควรแบ่งเป็นบทๆ หรือ เป็นตอนๆ ก็จะทำให้ท่านรู้สึกง่ายขึ้นในการทำงานในแต่ละวัน และควรวางแผนการทำงานในแต่ละวันให้เป็นระบบ ไม่ปล่อยงานให้ค้างไว้หรือทำแบบครึ่งๆ กลางๆ เพราะจะทำให้เกิดการสูญเสียของช่วงเวลาที่คุณทิ้งงานค้างไว้แทนที่จะทำให้เสร็จ อีกทั้งหากต้องมาทำในครั้งต่อไปท่านต้องมาทบทวนและเรียกอารมณ์ในการทำงานใหม่
การฝึกนิสัยการทำงานให้วันนี้เป็นวันที่มีความสำคัญและมีค่ามากที่สุด จึงเป็นสิ่งที่ควรทำหากว่าท่านต้องการที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตโดยเฉพาะชีวิตในการทำงาน ท่านสามารถฝึกได้ดังนี้
1.มีเป้าหมาย ท่านต้องมีการวางเป้าหมายของชีวิตว่าตนเองต้องการอะไรอย่างแท้จริงในชีวิต มีการวางเป้าหมายระยะยาว ระยะกลางและระยะสั้น อีกทั้งควรวางแผนการทำงานเป็นรายวันด้วย ว่าวันหนึ่งๆ ท่านจะต้องทำอะไรบ้าง โดยต้องรู้จักลำดับความสำคัญของงาน ว่างานไหนสำคัญ งานไหนเร่งด่วน งานไหนสำคัญแต่ไม่เร่งด่วน งานไหนไม่สำคัญแต่เร่งด่วน เป็นต้น
2.วางแผน การวางแผนจะทำให้เราเห็นภาพว่าในแต่ละวันเราจะทำงานอะไรได้บ้าง จงวางแผนงานที่ทำ อีกทั้งควรที่จะใช้เครื่องมือต่างๆ ในการวางแผน เช่น มีสมุดไดอารี่ , มีสมุดบันทึก ปากกาพกติดตัวเป็นประจำ หากว่าเกิดความคิดดีๆ หรือสิ่งที่ต้องการทำจะได้บันทึกลงไปในไดอารี่ หรือสมุดบันทึก เพื่อป้องกันการลืม และอีกทั้งช่วยให้การวางแผนงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
3.ต้องฝึกเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง ให้ “ ททท. หรือ ทำทันที ” บุคคลที่ประสบความสำเร็จ เมื่อเขามีเป้าหมาย เขามีการวางแผนแล้ว เขาก็จะไม่รีรอเขาจะลงมือทำทันที เขาจะไม่รอคอยความช่วยเหลือจากผู้อื่น เขาจะลงมือทำทันที ทั้งๆที่ยังไม่ทราบว่าจะมีปัญหาอุปสรรคเกิดขึ้นมาอีกมากมายหรือไม่
4.เปลี่ยนความคิดชีวิตเปลี่ยน บุคคลที่ประสบความสำเร็จ เขาจะมีความคิดที่บวก มีความรับผิดชอบต่องานของตน เขาจะลบคำพูดที่ว่า “พรุ่งนี้ค่อยทำ” แล้วเปลี่ยนเป็น “ต้องลงมือทำเดี๋ยวนี้”
5.สร้างนิสัยใหม่โดยอาศัยความเพียรกับความสม่ำเสมอ บุคคลที่มีความเพียร มักจะไม่ปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ เขาจะใช้เวลาทุกๆ นาทีให้เกิดความคุ้มค่า ความเพียร ไม่ได้หมายถึง การทำงานหนักในช่วงแรกแล้วพักเหนื่อยในช่วงหลัง แต่บุคคลที่มีความเพียรจะเป็นคนที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ ไม่หยุด จนงานนั้นๆเสร็จสิ้นไป นักเขียนบางท่านที่ประสบความสำเร็จมีผลงานการเขียนมากมาย เขาเพียงแต่ใช้เวลาระหว่างการรอการเดินทาง การรอภรรยาทำอาหารเพียงวันละ 15 – 20 นาที โดยการทำอย่างสม่ำเสมอทุกๆวัน จนเป็นนิสัย จึงสามารถสร้างผลงานออกมาอย่างมากมาย
6. ฝึกสร้างความกระตือรือร้นในการทำงาน คนที่ทำงานด้วยความกระฉับกระเฉง ไม่เฉื่อยชา มักเป็นคนที่มีพลังในการทำงาน เขาจะเป็นคนที่มีความขยันขันแข็งในการทำงาน อีกทั้งความกระตือรือร้น มักทำให้ผู้ตามหรือผู้ร่วมงาน เกิดแบบอย่างที่ดี อยากที่จะปฏิบัติตามและอยากร่วมทำงานด้วย
จากข้อความข้างต้น เราจะเห็นได้ว่าการทำงานหรือการดำเนินชีวิตในวันนี้ให้ดีที่สุดจะมีค่ามากกว่าวันพรุ่งนี้ และถ้าหากว่าเราทำงานวันนี้ให้ดีที่สุดในทุกๆวัน ก็จะทำให้วันพรุ่งนี้ วันมะรืนนี้ วันมะเรื่องนี้ และอนาคตของเราจะดีตามไปด้วย
ดังนั้น จงฝึกการวางเป้าหมายในชีวิต จงฝึกการวางแผนการทำงานในแต่ละวัน จงฝึกเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง จงฝึกเปลี่ยนความคิดและคำพูด จงฝึกสร้างนิสัยใหม่และจงฝึกสร้างความกระตือรือร้นในการทำงาน
...
  
เหตุผลที่ทำให้คนใช้เวลาแบบทิ้งๆขว้างๆ
เหตุผลที่ทำให้คนใช้เวลาแบบทิ้งๆขว้างๆ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)
www.drsuthichai.com
คนที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิตและการทำงาน มักเป็นบุคคลที่รู้จักคุณค่าของเวลา เขาจะใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแตกต่างกับบุคคลโดยทั่วไปส่วนใหญ่มักจะใช้เวลาแบบทิ้งๆขว้างๆ สาเหตุหรือเหตุผลที่ทำให้คนใช้เวลาแบบทิ้งๆ ขว้างๆ มีดังนี้
1.เพราะไม่มีเป้าหมายหรือไม่เคยคิดถึงอนาคตข้างหน้า คนที่ใช้เวลาแบบทิ้งๆขว้างๆ มักเป็นคนชอบสบายหรือมีลักษณะนิสัยเกียจคร้าน ไม่คิดถึงอนาคตข้างหน้าว่าตนอยากเป็นอะไร นักเรียน นักศึกษา ที่ไม่มีเป้าหมายในชีวิตหรือไม่คิดถึงอนาคตจะเรียนหนังสือแบบไม่ค่อยจะตั้งใจ ไม่มีความขยันไม่รู้จักคุณค่าของเวลา แตกต่างกับนักเรียน นักศึกษาที่มีเป้าหมายหรือคิดถึงอนาคต มักจะเป็นคนที่ทุ่มเท ขยันขันแข็งในการศึกษาเล่าเรียน
2.เพราะไม่กล้าปฏิเสธ ในบางครั้งเรากำลังทำงานอยู่แต่มีเพื่อนมาชวนคุย ทำให้การทำงานต้องสะดุดหยุดลง หากว่าเราไม่กล้าปฏิเสธ การงานที่ทำก็จะเสียหายได้ ทางที่ดีหากว่าเรากำลังทำงาน อ่านหนังสือ หากมีคนชวนไปเที่ยว ชวนไปทำธุระ เราต้องกล้าที่จะปฏิเสธ
3.เพราะชอบทำงานแบบครึ่งๆกลางๆ ไม่ทำงานให้เป็นชิ้นเป็นอัน แต่ชอบทำงานค้างไว้เพื่อที่จะนำไปทำในวันต่อๆไป ทำให้การทำงานเป็นไปในลักษณะดินพอกหางหมู หลังจากทิ้งไว้นานๆ แล้วกลับมาทำงานชิ้นนั้นใหม่จะทำให้เสียพลังงานและเสียเวลาอีกมากในการทบทวน ฉะนั้นควรรีบทำงานแต่ละชิ้นให้สำเร็จไม่ควรทำแบบครึ่งๆ กลางๆ
4.เพราะคิดว่าตนเองมีเวลาเหลือมาก หลายคนจึงปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามยถากรรม ไม่กระตือรือร้น ความจริงในชีวิตของคนเรา มีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่คนที่ไม่รู้จักบริหารเวลามักใช้เวลาแบบทิ้งๆ ขว้างๆ คิดว่าตนเองมีเวลาเหลือมากแต่แท้ที่จริงแล้ว คนเราแต่ละคนมีช่วงเวลาที่จำกัดทั้งนี้คงขึ้นอยู่กับอายุขัยของแต่ละบุคคล
5.เพราะไม่รู้จักใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ คนที่ไม่รู้จักคุณค่าของเวลา มักใช้เวลาไปกับสิ่งที่ไม่เป็นสาระหรือใช้เวลามากจนเกินไปสำหรับการทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง ถึงแม้ว่ากิจกรรมที่ทำจะเป็นสิ่งจำเป็นก็ตาม เช่น การพูดคุยการนินทา , การนอนหลับที่ใช้เวลานานจนเกินไป , การดูละครโทรทัศน์มากเกินไป , การพูดคุยโทรศัพท์นานจนเกินไป ฯลฯ
หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องการประสบความสำเร็จ การบริหารเวลาการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์มากที่สุดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ท่านต้องหมั่นพิจารณา ปรับปรุง พัฒนา ทักษะการใช้เวลาของท่านให้เกิดความสมดุลในชีวิต เพราะหากว่าท่านใช้เวลาแบบทิ้งๆ ขว้างๆ ผลที่ตามมาจะทำให้ชีวิตของท่าน เป็นคนไร้จุดหมาย , คนรอบข้างไม่อยากคบ , ขาดความรับผิดชอบ ฯลฯ
ดังนั้นจงมีเป้าหมายจงคิดถึงอนาคตข้างหน้า , จงกล้าที่จะปฏิเสธ , จงอย่าทำงานแบบครึ่งๆ กลางๆ , จงอย่าคิดว่าตนมีเวลาเหลือมาก และจงรู้จักใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ท่านก็จะเป็นคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิตและการบริหารเวลา
...
  
เสริมพลังทีมสร้างพลังกลุ่ม
เสริมพลังทีมสร้างพลังกลุ่ม
โดร...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)
www.drsuthichai.com
ทีมมีความสำคัญมากต่อการทำงานภายในหน่วยงาน ภายในองค์กร การทำงานเป็นทีมบางครั้งก็เกิดปัญหา บางครั้งก็เกิดความอ่อนล้า บางครั้งก็เกิดการแตกแยก การทำงานเป็นทีมที่ดีจึงต้องมีการเสริมแรงซึ่งกันและกัน เพื่อให้ทีมงานเกิดขวัญ กำลังใจ ในการทำงาน ซึ่งเราสามารถเสริมพลังทีมสร้างพลังกลุ่มได้ดังนี้
1.สรรหาผู้ร่วมทีมงานที่มีความหลากหลาย ทีมที่ดีมักจะต้องมีคนที่มีความสามารถที่แตกต่างกันมาอยู่รวมกันเพื่อสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ผู้ร่วมทีมงานอาจมาจากต่างฝ่าย ต่างแผนก ต่างสายงาน แต่มาร่วมกันทำงานเพื่อให้เกิดทีมที่มีประสิทธิภาพ
2.สรรหาผู้ร่วมงานมาเติมเต็ม ในส่วนที่ทีมงานขาด เช่น หากทีมงานที่มีอยู่ไม่มีผู้ใดทำงานเกี่ยวกับด้านบัญชี เราควรสรรหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถทางด้านบัญชีเข้ามาร่วมงาน เพื่อที่จะช่วยเสริมในส่วนที่ขาดหรือมีปัญหาของทีม
3.ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทีมงาน การทำงานโดยยึดความเป็นหนึ่งของทีมโดยมีการกำหนดเป้าหมายของทีมไว้ เพื่อให้ทุกคนในทีมได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
4.การสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน มีบรรยากาศที่มีความจูงใจในการทำงาน เช่น มีการชมเชย การมอบของรางวัล การแข่งขัน ฯลฯ รวมไปถึงการสร้างกิจกรรมที่ไม่เป็นทางการร่วมกัน อย่างการดูกีฬา การกินข้าวมื้อเที่ยงและมื้อเย็นร่วมกัน
5.สร้างวัฒนธรรมในการทำงานร่วมกันภายในทีม เช่น วัฒนธรรมแห่งการยิ้ม วัฒนธรรมแห่งการพูดคำว่า “สวัสดี” , “ขอบคุณ” , “ขอบใจ” , “คุณทำได้” ฯลฯ
6.จัดอบรม จัดสัมมนา เพื่อสร้างทีมงาน การอบรม การสัมมนา อาจจะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก แต่หากต้องการให้ทีมงานเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดอบรม การจัดสัมมนา จึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น อาจจะมีการจัดในรูปแบบต่างๆเช่น กิจกรรม Walk Rally , การอบรมทางด้านวิชาการ , สัมมนาเพื่อแก้ไขปัญหาในการทำงานร่วมกัน ฯลฯ
7.การให้รางวัลแห่งความสำเร็จของทีมงาน เมื่อทีมสามารถทำงานได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เราควรจัดเฉลิมฉลองความสำเร็จ อาจจะต้องลงทุนจัดงานเลี้ยงเพื่อเสริมแรงหรือกระตุ้นให้ทีมงานเกิดความภาคภูมิใจในความสำเร็จร่วมกันของเป้าหมายที่ทำ
กิจกรรมข้างต้นดังกล่าวจึงเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ทีมงานทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีแรงกระตุ้นให้คนทำงานในทีมอยากที่จะทำงานร่วมกัน เมื่อทีมมีประสิทธิภาพในการทำงาน คนในทีมทำงานด้วยความกระตือรือร้นจะทำให้เกิดผลงานขึ้นอย่างมากมายมหาศาล
ดังนั้น การสรรหาผู้ร่วมทีมงานที่มีความหลากหลาย , การสรรหาผู้ร่วมงานมาเติมเต็ม , การช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทีมงาน , การสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน , การสร้างวัฒนธรรมในการทำงานร่วมกันภายในทีม , การจัดอบรม จัดสัมมนา เพื่อสร้างทีมงาน และการให้รางวัลแห่งความสำเร็จของทีมงาน จึงเป็นสิ่งจำเป็นและมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเสริมพลังทีมสร้างพลังกลุ่ม


...
  
การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)
www.drsuthichai.com
การทำงานในหน่วยงานหรือองค์กร มักจะเกิดปัญหาในการทำงานขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคน เรื่องของระบบการบริหาร เรื่องของงบประมาณหรือเรื่องของการจัดสรรทรัพยากรที่มีจำกัด ฯลฯ การแก้ไขปัญหาจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญในการทำงาน
หากว่าท่านเป็นคนหนึ่งที่ประสบปัญหาในการทำงาน ท่านลองทำตามคำแนะนำเบื้องต้นนี้ สำหรับการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ มีดังนี้
1.วิเคราะห์ปัญหา แยกแยะและทำความเข้าใจปัญหา หากว่าท่านมีปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับการทำงาน ท่านลองวิเคราะห์ปัญหาว่าปัญหาที่ท่านเจอมีทางออกอย่างไร ท่านมีวิธีใดในการแก้ไขปัญหา ปัญหานั้นใหญ่แค่ไหน ปัญหาที่เจอมันจะส่งผลกระทบต่อหน่วยงานหรือตัวท่านเองมากน้อยแค่ไหน ขอให้ท่านลองคิดไตร่ตรองพิจารณา แล้วควรเขียนใส่ในกระดาษหรืออาจจะวิเคราะห์โดยใช้แผนที่ความคิด(Mind Map) เป็นต้น
2.รวบรวมข้อมูลมาให้มากที่สุด ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจแก้ปัญหาหรือตัดสินใจใดๆ ลงไป ท่านควรแสวงหาข้อมูลมาให้มากที่สุด เพราะการมีข้อมูลจะทำให้เราเกิดการตัดสินใจได้อย่างรอบด้านและตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น
3.การหาทางเลือกในการแก้ไขปัญหาไว้หลายๆทาง จะทำให้ท่านตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่านอาจจะขอคำแนะนำ ขอคำปรึกษา จากผู้มีประสบการณ์หรือผู้เชี่ยวชาญ แล้วจงวิเคราะห์ว่าทางเลือกใดเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดหรือตรงกับความต้องการมากที่สุด ด้วยตนเองโดยเรียงลำดับจากวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดไปจนถึงน้อยที่สุด
4.ตัดสินใจเลือกวิธีที่ดีที่สุด เหมาะสมที่สุดกับสถานการณ์นั้นๆ เพราะวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับการแก้ไขปัญหาหนึ่งอาจไม่ดีสำหรับการแก้ไขปัญหาอีกปัญหาหนึ่ง ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก สภาพของปัญหาที่ต่างแตกกัน เช่น เรื่องของพื้นที่ , เรื่องของงบประมาณ , เรื่องของเงื่อนไขบางอย่าง ฯลฯ ดังนั้นคุณอาจจะตัดสินใจเลือกวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดลำดับที่ หนึ่ง ตามรายละเอียดในข้อที่ 3 แต่ถ้าวิธีการที่หนึ่งมีปัญหาไม่สามารถนำไปใช้ได้หรือใช้แก้ไขปัญหาไม่ได้ คุณอาจมีวิธีที่สองสำรองไว้ใช้
5.นำวิธีการที่เลือกไปใช้โดยมีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน มีการกำหนดรายละเอียด ออกแบบเครื่องมือที่ใช้ในการทำงาน แล้วจึงลงมือทำทันที
6.มีการประเมินผล ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด มีการปรับปรุงแผนที่วางไว้ให้เข้ากับเหตุการณ์ หากเกิดความขัดข้อง กล่าวคือ วิธีการที่หนึ่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ให้นำเอาแผนสำรองคือวิธีการที่สองมาประยุกต์ใช้ต่อไป แต่หากวิธีการที่หนึ่งแก้ไขปัญหาได้ประสบความสำเร็จ ก็ขอแสดงความยินดีกับท่านด้วย
จากข้อความข้างต้น ท่านจะเห็นได้ว่าหลักการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ จะทำให้ท่านมีการตัดสินใจได้อย่างดีขึ้น มีการมองปัญหาอย่างเป็นระบบขึ้น และมีหลักการในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่าเดิม ซึ่งแต่เดิมบางท่านอาจจะแก้ไขปัญหาแบบไม่มีหลักการ ไม่มีการวิเคราะห์ปัญหา แยกแยะและทำความเข้าใจปัญหา ไม่มีการรวบรวมข้อมูลมาให้มากที่สุด ไม่มีการหาทางเลือกในการแก้ไขปัญหาไว้หลายๆทาง ไม่มีการตัดสินใจเลือกทางเลือกที่มีวิธีการที่ดีที่สุด ไม่มีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนในการนำวิธีการไปใช้ และไม่มีการประเมินผล ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด



...
  

    จำนวนหน้า : [1]  [2]  [3]  [4]  [5]  [6]  [7]  [8]  [9]  [10]  

หนังสือ พูดอย่างมีกึ๋น
ศิลปะการขาย
วาทะวาที

  Copyright @ 2010 drsuthichai.com All Rights Reserved.  Powered by ThaiWeb.  Admin Business Online 
Popularne pozyczka 5000 kasa stefczyka tarnów, dzięki nowelizacjom w prawie, są coraz pozyczka do 3 osób. Nowe regulacje mają na celu ochronę konsumentów i objęcie większym nadzorem procedur udzielania pożyczek pozabankowych chwilówki plac wolności rzeszów x kom. Nowe przepisy opierają się na pożyczki dla zatrudnionych na czarno góra zmianie ustawy o nadzorze nad rynkiem finansowym net credit splata pozyczki irlandia. Weszły one w życie z dniem 11 marca 2016 r. chwilówka dla studenta ranking Poniżej zamieszczamy ich przegląd. Firma pożyczkowa musi dysponować minimalnym kapitałem początkowym w wysokości 200 tys. zł – kapitał ten nie może pochodzić z pożyczek eurobank pożyczka online pl. W ten sposób postarano się wyeliminować z rynku małe firmy, które powstawały tylko po to, aby w jak najkrótszym czasie oszukać rzesze klientów udzielanie pożyczek zwolnione z vat. Nadzór nad firmami pożyczkowymi może prowadzić Komisja Nadzoru Finansowego z o.o. udziela pożyczki vivus. KNF w razie wątpliwości może objąć monitoringiem warunki oferowanych pożyczek pożyczka 3000 online. Firma pożyczkowa, która utrudni działania czy umowa pożyczki może być bez odsetek hipotecznych, może zostać obarczona karą do 500 tys. zł credit agricole kredyt mieszkaniowy kalkulator. Niektórzy eksperci uważają, że optymalna karą za nielegalne praktyki, byłoby 1 mln zł. wynagrodzenie z tytułu pożyczki hipotecznej Ustalono także, że wszystkie koszty pożyczki nie mogą być wyższe niż 100% kwoty udzielonej koszty umowy pożyczki rodzinnej, uwzględniając cały okres kredytowania czesc pozyczki hipoteczne. Ponadto maksymalne opłaty oraz odsetki z tytułu opóźnień w umowa pożyczki od wspólnika spółki cywilnej uchwała spłacie nie mogą przekraczać 6-krotności stopy lombardowej kredytu ustalanej przez NBP pożyczka z zfśs a zwolnienie szpitalne. Koszty udzielenia pożyczki nie mogą przekroczyć 25% kwoty udzielonej pożyczki pożyczki bez bik poznan poland, a koszty pozaodsetkowe w skali roku nie mogą być większe niż 30% gdzie dostać kredyt dla zadłużonych. Chwilówki mogą być obarczone odsetkami ustawowymi tarnow pozyczki bez qica, czyli maksymalnie 4-krotnością kredytu lombardowego NBP pożyczka na doposażenie stanowiska pracy chomikuj.