หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
ข่าวสาร
สินค้า
บริการ
แกลลอรี
เว็บลงค์
เว็บบอร์ด
ติดต่อเรา

บริการ

 รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
 บทความต่างๆ ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเสริมสร้างกำลังใจของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 สุนทรพจน์ของนักการเมือง
 บทความเกี่ยวกับการขายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับกฏหมายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเขียนของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 นักพูดทางการเมือง
 หนังสือ การพูด
 บทความต่างๆ ของนักพูด
 ประวัตินักขาย
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการขาย
 วาทะของคนดัง
 ประวัติ ทนายความ
 ประวัติอาจารย์นักพูด
 คลิปเสียงภาพ เกี่ยวกับกฏหมาย
 วิธีการสู่ความสำเร็จ
 บุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ
 การบริการด้วยหัวใจ
 ผู้บริหาร
 Mind Map แผนที่ความคิด(หนังสือทางด้านการพูด)
 แนะนำหนังสือการเขียน
 ประวัตินักเขียน
 คลิปนักพูด
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์
 คลิป นักพูดต่างประเทศ
 คลิป ประกอบการบรรยาย
 คลิปเสียงของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ เกี่ยวกับการพูด เช่น นักพูดชั้นนำทำกันอย่างไร , วิธีการปรับปรุงน้ำเสียง ,จะพูดให้ได้ดีต้องมีการเตรียมตัว,นักพูดที่ดีต้องมีการศึกษาและองค์ประกอบของนักพูดที่ดี
 คลิป ครูเคท บรรยาย
 คลิป หมู่บ้านพลัม
 สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
 สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
 พูดอย่างมีกึ๋น
 หนังสือ การทำงานเป็นทีม
 แนะนำหนังสือ เกี่ยวกับการทำงาน
 ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
 คำคม
 รศ.ดร.สุขุม นวลสกุล
 สมชาย หนองฮี
 ดร.ผาณิต กันตามระ
 อ.อุสมาน ลูกหยี
 อาจารย์จตุพล ชมภูนิช
 วสันต์ พงศ์สุประดิษฐ์
 รศ.สุนีย์ สินธุเดชะ
 หมอพงษ์ศักดิ์ ตั้งคณา
 อาจารย์พนม ปีย์เจริญ
 อาจารย์เสน่ห์ ศรีสุวรรณ
 รศ.วิกรณ์ รักษ์ปวงชน
 อาจารย์วิชัย ปีติเจริญธรรม
 ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล
 กนกศักดิ์ ลิขิตไพรวัลย์
 อาจารย์ถาวร โชติชื่น
 สิริลักษณ์ ตันศิริ
 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
 โต้วาที
 คะเณยะ อ่อนนาง
 ภก. ดร. ประชาสรรค์ แสนภักดี
 ประดิษฐ์ กิตติฤดีกุล
 ดร.โอภาส กิจกำแหง
 ประมวลสุนทรพจน์ ทักษิณ ชินวัตร
 ดร.อภิชาติ ดำดี
 อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
 การตลาด
 ทอล์คโชว์
 รวมคลิป ที่เกี่ยวกับการพูดต่อหน้าที่ชุมชน
 คลิป เรื่องการบริหาร
 คลิป บุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจ
 เพลง ที่ให้กำลังใจ
 คลิป ดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีความสุข
 คลิป แรงบันดาลใจ
 คลิป สนุกๆ สร้างสรรค์
 การทำงานอย่างมีความสุข
 การจัดการองค์ความรู้ KM
 สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย

กลุ่มสินค้า

 หลักสูตร พลังแห่งการพูด
 หลักสูตร พลังแห่งการบริการ
 หลักสูตร การทำงานเป็นทีมและการบริหาร
 หลักสูตร พลังแห่งการสื่อสาร
 ผลงานหนังสือ
 หลักสูตร พลังแห่งการขายและการตลาด
 หลักสูตร การทำงานด้วยหัวใจ
 อาเซียน
 หลักสูตรอื่น
 หลักสูตร การคิด
 มอบหนังสือ เพื่อการกุศล
Custom Search
สถาบัน Cap vision
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ
 
 
  บริการ
รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
บทความต่างๆ  ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
หนังสือ การพูด
สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
พูดอย่างมีกึ๋น
ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
สมชาย หนองฮี
อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย
   บริการ ทั้งหมด
ขุมทรัพย์แห่งความสำเร็จคือการให้
ขุมทรัพย์แห่งความสำเร็จคือการให้
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
มือของผู้ให้ย่อมอยู่เหนือมือของผู้รับ และจะเป็นสุขใจเมื่อเราได้เป็นผู้ให้
การเป็นผู้ให้จะทำให้เราลดความเห็นแก่ตัว การเป็นผู้ให้จะทำให้เราสามารถลดกิเลสในตัวเราลงได้
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ว่า หลักธรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจของผู้อื่น ผูกไมตรี คือ สังคหวัตถุ 4 ได้แก่ 1. ทาน คือ การให้ 2. ปิยวาจา คือ การพูดจาด้วยถ้อยคำที่ไพเราะอ่อนหวาน 3. อัตถจริยา คือ การประพฤติในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น 4. สมานัตตา คือ การเป็นผู้มีความสม่ำเสมอ เราจะเห็นได้ว่า ทานหรือการให้ เป็นธรรมะข้อแรกสุด บุคคลที่เป็นผู้ให้มักเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จมากกว่าบุคคลที่เป็นผู้รับ เช่น
แอนโทนี่ ร็อบบินส์ นักพูดสร้างแรงบันดาลใจระดับโลก มักบอกเสมอว่า เคล็ดลับของเขา คือ มุ่งความสนใจไปที่ความต้องการของผู้อื่น เขามักถามตัวเองบ่อยๆ ว่า เขาจะเพิ่มคุณค่าให้กับคนอื่นๆ ได้อย่างไร ”
ผู้พันแซนเดอร์แห่ง KFC เขาต้องการให้คนได้กินไก่ที่อร่อยที่สุดในโลก ด้วยการมีความคิดบวกและด้วยหัวใจของการเป็นผู้ให้ เขาจึงได้ออกเร่ขายสูตรไก่ให้กับนักธุรกิจ แต่ก็ถูกปฏิเสธหรือได้ยินคำพูดว่า “ ไม่ ” เป็นจำนวนถึง 1,009 คน ก่อนที่จะได้ยินคำว่า “ ตกลง”
วอลท์ ดิสนีย์ เขาต้องการให้ผู้คนเกิดความสุข โดยเฉพาะเด็กๆ ด้วยหัวใจของการเป็นผู้ให้ เขาจึงสร้างสวนสนุกดิสนีย์ขึ้น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เนื่องจากเขาต้องขอกู้หรือขอการสนับสนุนทางด้านการเงิน จากสถาบันต่างๆ ซึ่งเขาก็ถูกปฏิเสธถึง 302 ครั้ง แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ จนความฝันของเขาเป็นความจริงขึ้นมาได้
ดังนั้น หากท่านสามารถให้คนอื่นได้มากเท่าไร หรือ ช่วยเหลือผู้อื่นได้มากเพียงใด หรือว่าท่านสามารถสร้างคุณค่าให้คนอื่นได้มากเท่าไร ผลตอบแทนก็จะกลับมาหาท่านในที่สุด
ตัวอย่าง คนไม่มีบ้านอยู่ ท่านสร้างบ้านให้เขาอยู่ ท่านก็จะได้รับเงินเป็นค่าแรง ค่าตอบแทนในการสร้างบ้าน,คนไม่มีข้าวกิน ท่านปลูกข้าวให้คนกิน ท่านก็จะได้รับค่าตอบแทน เป็นต้น
กล่าวคือ หากว่าผู้อื่นต้องการอะไร แล้วท่านสามารถตอบสนองหรือให้ในสิ่งที่ผู้อื่นต้องการได้ ท่านก็จะประสบความสำเร็จในที่สุด
การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง


...
  
การตลาดลูกผสม
การตลาดลูกผสม
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
แบรนด์ (Brand) ยังมีความสำคัญมากๆ ในการทำการตลาด การสร้าง แบรนด์ ยังเป็นเรื่องที่มีการพูดถึงกันมาก เพราะ สินค้าใด มีการลงทุนสร้าง แบรนด์ สินค้านั้น จะได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว แบรนด์ จึงเป็นสิ่งที่ผู้ที่เป็นเจ้าของ ไม่ควรละเลย อีกทั้งต้องเอาใจใส่ ดูแล อย่างสม่ำเสมอ
ลูกค้ายังเป็นพระเจ้าตลอดกาล สำหรับการทำการตลาดแล้ว ลูกค้าหรือผู้ซื้อหรือผู้ใช้บริการ เป็นผู้มีสิทธิเลือก ยิ่งยุคปัจจุบันและยุคอนาคต คู่แข่งมีมากขึ้น สินค้ามีให้เลือกหลากหลายขึ้น ลูกค้าจึงมีสิทธิเลือกใช้สินค้าหรือบริการใดๆ ก็ได้ หากไม่พอใจก็สามารถโอนย้าย ได้อย่างง่ายดาย การตลาดจึงเป็นเรื่องที่ต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ โดยหาวิธีการต่างๆ มาดึงดูดให้ลูกค้าอยู่กับเราให้ได้ยาวนานที่สุด เช่น การตอบสนองด้วยสินค้าที่มีความหลากหลาย หลายสี หลายกลิ่น หลายรส หลายแบบ มากขึ้น , การตอบสนองด้วยการบริการที่รวดเร็ว ทันสมัย ความสะดวกสบาย มากขึ้น , การตอบสนองด้วยราคาที่ถูกลง หรือ ต้องหาสินค้า หาบริการ ที่มีความคุ้มค่ากับราคา เป็นต้น
การตลาดภายในองค์กร ส่วนใหญ่แล้ว พวกเราหรือเจ้าของกิจการหรือผู้บริหาร มักให้ความสำคัญกับ การตลาดนอกองค์กรหรือลูกค้ามาก แต่หลายๆแห่งละเลย การตลาดภายในองค์กร หรือ คนที่ทำงานภายในองค์กรหรือทีมงาน ซึ่งมีความสำคัญไม่ใช่น้อย เพราะหากเราพิจารณาให้ลึกซึ้งแล้วจะพบว่า องค์กร หน่วยงาน บริษัท ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว มักจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของคน เป็นลำดับต้นๆ ภาพยนตร์เรื่อง 3 ก๊ก เป็นตัวอย่างที่ดี ก๊กใด รวบรวมคนเก่งไว้ได้มากๆ ก๊กนั้น มักจะเป็นผู้ชนะศึกสงคราม ฉะนั้นการทำสงครามด้านการค้าขายก็คงไม่แตกต่างกันมากนัก เพราะถ้าหากองค์กรใด รวบรวมคนเก่งไว้มากๆ องค์กรนั้นก็จะมีโอกาสเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนประสมทางการตลาด นำมาใช้ทุกยุคทุกสมัย นักศึกษา นิสิต การตลาด ไม่มีใครไม่เคยเรียน Marketing Mix เพราะถือว่าเป็นทฤษฏีพื้นฐานในการเรียนวิชาการตลาดไปเสียแล้ว 4 P
Product ผลิตภัณฑ์ ทุกองค์กร ทุกหน่วยงาน จะต้องมีผลิตภัณฑ์ เพื่อทำการขาย เพื่อใช้ในการบริการ ลูกค้า ตัวผลิตภัณฑ์ จึงเป็นตัวขับเคลื่อนที่ในการสร้างกำไร และทำให้องค์กรเติบโต
Price ราคา การตั้งราคา ผลิตภัณฑ์ มีความสำคัญมากต่อการซื้อของลูกค้าและต่อการขายของพนักงาน เพราะเรื่องของการตั้งราคา ถูกหรือแพง มักมีองค์ประกอบอยู่หลายปัจจัย เช่น เรื่องของต้นทุน , เรื่องของจิตวิทยา , เรื่องของคู่แข่ง , เรื่องของความทันสมัย , เรื่องของความนิยม เป็นต้น
Place สถานที่หรือช่องทางในการจัดจำหน่าย การทำสงครามด้านการตลาด แพ้ชนะ บางครั้งขึ้นอยู่กับว่าใครมีช่องทางการจัดจำหน่ายมากกว่ากัน สินค้าหลายตัวแจ้งเกิดที่ร้าน 7-11 เพราะร้าน 7-11 มีสาขามากมายทั่วประเทศ ช่องทางการจัดจำหน่าย จึงทำให้เกิดความได้เปรียบทางด้านการแข่งขัน
Promotion การสื่อสารการตลาด เป็นเรื่องของการสื่อสารเพื่อทำให้คนได้รู้จักตัวผลิตภัณฑ์(Product) ซึ่งหากสื่อสารการตลาดได้ดีและทั่วถึง ผลิตภัณฑ์ก็มีโอกาสในการขายได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งเราสามารถสื่อสารการตลาดได้หลายทาง เช่น การโฆษณา , การประชาสัมพันธ์ ตามสื่อต่างๆ เช่น แผ่นพับ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร บอร์ด , การขายตรงโดยพนักงานขาย รวมไปถึงการสื่อสารกับสื่อสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นทางอินเตอร์เน็ต ทางโทรศัพท์มือถือ ทางทีวีดาวเทียม เป็นต้น
อยากดัง.... ต้องโดน....การจะโด่งดังในปัจจุบัน ทำได้ง่ายกว่าในยุคอดีต เนื่องจากในอดีต คนมักเข้าถึงสื่อได้น้อยกว่า แต่ยุคปัจจุบัน เรามีสื่อออนไลน์ ทางอินเตอร์เน็ต จำนวนมาก เราสามารถใช้ช่องทางนี้ในการสร้างความโด่งดังได้ แต่ว่าหากเราทำอะไรเหมือนกันกับคนอื่นๆหรือสินค้าอื่นๆ เราก็คงมีโอกาสโด่งดังได้น้อยและช้ามาก การสร้างความแตกต่าง การคิดต่าง จึงเป็นคำตอบที่ดี จงสร้างความแตกต่างทางการตลาดแล้วคุณจะ โด่งดังเป็นพลุ ดังเช่น คนธรรมดาทั่วไปได้เอากล้องบันทึกภาพถ่ายตัวเองโดยแสดงความสามารถต่างๆ ที่ตนเองถนัดแต่มีความแตกต่าง ทำให้เกิดอารมณ์ตลก หรืออารมณ์ร่วมของผู้ชม โดยผ่านทาง Youtube เช่น จ๊ะ คันหู , เด็กฝรั่งท่อง ก. เป็นต้น
การเมืองกับการตลาดไปด้วยการได้ดี เราคงได้ยินคำเหล่านี้ “ ประชาธิปัตย์ ทำ รีแบรน์ดิ้ง , ไทยรักไทย ทำ IMC , โพลการเมือง ฯลฯ นับตั้งแต่คุณทักษิณ ชินวัตร ได้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย แล้วนำการตลาดมาประยุกต์ใช้กับการเมือง จึงทำให้นักการเมืองเกิดการตื่นตัวและพรรคอื่นๆ ก็ได้พยายามเลียนแบบมากขึ้น
ผู้บริโภคยุคเดิม มักต้องการร้านค้าที่ใหญ่ มีการจัดสินค้าที่สวยงาม เป็นระเบียบ มีพนักงานขายที่คอยต้อนรับ มีลานจอดรถที่มากพอ เป็นร้านค้าที่ติดเครื่องปรับอากาศ มีสินค้าที่สามารถหยิบจับ สัมผัส ดม ดู ของจริงได้
ผู้บริโภคยุคไซเบอร์ก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น อินเตอร์เน็ตมีผู้ใช้บริการมากขึ้น โลกยุคนี้ ผู้บริโภคมีความสะดวกสบาย ผู้บริโภคหลายๆคน ไม่อยากออกไปช็อปปิ้ง การสั่งซื้อขายทางอินเตอร์เน็ตจึงมีมากขึ้น เพียงแค่กดปุ่ม เพียงแค่คลิก ทุกอย่างก็ซื้อขายได้ ทำให้ผู้บริโภค ประหยัดเวลาในการเดินทาง อีกทั้งสินค้าบางตัวยังขายต่ำกว่าราคาตลาดอีกด้วย
ผู้บริโภคยุคทุกอย่างอยู่ที่มือถือ โลกยุคต่อไป เราสามารถทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือ เช่น การชำระค่าสินค้า การโอนเงิน การซื้อสินค้า การติดต่อค้าขาย การท่องเที่ยวโดยใช้มือถือนำทาง ฉะนั้น มือถือจึงเป็นเกือบทุกอย่างในการทำธุรกิจในโลกยุคอนาคต
การตลาดมีความเป็นหนึ่งเดียวมากขึ้น เมื่อโลกเป็นหนึ่งเดียว กลยุทธ์การตลาดก็มักจะมีแนวโน้มเดียวกัน ยุคอนาคต เมื่อออกโฆษณาชิ้นเดียวก็สามารถใช้ได้ทั่วโลก สินค้าก็มักจะมีลักษณะคล้ายกันหรือเหมือนกันมากขึ้น รสนิยมของแต่ละประเทศที่ในอนาคต มักยึดติดเรื่องของวัฒนธรรม ประเพณี ก็จะเปลี่ยนแปลงไป ตัวอย่างสังคมไทย เราจะเห็นวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น ภาษา การแต่งกาย ของคนในท้องถิ่นเปลี่ยนแปลงไป สู่สากลมากขึ้น เสื้อผ้าพื้นเมือง เสื้อผ้าที่แต่ละชนเผ่าใส่ ก็ลดน้อยลง สำหรับสังคมในเมืองหลวงของแต่ละแห่ง ก็มักจะมีการใส่เสื้อสูท เพื่อให้ดูเป็นสากลมากขึ้น
การตลาดลูกผสม จึงเป็นคำตอบของการทำการตลาดในยุคใหม่ เนื่องจาก สูตรสำเร็จทางการตลาดไม่สามารถทำกันอย่างง่ายๆ เหมือนในอดีตอีกแล้ว เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและตลอดเวลาไม่หยุดนิ่ง ปัจจัยต่างๆก็เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เช่น ความต้องการของลูกค้า , เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก , สื่อมีจำนวนมากขึ้น อีกทั้งทันสมัยกว่าในอดีต การใช้การตลาดที่มีการผสมประสานกัน น่าจะเป็นสูตรการตลาดที่ประสบความสำเร็จมากกว่า การใช้สูตรเพียงสูตรเดียวในการทำงานด้านการตลาดเหมือนในอดีต
...
  
9 พฤติกรรม 9 ความสำเร็จ รุ่น 6
วันนี้ ( 19 สิงหาคม 2555)ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ บรรยาย หัวข้อ " 9 พฤติกรรม 9 ความสำเร็จ " รุ่นที่ 6 ให้แก่ บริษัท SKK แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (บริษัท ตัดเย็บเสื้อผ้าเพื่อการส่งออก) ...
  
วิชาชีพการโรงแรมและการท่องเที่ยวกับอาเซียน
วิชาชีพการโรงแรมและการท่องเที่ยวกับอาเซียน
ประเทศไทยมีรายรับจากธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและโรงแรมสูงเป็นอันดับต้นๆ ในกลุ่มอาเซียน ตามเอกสารรายงานของ World Economic Forum เรื่องขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกปี 2008-2009 พบว่า ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการและการทำตลาด อีกทั้งสินค้าท่องเที่ยวของไทยก็มีความโดดเด่นมิใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรม มาตรฐานในระดับสากลของโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ขณะเดียวกันโรงแรมที่พักของไทยก็มีหลายรูปแบบให้เลือกสรร ภายใต้ระดับราคาที่หลากหลาย อีกทั้งอาหารไทยเองก็มีความโดดเด่นด้านรสชาติและวิธีการปรุง รวมถึงการบริการของไทยก็เป็นไปด้วยไมตรีจิตที่ดีเยี่ยม (อ้างอิงจาก ศูนย์วิจัยธนาคารกสิกรไทย )
สำหรับบุคลากรในสาขาการท่องเที่ยวของประเทศไทย ยังมีความอ่อนในด้านทักษะของการใช้ภาษาต่างประเทศ และภาษาของประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน
ด้านการฝึกอบรมในวิชาชีพสาขาการโรงแรมและการท่องเที่ยว ยังไม่ครอบคลุม จึงทำให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานและสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดทำ MOU เพื่อก่อให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาฝีมือแรงงงานในด้านนี้ให้มากขึ้น โดยมีการกำหนดระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ.2555-2557) ซึ่งทำให้มีการจัดทำและพัฒนามาตรฐานฝีมือแรงงาน ไม่ว่าแรงงานเก่าและแรงงานใหม่ ให้มีความสอดคล้องกับตลาดทางด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น
กลุ่มอาเซียนกับการลงนามข้อตกลงด้านการเคลื่อนย้ายบุคลากรวิชาชีพการโรงแรมและการท่องเที่ยว 32 ตำแหน่งงาน โดยมีการแบ่งเป็น 2 สาขา คือ 1.สาขาด้านโรงแรม มี 4 แผนก ได้แก่ แผนกต้อนรับ แผนกแม่บ้าน แผนกอาหาร และอาหารกับเครื่องดื่ม 2.สาขาด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ แผนกนำเที่ยวและแผนกบริหารธุรกิจนำเที่ยว ในสาขาที่พักและการเดินทาง ส่งผลให้บุคลากรด้านการท่องเที่ยวสามารถที่จะเดินทางไป ทำงานในประเทศสมาชิกอาเซียน ได้อย่างเสรีดังนั้นการเตรียมความพร้อมของบุคลากรด้านการท่องเที่ยวของไทย ให้มีสมรรถนะและศักยภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล รองรับการเคลื่อนย้ายบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยวเสรีอาเซียน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องควรมีความร่วมมือ เพื่อกำหนดแนวทางในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรการท่องเที่ยวให้มีสมรรถนะสูงสุดตามที่อาเซียนได้กำหนดไว้ร่วมกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรี ( หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย,ประจำวันที่ 23 มีนาคม 2555) ตำแหน่งงาน 32 ตำแหน่ง
จากการสำรวจพบว่า โดยภาพรวม แรงงานไทยด้านท่องเที่ยว ใน 32 ตำแหน่งงาน ยังมีการขาดแคลนทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ แรงงานใหม่ที่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีสาขาโรงแรมและการท่องเที่ยวยังมีข้อจำกัดในการทำงานที่รู้แต่ทฤษฎี ซึ่งไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง ซึ่งต้องอาศัยการเรียนรู้ ฝึกฝนและหาประสบการณ์ในการทำงานไปอีกสักระยะ อีกทั้งยังปฏิเสธงานในบางตำแหน่งโดยเฉพาะพนักงานระดับปฏิบัติ เช่น งานแม่บ้าน พนักงานซักรีด ซึ่งทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงานในส่วนนี้ รัฐบาลจึงต้องพัฒนาแรงงานระดับล่างให้ขึ้นมาทำงานส่วนนี้แทน รวมถึงความอ่อนทักษะด้านภาษาในการสื่อสารกับลูกค้าหรือผู้มาใช้บริการซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศ เป็นต้น
1 มกราคม 2558 ท่านพร้อมหรือยังในการเป็นประชาคมและประชาชนชาวอาเซียน ?
...
  
ศิลปะการพูดในที่ประชุม
ศิลปะการพูดในที่ประชุม
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
การพูดในที่ประชุม มีความสำคัญและมีความจำเป็นอย่างมากในการอยู่ร่วมกันในสังคม ยิ่งท่านใดที่มีตำแหน่งผู้บริหาร เป็นผู้นำ ก็ยิ่งจะต้องเข้าร่วมประชุมมากกว่าลูกน้องหรือผู้ตาม มารยาทการประชุมรวมทั้งการพูดในที่ประชุมจึงเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ ฝึกฝน สำหรับมารยาทและการพูดในที่ประชุมที่ดีมีดังนี้
1.เราควรจะเข้าร่วมประชุมให้ตรงเวลา อีกทั้งประธานการประชุมก็ควรเปิดการประชุมในตรงเวลาด้วย สำหรับสังคมไทยมีปัญหามาก เพราะหลายแห่งเปิดประชุมช้ากว่ากำหนดการที่ได้ตั้งเอาไว้ เนื่องจากคนไทยเป็นจำนวนมากไม่ค่อยรักษาเวลา อีกทั้งยังเข้าร่วมประชุมช้า จึงทำให้เลิกประชุมช้ากว่ากำหนดการที่วางเอาไว้ ทำให้การประชุมในครั้งนั้นมีปัญหามากคือ เปิดประชุมช้า ปิดประชุมช้า
2.ก่อนแสดงความคิดเห็นแต่ละครั้ง ควรขออนุญาตประธานในที่ประชุม อาจยกมือก่อนแล้วจึงพูด แสดงความคิดเห็น อีกทั้งประธานในที่ประชุมควรบอกกฎกติกาก่อนเข้าร่วมประชุม เช่น ท่านสมาชิกท่านใด ต้องการแสดงความคิดเห็นกรุณายกมือก่อนนะครับ
3.ใช้ภาษา คำพูด น้ำเสียงที่สุภาพ ให้เกียรติต่อที่ประชุม ไม่ควรพูดจาก้าวร้าว ไม่ควรพูดเล่นจนเกินไป แต่อาจพูดสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลายได้บ้าง
4.ควรพูดให้สั้น กระชับ ไม่เยิ่นเย้อ หลายท่านเวลาแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม มักพูดจายาวจนเกินไป อีกทั้งยังพูดจาไม่รู้เรื่องจนผู้ฟังจับประเด็นไม่ได้ การพูดจายาวจนเกินไปอาจทำให้เสียเวลาและสมาชิกในที่ประชุมเกินการเบื่อหน่าย อีกทั้งการประชุมหลายแห่ง มักมีผู้ที่เสนอความคิดเห็นซ้ำๆ กัน บางคนยกมือพูดแสดงความคิดเห็นตั้ง 3-4 ครั้ง ดังนั้น ประธานในที่ประชุม ควรเปิดโอกาสให้สมาชิกท่านอื่นที่ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นได้มีโอกาสได้พูดบ้าง
5.ควรตั้งใจฟังการประชุม หลายๆคนมักเข้าใจผิดคิดว่า คนที่พูดในที่ประชุม เก่ง ไม่มีความจำเป็นจะต้องฟังการประชุมก็ได้ แต่ความจริงแล้ว คนที่แสดงความคิดเห็นหรือพูดจาในที่ประชุมเก่ง โดนใจผู้ฟัง มักเป็นนักฟังที่ดี เขาจะฟังการประชุม แล้วหัดจับประเด็นต่างๆ อีกทั้งการแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมมักไม่พูดจาหรือแสดงความคิดเห็นซ้ำกับคนที่ได้พูดไปแล้ว เพราะถ้าหากเขาไม่ฟังการประชุม เขาอาจจะต้องแสดงความคิดเห็นหรือตั้งคำถามเหมือนกับคนที่พูดไปแล้วก็จะทำให้ผู้ฟังส่วนใหญ่ไม่ศรัทธา อีกทั้งอาจถูกดูถูกเอาได้ง่ายๆ
6.ต้องทำการบ้านมาก่อนประชุม คนที่แสดงความคิดเห็นในที่ประชุมได้เก่ง มักเป็นคนที่มีข้อมูลมากกว่าคนอื่น อีกทั้งยังทำการบ้านมาเป็นอย่างดี เช่น การเอาข้อมูลการประชุมเก่าๆ มาดู , อีกทั้งการประชุมบางแห่งได้ส่งจดหมายและกำหนดการต่างๆไปให้อ่านก่อน เขาก็จะทำการบ้านในประเด็นต่างๆ วาระการประชุม
7.เวลาลุกขึ้นออกไปทำธุระหรือกลับเข้ามานั่งประชุมต่อ ควรทำความเคารพประธานหรือที่ประชุม อาจจะยืนโค้งสักเล็กน้อย
สำหรับการพูดในที่ประชุมอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้พูดควรทำการศึกษารูปแบบของการประชุมแบบต่างๆด้วย เช่น การสัมมนา การอภิปราย การบรรยาย การสมัชชา สุนทรพจน์ เป็นต้น
อีกทั้งการพูดจาในที่ประชุมที่ดี เราควรต้องทราบบทบาทของเราก่อนว่าเรามีบทบาทหรือทำหน้าที่อะไร เช่น เป็นประธาน เป็นสมาชิก เพราะหากท่านเป็นประธานการพูดจาในที่ประชุมของท่านจะต้องมีลักษณะ การพูดที่เป็นการกำหนดแนวทางการประชุม กล่าวเปิด กล่าวปิดประชุม สร้างบรรยากาศที่ดี กระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็น หรือ หากท่านเป็นสมาชิกหรือผู้เข้าร่วมประชุม ท่านจะต้องแสดงบทบาทให้สอดคล้องกับระเบียบวาระ อีกทั้งแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์แก่ที่ประชุม เป็นต้น

...
  
เดินทาง 1 หมื่นลี้...ต้องเริ่มต้นจากก้าวแรก
เดินทาง 1 หมื่นลี้...ต้องเริ่มต้นจากก้าวแรก
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
www.drsuthichai.com
หากท่านอยากว่ายน้ำเป็น...ท่านต้องลงไปว่ายน้ำ....เพราะไม่มีทางอื่นใดเลยที่จะทำให้ท่านว่ายน้ำเป็น ถึงแม้ท่านจะอ่านหนังสือ ตำรา ว่ายน้ำเป็นร้อยเล่ม เป็นพันเล่ม ก็ตาม ก็คงไม่สามารถทำให้ท่านว่ายน้ำเป็น เคยมีคนมาขอคำแนะนำจากกระผมว่า “ ทำอย่างไรถึงว่ายน้ำเป็น ” กระผมตอบกลับไปว่า ขอให้โยนหนังสือ โยนตำรา ที่เขาได้อ่านไปซึ่งเกี่ยวข้องกับการว่ายน้ำทิ้งให้หมด แล้วเริ่มต้นลงน้ำ มิฉะนั้นเขาก็จะไม่มีวันว่ายน้ำเป็น เป็นอันขาด
ความสำเร็จทุกๆ วงการ ทุกๆ อาชีพ ต้องมีการเริ่มต้นเสมอ สำหรับหัวใจสำคัญของคนที่ประสบความสำเร็จ เขามักเริ่มต้นจากสิ่งที่เขารักและเริ่มต้นรักในสิ่งที่เขาทำ เขาจึงประสบความสำเร็จจนกลายเป็นมหาเศรษฐี ซึ่งตรงกันข้ามกับคนส่วนใหญ่ในโลกนี้ มักเริ่มต้นทำงานเพราะต้องการเงิน ต้องการสิ่งอื่นๆ ก่อนที่จะเริ่มต้นเลือกอาชีพ จากความรัก ความชอบ
คุณก็ประสบความสำเร็จได้ ไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะเป
...
  
การเป็นน
ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ บรรยายหัวข้อ " การเป็นนักพูดมืออาชีพ" แก่นิสิตสาขาการประชาสัมพันธ์ ...
  
พลังแห่งการเคลื่อนไหวร่างกาย
พลังแห่งการเคลื่อนไหวร่างกาย
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
Anthony Bobbins (แอนโทนี่ ร็อบบินส์) โค้ชสอนเรื่องการพัฒนาศักยภาพของตนเอง ซึ่งถือว่าเป็นโค้ชแนวหน้าของโลก มักจะพูด จะเขียน จะสอนในงานอบรม งานสัมมนาอยู่บ่อยๆว่า
คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่า ความรู้สึกทางอารมณ์ส่งผลต่อลักษณะของการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น เวลาเรารู้สึกเศร้า การเคลื่อนไหวร่างกายก็จะช้า แต่หากว่าเรามีความรู้สึกที่ดีใจ ตื่นเต้น การเคลื่อนไหวร่างกายก็จะเร็วกว่าปกติ
Anthony Bobbins (แอนโทนี่ ร็อบบินส์) เขาให้แง่คิดในทางกลับกัน กล่าวคือ ให้เราลองฝึกเคลื่อนไหว เพื่อให้เปลี่ยนลักษณะความรู้สึก อารมณ์ เช่น การตบมือดังๆ การกระโดด โลดเต้น จะทำให้อารมณ์ความรู้สึกของเรามีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
สำหรับการฝึกของ Anthony Bobbins (แอนโทนี่ ร็อบบินส์) เขาเริ่มฝึกจากการเลียนแบบการเคลื่อนไหว ท่าเดิน ท่ายืน ท่านั่ง ของผู้นำ ผู้ที่ประสบความสำเร็จ ผู้ที่มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง จนทำให้เขาเกิดมุมมองใหม่ๆ ในที่สุด การฝึกเคลื่อนไหวร่างกายเป็นเครื่องมือตัวหนึ่งที่ทำให้เขาเกิดความมั่นใจในตนเองและทำให้เขาประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว
จากงานสัมมนา งานอบรม งานเขียนของเขา เขาจะแนะนำเสมอว่าให้ทุกคน ฝึกการเคลื่อนไหวร่างกายเสียใหม่ กล่าวคือ “ เปลี่ยนวิธีการเคลื่อนไหวร่างกายแล้วชีวิตจะเปลี่ยน” อีกทั้งเขายังให้การแนะนำว่า ให้ทุกคนมองหาบุคคลที่ชื่นชอบ บุคคลที่มีความมั่นใจในตนเองสูง แล้วให้ทุกคนลองสังเกตการเคลื่อนไหวร่างกายของบุคคลเหล่านั้น
แล้วให้ทุกคนลองลอกเลียนแบบ ตั้งแต่ ท่าทาง การเดิน การหายใจ การนั่ง แล้วท่านก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวของท่าน
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ท่านลองปฏิบัติตาม 2 รูปแบบ ดังนี้
1.ท่านลองเดินเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ กว่าปกติ แล้วกำหมัดหลวมๆ พร้อมทั้งพูดช้าๆ เบาๆ ว่า “ ฉันทำได้ ” “ฉันมีพลัง” (หลายๆครั้ง)
2.ท่านลองเดินเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว กว่าปกติ แล้วกำหมัดแน่นๆ พร้อมทั้งพูดดังๆ ว่า “ ฉันทำได้ ” “ฉันมีพลัง” (หลายๆครั้ง)
หากท่านได้ลองทำดูแล้ว ท่านจะรู้สึกอย่างไร กับการกระทำ 2 รูปแบบ ข้างต้น ท่านจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของท่าน กล่าวคือ หากท่านร่างกายเคลื่อนไหวแบบช้าๆ พูดช้าๆ พลังหรือความกระตือรือร้นก็จะไม่เกิดขึ้น แต่หากท่านมีการเคลื่อนไหวร่างกายแบบรวดเร็ว พูดด้วยน้ำเสียงที่ดัง ความกระตือรือร้นและพลังก็จะเกิดขึ้น
ดังนั้น หากท่านต้องการเปลี่ยนอารมณ์ ท่านจะต้องเปลี่ยนการเคลื่อนไหวร่างกายของตนเองเสียใหม่

...
  
การตลาดเชิงสร้างสรรค์
การตลาดเชิงสร้างสรรค์
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
www.drsuthichai.com
ปัจจุบันความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นและมีความสำคัญมากกับสังคมยุคปัจจุบัน ไม่เว้นแม้กระทั่ง การทำการตลาด เราจะเห็นได้ว่า สินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างมากมาย ก็เนื่องมาจากมีคนคิดสร้างสรรค์นั่นเอง
สังคมไทยจึงมีความต้องการนักสร้างสรรค์สิ่งแปลกๆใหม่ๆ อีกจำนวนมาก อีกทั้งการประกอบอาชีพในอนาคต ใครที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์งานจึงสามารถได้รับค่าตอบแทนเป็นจำนวนมาก
การตลาดเชิงสร้างสรรค์ จึงเป็นแนวโน้มในการทำงานในอนาคต ซึ่งในอนาคตจะเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และไม่หยุดนิ่ง หากเรามองกลับไปยังยุคอดีตเราจะเห็นว่า สินค้าหลายๆตัวได้หายไปจากการแข่งขันในยุคปัจจุบัน เช่น
- การใช้บริการโทรเลขได้เป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว เด็กยุคใหม่จะไม่รู้จักอีกต่อไป สาเหตุก็มาจาก มีผู้ใช้บริการน้อย เทคโนโลยีมีความทันสมัย มีโทรศัพท์มือถือ มีระบบอินเตอร์เน็ต อีเมล์ต่างๆ มารองรับ อีกทั้งมีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ที่สูง ฉะนั้นการบริการโทรเลข จึงได้หยุดให้บริการนับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2551
- การใช้เครื่องพิมพ์ดีด ก็มีจำนวนที่ลดน้อยลง โรงงานผลิตจึงต้องลดจำนวนผลิต บางแห่งมีการปิดตัวไปเลยก็มี สาเหตุหนึ่งก็เกิดจาก การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆออกมาแทนที่ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่อง Ipad โทรศัพท์บางรุ่นบางยี่ห้อ ก็สามารถใช้พิมพ์งานได้อย่างสบาย
ดังนั้น เมื่อเราเข้าสู่ยุคของการแข่งขันที่เสรีและรวดเร็ว บริษัท ห้างร้าน หน่วยงานต่างๆ ก็คงต้องพยายาม สร้างสรรค์ตัวสินค้า ตัวผลิตภัณฑ์ และการทำการตลาดอย่างสร้างสรรค์มากขึ้น เพื่อให้ทันสมัย ทันเหตุการณ์ ทันต่อการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตลอดเวลา
หากพูดไปแล้ว การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ แปลกๆ ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ทุกๆคนสามารถทำได้ เพียงแต่ต้องใช้ความคิด ความพยายาม ความกล้า ที่จะทำ
การตลาดเชิงสร้างสรรค์(Creative Marketing) จึงเป็นการนำเอาความคิดสร้างสรรค์มาประยุกต์เพื่อทำการตลาดหรือสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีความแปลกใหม่มากขึ้น หรือมีการนำเอาลูกเล่นการตลาดที่มีความแปลกใหม่กว่าคู่แข่งมานำเสนออยู่ตลอดเวลา ทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกที่ได้รับความแปลกใหม่อยู่เสมอ
มีคนหลายคนมักถามผมว่า ทำไมผมจึงให้ความสำคัญ ให้ความสนใจ เกี่ยวกับเรื่องการตลาดเชิงสร้างสรรค์ในช่วงจังหวะนี้ คำตอบคือ มีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดความสนใจ เช่น
1. สินค้ามีอายุที่สั้นลง เช่น หากเราสังเกตสินค้าหลายๆประเภท ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ หากใช้ได้ไม่นานก็มีอันต้อง ตกรุ่น , ธุรกิจเพลงออกมาได้ไม่นานติดตลาดได้ไม่นานก็มีอันต้องปิดตัวหรือออกนอกตลาดไป , ธุรกิจภาพยนตร์ มีอายุการฉายเพียงไม่กี่วัน ก็มีภาพยนตร์ใหม่ๆออกมาแข่งขันกันอย่างมากมาย เป็นต้น
2.สินค้าในยุคนี้เป็นเรื่องของการประหยัดต้นทุนหรือใครลดต้นทุนมากกว่าคนนั้นได้เปรียบ การลดต้นทุนนี้ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ให้ธุรกิจจำนวนมากที่ไม่มีความสามารถในการปรับตัวต่อการแข่งขัน ต้องล้มหายตายจากไป การสร้างสรรค์งานใหม่ๆ หรือการทำการตลาดเชิงสร้างสรรค์จึงเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งในการต่อสู้กับคู่แข่งขันได้ เช่น สินค้าหลายตัวแข่งกันลดราคาสินค้า แต่หากเราสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้ เราไม่ต้องลดราคา ในขณะเดียวกัน เราสามารถเพิ่มราคาของสินค้าได้ด้วย
3.สินค้ายุคเทคโนโลยี ปัจจุบัน เทคโนโลยีมีความทันสมัย เทคโนโลยีสามารถทำให้คนเราทำงานได้มากขึ้น ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น อีกทั้งราคาก็ถูกกว่าสมัยอดีต จึงทำให้เกิดการแข่งขันกันอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ปัจจุบัน เราสามารถทำวิทยุชุมชนได้อย่างง่ายดาย หากมีโปรแกรมการจัดรายการ มีเครื่องส่ง มีเสาวิทยุ มีคอมพิวเตอร์ที่สามารถบันทึกเพลงได้เป็นล้านๆ เพลง ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่ผู้จัดรายการหรือเจ้าของสถานีวิทยุต้องหาซื้อแผ่นเสียงเป็นจำนวนมากเพื่อนำมาเปิด , การผลิตรายการทางโทรทัศน์ก็เช่นกัน ทำได้อย่างง่ายดาย มีราคาถูก ใครก็สามารถทำได้ เรียนรู้ได้ อย่างกว้างขวางกว่าในอดีต เป็นต้น
4.สินค้ามีการเสนอขายในระดับโลกมากขึ้น เช่น KFC , กาแฟ Starbucks , รถยนต์ Toyata , McDonald’s หรือแม้แต่ห้างสรรพสินค้า เช่น Makro, Lotus ก็มีการเปิดตัวแข่งขันไปทั่วโลก เป็นต้น ในขณะเดียวกันสินค้าท้องถิ่นที่ขายเป็นเวลานานในอดีตก็มีอันต้องปิดตัวไปเป็นจำนวนมาก
5.สินค้านำเข้าและสินค้าส่งออก มีราคาที่เปลี่ยนแปลง ไม่อยู่นิ่ง อย่างรวดเร็ว ก็เนื่องมาจากปัจจัยต่างๆ เช่น อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินต่างๆ , สภาวะการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจภายในประเทศและสภาวะเศรษฐกิจโลก , สภาวะการเมืองภายในประเทศและต่างประเทศ เป็นต้น
ดังนั้น จากปัจจัยข้างต้นนี้ จึงทำให้ การตลาดเชิงสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่สามารถสนองตอบความต้องการของตลาดได้อย่างเหมาะสม เพราะการตลาดเชิงสร้างสรรค์ มีความหยืดหยุ่น มีการสร้างนวัตกรรม แปลกๆ ใหม่ๆ อย่างทันเหตุการณ์ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
นักการตลาดที่ต้องการเป็นนักการเตลาดเชิงสร้างสรรค์ จึงต้องมีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงและมีคุณสมบัติ มีความสามารถ ที่มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น
1.มีความสามารถในการพัฒนาช่องทางการตลาด ช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อสนับสนุนการตลาดเชิงสร้างสรรค์
2.มีความสามารถในการออกแบบสินค้า ออกแบบผลิตภัณฑ์และ ออกแบบการบริการในลักษณะเชิงสร้างสรรค์
3.มีการประชาสัมพันธ์ การใช้สื่อ มีการใช้กิจกรรมเพื่อการตลาดเชิงสร้างสรรค์ได้
4.มีการเรียนรู้ ปรับตัว พัฒนาตนเอง ต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก
5.มีการรวบรวม ข้อมูลต่างๆที่สามารถนำมาใช้ในการทำงานและสามารถวิเคราะห์ได้
6.มีความสามารถทางการตลาด สามารถสร้าง Brand ส่วนบุคคล Brand สินค้า Brand ของบริษัทได้
7.มีความสามารถในการปรับ การประยุกต์ใช้การตลาดเชิงสร้างสรรค์ กับศาสตร์ต่างๆได้ เช่น การศาสนา การเมือง วัฒนธรรม การท่องเที่ยว การประชาสัมพันธ์ การบริหาร ได้
8.มีกลยุทธ์ที่ไร้กระบวนท่ามากขึ้น กล่าวคือ เรียนรู้กลยุทธ์การตลาดเป็นจำนวนมากและมีความสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาดได้ทันต่อเหตุการณ์
9.มีการวางแผน มีการลงมือทำ มีการปรับปรุง ตรวจสอบแก้ไข ปรับเปลี่ยนแผนตลอดเวลา
10.มีความกล้า มีลูกบ้าบ้าง กล่าวคือ หากท่านต้องการเป็นที่จดจำและประสบความสำเร็จในระดับสูง ท่านต้องทำตัว ท่านต้องคิด ให้ประหลาด แปลกๆใหม่ๆ บ้าๆ บอๆ บ้าง
ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยหรือคุณสมบัติที่ท่านควรมีในตัวท่านเอง หากว่าท่านต้องการเป็นนักการตลาดเชิงสร้างสรรค์ จงพัฒนาตนเองในทุกๆด้าน จงกล้าที่จะคิด จงกล้าที่จะลงมือทำ จงกล้าที่จะก้าวไปข้างหน้า อย่าได้เกรงกลัวต่ออุปสรรค ขวากหนามต่างๆ และจงกล้าที่จะล้มเหลว แล้วท่านจะประสบความสำเร็จดังที่ท่านปรารถนา


...
  
สมองเงินล้าน
สมองเงินล้าน
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
ที ฮาร์ฟ เอคเคอร์(T.Harv Eker) เศรษฐี นักพูด วิทยากร ชื่อดังระดับโลกชาวอเมริกา ซึ่งได้จัดสัมมนา อบรม เขียนหนังสือ เกี่ยวกับเรื่อง ถอดรหัสลับสมองเงินล้าน (Secrets of the Millionaire Mind ) ให้กับผู้คนทั่วโลกได้อ่านได้ฟังกัน ซึ่งเขาได้แนะนำว่า ต้นเหตุอันดับแรกที่สำคัญที่ทำให้บางคนรวย บางคนเป็นคนธรรมดาหรือชนชั้นกลาง ก็คือเรื่องของความคิด
เขาได้ยกตัวอย่างเพิ่มเติมว่า สมมุติว่า พวกเราได้ปลูกต้นไม้ขึ้นมาต้นหนึ่งคือต้นไม้แห่งชีวิต บนต้นไม้เต็มไปด้วยผลไม้(ผลลัพธ์ของชีวิตเรา) แต่หากว่าผลไม้มีน้อยไป ผลเล็กไป ไม่มีความสมบูรณ์ รสชาติทานแล้วก็ไม่อร่อย และเราจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรเพื่อให้ ผลไม้ใหญ่ขึ้น มีจำนวนมากขึ้น มีความสมบูรณ์ขึ้น รสชาติดีขึ้น วิธีการก็คือคุณจะต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงที่รากของต้นไม้หรือความคิดของเราเอง
หากว่าต้องการแก้ไขผลลัพธ์ของชีวิตหรือสิ่งที่มองเห็น เราจำเป็นจะต้องเริ่มต้นที่ความคิดหรือการแก้ในสิ่งที่เรามองไม่เห็น เพราะสิ่งที่เรามองไม่เห็นมีความสำคัญมีพลังมากกว่าสิ่งที่เรามากเห็นเสียอีก เช่น สิ่งที่อยู่ภายใต้พื้นดินมักสร้างสิ่งต่างๆที่อยู่บนดิน ตัวอย่าง ต้นไม้ พืชต่างๆ ดังนั้น หากว่าเราต้องการแก้ผลลัพธ์ของชีวิตเรา เราต้องเริ่มต้นที่ความคิดโดยผ่านกระบวนการ(Process of Manifestation)
ความคิด ทำให้เกิด ความรู้สึก ทำให้เกิด การกระทำ แล้วกลายเป็น ผลลัพธ์
ซึ่งกระบวนการเปลี่ยนแปลงความคิดเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ เพราะถ้าหากเราเปลี่ยนความคิด ชีวิตของเราก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมากมหาศาล สำหรับวิธีหรือเครื่องมือที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงความคิด ก็คือ
1.การใช้พลังของคำพูด พยายามพูดบวก พูดตั้งโปรแกรมกับตัวเองตลอดเวลา เช่น การเอามือหรือนิ้วแตะศีรษะตัวเองแล้วพูดว่า “ ฉันมีสมองเงินล้าน” “ ฉันเป็นคนรวย ” “ฉันสุดยอด” “ ฉันยอดเยี่ยม” เป็นต้น
2.การใช้ต้นแบบหรือแบบอย่างที่ดี ท่านควรดู ท่านควรศึกษา ท่านควรฟัง ควรอ่าน วิธีคิดของบรรดาเหล่ามหาเศรษฐีทั้งหลายว่าเขามีความคิด ความอ่านอย่างไร แล้วนำมาเป็นแบบอย่าง เช่น วอร์เรน บัฟเฟ่ต์ , โดนัลด์ ทรัมป์ , บิล เกตส์ , เจริญ สิริวัฒนภักดี , ธนินท์ เจียรวนนท์ เป็นต้น ถ้าจะให้ดีหรือมีโอกาส ท่านลองหัดเข้ากลุ่มหรือสโมสรที่มีบรรดาเศรษฐีหรือคนร่ำรวยเข้ากันเพื่อคบกับเขาเป็นมิตร เพราะมีการวิจัยและศึกษาว่า หากในชีวิตของคนเรา เราเลือกคบกับใครที่สนิทจำนวน 5 คน เรามักมีนิสัยใจคอคล้ายคลึงกันกับกลุ่ม 5 คนนั้น หากท่านมีโอกาสเลือกคบกับบรรดา คนร่ำรวยท่านก็จะมีโอกาสร่ำรวยไปด้วย
3.การเปลี่ยนแปลงทัศนคติ ตอนเด็กๆ หลายคนได้รับการปลูกฝังจากครอบครัวว่า เงินทองเป็นสิ่งชั่วร้าย ไม่ควรโลภ มองคนร่ำรวยว่าเป็นคนไม่ค่อยจะดี เอาเปรียบ และมีความฝังใจกับเหตุการณ์ต่างๆที่ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตทางด้านการเงินในปัจจุบัน ดังนั้น ท่านมีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ เพราะการเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้จะนำพาชีวิตของท่านไปสู่ความมั่งคั่ง ร่ำรวย
ดังนั้น หากว่าท่านต้องการความมั่งคั่ง ร่ำรวย เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี ท่านควรเริ่มต้นที่ การเปลี่ยนแปลงความคิด ท่านจะต้องคิดแบบเศรษฐี แบบมหาเศรษฐี ท่านต้องมีการเปลี่ยนแปลงความรู้สึก ท่านจะต้องรู้สึกแบบบรรดา เศรษฐี แบบมหาเศรษฐี ท่านจะต้องเปลี่ยนแปลงการกระทำ ท่านจะต้องกระทำแบบเศรษฐี บรรดามหาเศรษฐี ที่เขาทำกัน แล้วผลลัพธ์ก็คือ ท่านก็จะเป็นคนที่มั่งคั่ง ร่ำรวย แบบบรรดาเศรษฐี มหาเศรษฐีทั้งหลาย
ท่านผู้อ่านหลายท่านอาจตั้งคำถามว่า แล้วบรรดาเศรษฐี มหาเศรษฐี เขาคิดกันอย่างไร คำตอบคือ บรรดาเศรษฐี มหาเศรษฐี ส่วนใหญ่เขาคิดในลักษณะนี้ คือ เขาเป็นคนกุมชะตาชีวิตของเขาเอง , เขาเป็นคนคิดใหญ่ไม่คิดเล็ก , เขาเป็นคนมองโลกในแง่ดีและมักชอบคบคนที่ประสบความสำเร็จ , เขามีความสนใจในการเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สินมากกว่าสนใจหารายได้จากการทำงาน , เขาพยายามให้เงินทำงานหนักเพื่อเขา มากกว่าทำงานหนักเพื่อหาเงิน , เขาเป็นคนชอบเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เป็นต้น

...
  

    จำนวนหน้า : [1]  [2]  [3]  [4]  [5]  [6]  [7]  [8]  [9]  [10]  [11]  [12]  [13]  [14]  [15]  [16]  [17]  [18]  [19]  [20]  [21]  [22]  [23]  [24]  [25]  [26]  [27]  [28]  [29]  [30]  [31]  [32]  [33]  [34]  [35]  [36]  [37]  [38]  [39]  [40]  [41]  [42]  [43]  [44]  [45]  [46]  [47]  [48]  [49]  [50]  [51]  [52]  [53]  [54]  [55]  [56]  [57]  [58]  [59]  [60]  [61]  [62]  [63]  [64]  [65]  [66]  [67]  [68]  [69]  [70]  [71]  [72]  [73]  [74]  [75]  [76]  [77]  [78]  [79]  [80]  [81]  [82]  [83]  [84]  [85]  [86]  [87]  [88]  [89]  [90]  

หนังสือ พูดอย่างมีกึ๋น
ศิลปะการขาย
วาทะวาที

  Copyright @ 2010 drsuthichai.com All Rights Reserved.  Powered by ThaiWeb.  Admin Business Online 
Popularne pozyczka 5000 kasa stefczyka tarnów, dzięki nowelizacjom w prawie, są coraz pozyczka do 3 osób. Nowe regulacje mają na celu ochronę konsumentów i objęcie większym nadzorem procedur udzielania pożyczek pozabankowych chwilówki plac wolności rzeszów x kom. Nowe przepisy opierają się na pożyczki dla zatrudnionych na czarno góra zmianie ustawy o nadzorze nad rynkiem finansowym net credit splata pozyczki irlandia. Weszły one w życie z dniem 11 marca 2016 r. chwilówka dla studenta ranking Poniżej zamieszczamy ich przegląd. Firma pożyczkowa musi dysponować minimalnym kapitałem początkowym w wysokości 200 tys. zł – kapitał ten nie może pochodzić z pożyczek eurobank pożyczka online pl. W ten sposób postarano się wyeliminować z rynku małe firmy, które powstawały tylko po to, aby w jak najkrótszym czasie oszukać rzesze klientów udzielanie pożyczek zwolnione z vat. Nadzór nad firmami pożyczkowymi może prowadzić Komisja Nadzoru Finansowego z o.o. udziela pożyczki vivus. KNF w razie wątpliwości może objąć monitoringiem warunki oferowanych pożyczek pożyczka 3000 online. Firma pożyczkowa, która utrudni działania czy umowa pożyczki może być bez odsetek hipotecznych, może zostać obarczona karą do 500 tys. zł credit agricole kredyt mieszkaniowy kalkulator. Niektórzy eksperci uważają, że optymalna karą za nielegalne praktyki, byłoby 1 mln zł. wynagrodzenie z tytułu pożyczki hipotecznej Ustalono także, że wszystkie koszty pożyczki nie mogą być wyższe niż 100% kwoty udzielonej koszty umowy pożyczki rodzinnej, uwzględniając cały okres kredytowania czesc pozyczki hipoteczne. Ponadto maksymalne opłaty oraz odsetki z tytułu opóźnień w umowa pożyczki od wspólnika spółki cywilnej uchwała spłacie nie mogą przekraczać 6-krotności stopy lombardowej kredytu ustalanej przez NBP pożyczka z zfśs a zwolnienie szpitalne. Koszty udzielenia pożyczki nie mogą przekroczyć 25% kwoty udzielonej pożyczki pożyczki bez bik poznan poland, a koszty pozaodsetkowe w skali roku nie mogą być większe niż 30% gdzie dostać kredyt dla zadłużonych. Chwilówki mogą być obarczone odsetkami ustawowymi tarnow pozyczki bez qica, czyli maksymalnie 4-krotnością kredytu lombardowego NBP pożyczka na doposażenie stanowiska pracy chomikuj.