หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
ข่าวสาร
สินค้า
บริการ
แกลลอรี
เว็บลงค์
เว็บบอร์ด
ติดต่อเรา

บริการ

 รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
 บทความต่างๆ ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเสริมสร้างกำลังใจของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 สุนทรพจน์ของนักการเมือง
 บทความเกี่ยวกับการขายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับกฏหมายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเขียนของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 นักพูดทางการเมือง
 หนังสือ การพูด
 บทความต่างๆ ของนักพูด
 ประวัตินักขาย
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการขาย
 วาทะของคนดัง
 ประวัติ ทนายความ
 ประวัติอาจารย์นักพูด
 คลิปเสียงภาพ เกี่ยวกับกฏหมาย
 วิธีการสู่ความสำเร็จ
 บุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ
 การบริการด้วยหัวใจ
 ผู้บริหาร
 Mind Map แผนที่ความคิด(หนังสือทางด้านการพูด)
 แนะนำหนังสือการเขียน
 ประวัตินักเขียน
 คลิปนักพูด
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์
 คลิป นักพูดต่างประเทศ
 คลิป ประกอบการบรรยาย
 คลิปเสียงของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ เกี่ยวกับการพูด เช่น นักพูดชั้นนำทำกันอย่างไร , วิธีการปรับปรุงน้ำเสียง ,จะพูดให้ได้ดีต้องมีการเตรียมตัว,นักพูดที่ดีต้องมีการศึกษาและองค์ประกอบของนักพูดที่ดี
 คลิป ครูเคท บรรยาย
 คลิป หมู่บ้านพลัม
 สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
 สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
 พูดอย่างมีกึ๋น
 หนังสือ การทำงานเป็นทีม
 แนะนำหนังสือ เกี่ยวกับการทำงาน
 ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
 คำคม
 รศ.ดร.สุขุม นวลสกุล
 สมชาย หนองฮี
 ดร.ผาณิต กันตามระ
 อ.อุสมาน ลูกหยี
 อาจารย์จตุพล ชมภูนิช
 วสันต์ พงศ์สุประดิษฐ์
 รศ.สุนีย์ สินธุเดชะ
 หมอพงษ์ศักดิ์ ตั้งคณา
 อาจารย์พนม ปีย์เจริญ
 อาจารย์เสน่ห์ ศรีสุวรรณ
 รศ.วิกรณ์ รักษ์ปวงชน
 อาจารย์วิชัย ปีติเจริญธรรม
 ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล
 กนกศักดิ์ ลิขิตไพรวัลย์
 อาจารย์ถาวร โชติชื่น
 สิริลักษณ์ ตันศิริ
 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
 โต้วาที
 คะเณยะ อ่อนนาง
 ภก. ดร. ประชาสรรค์ แสนภักดี
 ประดิษฐ์ กิตติฤดีกุล
 ดร.โอภาส กิจกำแหง
 ประมวลสุนทรพจน์ ทักษิณ ชินวัตร
 ดร.อภิชาติ ดำดี
 อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
 การตลาด
 ทอล์คโชว์
 รวมคลิป ที่เกี่ยวกับการพูดต่อหน้าที่ชุมชน
 คลิป เรื่องการบริหาร
 คลิป บุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจ
 เพลง ที่ให้กำลังใจ
 คลิป ดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีความสุข
 คลิป แรงบันดาลใจ
 คลิป สนุกๆ สร้างสรรค์
 การทำงานอย่างมีความสุข
 การจัดการองค์ความรู้ KM
 สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย

กลุ่มสินค้า

 หลักสูตร พลังแห่งการพูด
 หลักสูตร พลังแห่งการบริการ
 หลักสูตร การทำงานเป็นทีมและการบริหาร
 หลักสูตร พลังแห่งการสื่อสาร
 ผลงานหนังสือ
 หลักสูตร พลังแห่งการขายและการตลาด
 หลักสูตร การทำงานด้วยหัวใจ
 อาเซียน
 หลักสูตรอื่น
 หลักสูตร การคิด
 มอบหนังสือ เพื่อการกุศล
Custom Search
สถาบัน Cap vision
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ
 
 
  บริการ
รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
บทความต่างๆ  ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
หนังสือ การพูด
สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
พูดอย่างมีกึ๋น
ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
สมชาย หนองฮี
อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย
   บริการ ทั้งหมด
อุปสรรค คือ สีสันของชีวิต
อุปสรรค คือ สีสันของชีวิต
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
www.drsuthichai.com
ว่าวที่จะขึ้นไปสู่ที่สูงได้ ย่อมมีแรงลมกระแทกเป็นธรรมดา
ทุกอุปสรรคทุกความล้มเหลว ย่อมพาเราไปสู่ความสำเร็จ
เป็นคำพูดที่มีส่วนจริงอยู่ไม่ใช่น้อย โทมัส เอ.เอดิสัน เขาไม่ได้เรียนจบจากสถาบันการศึกษา หลายๆคนบอกว่าเป็นอุปสรรค แต่สำหรับเขาแล้วมันไม่ใช่ เอดิสัน เขาต้องทนทรมานจากการหูหนวกของตัวเขาเอง หลายๆคนคิดว่ามันคืออุปสรรค แต่สำหรับเขาแล้ว มันไม่ใช่ มีอยู่วันหนึ่ง มีนักข่าวคนหนึ่งไปถามเขาว่า การที่เขาหูหนวก มันเป็นอุปสรรคต่อการทำงานไหม
เขากลับตอบกลับ จนนักข่าวต้องตลึงว่า “ การที่เขาหูหนวกเป็นสิ่งที่ดี ต่อการทำงานของเขา เพราะเขาจะได้ไม่ต้องมานั่งฟัง คำพูดที่ไร้สาระของบุคคลต่างๆ ซึ่งบางคนยังไม่รู้เลยว่าตนเองต้องการอะไรในชีวิต แต่การที่เขาหูหนวก ทำให้เขาได้ยินเสียงจากภายในใจของเขาเอง ” และผมเชื่อว่า ถ้าหลายๆคนได้อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว น่าจะคิดแบบเดียวกันกับผมว่า เอดิสัน สุดยอดจริงๆครับ เพราะการที่คนส่วนใหญ่หูหนวก มักคิดว่าเป็นอุปสรรค แต่เขามีมุมมองที่กลับกัน
เอดิสัน จึงเป็นบุคคลหนึ่งที่มีความสำคัญของโลกและเป็นบุคคลที่คนทั่วโลกยกย่อง เขาประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ในเรื่องการเป็นนักประดิษฐ์ และในเรื่องของวิทยาศาสตร์
สำหรับการประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า เขาพบกับความล้มเหลวและอุปสรรค เป็นพันครั้ง มีนักข่าวไปสัมภาษณ์เขาว่า คิดอย่างไรกับความล้มเหลวหรืออุปสรรคที่พบเป็นพันๆครั้ง บ้าง เขากลับตอบนักข่าวว่า ความจริงมันไม่ใช่อุปสรรคหรือความล้มเหลว แต่มันคือวิธีการใหม่ๆที่จะนำไปสู่ความสำเร็จต่างหาก
สุดยอดนะครับ เพราะคนส่วนใหญ่ เมื่อได้พบกับอุปสรรค เจอปัญหา หรือพบกับความพ่ายแพ้ เพียงแค่ครั้งเดียว หลายๆคนถอดใจ หนี นักขายจำนวนมาก เมื่อถูกลูกค้าปฏิเสธ การซื้อ เขาถึงกับถอดใจไม่ทำแล้ว ไม่ขายอีกแล้ว มีน้อยคนนักที่จะพยายามทำต่อไป แต่ เอดิสัน เขาพบกับความล้มเหลว อุปสรรค ถึง พันครั้ง แต่เขาก็สู้ต่อไป จนประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าได้ในที่สุด
ท่านผู้อ่านครับ หากว่าเรานำเรื่องราวของเอดิสัน มาคิด เราจะเห็นว่า หลายๆครั้งที่เรามักจะฟังคนอื่นๆ มากกว่าฟังตนเอง แต่สำหรับเอดิสันแล้ว การที่เขาหูหนวก นั้นเป็นข้อดี เขาจึงสามารถฟังเสียงของตนเองได้ชัดเจนขึ้น กล่าวคือ เขาไม่ต้องมานั่งฟังคนส่วนใหญ่พูดให้เขาเสียกำลังใจ เช่น คุณทำหลอดไฟฟ้าไม่ได้หรอก เพราะยังไม่มีใครเคยทำ , คุณเลิกได้แล้ว ทำมาเป็นพันๆครั้ง ยังทำไม่ได้อีก เป็นต้น
เคยมีนิทานเรื่องหนึ่งเล่าว่า มีการแข่งขันปีนต้นไม้กัน หลายคนกำลังปีนแข่งกัน แต่ต้นไม้สูงมาก ทำให้คนดูเชื่อว่า ไม่สามารถปีนขึ้นไปได้ คนดูหลายๆคนจึงร้องบอกคนปีนว่า ลงมาเถอะ ไม่ไหวหรอก ด้วยความเป็นห่วยเป็นใยคนปีน จึงทำให้คนที่เข้าแข่งขันหลายๆคน ทยอยปีนลงมาจากต้นไม้สูง แต่มีนักปีนคนหนึ่ง ปีนได้ดีมาก ปีนสูงขึ้น ปีนสูงขึ้น จนสามารถปีนขึ้นไปสู่จุดที่สูงสุดได้ ปรากฏว่าทุกคนต่างก็ชื่นชม นักปีนต้นไม้ ผู้นี้ หลังจากนั้นจึงมีการให้สัมภาษณ์ โดยนักข่าวถามว่า “ ทำไมคุณถึงปีนได้โดยไม่พักเลย” นักปีนที่ได้รับชัยชนะกล่าวตอบว่า “ ก็ผมได้กำลังใจจากผู้ชมที่อยู่ด้านล่างนะซิ ที่ช่วยกันเชียร์” ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะว่าคนที่ได้รับชัยชนะ คนดังกล่าว เขาเป็นคนหูหนวก เลยนึกว่าคนด้านล่างเชียร์ แต่ที่ไหนได้ คนชมด้านล่างกลับร้องตะโกนให้ลงจากต้นไม้
ฉะนั้น มนุษย์เป็นจำนวนมากมักเป็นเช่นนี้ กล่าวคือ มักเอาความคิดเห็นของคนทั่วไปมาสร้างปัญหาให้กับตัวเอง จนทำให้ตนเองแทนที่จะประสบความสำเร็จ กลับกลายเป็นว่าตนเอง พบกับอุปสรรค พบกับปัญหา ฉะนั้น หากว่าท่านต้องการประสบความสำเร็จ ดังเช่น โทมัส เอ.เอดินสัน ท่านจงฟังเสียงของตนเอง มากกว่าฟังเสียงของผู้อื่น เพราะสิ่งนั้นจะเป็นตัวกำหนดโชคชะตาในตัวของท่าน
...
  
การเปลี่ยนแปลงกับการบริหาร
ผู้จัดการกับการเปลี่ยนแปลง
โดย..ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
ในยุคสมัยปัจจุบัน ต้องถือว่า โลกของเรามีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ต่อเนื่อง และมีความไม่แน่นอน ดังนั้นผู้ที่จะเป็นผู้จัดการต้องทำความเข้าใจ อีกทั้งต้องมีการปรับตัว เพื่อความอยู่รอดขององค์กร ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อองค์กรที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ก็คือ เทคโนโลยี สื่อสารมวลชน ฯลฯ


ซึ่งทำให้ผู้จัดการต้องทำงานโดยใช้วิธีที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต


ลักษณะงานการจัดการในปัจจุบันมีความแตกต่างจากงานการจัดการในอดีต อาจกล่าวได้ว่ามีความแตกต่าง ดังนี้


1.ผู้จัดการต้องทำงานหนัก เนื่องจากมีภาระความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้น และต้องทำงานให้เสร็จ จึงทำให้ในแต่ละวัน ผู้จัดการต้องแก้ปัญหามากขึ้น มีความเครียดในการทำงานมากขึ้นกว่าผู้จัดการในอดีต


2.ผู้จัดการต้องมีความสามารถหลากหลาย เนื่องจากการทำงานในยุคปัจจุบันผู้จัดการต้องทำงานและทำกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การเจรจาต่อรอง งานด้านเอกสาร การเป็นประธานในงานต่างๆ การประชุม การกล่าวปราศรัยในงานต่างๆ


3.ผู้จัดการต้องทำงานร่วมกับสื่อมวลชนทุกประเภทมากขึ้น การจัดการองค์การในยุคปัจจุบัน มีการแข่งขันสูง ผู้จัดการจึงต้องเป็นนักการตลาด นักประชาสัมพันธ์ บางสถานการณ์จะต้องถูกสัมภาษณ์จากสื่อสารมวลชน


4.ผู้จัดการต้องทำงานเกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารมาก ในยุคปัจจุบันเป็นยุคข้อมูลข่าวสาร


และสารสนเทศ ผู้จัดการจึงต้องมีระบบจัดเก็บข้อมูลข่าวสาร มีทักษะการใช้ข้อมูลข่าวสารสำหรับใช้ตัดสินใจ ตลอดจนการส่งข้อมูลข่าวสารถึงคนในองค์การ ต้องมีความชัดเจนและทั่วถึง


5.ผู้จัดการต้องทำงานร่วมกับบุคคลต่างๆมากขึ้น ไม่ว่าจะคนในองค์การหรือคนนอกองค์การ ต้องมีทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เนื่องจากต้องติดต่อกับคนทุกระดับ เช่น ติดต่อกับลูกค้า ติดต่อกับผู้บังคับบัญชา ติดต่อกับผู้ใต้บังคับบัญชา ติดต่อกับองค์การหรือหน่วยงานต่างๆ ติดต่อกับเพื่อนร่วมงาน


บางคนบอกกับผู้เขียนว่า ตนไม่มีความสามารถในด้านการจัดการ เนื่องจาก การเป็นผู้จัดการเป็นพรสวรรค์ที่ธรรมชาติหรือพระเจ้าให้มา แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เราอาจเห็นบางคนเป็นคนเงียบๆ แต่พอได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการ ก็มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องวาทศิลป์ขึ้นมา เนื่องจากการได้ขึ้นเวทีบ่อยๆ นั่นเอง


ผู้จัดการที่ดีต้องมีทีมงานที่ดีและเก่ง บ่อยครั้งเราจะเห็นว่าผู้จัดการคนนี้เก่งจังที่ทำงานได้หลายหลากและมีความรอบรู้แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เนื่องจากไม่มีใครที่จะเชี่ยวชาญทุกด้าน อีกทั้งรอบรู้ไปหมดทุกเรื่อง ผู้จัดการที่ดีจะต้องมีทีมงานที่ดีและเก่ง คอยช่วยเหลือเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด


ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่า การเป็นผู้จัดการในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ผู้จัดการในยุคปัจจุบันจำเป็นจะต้องเก่งกว่าผู้จัดการในยุคอดีต ทำงานหนักกว่า เรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา ทำงานร่วมกับหน่วยงานนอกองค์กรได้โดยเฉพาะสื่อมวลชน ต้องทำงานเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารมากขึ้น และต้องมีมนุษยสัมพันธ์ ทำงานกับผู้อื่นได้


ผู้จัดการสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ อีกทั้งความเป็นผู้จัดการที่ดีต้องขึ้นอยู่กับทีมงานที่ดีและเก่ง จึงจะทำให้ผู้จัดการคนนั้นขึ้นชื่อว่า ดีและเก่ง




...
  
น้ำมันลอยติดลมบน
น้ำมัน ...ลอยติดลมบน ประชาชน...ถูกเหยียบติดดิน
ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ ม.นเรศวร พะเยา

ลง หนังสือกรุงเทพธุรกิจ ฉบับที่ 6 ธันวาคม 2550 ต่างจังหวัดวันที่ 7 ธันวาคม 2550

6 ธันวาคม พ.ศ. 2550 07:00:00


กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ถ้าพูดถึงเรื่องราคาน้ำมันในบ้านเรามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้คนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวเดือดร้อน และราคาน้ำมันทำท่าว่าจะไม่ลดลงง่ายๆ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูหนาว ซึ่งช่วงฤดูหนาวของทุกปีจะมีความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นกว่าปกติ

อีกทั้งเกิดปัจจัยความตึงเครียดระหว่างตุรกีและอิรัก และปัญหาอื่นๆ เพิ่มความรุนแรง ส่งผลให้กองทุนเก็งกำไร หรือที่เรียกว่า "เฮดจ์ฟันด์" เข้ามาทำกำไร อาจทำให้น้ำมันมีการขาดแคลนในอนาคต

สำหรับราคาน้ำมันในบ้านเราขณะนี้ ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลขยับเข้าใกล้ 30 บาท/ลิตร ทุกขณะ ส่วนราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินอยู่ที่ 32.89 บาท/ลิตร หรือเกือบ 33 บาท/ลิตร

เมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้นในปัจจุบันก่อให้เกิดผลกระทบกับราคาสินค้าต่างๆ รวมไปถึงพลังงานอื่นๆ ด้วย เช่น ราคาก๊าซแอลพีจีที่ติดตั้งในรถแท็กซี่-รถยนต์ส่วนตัวและใช้ในครัวเรือน รัฐบาลมีนโยบายลอยตัวเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งสาเหตุก็คงเกิดจากคนเปลี่ยนมาใช้ก๊าซแอลพีจีกันมากขึ้นในรถยนต์ส่วนตัว จึงทำให้ต้องมีการปรับตัวตามความเป็นจริง

สำหรับพี่น้องประชาชนคนไทยได้รับผลกระทบอย่างหนัก ที่เห็นได้ชัดคือ ราคาสินค้าอุปโภค บริโภค ขนส่งมวลชน ไม่ว่าอาหารสด อาหารแห้ง อาหารทะเล ผัก ผลไม้ มีการขึ้นราคาตามมา รถโดยสารประจำทางก็มีการปรับราคาขึ้น สินค้าหลายตัวมีการปรับราคาขึ้น และกระผมเชื่อว่า หลังปีใหม่ เราคงได้เห็นสินค้าอีกหลายตัวทยอยขึ้นราคาตามมา ทำให้คนที่หาเช้ากินค่ำ ทำงานรายวัน เดือดร้อนไปตามๆ กัน

กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่ขึ้นราคา ก็คือ มาม่าขอขึ้นอีกซองละ 1 บาท และได้รับไฟเขียวให้ขึ้นเรียบร้อยแล้ว ทำให้ประชาชนที่เป็นแฟนประจำของมาม่า ต่างร้องเป็นเสียงเดียวกันถึงความเดือดร้อนในการขึ้นราคาในครั้งนี้ น้ำมันพืชขอขึ้นอีก 5 บาท จาก 38 บาท/ขวด ขึ้นไปอีกไม่เกิน 43.50 บาท/ขวด โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงในการเปลี่ยนแปลงราคาในครั้งนี้ นมปรับราคา 20% ในช่วงเดือนสิงหาคม เนื่องจากต้นทุนน้ำนมดิบที่มีราคาสูงขึ้น

ด้านตัวเลขเงินเฟ้อในปีหน้าพุ่งขึ้น 4% อย่างไรก็ขอฝากธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงคลังและกระทรวงพาณิชย์ ช่วยดูแลด้วยครับ ไม่ให้ตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งสูงจนเกินไป

สำหรับราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นในตอนนี้และในปีหน้า ก็ขอฝากกระทรวงพาณิชย์ (กรมการค้าภายใน) ช่วยดูแล ควบคุม เรื่องของราคาสินค้า การกักตุนสินค้า การขาดแคลนสินค้า รวมถึงการดูต้นทุนที่แท้จริงของการผลิต เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการขึ้นราคาเอาเปรียบผู้บริโภคมากจนเกินไป เพราะราคาสินค้าขึ้นได้ง่าย แต่โอกาสที่ราคาสินค้าจะถูกลงหรือลดลงมีความเป็นไปได้น้อยมาก

ถึงแม้รัฐบาลหรือครม. ได้ไฟเขียวให้ขึ้นค่าจ้าง 1-7 บาท ในวันที่ 1 มกราคม 2551 แต่เมื่อเทียบกับราคาสินค้าที่สูงขึ้นมาตอนนี้และหลังปีใหม่ การขึ้นค่าแรงแทบไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย

ด้านหนี้ในครัวเรือน สินเชื่อเพื่อบริโภคส่วนบุคคลก็เติบโตขึ้นอย่างน่าตกใจ เช่น สินเชื่อผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรพลาสติกที่มีการผ่อนชำระ มีการขยายตัวสูง และก่อให้เกิดหนี้คงค้างชำระบัตรเครดิตติดตามมา จากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มผู้รายได้น้อย เป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายสินเชื่อด้านนี้สูงมาก อีกทั้งหนี้ในครัวเรือนก็มีมากขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง

ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลช่วยหาวิธีแก้ไข เยียวยา ความเดือดร้อนจากปัญหาราคาน้ำมัน ราคาสินค้า หนี้ในครัวเรือน เพราะถ้าประชาชนเดือดร้อนจากราคาน้ำมันกันมาก ก็จะเกิดเหตุความวุ่นวายได้ในอนาคต ดังจะเห็นได้จากประเทศเพื่อนบ้านของเราคือ ประเทศพม่า ไม่ใช่ราคาน้ำมันหรือ ที่ส่งผลกระทบต่อการครองชีพของประชาชนชาวพม่า จนทนไม่ไหวจึงออกมาประท้วงกันเป็นจำนวนมาก

เมื่อประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเกิดความเดือดร้อนจากปัญหาราคาน้ำมัน ราคาสินค้า และค่าครองชีพ ก็อาจจะส่งผลกระทบกับปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น ปัญหาการปล้น การขโมย ปัญหายาเสพติด ปัญหาสังคม ปัญหาการฆ่าตัวตาย ฯลฯ

จากปัญหาดังกล่าวข้างต้นจะเห็นว่า ปัญหาใหญ่ก็คือ การดีดตัวของราคาน้ำมันเป็นต้นเหตุให้ราคาสินค้าเพิ่มราคาสูงขึ้น ดังนั้น รัฐบาล ผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงต้องช่วยกันดูแล และถ้าจำเป็นจริงๆ ก็ควรที่จะศึกษา วิจัย พลังงานทดแทนใหม่ๆ มาทดแทนน้ำมันที่มีราคาสูงขึ้น

สำหรับการแก้ปัญหาราคาน้ำมันราคาแพง เราอาจทำได้หลายวิธีเช่น

การหาพลังงานทดแทน เช่น แก๊สโซฮอล์ ก๊าซเอ็นจีวี ก๊าซแอลพีจี พลังงานน้ำ พลังงานลม พลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ พลังงานขยะ ฯลฯ พลังงานเหล่านี้สามารถใช้ทดแทนพลังงานจากน้ำมันได้ แต่ในปัจจุบันเราต้องยอมรับว่า เราขาดการวิจัย พัฒนา พลังงานเหล่านี้ เพื่อที่จะนำพลังงานเหล่านี้ขึ้นมาใช้ทดแทนพลังงานจากน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การแก้ไขปัญหาอีกวิธีก็คือ การประหยัด ประชาชนทุกคนควรช่วยกันประหยัดน้ำมัน ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรใช้รถยนต์ส่วนตัว เช่น ถ้าจำเป็นจะต้องเดินทางไปไหนในระยะทางที่ใกล้ๆ ก็ควรเดินไป หรือควรใช้จักรยาน ถ้าไกลไปอีกหน่อยก็ควรใช้จักรยานยนต์ แต่ถ้าจำเป็นต้องเดินทางระยะทางไกลๆ ก็ควรใช้รถโดยสารประจำทาง

อีกทั้งต้องหัดเป็นคนมีการวางแผนการเดินทาง ซึ่งการวางแผนการเดินทางนี้ จะทำให้เราสามารถประหยัดค่าน้ำมันและเวลาได้มากเลยทีเดียวครับ ถ้าจะไปทำธุระที่บริเวณใกล้เคียงกัน ก็ควรวางแผนไปทำธุระในวันเดียวกัน

ฉะนั้นคนไทยเราทุกคนต้องช่วยกันประหยัด จะเดินทางไปไหนควรต้องมีการวางแผนก่อน รัฐบาลหรือผู้บริหารประเทศควรส่งเสริม สนับสนุน วิจัย พัฒนา พลังงานทดแทนที่จะนำมาใช้แทนน้ำมัน เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำมันในอนาคต



...
  
การทำงานอย่างไรให้มีความสุข
วันที่ 22 พฤษภาคม 2556 ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ บรรยายหัวข้อ " การทำงานอย่างไรให้มีความสุข " ให้แก่พนักงานกรมต่างๆ จัดโดย กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง จัด ณ ห้องประชุม กรมบัญชีกลาง
...
  
โต้วาที
ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ ได้รับเชิญให้เป็นกรรมการและผู้ให้คำเสนอแนะในการโต้วาที จัดโดย โรงเรียน เซนต์คาเบรียล มีโรงเรียน 30 แห่งที่มาจากทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขัน ในงาน " พิธวิวัฒน์" เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2556 ...
  
บทบาทหน้าที่ผู้นำที่ดี
บทบาทหน้าที่ผู้นำที่ดี ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ บรรยายหัวข้อ " บทบาทหน้าที่ผู้นำที่ดี " ให้แก่ สารวัตรนิสิต ณ ห้องศาลจำลอง เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2556 ...
  
พูด Happy life Happy Work
ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ พูดหัวข้อ "Happy life Happy Work " ให้แก่ผู้บริหารและพนักงาน บริษัท ปตท.ในงานสัมมนาพนักงานสายการตลาดพาณิชย์และต่างประเทศ ประจำปี 2556วันที่ 29-30 กันยายน 2556
ณ อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า อ่าวพร้าว เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง
...
  
พจนานุกรมวัยรุ่น
คอลัมน์ : บ้านเมือง – เรื่องวังจันทร์ : พจนานุกรมฉบับ วัยโจ๋

โดย ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)

พจนานุกรมฉบับ วัยโจ๋

ถ้าพูดถึงเรื่องของการใช้ภาษาไทยในทุกวันนี้ นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตเป็นอย่างมาก คำบางคำไม่มีการพูดถึงหรือมีการใช้ แต่ตรงกันข้ามได้มีคำที่เกิดขึ้นใหม่เป็นจำนวนมากที่ฟังแล้วมักไม่เข้าใจ โดยเฉพาะคำที่ใช้ในกลุ่มของผู้ที่เรียกตัวเองว่า วัยรุ่นหรือวัยโจ๋

ถ้าพวกเราไปเปิดพจนานุกรมฉบับเก่าๆ เพื่อหาคำเหล่านี้ก็มักจะไม่เจอ เนื่องจากคำเหล่านี้ไม่ได้บรรจุในพจนานุกรมฉบับเก่า และยังมีอีกหลายคำที่ไม่สามารถบรรจุได้ในพจนานุกรมฉบับใหม่ได้ คำที่บรรจุในพจนานุกรมคำใหม่ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เช่น คำเหล่านี้

อินเทรนด์ หมายถึง ทำตัวตามกระแสนิยม ชะนี หมายถึง คำที่กะเทยใช้เรียกผู้หญิง เจ๊ดัน หมายถึง ผู้หญิงที่ส่งเสริมให้ผู้อ่อนประสบการณ์ประสบความสำเร็จ ชิ่ง หมายถึง หลบฉาก หลบไปอีกทางหนึ่ง เนียน หมายถึง กลมกลืน แนบเนียน ชิวชิว หมายถึง สบายๆ ง่ายๆ ธรรมดา จอแบน หมายถึง หน้าอกเล็กมาก

แอ๊บแบ๊ว หมายถึง แสร้งทำให้ดูเป็นเด็กไร้เดียงสา ซกมก หมายถึง สกปรก ซอมซ่อ มั่วนิ่ม หมายถึง ฉวยโอกาสปะปนเข้าไปทำให้แยกไม่ออก กิ๊ก หมายถึง เพื่อนสนิทต่างเพศซึ่งอาจจะมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว อึ๊บ หมายถึง ร่วมหลับนอน และยังมีคำใหม่อีกจำนวนมาก แต่เนื่องจากพื้นที่มีจำกัด จึงขอนำมาเสนอเพียงแค่นี้ก่อน

ถ้าท่านผู้อ่านสนใจ อาจซื้อพจนานุกรมคำใหม่ เล่ม 1 ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ที่ออกใหม่ มาอ่านกันได้ โดยรวบรวมมาจาก โฆษณา หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ กลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นิสิต นักศึกษาไว้ทั้งหมด 1,576 คำ เรียงตามตัวอักษร ก-ฮ

แต่ถ้าท่านผู้อ่านได้มีโอกาสเล่นอินเตอร์เน็ต ท่านก็อาจเจอคำเหล่านี้ได้ไม่ยาก เนื่องจากการสื่อสารในโลกอินเตอร์เน็ตต้องใช้ความเร็ว จึงทำให้ภาษาเกิดการผิดเพี้ยนหรือภาษาวิบัติ แต่ถ้าเป็นมุมมองของพวกวัยโจ๋หรือวัยรุ่น อาจพูดว่า ภาษาเหล่านี้เป็นภาษาที่สร้างสรรค์ก็เป็นได้

ซึ่งคำที่เกิดขึ้นใหม่นี้ อาจเกิดจากคำเดิมที่มีการใช้คำขยายใหม่, คำที่มีอยู่แล้วแต่ขาดตัวอย่างการใช้คำเปรียบเทียบที่ยังไม่ได้เก็บไว้, คำเลียนเสียง แสดงอารมณ์, คำในภาษาต่างประเทศที่ใช้กันมาก, คำภาษาปาก เป็นต้น

แหม! สำหรับพวกเราที่ไม่ใช่วัยโจ๋หรือวัยรุ่น ก็คงต้องทำใจ กระผมเชื่อว่า ทุกภาษา ก็คงต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเวียดนาม ฯลฯ ก็คงต้องมีคำที่เกิดขึ้นใหม่และคำที่ตายหรือคำที่ไม่มีใครใช้เช่นกัน

สำหรับประเทศไทยของเรานี้ นับว่าโชคดีเป็นอย่างยิ่งที่มีภาษาเป็นของตนเอง ต้องขอขอบพระคุณพ่อขุนรามคำแหง ที่พระองค์ทรงประดิษฐ์อักษรไทย ให้คนไทยได้ใช้กันจนทุกวันนี้ และโชคดีที่ภาษาไทยของเรายังคงอยู่คู่กับประเทศไทยของเรา ซึ่งบางประเทศไม่มีการใช้ภาษาของตนเองแล้ว

...
  
ลีลาการเขียน
ลีลาการเขียน
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
ลีลาการเขียน มีความสำคัญมาก เพราะ นักเขียนดังๆหลายคน มีลีลาการเขียนที่สนุก เร้าใจ บางคนเขียนจนกระทั่งกระชากหัวใจของผู้ฟังออกมาเลยก็มี(เป็นการเปรียบเทียบครับ ไม่ใช่กระชากออกมาจริงๆ)
สำหรับการฝึกฝนทางด้านลีลาในการเขียนเราสามารถฝึกฝนและพัฒนาได้ดังนี้
1.หัดเป็นคนอ่านหนังสือให้มากๆ การอ่านหนังสือมากจะทำให้เราได้เห็นลีลาการเขียนของนักเขียนท่านอื่นๆ เพื่อนำเอาข้อดีเหล่านั้น มาพัฒนาลีลาการเขียนของเรา
2.หัดเป็นนักสะสม จดจำ เมื่อเห็น คำ ถ้อยคำ ลีลา การเขียนประโยคไหนที่ชื่นชอบ พยายามจดจำ หรือจดไว้ในสมุดบันทึก เพื่อนำเอาไปปรับปรุงใช้ในงานเขียนของตนเอง
3.หัดคิดก่อนลงมือเขียน การคิดนี้จะเป็นการวางโครงสร้างเรื่อง ว่าเราจะขึ้นต้นอย่างไร เนื้อเรื่องอย่างไร สรุปจบอย่างไร
4.หัดค้นหาตัวตนให้พบ นักเขียนหลายคน เขียนบทความได้ดี มีคนชื่นชม ยกย่อง แต่เมื่อเห็นนักเขียนท่านอื่น เขียนนวนิยายแล้วดังและร่ำรวย ก็อยากที่จะเขียนนวนิยายบ้าง แต่เมื่อลงมือเขียนจริงๆ กลับเขียนไม่ได้เรื่อง ฉะนั้น จงค้นหาตัวตนของตนเองให้เจอว่าตนเอง ชอบเขียนงานในลักษณะไหนแล้วพัฒนางานเขียนของตนเองจะออกมาดีกว่าไปมุ่งฝึกฝนงานเขียนที่ตนเองไม่ชอบ ไม่ถนัด
5.หัดพัฒนาตนเอง อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ งานเขียนเป็นเรื่องของทักษะ หากว่าใครได้มีโอกาสเขียนมาก ก็จะยิ่งทำให้คนพบลีลาการเขียนของตนเอง อีกทั้งลีลาการเขียนก็จะพัฒนาดียิ่งๆขึ้น
6.หัดเป็นคนที่อดทน งานเขียนเป็นงานที่ต้องใช้เวลาพิสูจน์ บางคนกว่าจะดัง ต้องฝึกเขียนทุกๆวัน เป็นเวลา 10 ปี แต่นักเขียนรุ่นใหม่ ใช้เวลาฝึกเขียน ทุ่มเท น้อยมาก เพียงแค่ 1-2 ปี ก็อยากจะดังเสียแล้ว
7.หัดเป็นนักปรุง การเขียนเรื่องเดียวกัน เช่น เรื่อง “ แม่ ” แต่บางคนเขียนแล้วคนอ่านชอบ แต่อีกคนเขียนแล้ว คนอ่านไม่ชอบ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการปรุงนั้นเอง

8.หัดเปิดใจรับฟังคำวิจารณ์ คำวิจารณ์จะทำให้เราแก้ไขงานของตนเองให้ดียิ่งขึ้น งานเขียนของนักเขียนบางคน เขียนเป็นเวลา 10 ปี ไม่ดัง แต่เมื่อมีคนเสนอแนะ เหมือน “ เส้นผมบังภูเขา ” ปรากฏว่าเมื่อนำ คำขอเสนอแนะ ไปปรับปรุง งานเขียนก็ดีขึ้นทันตาเห็น
ฉะนั้น เรื่องของลีลาการเขียน เราสามารถปรับปรุง พัฒนาให้ดีขึ้นได้ ทั้งนี้คงขึ้นอยู่กับ ตัวของเราเองเป็นสำคัญ หากว่าเรามีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะพัฒนาปรับปรุง การใช้ภาษา การใช้ถ้อยคำ การดำเนินเรื่องในการเขียน กระผมเชื่ออย่างสุดใจว่า เราทุกคนทำได้ ขนาดสัตว์(หมา นกแก้ว ช้าง ม้า ) คนยังนำมาฝึกได้ แต่เนี่ยเราเป็นคน ก็ยิ่งต้องฝึกได้ คนเราสามารถเป็นนักเขียนได้ หากว่าเราคิดว่าเราทำได้

...
  
จงเข้าใจการตลาด...ก่อนลงมือทำการตลาด
จงเข้าใจการตลาด...ก่อนลงมือทำการตลาด
โดย...ผศ.ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
www.drsuthichai.com
นักการตลาดที่ดี ควรที่จะต้องทำการศึกษา ค้นคว้า หาความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องของการทำการตลาดก่อนที่จะลงมือทำการตลาดจริง เพราะถ้ามีความเข้าใจไม่ถ่องแท้ เวลานำศาสตร์ทางการตลาดไปใช้หรือนำไปปฏิบัติอาจเกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เนื่องจากการตลาดยุคใหม่ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มีการแข่งขันที่สูง มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ทำให้เกิดความรวดเร็วในการแข่งขัน ดังนั้นก่อนที่จะลงมือทำการตลาดควรทำความเข้าใจเรื่องของการตลาดเสียก่อน การทำการตลาดที่ควรทำความเข้าใจมีดังนี้
1.การตลาดเป็นเรื่องของการลงทุน บริษัท ห้างร้าน โรงงาน ในอดีตปิดกิจการไปก็เพราะมัวแต่เน้นเรื่องของการผลิต กล่าวคือ ต้องผลิต สินค้า ผลิตภัณฑ์ออกมาเป็นจำนวนมากๆ โดยไม่ยอมลงทุน ทำการตลาด เช่น ลงทุนทำการวิจัยการตลาด , ลงทุนสร้างนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อสนองความต้องการของลูกค้า , ลงทุนโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ,ลงทุนทำกลยุทธ์ 4 P ฯลฯ จึงทำให้ขายไม่ได้แล้วในที่สุดก็ต้องปิดกิจการไป แต่ในยุคปัจจุบัน บริษัท ห้างร้าน ต่างๆให้ความสำคัญกับการลงทุนทางด้านการตลาดมาเป็นอันดับต้นๆ
2.การตลาดไม่ใช่ขายได้ทุกคนหรือทุกๆคนไม่ใช่ลูกค้า นักการตลาดต้องทราบก่อนว่า การที่เราจะขายสินค้า ผลิตภัณฑ์หรือการบริการ ลูกค้าของเราคือกลุ่มไหน เพราะไม่ใช่ทุกๆคนจะเป็นลูกค้าของเรา เช่น เราขายรถยี่ห้อหนึ่ง เราต้องทราบก่อนว่า ใครจะซื้อรถของเรา ไม่ใช่ทุกๆคนจะซื้อรถของเราไปใช้ เนื่องจากทุกๆคนมีข้อจำกัดที่แตกต่างๆกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรายได้ วัย อาชีพ อายุ รสนิยม ดังนั้น จึงมีรถหลากหลายยี่ห้อให้ทุกๆคนได้เลือกซื้อและเลือกใช้
3.การตลาดต้องใช้เวลาในการทำการตลาด นักการตลาดต้องทราบเสียก่อนว่า กว่าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งจะเป็นที่นิยมของตลาดหรือมีส่วนแบ่งการตลาดที่มาก ต้องใช้เวลาในการทำการตลาด เช่น โค้ก (เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัทโคคา-โคล่าในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม ค.ศ. 1944) ปัจจุบันมีอายุ 74 ปี ซึ่งกว่า โค้ก จะมียอดขายอันดับหนึ่งโดยมียอดขายรวมทั่วทั้งโลก โค้กต้องใช้เวลาในการทำการตลาด เช่น ลงทุนในการโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขาย ลด แลก แจก แถม ฯลฯ
4.การตลาดไม่ใช่แค่ 4 P หรือไม่ใช่แค่การส่งเสริมการตลาด แต่การตลาดมีมากกว่านั้น เช่น จะต้องมีการวิจัยทางด้านการตลาด จะต้องมีเรื่องของการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภค จะต้องมีเรื่องของกฎหมาย วัฒนธรรม ประเพณี ศาสนา ของประเทศหรือของพื้นที่ที่เราจะทำการตลาด เป็นต้น
5.การตลาดไม่ใช่คำตอบสุดท้าย นักการตลาดหลายคน ทำการตลาด ศึกษาการตลาด วางแผนกลยุทธ์การตลาดได้เป็นอย่างดี แต่ผลสุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากการตลาดไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เพราะการทำการตลาดในบางครั้ง จำเป็นจะต้องมีเรื่องของ บุญ วาสนา จังหวะ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย นักการตลาดบางคนทำการตลาดถูกจังหวะ ผลปรากฏว่า สินค้า ผลิตภัณฑ์ บริการ ขายได้มากจึงสร้างความร่ำรวยมหาศาลให้แก่กิจการ แต่ตรงกันข้ามกับนักการตลาดบางคนทำการตลาดผิดจังหวะผิดเวลา สินค้า บริการ ก็ไม่ได้รับความสนใจจากลูกค้าหรือผู้บริโภคเท่าที่ควร เป็นต้น
ดังนั้น นักการตลาดที่ดีหรือประสบความสำเร็จจะต้องใส่ใจศึกษา ค้นคว้า หาความรู้เกี่ยวกับการทำการตลาดก่อนที่จะนำสินค้า บริการ หรือผลิตภัณฑ์ เข้าสู่การแข่งขัน อย่างน้อย ก็ควรนั่งเขียน แผนการตลาดทางธุรกิจก่อน เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ว่าเราจะวางแผนการตลาดอย่างไร เราจะแก้ไข ปรับปรุงอย่างไร เพราะการเขียนแผนการตลาดจะเป็นเสมือนแผนที่ทางการตลาดให้เราได้เดินไปถูกทิศถูกทาง

...
  

    จำนวนหน้า : [1]  [2]  [3]  [4]  [5]  [6]  [7]  [8]  [9]  [10]  [11]  [12]  [13]  [14]  [15]  [16]  [17]  [18]  [19]  [20]  [21]  [22]  [23]  [24]  [25]  [26]  [27]  [28]  [29]  [30]  [31]  [32]  [33]  [34]  [35]  [36]  [37]  [38]  [39]  [40]  [41]  [42]  [43]  [44]  [45]  [46]  [47]  [48]  [49]  [50]  [51]  [52]  [53]  [54]  [55]  [56]  [57]  [58]  [59]  [60]  [61]  [62]  [63]  [64]  [65]  [66]  [67]  [68]  [69]  [70]  [71]  [72]  [73]  [74]  [75]  [76]  [77]  [78]  [79]  [80]  [81]  [82]  [83]  [84]  [85]  [86]  [87]  [88]  [89]  [90]  

หนังสือ พูดอย่างมีกึ๋น
ศิลปะการขาย
วาทะวาที

  Copyright @ 2010 drsuthichai.com All Rights Reserved.  Powered by ThaiWeb.  Admin Business Online 
Popularne pozyczka 5000 kasa stefczyka tarnów, dzięki nowelizacjom w prawie, są coraz pozyczka do 3 osób. Nowe regulacje mają na celu ochronę konsumentów i objęcie większym nadzorem procedur udzielania pożyczek pozabankowych chwilówki plac wolności rzeszów x kom. Nowe przepisy opierają się na pożyczki dla zatrudnionych na czarno góra zmianie ustawy o nadzorze nad rynkiem finansowym net credit splata pozyczki irlandia. Weszły one w życie z dniem 11 marca 2016 r. chwilówka dla studenta ranking Poniżej zamieszczamy ich przegląd. Firma pożyczkowa musi dysponować minimalnym kapitałem początkowym w wysokości 200 tys. zł – kapitał ten nie może pochodzić z pożyczek eurobank pożyczka online pl. W ten sposób postarano się wyeliminować z rynku małe firmy, które powstawały tylko po to, aby w jak najkrótszym czasie oszukać rzesze klientów udzielanie pożyczek zwolnione z vat. Nadzór nad firmami pożyczkowymi może prowadzić Komisja Nadzoru Finansowego z o.o. udziela pożyczki vivus. KNF w razie wątpliwości może objąć monitoringiem warunki oferowanych pożyczek pożyczka 3000 online. Firma pożyczkowa, która utrudni działania czy umowa pożyczki może być bez odsetek hipotecznych, może zostać obarczona karą do 500 tys. zł credit agricole kredyt mieszkaniowy kalkulator. Niektórzy eksperci uważają, że optymalna karą za nielegalne praktyki, byłoby 1 mln zł. wynagrodzenie z tytułu pożyczki hipotecznej Ustalono także, że wszystkie koszty pożyczki nie mogą być wyższe niż 100% kwoty udzielonej koszty umowy pożyczki rodzinnej, uwzględniając cały okres kredytowania czesc pozyczki hipoteczne. Ponadto maksymalne opłaty oraz odsetki z tytułu opóźnień w umowa pożyczki od wspólnika spółki cywilnej uchwała spłacie nie mogą przekraczać 6-krotności stopy lombardowej kredytu ustalanej przez NBP pożyczka z zfśs a zwolnienie szpitalne. Koszty udzielenia pożyczki nie mogą przekroczyć 25% kwoty udzielonej pożyczki pożyczki bez bik poznan poland, a koszty pozaodsetkowe w skali roku nie mogą być większe niż 30% gdzie dostać kredyt dla zadłużonych. Chwilówki mogą być obarczone odsetkami ustawowymi tarnow pozyczki bez qica, czyli maksymalnie 4-krotnością kredytu lombardowego NBP pożyczka na doposażenie stanowiska pracy chomikuj.