หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
ข่าวสาร
สินค้า
บริการ
แกลลอรี
เว็บลงค์
เว็บบอร์ด
ติดต่อเรา

บริการ

 รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
 บทความต่างๆ ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเสริมสร้างกำลังใจของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 สุนทรพจน์ของนักการเมือง
 บทความเกี่ยวกับการขายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
  -  
  -  
  -  เป้าหมายเปลี่ยนชีวิต
  -  การพัฒนาบุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ
  -  อยากสำเร็จต้อง.
  -  การพูดเพื่อขาย
  -  ความล้มเหลวในการทำธุรกิจเครือข่าย
  -  นักการตลาดมืออาชีพ
  -  การจัดการเวลา
  -  ใช้ชีวิต...ให้เต็มชีวิต...
  -  การตลาดยุคใหม่ : Modern Marketing
  -  นิสัยความสำเร็จ...สำคัญกว่าทำก่อน
  -  การตลาดยุคใหม่ : นักการตลาดยุคใหม่
  -  อยากดัง ต้อง สร้างแบรนด์
  -  ครบเครื่องเรื่องการสื่อสารการตลาด
  -  การตลาดขั้นเทพ
  -  ชนะคู่แข่งด้วย SERVICE
  -  แนวความคิดทางการตลาด ยิ่งให้ยิ่งได้ ของมหาเศรษฐีโลก
  -  การตลาดของมหาเศรษฐีโลก
  -  สามก๊กกับกลยุทธ์การตลาด
  -  Digital Marketing for SME
  -  ธรรมชาติของงานบริการ
  -  อาวุธทางการตลาด สื่อนอกบ้าน
  -  Digitalmarketing Communication
  -  Viral Marketing
  -  กลยุทธ์การตลาด 10 P สำหรับนักธุรกิจ
  -  การสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ทางด้านการตลาด
  -  กลยุทธ์การตลาดในการแข่งขันระดับโลก
  -  สู่ความเป็นสุดยอด...นักการตลาดมือทอง....
  -  อาวุธทางด้านการตลาด.....ที่นักการตลาดต้องรู้
  -  นวัตกรรมและการสร้างสรรค์ทางด้านการตลาด
  -  จงสร้างความเชื่อมั่นในตนเองให้แก่พนักงานขาย
 บทความเกี่ยวกับกฏหมายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเขียนของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 นักพูดทางการเมือง
 หนังสือ การพูด
 บทความต่างๆ ของนักพูด
 ประวัตินักขาย
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการขาย
 วาทะของคนดัง
 ประวัติ ทนายความ
 ประวัติอาจารย์นักพูด
 คลิปเสียงภาพ เกี่ยวกับกฏหมาย
 วิธีการสู่ความสำเร็จ
 บุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ
 การบริการด้วยหัวใจ
 ผู้บริหาร
 Mind Map แผนที่ความคิด(หนังสือทางด้านการพูด)
 แนะนำหนังสือการเขียน
 ประวัตินักเขียน
 คลิปนักพูด
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์
 คลิป นักพูดต่างประเทศ
 คลิป ประกอบการบรรยาย
 คลิปเสียงของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ เกี่ยวกับการพูด เช่น นักพูดชั้นนำทำกันอย่างไร , วิธีการปรับปรุงน้ำเสียง ,จะพูดให้ได้ดีต้องมีการเตรียมตัว,นักพูดที่ดีต้องมีการศึกษาและองค์ประกอบของนักพูดที่ดี
 คลิป ครูเคท บรรยาย
 คลิป หมู่บ้านพลัม
 สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
 สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
 พูดอย่างมีกึ๋น
 หนังสือ การทำงานเป็นทีม
 แนะนำหนังสือ เกี่ยวกับการทำงาน
 ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
 คำคม
 รศ.ดร.สุขุม นวลสกุล
 สมชาย หนองฮี
 ดร.ผาณิต กันตามระ
 อ.อุสมาน ลูกหยี
 อาจารย์จตุพล ชมภูนิช
 วสันต์ พงศ์สุประดิษฐ์
 รศ.สุนีย์ สินธุเดชะ
 หมอพงษ์ศักดิ์ ตั้งคณา
 อาจารย์พนม ปีย์เจริญ
 อาจารย์เสน่ห์ ศรีสุวรรณ
 รศ.วิกรณ์ รักษ์ปวงชน
 อาจารย์วิชัย ปีติเจริญธรรม
 ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล
 กนกศักดิ์ ลิขิตไพรวัลย์
 อาจารย์ถาวร โชติชื่น
 สิริลักษณ์ ตันศิริ
 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
 โต้วาที
 คะเณยะ อ่อนนาง
 ภก. ดร. ประชาสรรค์ แสนภักดี
 ประดิษฐ์ กิตติฤดีกุล
 ดร.โอภาส กิจกำแหง
 ประมวลสุนทรพจน์ ทักษิณ ชินวัตร
 ดร.อภิชาติ ดำดี
 อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
 การตลาด
 ทอล์คโชว์
 รวมคลิป ที่เกี่ยวกับการพูดต่อหน้าที่ชุมชน
 คลิป เรื่องการบริหาร
 คลิป บุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจ
 เพลง ที่ให้กำลังใจ
 คลิป ดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีความสุข
 คลิป แรงบันดาลใจ
 คลิป สนุกๆ สร้างสรรค์
 การทำงานอย่างมีความสุข
 การจัดการองค์ความรู้ KM
 สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย

กลุ่มสินค้า

 หลักสูตร พลังแห่งการพูด
 หลักสูตร พลังแห่งการบริการ
 หลักสูตร การทำงานเป็นทีมและการบริหาร
 หลักสูตร พลังแห่งการสื่อสาร
 ผลงานหนังสือ
 หลักสูตร พลังแห่งการขายและการตลาด
 หลักสูตร การทำงานด้วยหัวใจ
 อาเซียน
 หลักสูตรอื่น
 หลักสูตร การคิด
 มอบหนังสือ เพื่อการกุศล
Custom Search
สถาบัน Cap vision
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ
 
 
  บริการ
รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
บทความต่างๆ  ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
หนังสือ การพูด
สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
พูดอย่างมีกึ๋น
ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
สมชาย หนองฮี
อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย
   บริการ : บทความเกี่ยวกับการขายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

...
  

...
  
เป้าหมายเปลี่ยนชีวิต
เป้าหมายเปลี่ยนชีวิต
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ คือ การเดินทางไปให้ถึงเป้าหมาย
บุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิตย่อมมีเป้าหมายเสมอ การมีเป้าหมายจะทำให้เรามีทิศทางในการทำงาน ตรงกันข้าม บุคคลที่ไม่มีเป้าหมาย ย่อมทำงานโดยไม่มีทิศทางและไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรในชีวิตกันแน่ นักขายก็เช่นกัน
มีนิทานเรื่องหนึ่ง เล่าว่า มีชาย 4 คน นั่งเรือลำเดียวกันไปเที่ยวทะเล ในขณะเที่ยวทะเล เรือเกิดประสบอุบัติเหตุล่ม ชายทั้ง 4 คน จึงติดอยู่ที่เกาะร้างแห่งหนึ่ง ไม่สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากใครได้ จึงหาผลไม้ อาหาร ที่บนเกาะปะทังชีวิต อยู่หลายปี จนกระทั่งวันหนึ่ง ชายทั้ง 4 คน เดินริมชายหาดไปเจอ ตะเกียงวิเศษ เลยจับตะเกียงขึ้นมาดู ปรากฏว่า มียักษ์ตนหนึ่ง โผล่ออกมาจากตะเกียงวิเศษ พร้อมกล่าวว่า เจ้าทั้ง สี่ ปล่อยข้าออกจากตะเกียง เจ้ามีสิทธิ์ขอสิ่งที่เจ้าปรารถนาได้คนละหนึ่งอย่าง ชายคนแรกเริ่มขอ ข้าอยากกลับบ้าน ยักษ์บอกว่า เจ้าได้ตามคำขอ ว่าแล้วยักษ์ ก็ชี้ไปที่ชายคนแรก ปรากฏว่า ชายคนแรกก็หายไป ได้กลับบ้านตามคำขอ ชายคนที่สองก็เริ่มขอทันที ข้อขอบ้านหลังใหญ่ มีเงินทองและขอกลับบ้าน ว่าแล้วยักษ์ ก็ชี้ไปที่ชายคนที่สอง ปรากฏว่า ชายคนที่สองหายไป แล้วยักษ์ก็ชี้ไปที่ชายคนที่สาม แล้วเจ้าละ ชายคนที่สามไม่คิดมาก เริ่มขอ ข้าขอเมียสวยๆ มีทรัพย์สมบัติมากๆ และขอกลับบ้าน ยักษ์บอกเจ้าได้ดังที่ขอ แล้วยักษ์ก็ชี้ไปคนสุดท้าย แล้วเจ้าละขออะไร รีบขอมา ชายคนสุดท้าย เกาหัว ทำท่าลังเล พร้อมบ่นอยู่คนเดียวจะขออะไรดี แล้ว ยักษ์ก็ถาม ขึ้นอีกครั้ง เจ้าต้องการอะไร ชายคนสุดท้ายรีบตอบ ข้าขอปรึกษาเพื่อน อีก 3 คน ก่อน ว่าแล้ว ยักษ์ ก็ชี้ไปยัง ชายคนสุดท้าย เจ้าได้ตามคำขอ และแล้วเพื่อน 3 คน ที่กลับบ้านก็ปรากฏกายขึ้น แล้วไล่ เตะ ไล่ต่อย ชายคนสุดท้าย แล้วพูดว่า มึงขออะไรยักษ์วะ
จากนิทานเรื่องนี้ เราจะเห็นว่า คนที่ไม่มีเป้าหมายหรือไม่รู้ความต้องการของตนเอง นอกจากตัวเองจะไม่ประสบความสำเร็จแล้ว ยังดึงคนอื่นให้ล้มเหลวตามไปด้วย
ดังนั้น ถ้าเราต้องการประสบความสำเร็จ ในการเป็นนักขาย เราจำเป็นต้องตั้งเป้าหมายไว้
อาจเป็นตัวเลขการขาย เป้าหมายเป็นปี เป็นเดือน และก็เป็นวัน แล้วจึงทุ่มเท มุ่งมั่น ไปให้ถึงเป้าหมาย บางครั้ง อาจท้อแท้ แต่ก็ต้องอดทน
นักขาย จำเป็นต้องอดทนต่อการปฏิเสธ รักที่จะเป็นนักขาย ต้อง อดทน ต่อการถูกปฏิเสธ
และถ้าถูกปฏิเสธ จากลูกค้า จำนวนมากเท่าไร ก็จะทำให้เราเข้าใกล้ การเป็นสุดยอดนักขายฉันนั้น
เช่น ในวงการขายประกัน นักขายบางคนบอกว่า เสนอขายลูกค้า 10 คน มีคนตอบรับ 3 คน ปฏิเสธ
7 คน แต่ถ้าเป็นนักขายประกันที่เก่ง บางคนเสนอขายลูกค้า 10 คน อาจมีคนตอบรับ 8 คน แต่ก็ต้องมีคนปฏิเสธ การขายเสมอ ดังนั้น รักที่จะเป็นนักขาย ก็ไม่ต้องกลัวการถูกปฏิเสธ
จงมุ่งมั่น ฝึกฝน ทักษะในการขาย การชำนาญย่อมเกิดจากการฝึกฝน การเป็นสุดยอดนักขาย เราจำเป็นต้องฝึกฝน ทุ่มเท มุ่งมั่น ที่จะประสบความสำเร็จ ไม่ย่อท้อ การขายสินค้า บ่อยๆ จะทำให้เรารู้กระบวนการขาย ทำให้เรารู้ทักษะต่างๆในการขาย บางครั้ง ครูที่ดีของนักขาย ไม่ใช่ใคร อื่น ครูที่สอนให้เราเป็นสุดยอดนักขาย ก็คือ ลูกค้า นั่นเอง
พูดถึงเรื่องการ ไม่ยอมแพ้ บุคคลที่ประสบความสำเร็จ จะไม่ยอมแพ้ อะไรง่ายๆ เช่น
ผู้พันแซนเดอร์ส เจ้าของสูตรไก่ทอด KFC ( Kentucky Fried Chicken) ที่มีขายทั่วโลก เขาไม่ประสบความสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันอะไรในชีวิตเลย อายุ 5 ขวบ เขากำพร้าพ่อ ต้องรแเลี้ยงดูน้องๆอีกต้องช่วยแม่ทำงานบ้าน ทำอาหาร เพื่อแบ่งเบาภาระของแม่ เมื่ออายุ 16 ปี เนื่องจากฐานะทางบ้านยากจนต้องออกจากโรงเรียน ต่อมาแม่แต่งงานใหม่ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพ่อเลี้ยงไม่สู้จะดี พ่อเลี้ยงชอบตีเขาเป็นประจำจนต้องหนีออกจากบ้าน เขาพยายามหางานทำแต่ก็ต้องตกงานเป็นประจำ เมื่ออายุ 18 ปี เขาได้แต่งงาน มีลูกสาว 1 คน เขาจึงไปเป็นพนักงานขายตั๋วรถไฟ แต่ก็ล้มเหลวอีก เขาสมัครเป็นทหารในกองทัพสหรัฐ ทำงานได้ช่วงหนึ่งก็ถูกให้ออกจากกองทัพสหรัฐ ภรรยาของเขาทนในความไม่เอาไหนของเขาไม่ได้จึงตัดสินใจหอบลูกสาวหนี เขาต้องทนทุกข์กับความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าในอาชีพการทำงานของเขาอีกทั้งครอบครัวที่แตกแยก จนกระทั่งเกษียณตอนอายุ 65 ปี เขาจึงคิดที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต เขาจึงคิดว่ามีสิ่งหนึ่งที่เขารักและทำได้ดีที่สุดในชีวิตก็คือทำอาหาร รุ่งขึ้นเขาจึงไปซื้อไก่มาจำนวนหนึ่งแล้วลงมือทอดไก่ด้วยสูตรของเขาเอง แล้วจึงขายไก่ทอดตามบ้านของเขาที่เมืองคอร์บิน รัฐเคนตั๊กกี้ ต่อมาเขาต้องการให้คนในสหรัฐได้กินไก่ทอดของเขาทั้งประเทศ เขาไม่มีเงินทุน จึงต้องเดินเร่ขาย สูตรไก่ทอดของเขา ให้นักธุรกิจ จากคนที่ 1 คนที่ 10 , 100 , 1,000 ก็ไม่มีใครสนใจสูตรไก่ของเขา เขาก็ไม่ย่อท้อ เขาไม่ยอมพ่ายแพ้ เขาเร่ขายต่อ จนกระทั่ง คนที่ 1,009 จึงมีคนซื้อสูตรไก่ของเขา
พวกเราเชื่อกระผมไหมครับ ถ้าเขาเกิดยอมแพ้ ก่อนเวลาอันควรหรือเสนอขายสูตรไก่ให้กับนักธุรกิจคนที่ 1,008 แล้วยอมแพ้ก่อนจะถึงคนที่ 1,009 ตอนนี้ พวกเราคงไม่มีโอกาสกินไก่ทอดที่อร่อยในยี่ห้อ KFC ซึ่งมีสาขามากว่า 13,000 แห่ง ทั่วโลก
สำหรับบุคคลที่ประสบความสำเร็จอีกท่านหนึ่ง เฉินหลงหรือชื่อจริง เฉินกั่งเซิง ผมได้มีโอกาสอ่านประวัติของเฉินหลง บุคคลผู้นี้ เราสามารถนำเอาเป็นแบบอย่างได้ เฉินหลง ชอบการชกต่อยมาตั้งแต่เด็กๆ พ่อของเฉินหลงจึงตัดสินใจฝากเฉินหลงกับอาจารย์หวี่ ซึ่งขณะนั้นอาจารย์หวี่ เป็นอาจารย์หรือครูมวยชื่อดังและได้เปิดโรงเรียนสอนการเล่นงิ้วโดยสัญญาว่าจะให้เฉินหลงเรียนวิชาต่างๆของโรงเรียนเป็นเวลาสิบปี ซึ่งตอนนั้นเฉินหลงอายุไม่ครบแปดปีบริบูรณ์ด้วยซ้ำ ซึ่งเด็กรุ่นๆเฉินหลงในโรงเรียน ได้กลายเป็นดาราดังเช่น หมูหินหงจินเป่าและหยวนเปียว เฉินหลงฝึกเล่นงิ้ว ฝึกกังฟู ฝึกวิทยายุทธ์ของครูหวี่ ต่อมาจึงได้มีโอกาสไปแสดงงิ้วในที่ต่างๆรวมทั้งประเทศไทยด้วย ซึ่งการแสดงส่วนใหญ่เฉินหลงมักเป็นตัวแสดงที่ต้องใช้กำลัง หลังจากนั้นเฉินหลงก็รับจ้างเป็นนักแสดงคิวบู๊ ซึ่งเป็นตัวประกอบหลายเรื่องในขณะนั้นยังไม่มีชื่อเสียง จนกระทั่งเขามีโอกาสเล่นหนังเรื่องไอ้หนุ่มพันมือ ตามด้วยหนังเรื่องไอ้หนุ่มหมัดเมา เฉินหลงจึงค่อยๆเป็นที่ยอมรับของผู้ชมในระดับหนึ่ง หลังจากนั้นเฉินหลงกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ในระดับเอเชียโดยเซ็นสัญญากับโกลเด้นฮาร์เวสต์ หนังที่ทำให้เขาแจ้งเกิดในระดับเอเชียคือ วิ่งสู้ฟัด เอไกหว่า ต่อมาดังระเบิดในสหรัฐในหนังเรื่องใหญ่ฟัดโลก ในการแสดงของเฉินหลงมักเป็นที่ยอมรับของผู้ชม เนื่องจากเฉินหลงลงทุนแสดงบทเสี่ยงตาย โดยกระโดดลงจากที่สูง บางเรื่องถึงขนาดใส่เสื้อตัวเดียว ถ่ายหนังท่ามกลางอุณหภูมิที่ติดลบ โดยไม่ใช้นักแสดงแทนหรือสตันแมนเหมือนดาราคนอื่นๆทำ พวกเราลองคิดดูเฉินหลงฝึกการแสดงต่างๆตอนอายุไม่ครบแปดปีบริบูรณ์ ฝึกสิบปีแล้วจึงไปเป็นนักแสดงตัวประกอบแล้วในที่สุดก็ประสบความสำเร็จในที่สุด ถ้าหากพวกเราพยายามที่จะประสบความสำเร็จโดยใช้เวลาแค่สองสามปีหรือห้าหกปี พวกเรายังห่างไกลจากความสำเร็จเป็นอันมากเมื่อเปรียบเทียบกับเฉินหลง
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ไม่เคยได้มาง่ายๆ
...
  
การพัฒนาบุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ
การพัฒนาบุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
คนที่ประสบความสำเร็จไม่ว่าแวดวงการเมือง แวดวงธุรกิจ แวดวงการศึกษา และแวดวงต่างๆ มักจะมีความเป็นผู้นำ มักจะมีความรู้ ความสามารถ กล้าพูด กล้าทำ กล้าแสดงออก อีกทั้งยังคงเป็นบุคคลที่มีบุคลิกภาพที่ดี
ในบทความชิ้นนี้ เราจะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเรื่อง “ การพัฒนาบุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ ”
บุคลิกภาพ หมายถึง ลักษณะเฉพาะของบุคคลที่แสดงปรากฏออกมายังภายนอก ซึ่งบุคลิกภาพมีทั้งบุคลิกภาพภายใน คือ ความรู้สึก อารมณ์ ความฉลาด ความจริงใจ ความเชื่อมั่นในตนเอง ความคิดริเริ่ม และ บุคลิกภาพภายนอก คือ การแต่งกาย ท่านั่ง ท่ายืน รูปร่างหน้าตา ทรงผม การปรากฏตัว การใช้น้ำเสียง การพูด
ทำไมเราต้องมีการพัฒนาบุคลิกภาพ เพราะการพัฒนาบุคลิกภาพจะทำให้เป็นที่ยอมรับในสังคม ใครเห็นก็รู้สึกประทับใจ อีกทั้งทำให้เกิดความเชื่อมั่นในตนเองเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีทั้งต่อตนเองและองค์กรที่ตนสังกัด
สำหรับการพัฒนาบุคลิกภาพ เราต้องมีการพัฒนาบุคลิกภาพทั้งภายในและภายนอก
การพัฒนาบุคลิกภาพภายนอกที่จำเป็นต้องพัฒนา ได้แก่ การแต่งกาย มารยาทสังคม
การแต่งกายที่ดี ควรยึดหลัก สะอาด สวยงาม สุภาพเรียบร้อยและเหมาะกับกาลเทศะ
สะอาด คือ ต้องสะอาดทั้งร่างกายและเครื่องแต่งกายก็มีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นผม เสื้อผ้า รองเท้า กลิ่นปาก กลิ่นตัว เล็บ ถุงเท้า
สวยงาม คือ การแต่งกายควรเพิ่มสีสันโดยประมาณไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป ควรมีเครื่องประทับเล็กน้อยประกอบการแต่งกายไม่ว่าจะเป็น นาฬิกา ปากกาถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ควรเกิน 2 ด้าม ตุ้มหู การทาปาก แต่งหน้า เป็นต้น
สุภาพเรียบร้อยและเหมาะกับกาลเทศะ กล่าวคือ แต่งกายให้เหมาะสมกับงานหรือสถานที่ที่จะไปร่วม สีเสื้อให้เหมาะสม เช่นไปงานศพ ก็ไม่ควรใส่เสื้อสีแดง (งานศพทั่วไปควรแต่งกายสุภาพ ใส่ชุดเสื้อดำ แต่หากเป็นพิธีงานศพที่สำคัญ เช่นมีหมายกำหนดการ ควรแต่งกายสากลไว้ทุกข์ ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว เนคไทดำ สวมรองเท้าดำหุ้มส้น) ถ้าไปโรงแรมชั้นหนึ่งเราก็สามารถใส่ชุดสูทเข้าร่วมงานได้ แต่หากไปร่วมงานประเพณีตามสถานที่ต่างจังหวัด ตามท้องทุ่งนา ก็ไม่ควรใส่ชุดสูทไป ควรใส่เสื้อผ้าพื้นเมือง หรือชุดไทยไปจะเหมาะสมกว่า (ในปัจจุบันชุดไทยมีหลากหลายเราต้องควรศึกษาเพื่อใช้ในงานต่างๆให้เหมาะสม เช่น ชุดไทยประจำชาติ ชุดไทยจักรี ชุดไทยดุสิต ชุดไทยประยุกต์ ชุดไทยจิตรลดา เป็นต้น)
ดังนั้น การพัฒนาบุคลิกภาพ การแต่งกายจึงมีความสำคัญดังคำโบราณกล่าวไว้ว่า “ ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” เพราะการแต่งกายที่ดีจะช่วยเสริมบุคลิกภาพและสามารถสื่อสารได้ การแต่งกายก็เหมือนหีบห่อของผลิตภัณฑ์หรือตัวสินค้า เช่น กล่องยาสีฟัน กล่องสบู่ กล่องขนม หากการแต่งกายสะอาด ดูดี สวยงาม เหมาะสม ก็จะเป็นการเพิ่มมูลค่าภายในของผู้แต่งกาย
มารยาททางสังคมก็มีความสำคัญในการพัฒนาบุคลิกภาพ เนื่องจากทุกประเทศมีมารยาทสังคมที่แตกต่างกัน หรือในประเทศเดียวกันก็ยังมีประเพณีท้องถิ่น ภาษาถิ่น ดังนั้นเราต้องเรียนรู้กัน
มารยาททางสังคมสำหรับสังคมไทยที่ควรรู้ก็คือ การทักทาย การไหว้ การใช้โทรศัพท์ การพูดคุย การนั่ง การยืน กับผู้ใหญ่ การซื้อขอฝากตามเทศกาลต่างๆ การใช้ช้อนกลางในการรับประทานอาหารร่วมกัน การไม่โทรศัพท์หรือพูดคุยกันในห้องประชุม ฯลฯ
ดังนั้น หากท่านต้องการประสบความสำเร็จในชีวิตหรือในหน้าที่การทำงาน ท่านควรพัฒนาตนเองหลายๆด้าน การพัฒนาบุคลิกภาพก็เป็นด้านหนึ่งที่ท่านควรพัฒนาเพราะการพัฒนาบุคลิกภาพจะนำพาท่านสู่ความสำเร็จ







...
  
อยากสำเร็จต้อง.
อยากสำเร็จต้อง...
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตในแวดวงต่างๆ มักเป็นบุคคลที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงตนเองอยู่เสมอ ฉะนั้นหากท่านต้องการประสบความสำเร็จ ท่านจึงต้องควรมีการเปลี่ยนแปลงตนเอง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ท่านจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงตนเองหลายด้าน สำหรับบุคคลที่ประสบความสำเร็จมักเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้
1.ท่านต้องเป็นคนที่มี “ เป้าหมายชัดเจน ” อีกทั้งควรเขียนเป้าหมายเป็นลายลักษณ์อักษร เขียนเพื่อให้จดจำ การเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร หรือ วางเป้าหมายเป็นภาพต่างๆ แล้วติดตามโต๊ะทำงาน ห้องนอน ห้องน้ำ ฯลฯ จะทำให้เราเกิดการจดจำได้มากกว่า การมีเป้าหมายแล้วไม่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร
2.ท่านต้องเป็นคนที่ “ ทำสม่ำเสมอ ” เมื่อมีการวางเป้าหมายแล้ว หากไม่ลงมือทำ เป้าหมายนั้นก็จะไม่มีความหมายหรือเกิดผลสำเร็จตามเป้าหมาย ซึ่งสำคัญก็คือ ต้อง ททท.(ทำทันที) ไม่ต้องรอช้า วางแผนงานแล้วลงมือทำทันที มิใช่นั้น ความสำเร็จก็จะไม่บังเกิด
3.ท่านต้องเป็นคนที่ “ ชอบเข้าใกล้หรือชอบปรึกษาคนที่ประสบความสำเร็จ ” การเรียนรู้หรือคัดลอกจากต้นแบบจะทำให้เราลดเวลาในการเดินทางไปสู่เป้าหมาย เช่น หากเราอยู่ต่างจังหวัดเราจะเดินทางไปกรุงเทพฯ (ครั้งแรกโดยรถยนต์ส่วนตัว) หากเราไม่ถามทางคนที่เคยไปกรุงเทพฯมาแล้ว เราลองเดินทางไปเอง เราอาจหลงทาง เสียเวลา แต่หากเราถามคนที่เคยไปมาแล้ว ก็จะทำให้เราไม่หลงทางถึงกรุงเทพฯ ไวยิ่งขึ้น อีกทั้งประหยัดน้ำมันหรืองบประมาณอีกด้วย
4.ท่านต้องเป็นคนที่ “ชอบการเปลี่ยนแปลง ” คนเรามักไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง แต่คนเราจะเจริญก้าวหน้าด้วยการเปลี่ยนแปลง หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องการประสบความสำเร็จในอาชีพต่างๆ ท่านควรเป็นผู้ที่มีแนวความคิดในการเปลี่ยนแปลง มีความคิดในการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
5.ท่านต้องเป็นคนที่ “ ชอบเรียนรู้อยู่เสมอ” โลกยุคปัจจุบันเป็นโลกยุคของข้อมูลข่าวสาร ยุคของความรู้ ซึ่งบุคคลที่ต้องการประสบความสำเร็จจะต้องเป็นนักเรียนรู้อยู่เสมอ สามารถนำข้อมูลข่าวสาร ความรู้ต่างๆ มาใช้ประโยชน์ในงานอาชีพของตนเองได้
6.ท่านต้องเป็นคนที่ “ รู้จักใช้ เทคโนโลยี เครื่องมือ อุปกรณ์ ต่างๆ ช่วย ” โลกยุคปัจจุบันรวมทั้งโลกในอนาคต เทคโนโลยี เครื่องมือ อุปกรณ์ ต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญ ผู้ที่ประสบความสำเร็จมักต้องรู้จักใช้เครื่องมือ เทคโนโลยี อุปกรณ์ต่างๆเข้าช่วย การใช้เทคโนโลยี เครื่องมือ อุปกรณ์ จะเป็นการลดต้นทุน ลดเวลา ลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการทำงาน เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือช่วยในการชำระเงิน ช่วยบอกทาง ช่วยรับข้อมูลข่าวสาร ช่วยปลุก ช่วยเตือนงาน ฯลฯ
7.ท่านต้องเป็นคนที่ “ แตกต่าง ” หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องการความสำเร็จ ท่านควรมีความแตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไป คนที่ประสบความสำเร็จหลายๆ คนมักคิดแตกต่างจากคนอื่น ทำอะไรๆ ที่แตกต่างจากคนอื่นๆ เช่นการแต่งกาย ทรงผม บุคลิก การพูดจา ฯลฯ
8.ท่านต้องเป็นคนที่ “ เริ่มต้น ” หากท่านอ่านมาถึงข้อความตรงนี้แล้ว หากท่านไม่เริ่มต้นทำหรือเริ่มต้นที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง ความสำเร็จก็คงไม่เกิดขึ้นกับท่าน แต่หากท่านต้องการความสำเร็จจงเริ่มต้นทำ ระยะทางถึงแม้จะไกลแสนไกล หากเราไม่เริ่มต้นเดินก้าวแรกเราก็จะไม่มีวันไปถึงเป้าหมายปลายทาง
โดยสรุป อาจกล่าวได้ว่า ปัจจัยที่ทำให้คนประสบความสำเร็จมีอีกหลายปัจจัยที่กระผมยังไม่ได้กล่าวถึง แต่สิ่งที่สำคัญ หากเราอ่าน เราศึกษาแล้ว แต่เราไม่นำเอาไปปฏิบัติ ความสำเร็จก็ยากที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น หากต้องการประสบความสำเร็จ ท่านคงต้องลงมือปฏิบัติ อีกทั้งต้องคอยควบคุม ตรวจสอบ อยู่เสมอ ก็จะทำให้เราประสบความสำเร็จดังเช่นคนที่ประสบความสำเร็จ ไม่มีอะไรที่มนุษย์ทำไม่ได้เพียงแต่เราไม่ได้ลงมือทำมัน



...
  
การพูดเพื่อขาย
การพูดเพื่อขาย
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
การพูดเพื่อขายเป็นการพูดให้ผู้ฟังเกิดความคล้อยตาม เป็นการชักจูงใจให้ผู้ฟังเกิดการซื้อสินค้า บริการ หรือชักชวนให้ผู้ฟังมาทำธุรกิจเครือข่าย ซึ่งผู้พูดต้องอาศัยการฝึกฝน ประสบการณ์ จากตำราและการทำงานขายภาคสนามจริงๆ
สำหรับการพูดเพื่อขาย สิ่งที่ผู้พูดควรแสวงหา ควรเรียนรู้ เพื่อนำมาประกอบการพูดเพื่อขายคือ
1.ข้อมูลต่างๆ ที่ผู้พูดควรรู้ เช่น
- รู้บริษัท กล่าวคือต้องรู้ประวัติของบริษัท รู้ระเบียบ กฎเกณฑ์ การแข่งขันภายในของบริษัท นโยบาย ตลอดจนผู้บริหารบริษัทโดยเฉพาะคนที่สำคัญๆของบริษัท
- รู้สินค้า ต้องรู้ประเภทของสินค้า มีกี่แบบกี่สี กี่รุ่น วิธีการใช้ การดูแลรักษา
- รู้บริษัทคู่แข่ง ต้องรู้ว่าสินค้าประเภทเดียวกันสินค้าของเราบริษัทไหนเป็นคู่แข่ง เขาขายสินค้าราคาเท่าไร ถูกหรือแพงกว่าสินค้าของเรา
- รู้เกี่ยวกับตัวของลูกค้า ต้องรู้ว่าลูกค้าของเราคือใคร ชอบสินค้าประเภทไหน รู้เพื่อจะปรับวิธีการพูดเพื่อนำเสนอขายได้อย่างเหมาะสมกับตัวลูกค้า
2.เทคนิค ทฤษฏี ที่เกี่ยวกับการขาย กล่าวคือ ผู้พูดต้องศึกษา เรียนรู้ เทคนิคการขาย จากการอ่าน การอบรม การ
สัมมนาหรือสอบถามจากนักขายรุ่นพี่ การรู้จักเทคนิคการขาย จะทำให้ผู้พูดรู้จัก จังหวะในการพูด ว่าควรจะพูดอย่างไรเมื่อไร เช่น ขั้นตอนการขายมีอยู่ 4 ขั้น
คือ 1.ขั้นเปิดใจ 2.ขั้นถามปัญหา 3.ขั้นแก้ปัญหา 4.ขั้นปิดการขาย ฉะนั้น เมื่อเราทราบว่าขั้นตอนการขายมีอยู่ 4 ขั้น เราจะใช้คำพูดแต่ละขั้นที่แตกต่างกัน กล่าวคือ
ขั้นที่ 1 เปิดใจ เราควรพูดถึงสิ่งต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวกับตัวของสินค้า ผลิตภัณฑ์ บริการ เป็นการพูดในเรื่องที่ผู้ฟังเกิดความสนใจ เรื่องที่ผู้ฟังเกิดความภาคภูมิใจ เรื่องที่ผู้ฟังอยากฟัง
ขั้นที่ 2 ขั้นถามปัญหา เป็นขั้นตอนที่ผู้พูดตั้งคำถามหรือถามปัญหาของลูกค้าเพื่อที่จะได้นำเอาสินค้าและบริการของเราไปช่วยแก้ปัญหา
ขั้นที่ 3 ขั้นแก้ปัญหา กล่าวคือผู้พูดต้องพูดนำเสนอสินค้าและบริการของเรา เพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหาให้แก่
ผู้ฟังหรือลูกค้า
และขั้นที่ 4 ขั้นปิดการขาย เป็นขั้นตอนที่ยากที่สุดในการพูดเพื่อขาย ผู้พูดจะต้องพูดจูงใจให้ผู้ฟังตัดสินใจซื้อ
สินค้าและบริการ
3.การพูดสาธิตสินค้า เป็นการพูดที่ต้องใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ สื่อ สินค้าตัวอย่าง ประกอบ ควรพูดให้มีการลำดับขั้นตอนที่ชัดเจน ควรพูดให้ผู้ฟังทราบถึงผลประโยชน์ของสินค้า หากต้องการเป็นมืออาชีพ ช่วงขั้นตอนในการสาธิตควรแนะนำชื่อผู้พูดสาธิต ทีมงาน แนะนำขั้นตอนเวลาใช้สินค้า เน้นย้ำประโยชน์ของสินค้า ความแตกต่างระหว่างสินค้าอื่นๆกับสินค้าของผู้พูด อีกทั้งควรพูดตอบคำถามอย่างมั่นใจ
การพูดเพื่อขาย ยังคงต้องคำนึงถึงสถานการณ์ ลักษณะของธุรกิจ เช่นการพูดเพื่อขายในธุรกิจเครือข่าย ยังต้องมีการพูดเพื่อขายธุรกิจ(ชักชวนคนมาร่วมทำธุรกิจเครือข่าย) , การพูดหน้าเวทีเพื่อสาธิตสินค้า , การพูดนำเสนอแผนการตลาด , การพูดคุยกับลูกทีมกับแม่ทีม , การพูดขายทางโทรศัพท์ ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม การพูดเพื่องานขายมีความสำคัญอย่างมาก ผู้ที่ต้องการเป็นนักขายจึงต้องควรฝึกฝน เพื่อให้เกิดความชำนาญ เกิดประสบการณ์ เกิดทักษะ และจะทำให้ผู้พูดเกิดความมั่นใจในการพูด ไม่ประหม่า ไม่ตื่นเต้น บางคนฝึกฝนมาน้อยหรือนักขายหน้าใหม่ เมื่อพูดนำเสนอขายก็จะพูดวกไปวนมา จนผู้ฟังเกิดความสับสน น้ำเสียงในการพูดก็สั่นเครือ อีกทั้งการพูดเพื่อขายจะต้องใช้ความอดทน ความสุภาพ ความอ่อนน้อม และต้องเข้าใจความต้องการของลูกค้าอีกด้วย



...
  
ความล้มเหลวในการทำธุรกิจเครือข่าย
ความล้มเหลวในการทำธุรกิจเครือข่าย
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
บุคคลที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจเครือข่าย มักมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ดีหลายๆอย่าง ซึ่งพวกเราสามารถหาอ่านได้ตามหนังสือ บทความทางสื่อต่างๆ แต่บุคคลที่ล้มเหลวในการทำธุรกิจเครือข่ายมักมีการพูดถึงกันน้อย สำหรับบทความฉบับนี้ เราจะมาพูดถึงบุคคลที่ล้มเหลวในการทำธุรกิจเครือข่ายว่าเป็นคนที่มีลักษณะอย่างไร
1.ไม่มีเป้าหมายในชีวิต บุคคลที่ล้มเหลวในการทำธุรกิจเครือข่ายมักเป็นบุคคลที่ขาดการตั้งเป้าหมายในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเป้าหมายในเรื่องของตำแหน่งต่างๆ ในธุรกิจเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเป้าหมายในเรื่องของรถ บ้าน การท่องเที่ยว ที่ตนเองต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเป้าหมายในการขยายเครือข่าย ฯลฯ สำหรับการตั้งเป้าหมายที่ดีเราควรกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน อีกทั้งต้องกำหนดระยะเวลาในการไปถึงเป้าหมายด้วย
2.ขาดความกระตือรือร้นในการทำงาน การทำธุรกิจเครือข่าย เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการขายและขยายเครือข่าย เป็นธุรกิจอิสระ ซึ่งเราไม่ต้องไปทำงานในสำนักงานเหมือนการทำงานประจำ ดังนั้น ผู้ที่ทำธุรกิจเครือข่ายจะต้องมีความกระตือรือร้น มีความรับผิดชอบ มีวินัยในการทำงาน เนื่องจากการทำธุรกิจเครือข่ายเราสามารถกำหนดเวลาทำงานได้ด้วยตนเอง
3.ไม่ออกไปชวนคน ธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยคน เพื่อให้เกิดการซื้อใช้ เกิดการขาย เกิดการบอกต่อ คนที่ล้มเหลวในการทำธุรกิจเครือข่ายมักเป็นคนที่ไม่ออกไปชวนคนมาร่วมทำธุรกิจ เมื่อไม่มีการชวนคนเข้าร่วม การขยายเครือข่ายก็ไม่เกิดขึ้น
4.ไม่เข้าร่วมกิจกรรมกับบริษัท การทำธุรกิจเครือข่าย เรามีความจำเป็นจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมกับบริษัท เพื่อให้ทราบข้อมูล ข่าวสาร การแข่งขัน โดยเฉพาะการประชุม การสัมมนา หากท่านไม่ต้องการความล้มเหลวในการทำธุรกิจเครือข่าย ท่านควรหาโอกาสเข้าร่วม ประชุม สัมมนา บ่อยๆ เท่าที่จะมีโอกาส เนื่องจากการเข้าประชุม สัมมนา จะทำให้เราเกิดไฟหรือความกระตือรือร้นในการทำงาน
5.ไม่ศึกษาตัวสินค้าของบริษัท การทำธุรกิจเครือข่าย นักธุรกิจเครือข่ายที่ดีต้องรู้จักรายละเอียดของสินค้า ประเภทของสินค้า คุณลักษณะพิเศษของผลิตภัณฑ์ ทั้งของคู่แข่งและของบริษัท เพราะหากเนื่องจากลูกค้าถาม นักธุรกิจเครือข่ายที่ดีจะต้องตอบและอธิบายได้ด้วยความมั่นใจ
6.ไม่ศึกษาแผนการตลาด การทำธุรกิจเครือข่ายให้ประสบความสำเร็จ นักธุรกิจเครือข่ายมีความจำเป็นจะต้องเขียนแผนการตลาด อธิบายแผนการตลาดของบริษัทได้ หากอธิบายหรือเขียนแผนการตลาดไม่ได้ ท่านก็ไม่สามารถขยายธุรกิจของท่านได้ ดังนั้นควรศึกษารายละเอียดของแผนการตลาดของบริษัทให้ถูกต้อง เมื่อถูกถามท่านก็สามารถตอบและอธิบายได้ด้วยความมั่นใจ
7.ไม่ติดต่อกับทีมงาน การทำธุรกิจเครือข่าย เป็นการทำธุรกิจแบบเป็นทีม ทุกคนในทีมมักจะช่วยกัน เนื่องจากหากลูกทีมได้ผลประโยชน์ หัวหน้าทีมก็มักจะได้ด้วย ฉะนั้น หากต้องการประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจเครือข่าย จงพยายามติดต่อกับทีมงาน หัวหน้าทีม เพื่อนร่วมทีม ลูกทีม ให้มากที่สุด
8.ไม่มีความสม่ำเสมอ ทำๆ หยุดๆ ขาดการต่อเนื่อง อีกทั้งเลิกล้มก่อนเวลาที่จะประสบความสำเร็จ การทำกิจการทุกอย่างกว่าจะประสบความสำเร็จต้องใช้เวลา เช่น การปลูกต้นไม้กว่าต้นไม้นั้นจะโตก็ต้องใช้เวลา อีกทั้งต้องเพียรพยายามรดน้ำ พรวนดิน ดังนั้นหากต้องการประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย ท่านจำเป็นจะต้องมีความอดทน มีความสม่ำเสมอในการทำงาน จึงจะประสบความสำเร็จ
เราจะเห็นได้ว่าปัจจัยต่างๆข้างต้นนี้ หากมีในบุคคลใด บุคคลนั้นมักล้มเหลวในการทำธุรกิจเครือข่าย ดังนั้นหากต้องการประสบความสำเร็จ ท่านจะต้องตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนแน่นอน ท่านจะต้องมีความกระตือรือร้นในการทำงาน ท่านจะต้องออกไปชวนคนเข้าร่วมทำธุรกิจเครือข่าย ท่านจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมของบริษัท ท่านจะต้องศึกษาตัวสินค้าของบริษัท ท่านจะต้องศึกษาแผนการตลาด ท่านจะต้องมีการติดต่อกับทีมงานและท่านจะต้องมีความสม่ำเสมอในการทำงานธุรกิจเครือข่าย


...
  
นักการตลาดมืออาชีพ
นักการตลาดมืออาชีพ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
www.drsuthichai.com
ยุคปัจจุบัน ธุรกิจทุกประเภท สินค้าทุกตัว มีการแข่งขันอย่างรุนแรง เช่น ธุรกิจเครื่องดื่ม เราจะเห็นได้ว่า เครื่องดื่มมีหลากหลายยี่ห้อ เครื่องดื่มมีหลากหลายประเภท เครื่องดื่มมีหลากหลายรสชาติ เครื่องดื่มมีหลากหลายสี เครื่องดื่มมีหลากหลายขนาด เครื่องดื่มมีหลากหลายรูปแบบ ฯลฯ
ทั้งนี้ ธุรกิจทุกประเภท สินค้าทุกประเภท ยังคงต้องเผชิญกับคู่แข่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน คู่แข่งรายเก่า คู่แข่งรายใหม่ คู่แข่งจากต่างประเทศ จึงทำให้นักการตลาดที่ทำงานด้านการตลาดให้กับธุรกิจประเภทต่างๆ สินค้าประเภทต่างๆ จำเป็นจะต้องมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น
ผมขอยกตัวอย่างแค่ธุรกิจน้ำดื่มในประเทศไทยของเรา สำหรับการตลาดในธุรกิจน้ำดื่มในยุคปัจจุบัน ภาพรวมตลาดรวมเครื่องดื่มกว่า 130,000-140,000 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดน้ำอัดลม 44,000-45,000 ล้านบาท น้ำดื่ม 23,000ล้านบาท เครื่องดื่มชูกำลัง 20,000ล้านบาท ชาพร้อมดื่ม 13,000 ล้านบาท น้ำผลไม้ 12,000 ล้านบาท กาแฟพร้อมดื่มประมาณ 10,000ล้านบาท ฟังก์ชันนอลดริงค์และเครื่องดื่มผสมวิตามิน 5,000ล้านบาท และเครื่องดื่มเกลือแร่ 4,200 ล้านบาท
เราจะเห็นว่า แค่เครื่องดื่มประเภทชาพร้อมดื่ม บริษัทใหญ่ๆ หรือยี่ห้อที่มีส่วนแบ่ง
การตลาดอันดับต้นๆ มักจะใช้กลยุทธ์ ลด แลก แจก แถม จนทำให้คู่แข่งบางราย ที่มีทุนไม่มาก ถึงขนาดออกจากตลาดไปเลยก็มี เช่น
1.อิชิตัน รหัสรวยเปรี้ยง ตอน ทอง หมื่น แสน ล้าน แจกหนัก 1,110 รางวัล มูลค่า 30 ล้านบาท วิธีการส่ง SMS : พิมพ์ *711* ตามด้วยหมายเลข 10 หลัก ใต้ฝาขวด รหัส อิชิตัน แจกทุกวันจันทร์ วันที่ 10 กันยายน - 12 ตุลาคม 2558
2.โออิชิ รหัสโออิชิ แจกเยอะ จัดหนัก กองทัพรถ 600 คัน และลุ้นเป็นเจ้าของรถยนต์ โตโยต้า ยาริส ระบบเกียร์อัตโนมัติ กติกา ส่งรหัสใต้ฝา ทางมือถือ กด *494*รหัส# ระยะเวลาโปรโมชั่น ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2558
ในสมรภูมิเครื่องดื่มประเภทชาเขียว มีการแจกยังไม่พอ ยังมีการแข่งขันลดราคากันอย่างรุนแรงดังที่เราได้เห็นกันมา เช่น
- มิเรอิ ลดราคาทันทีขนาด 500 มล.ราคา 20 บาท เหลือ 16 บาท จึงส่งผลกระทบอิชิตันที่เพิ่งหมด
โปรโมชั่นลดราคาจาก 16 บาท เหลือ 14 บาท ในช่วงเดือน กรกฏาคม – สิงหาคม 2554
- คิริน ขายในเซเว่น อีเลฟเว่น ขนาด 350 มล. ขวดละ 15 บาท ขายคู่ 2 ขวด 22 บาท ช่วง
สิงหาคม – กันยายน 2554
- โออิชิ ซื้อสินค้าที่เซเว่น อีเลฟเว่น ครบ 40 บาท แลกซื้อโออิชิ 2 ขวด 25 บาท จากปกติขวดละ
20 บาท เหลือเพียงขวดละ 12.50 บาท ช่วงเดือน สิงหาคม – กันยายน 2554
- ทีเบรก ขาย 2 ขวดคู่จากราคา 30 บาท เหลือ 22 บาท เฉพาะในเซเว่นอีเลฟเว่น สิงหาคม –
กันยายน 2554
ดังนั้น เราจะเห็นได้ว่า ตลาดชาเขียว ในยุคปัจจุบัน จึงปิดตายสำหรับคู่แข่งรายเล็กๆ หรือ คู่แข่ง
ที่ไม่มีทุนหรือสายป่านยาวพอ อีกทั้งการแข่งขันกันในสงครามของราคา จะทำให้ยี่ห้อบางยี่ห้อต้องถูกออกจากการแข่งขันในที่สุด ซึ่งเหตุผลหลักๆก็คือ ต้นทุนสูงขึ้น ราคาถูกลง จึงทำให้กำไรน้อยลง และถ้าขายไม่ออกก็จะประสบกับภาวการณ์ขาดทุนในที่สุด
ฉะนั้น นักการตลาดมืออาชีพ จึงต้องหาทางออกให้กับสินค้าของตนเอง ก่อนที่จะประสบกับภาวะการขาดทุนหรือการออกนอกตลาด เช่น อาจจะต้องมีการขยายตลาดไปยังตลาดต่างประเทศ เหมือนเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อกระทิงแดงที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม , การขยายธุรกิจออกไปทำธุรกิจเครื่องดื่มประเภทอื่น โดยการสร้างแบรนด์ใหม่ๆหรือแบรนด์เดิม (กาแฟ , เครื่องดื่มชูกำลัง , น้ำผลไม้) , การสร้างนวัตกรรมสินค้าใหม่ๆออกมาเพื่อจับกลุ่มเป้าหมายที่มีความแตกต่างกัน(เอาชาเขียวมาผสมกับเครื่องดื่มต่างๆ เช่น ชาเขียวผสมโซดา , ชาเขียวผสมน้ำผลไม้,ชาเขียวผสมเครื่องดื่มชูกำลัง) , การสร้างความหลากหลายในตัวของสินค้า(รสชาติ บรรจุภัณฑ์ที่หลากหลาย ขนาด รูปขวด ราคา) , การสร้างผลิตภัณฑ์ดื่มเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง , การสื่อสารเพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อถือ เกิดการศรัธทา เกิดการบอกต่อ ฯลฯ
สิ่งที่กล่าวมานี้ จึงเป็นเรื่องที่นักการตลาดมืออาชีพ จะมองข้ามไม่ได้ ไม่ว่าท่านจะเป็นนักการตลาดในธุรกิจประเภทใด สิ่งที่ท่านจะต้องเจอก็คือ คู่แข่งขัน และถ้าเป็นการแข่งขันอย่างรุนแรง ท่านซึ่งเป็นนักการตลาด ท่านจะทำอย่างไรเพื่อเอาตัวรอดหรือให้ชนะคู่แข่งขัน
สุดท้ายนี้ จึง ฝากนักการตลาดไว่ว่า “ ความคิดมีความสำคัญมาก ท่านจงคิดว่าจะเปลี่ยนแปลงสินค้า เปลี่ยนแปลงบริษัทอย่างไรให้เจริญขึ้น จงสร้างนวัตกรรมใหม่ๆขึ้น อย่ารอให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก่อนแล้วจึงหาทางแก้ไข เพราะถ้าท่านรอให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก่อนแล้วจึงลงไปแก้ไข ถึงตอนนั้นท่านอาจจะแก้ไขไม่ทันการณ์”
ถามว่า ทำไม บริษัท แอปเปิ้ล ของสตีฟ จอบส์ จึงประสบความสำเร็จ คำตอบก็เพราะว่า บริษัทแอปเปิ้ล ได้สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดเวลา เขาจะไม่รอขายของเก่าหรือรอให้คู่แข่งตามทัน แต่คู่แข่งต่างหากที่ต้องตามเขา


...
  
การจัดการเวลา
เทคนิคการจัดการด้านเวลา
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
คนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่คนเราใช้เวลาไม่เหมือนกัน คนที่ฉลาดมักมีการจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ในการจัดการด้านเวลา จึงเป็นสิ่งที่สำคัญและมีความจำเป็นต่อผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จ จะต้องเรียนรู้ อีกทั้งต้องนำไปปฏิบัติ สำหรับเทคนิคในการจัดการด้านเวลาที่ดีมีดังนี้
1.ต้องมีการวางแผน คนใช้เวลาเป็น มักเป็นคนที่มีการวางแผนในการทำงานหรือมีการวางแผนในการดำเนินชีวิต ว่าวันพรุ่งนี้จะทำอะไร วันมะรืนนี้จะทำอะไร วันมะเรื่องนี้จะทำอะไร สัปดาห์หน้าจะทำอะไร เดือนหน้าจะทำอะไร ปีหน้าจะทำอะไร ห้าปีข้างหน้าตนเองต้องการอะไร เป็นต้น สำหรับคนที่วางแผนเป็นมีงานวิจัยกล่าวว่า หากใช้เวลาวางแผนเพียง 8-10 นาที จะทำให้ประหยัดเวลาไปถึง 1-2 ชั่วโมง ดังนั้น หากท่านต้องการจัดการด้านเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ท่านควรเริ่มวางแผนการใช้ชีวิตได้ตั้งแต่บัดนี้
2.ต้องมีเครื่องมือ คนใช้เวลาเป็น มักมีเครื่องมือในการบริหารเวลา ซึ่งเครื่องมือในปัจจุบันมีมากมายกว่าในอดีต เช่น ไดอารี่ , ปฏิทิน , โทรศัพท์มือถือสมัยใหม่ , คอมพิวเตอร์ , ใบงานต่างๆที่ผู้อ่านสามารถออกแบบด้วยตนเองตามความเหมาะสมของตนเอง ฯลฯ
3.การจัดลำดับงานมีความสำคัญและจำเป็นอย่างมากในการบริหารเวลา เราสามารถแบ่งงานออกเป็น งานสำคัญ(สำคัญและไม่สำคัญ)และ งานเร่งด่วน(เร่งด่วน,ไม่เร่งด่วน)

ช่องที่ 1 งานเร่งด่วนและงานสำคัญ เป็นงานที่ต้องทำให้เสร็จเดี๋ยวนี้ เป็นวันสุดท้าย ไม่ทำไม่ได้เพราะจะมีปัญหา หรือ งานประชุมที่มีการเร่งด่วน เช่น เจ้านายให้ทำงานสำคัญส่งในวันพรุ่งนี้เช้าก่อน 8 โมง
ช่องที่ 2 งานสำคัญและไม่เร่งด่วน ต้องมีการวางแผน ต้องมีการเตรียมตัว การดูแลสุขภาพร่างกาย จิตใจ เช่น การตรวจสุขภาพทุกปี , การเก็บออมเงิน เป็นต้น ในช่วงนี้พวกเรามักจะผัดผ่อนไปเรื่อยๆ
ช่องที่ 3 งานไม่สำคัญและเร่งด่วน คือ สิ่งที่ขัดจังหวะ สิ่งที่ไม่ทำก็ไม่กระทบมาก เช่นการรวบรวมรายชื่อคนเล่นกีฬาฟุตบอลหรือรวบรวมรายชื่อคนบริจาคเงิน ให้แก่เจ้านายพรุ่งนี้เช้า
ช่องที่ 4 งานไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน สิ่งที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับงานไม่จำเป็น เช่น การช่วยเพื่อนหาเอกสาร , การทำความสะอาดห้องทำงาน เป็นต้น
ซึ่งคนส่วนใหญ่มักใช้เวลาไปกับช่องที่ 3 เป็นอันมาก ตรงข้ามกับคนที่ประสบความสำเร็จในเรื่องของการบริหารเวลามักใช้เวลาอยู่กับช่องที่ 2
4.เป้าหมายกับการจัดการเวลา เช่น เป้าหมายระยะสั้น เป้าหมายระยะกลางและเป้าหมายระยะยาว ต้องทำให้สอดคล้องกับการใช้เวลา เช่น เป้าหมายระยะสั้นภายใน 1 ปี เราจะทำอะไร , เป้าหมายระยะกลาง 1-5 ปี เราต้องการอะไร และเป้าหมายระยะยาว 6-10 ปี เราต้องการอะไร (ซึ่งระยะเวลาของเป้าหมายของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน)
5.ฝึกให้เป็นนิสัย คนที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย หากว่าเราอ่านแล้ว เรียนรู้แล้ว แต่ไม่ได้นำเอาไปปฏิบัติ ทุกสิ่งที่อ่านมาก็มักจะไม่เกิด การฝึกเป็นนิสัย ควรฝึกทุกๆวัน ให้เป็นนิสัยอย่างน้อย 21 วัน ติดต่อกันแล้ววันที่ 22 ท่านจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตัวท่าน
ดังนั้น การจัดการเวลาจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับบุคคลที่ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต ต้องเรียนรู้ ฝึกฝน พัฒนา และที่สำคัญต้องนำไปปฏิบัติ จึงจะประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต
...
  
ใช้ชีวิต...ให้เต็มชีวิต...
ใช้ชีวิต...ให้เต็มชีวิต...
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
คนประสบความสำเร็จมักใช้ชีวิต อย่างคุ้มค่า เพราะทุกวินาทีของเขานั้นมีคุณค่า ทุกนาทีของเขานั้นมีความหมาย มนุษย์เรามีเวลาน้อยมากสำหรับการสร้างความยิ่งใหญ่ จงใช้ชีวิตให้เต็มชีวิต เมื่อท่านตายไปท่านจะไม่นึกเสียดายเวลาอีกเลย สำหรับคนที่ต้องการใช้ชีวิตให้เต็มชีวิตนั้น บุคคลนั้นจะต้องมีองค์ประกอบดังนี้
1.มีเป้าหมายของชีวิต เป้าหมายมีความสำคัญมากต่อการดำรงชีวิตของบุคคลที่ต้องการประสบความสำเร็จ คนที่ประสบความสำเร็จเกือบทุกๆคนจะต้องมีการตั้งเป้าหมายในชีวิตว่าตนเองต้องการอะไร ตรงกันข้ามกับบุคคลธรรมดาทั่วๆไป มักไม่มีการตั้งเป้าหมายขึ้นในชีวิตของตนเอง คนที่มีเป้าหมายเปรียบเสมือนเรือที่มีหางเสือ เมื่อลอยอยู่กลางทะเลแต่เรือสามารถลอยและเคลื่อนไปอีกฝั่งหนึ่งได้ หากเรือนั้นมีการกำหนดทิศทาง กำหนดเป้าหมาย แต่หากเรือลำใดไม่มีการกำหนดทิศทาง กำหนดเป้าหมายแล้ว เรือลำนั้นก็จะลอยอยู่กลางทะเล ไม่สามารถไปถึงฝั่ง
2.รู้จักบริหารเวลา คนที่ประสบความสำเร็จมักสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นกับชีวิต ดังนั้นเขาจึงเป็นคนที่รู้จักบริหารเวลา เขาจะมีการจัดสรรเวลา และทำงานอย่างเป็นระบบ เขาจะไม่เสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ แต่เขาจะรู้จัก พัฒนาตนเอง ปรับปรุงตนเอง แก้ไขตนเองเสมอ
3.เต็มที่กับทุกเรื่อง คนที่ประสบความสำเร็จ มักเป็นคนที่มีสมาธิจดจ่อ เมื่อเขาทำงาน เขาจะทำงานนั้นด้วยจิตใจที่ จดจ่อ เขาจะมีความตั้งใจสูงกับงานที่เขาทำ และเขาจะมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เมื่อกำหนดส่งงาน เขาก็จะทำเสร็จตรงตามกำหนดเวลาดังกล่าว
4.ทำทุกอย่างที่มีโอกาส คนที่ประสบความสำเร็จเขามักจะทำงานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายให้ทำ ถึงแม้งานนั้นจะยากเย็นแสนเข็ญและเป็นสิ่งใหม่สำหรับเขา แต่เขาคิดว่านี่คือโอกาสในการที่จะได้เรียนรู้ อีกทั้งได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ จากงานที่เขาได้รับมอบหมายแทนที่จะพร่ำบ่น แต่ตรงกันข้ามเขาจะทำด้วยความเต็มใจ
5.กล้าที่จะล้มเหลว คนที่ประสบความสำเร็จ มักเป็นคนที่กล้าที่จะล้มเหลว เพราะเขารู้ดีว่า คนที่ประสบความสำเร็จมากมายในอดีต เป็นบุคคลที่ล้มเหลวในการทำสิ่งต่างๆ แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่เคยยอมที่จะล้มเลิกต่างหาก จงกล้าที่จะล้มเหลว แล้วท่านจะเป็นอีกผู้หนึ่งที่ประสบความสำเร็จ ยิ่งท่านล้มเหลวมาก ท่านก็ยิ่งมีโอกาสที่จะได้เรียนรู้งานมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้ท่านเดินทางเข้าใกล้ความสำเร็จยิ่งขึ้นอีก
ท้ายนี้อยากฝากแง่คิด คำคม ของสตีฟ จ๊อบส์ ซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่ผลงานของเขายังคงเป็นประโยชน์ต่อโลกอีกมากมาย “ ถ้าคุณใช้ชีวิตในแต่ละวันเหมือนมันเป็นวันสุดท้ายของคุณแล้วล่ะก็ วันหนึ่งคุณจะพบว่าสิ่งที่ทำไปนั้นถูกต้อง”
...
  

    จำนวนหน้า : [1]  [2]  [3]  [4]  

หนังสือ พูดอย่างมีกึ๋น
ศิลปะการขาย
วาทะวาที

  Copyright @ 2010 drsuthichai.com All Rights Reserved.  Powered by ThaiWeb.  Admin Business Online 
Popularne pozyczka 5000 kasa stefczyka tarnów, dzięki nowelizacjom w prawie, są coraz pozyczka do 3 osób. Nowe regulacje mają na celu ochronę konsumentów i objęcie większym nadzorem procedur udzielania pożyczek pozabankowych chwilówki plac wolności rzeszów x kom. Nowe przepisy opierają się na pożyczki dla zatrudnionych na czarno góra zmianie ustawy o nadzorze nad rynkiem finansowym net credit splata pozyczki irlandia. Weszły one w życie z dniem 11 marca 2016 r. chwilówka dla studenta ranking Poniżej zamieszczamy ich przegląd. Firma pożyczkowa musi dysponować minimalnym kapitałem początkowym w wysokości 200 tys. zł – kapitał ten nie może pochodzić z pożyczek eurobank pożyczka online pl. W ten sposób postarano się wyeliminować z rynku małe firmy, które powstawały tylko po to, aby w jak najkrótszym czasie oszukać rzesze klientów udzielanie pożyczek zwolnione z vat. Nadzór nad firmami pożyczkowymi może prowadzić Komisja Nadzoru Finansowego z o.o. udziela pożyczki vivus. KNF w razie wątpliwości może objąć monitoringiem warunki oferowanych pożyczek pożyczka 3000 online. Firma pożyczkowa, która utrudni działania czy umowa pożyczki może być bez odsetek hipotecznych, może zostać obarczona karą do 500 tys. zł credit agricole kredyt mieszkaniowy kalkulator. Niektórzy eksperci uważają, że optymalna karą za nielegalne praktyki, byłoby 1 mln zł. wynagrodzenie z tytułu pożyczki hipotecznej Ustalono także, że wszystkie koszty pożyczki nie mogą być wyższe niż 100% kwoty udzielonej koszty umowy pożyczki rodzinnej, uwzględniając cały okres kredytowania czesc pozyczki hipoteczne. Ponadto maksymalne opłaty oraz odsetki z tytułu opóźnień w umowa pożyczki od wspólnika spółki cywilnej uchwała spłacie nie mogą przekraczać 6-krotności stopy lombardowej kredytu ustalanej przez NBP pożyczka z zfśs a zwolnienie szpitalne. Koszty udzielenia pożyczki nie mogą przekroczyć 25% kwoty udzielonej pożyczki pożyczki bez bik poznan poland, a koszty pozaodsetkowe w skali roku nie mogą być większe niż 30% gdzie dostać kredyt dla zadłużonych. Chwilówki mogą być obarczone odsetkami ustawowymi tarnow pozyczki bez qica, czyli maksymalnie 4-krotnością kredytu lombardowego NBP pożyczka na doposażenie stanowiska pracy chomikuj.