หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
ข่าวสาร
สินค้า
บริการ
แกลลอรี
เว็บลงค์
เว็บบอร์ด
ติดต่อเรา

บริการ

 รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
 บทความต่างๆ ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเสริมสร้างกำลังใจของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 สุนทรพจน์ของนักการเมือง
 บทความเกี่ยวกับการขายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
  -  
  -  ขายปลุกพลังชีวิต
  -  อิทธิบาท 4 สู่ความสำเร็จในงานขาย
  -  การพัฒนาบุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ
  -  อยากสำเร็จต้อง.
  -  ความสำเร็จของนักขาย
  -  ขายตัวคุณเองก่อน....แล้วจึงขายของ...
  -  ผู้นำทีมในธุรกิจเครือข่าย
  -  การขายทางโทรศัพท์
  -  การจัดการเวลา
  -  การสร้างชื่อให้เป็นที่ยอมรับของตลาด
  -  เหนือคู่แข่งด้วยการบริการ
  -  ข้อห้ามสำหรับเจ้าหน้าที่ในการจัดการแสดงสินค้า
  -  ใช้ชีวิต...ให้เต็มชีวิต...
  -  การตลาดยุคใหม่ : Modern Marketing
  -  นิสัยความสำเร็จ...สำคัญกว่าทำก่อน
  -  Brand Experience
  -  การตลาดรุ่ง เราต้องมุ่งที่การสร้างความสัมพันธ์
  -  การตลาด.ภิวัตน์
  -  อยากดัง ต้อง สร้างแบรนด์
  -  ครบเครื่องเรื่องการสื่อสารการตลาด
  -  การตลาดขั้นเทพ
  -  การตลาดกับธุรกิจบริการ
  -  แนวความคิดทางการตลาด ยิ่งให้ยิ่งได้ ของมหาเศรษฐีโลก
  -  การตลาดของมหาเศรษฐีโลก
  -  สามก๊กกับกลยุทธ์การตลาด
  -  Digital Marketing for SME
  -  การตลาดของมหาเศรษฐี
  -  Marketing 3.0
  -  ธรรมชาติของงานบริการ
  -  ชนะใจลูกค้าด้วยการบริการ
  -  อาวุธทางการตลาด สื่อนอกบ้าน
  -  Digitalmarketing Communication
  -  Viral Marketing
  -  กลยุทธ์การตลาด 10 P สำหรับนักธุรกิจ
  -  จะแข่งขันทางการตลาด....อย่างไรในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
  -  กลยุทธ์การตลาดในการแข่งขันระดับโลก
  -  นักการตลาดยุคดิจิทัล
  -  นวัตกรรมและการสร้างสรรค์ทางด้านการตลาด
  -  จงสร้างความเชื่อมั่นในตนเองให้แก่พนักงานขาย
 บทความเกี่ยวกับกฏหมายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเขียนของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 นักพูดทางการเมือง
 หนังสือ การพูด
 บทความต่างๆ ของนักพูด
 ประวัตินักขาย
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการขาย
 วาทะของคนดัง
 ประวัติ ทนายความ
 ประวัติอาจารย์นักพูด
 คลิปเสียงภาพ เกี่ยวกับกฏหมาย
 วิธีการสู่ความสำเร็จ
 บุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ
 การบริการด้วยหัวใจ
 ผู้บริหาร
 Mind Map แผนที่ความคิด(หนังสือทางด้านการพูด)
 แนะนำหนังสือการเขียน
 ประวัตินักเขียน
 คลิปนักพูด
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์
 คลิป นักพูดต่างประเทศ
 คลิป ประกอบการบรรยาย
 คลิปเสียงของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ เกี่ยวกับการพูด เช่น นักพูดชั้นนำทำกันอย่างไร , วิธีการปรับปรุงน้ำเสียง ,จะพูดให้ได้ดีต้องมีการเตรียมตัว,นักพูดที่ดีต้องมีการศึกษาและองค์ประกอบของนักพูดที่ดี
 คลิป ครูเคท บรรยาย
 คลิป หมู่บ้านพลัม
 สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
 สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
 พูดอย่างมีกึ๋น
 หนังสือ การทำงานเป็นทีม
 แนะนำหนังสือ เกี่ยวกับการทำงาน
 ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
 คำคม
 รศ.ดร.สุขุม นวลสกุล
 สมชาย หนองฮี
 ดร.ผาณิต กันตามระ
 อ.อุสมาน ลูกหยี
 อาจารย์จตุพล ชมภูนิช
 วสันต์ พงศ์สุประดิษฐ์
 รศ.สุนีย์ สินธุเดชะ
 หมอพงษ์ศักดิ์ ตั้งคณา
 อาจารย์พนม ปีย์เจริญ
 อาจารย์เสน่ห์ ศรีสุวรรณ
 รศ.วิกรณ์ รักษ์ปวงชน
 อาจารย์วิชัย ปีติเจริญธรรม
 ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล
 กนกศักดิ์ ลิขิตไพรวัลย์
 อาจารย์ถาวร โชติชื่น
 สิริลักษณ์ ตันศิริ
 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
 โต้วาที
 คะเณยะ อ่อนนาง
 ภก. ดร. ประชาสรรค์ แสนภักดี
 ประดิษฐ์ กิตติฤดีกุล
 ดร.โอภาส กิจกำแหง
 ประมวลสุนทรพจน์ ทักษิณ ชินวัตร
 ดร.อภิชาติ ดำดี
 อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
 การตลาด
 ทอล์คโชว์
 รวมคลิป ที่เกี่ยวกับการพูดต่อหน้าที่ชุมชน
 คลิป เรื่องการบริหาร
 คลิป บุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจ
 เพลง ที่ให้กำลังใจ
 คลิป ดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีความสุข
 คลิป แรงบันดาลใจ
 คลิป สนุกๆ สร้างสรรค์
 การทำงานอย่างมีความสุข
 การจัดการองค์ความรู้ KM
 สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย

กลุ่มสินค้า

 หลักสูตร พลังแห่งการพูด
 หลักสูตร พลังแห่งการบริการ
 หลักสูตร การทำงานเป็นทีมและการบริหาร
 หลักสูตร พลังแห่งการสื่อสาร
 ผลงานหนังสือ
 หลักสูตร พลังแห่งการขายและการตลาด
 หลักสูตร การทำงานด้วยหัวใจ
 อาเซียน
 หลักสูตรอื่น
 หลักสูตร การคิด
 มอบหนังสือ เพื่อการกุศล
Custom Search
สถาบัน Cap vision
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ
 
 
  บริการ
รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
บทความต่างๆ  ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
หนังสือ การพูด
สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
พูดอย่างมีกึ๋น
ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
สมชาย หนองฮี
อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย
   บริการ : บทความเกี่ยวกับการขายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

...
  
ขายปลุกพลังชีวิต
โดย..ดร.สุทธิ่ชัย ปัญญโรจน์
น้ำทีละหยด ยังกลายเป็น แม่น้ำ ลำคลอง
หินทีละก้อน กำเนิด เป็นภูเขา
ต้นไม้ทีละต้น ยังกลายเป็น ป่าไม้
นักขายที่ขยันไม่หยุด ย่อม สร้างตำนาน สุดยอดนักขาย
ความสำเร็จอันใหญ่ยิ่ง จะมีขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีการเริ่มต้นหรือเริ่มทำ ระยะทางแสนไกล จะมีขึ้นไม่ได้
ถ้าไม่มีก้าวแรก เขาทรายจะไม่ใช่นักชกผู้ยิ่งใหญ่ ถ้าไม่เริ่มต้นชก ภราดร ศรีชาพันธุ์จะไม่ใช่แชมป์นักเทนนิส ถ้าไม่เริ่มต้นตีเทนนิส นักว่ายน้ำที่ยิ่งใหญ่ จะยิ่งใหญ่ไม่ได้ ถ้าไม่เริ่มต้นว่ายน้ำ ซิโก้จะไม่ใช่นักเตะบอลทีมชาติไทย ถ้าไม่มีการเริ่มต้นเตะบอล นักขายผู้ยิ่งยงจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่เริ่มต้นขายให้ลูกค้ารายแรก
การจะเอาชนะสงครามอันยิ่งใหญ่ได้ ก็ด้วยการเอาชนะสงครามขนาดเล็กๆ ก่อน นาฬิกาถ้ารู้ว่าตัวเองต้องเดินวันหนึ่งๆ หลายหมื่นวินาที หลายแสนวินาที นาฬิกาถ้ามีชีวิต ก็คงท้อแท้ หมดกำลังใจ แต่ นาฬิกาเริ่มต้นเดินวินาทีแรก เดินก้าวแรกแล้วก็สะสมไปทีละวินาที ทีละวินาที จากวินาทีแรก ก็สามารถเดินได้หลายล้านวินาที
ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ย่อมเกิดจากความสำเร็จอันเล็กๆ น้อยๆ แล้วรวมกัน เมื่อสะสมกันเข้าก็เป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ได้ ปีเกิดขึ้นได้จากการสะสมของเดือน เดือนเกิดขึ้นได้จากการสะสมของสัปดาห์ สัปดาห์เกิดขึ้นได้จากการสะสมของวัน วันเกิดขึ้นได้จากการสะสมของชั่วโมง ชั่วโมงก็เกิดขึ้นได้จากการสะสมของนาที นาทีเกิดขึ้นได้จากการสะสมของวินาที
พญาช้างสารตัวใหญ่โตก็จริง แต่เราสามารถกินช้างทั้งตัวได้ด้วยการกินทีละคำ สุดยอดนักขายเป็นได้ยากก็จริง แต่เราก็สามารถเป็นยอดนักขายได้จากการขายทีละราย เมื่อสะสมกันเข้าก็สามารถเป็นยอดนักขาย
และเมื่อท่านรู้สึกท้อแท้ใจในเป้าหมายของชีวิต ขอให้ท่านนึกถึงบุคคลสำคัญๆ ในประวัติศาสตร์โลกว่า เขาเหล่านั้นจะประสบความสำเร็จได้นั้น เขาต้องอาศัยความอดทน ผ่านความยากลำบากและล้มเหลว
เอดิสัน นักประดิษฐ์เอกของโลกก่อนที่เขาจะประสบความสำเร็จในการประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า เขาต้องล้มเหลวนับ ร้อยๆ ครั้ง พันๆ ครั้ง แต่เขาไม่เคยท้อแท้ใจ ถึงที่สุดแล้ว เขาก็กลายเป็นสุดยอดนักประดิษฐ์เอกของโลก
อับราฮัม ลินคอล์น เกิดในเคนตั๊กกี้ ไม่เคยเข้าโรงเรียนเกิน 1 ปี ในชีวิตของเขา เขาล้มเหลวในการประกอบธุรกิจร้านขายของชำเขาประกอบอาชีพช่างสำรวจ ทหารและทนายความ ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรในการประกอบอาชีพดังกล่าว อีกทั้งการลงสมัครรับเลือกตั้งหลายตำแหน่งก็สอบตกคือไม่ได้รับการเลือกตั้ง เช่น เคยแพ้การเลือกตั้งในตำแหน่งนิติบัญญัติ แพ้เลือกตั้งในตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทน แพ้เลือกตั้งในตำแหน่งวุฒิสภา แพ้การเลือกตั้งในตำแหน่งรองประธานาธิบดี แต่ความล้มเหลวดังกล่าวนำเขาไปสู่การเป็นประธานาธิบดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา
วิลเบอร์ ไรท์ และ ออร์วิล 2 พี่น้องตระกูล ไรท์ มีความปรารถนาจะสร้างเครื่องลำแรกของโลก เขาทดสอบแล้วทดสอบอีก ทดลองแล้วทดลองอีก ผ่านการล้มเหลวมานับไม่ถ้วน จนในที่สุด เครื่องบินลำแรกของโลกได้แก่ขึ้นในปี พ.ศ.2446
ไม่มีความสำเร็จอันใดหรือกิจการงานใด ได้มาโดยไม่มีความลำบากและปราศจากการเริ่มต้น




...
  
อิทธิบาท 4 สู่ความสำเร็จในงานขาย
โดย..ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

หลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา มีมากมาย ไม่ว่าจะเกี่ยวกับ การดำรงชีวิต การทำงาน การทำสมาธิ การรักษาศีล การทำอย่างไรให้เกิดปัญญา แต่ในบทความนี้ ผมอยากจะพูดถึงเรื่องของ


ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา คือ หลักอิทธิบาท 4 ซึ่งเป็นคำสอนทางพุทธศาสนา หากใครต้องการประสบความสำเร็จไม่ว่าทางใดทางหนึ่งจึงต้องยึดหลักอิทธิบาท 4 นี้ ไว้ งานด้านการขายก็เช่นกัน

ฉันทะคือ ความรัก ความพอใจ ความชอบ ในสิ่งที่เราต้องการอยากเป็นหรือต้องการประสบความสำเร็จ เช่น ถ้าเราต้องการเป็นนักพูด เราต้องมีความรักในด้านการพูดก่อน หรือ ถ้าเราอยากเป็นนักขาย เราต้องมีความรัก ความพอใจ ในการเป็นนักขายก่อน ถ้าเรามีความรักความชอบหรือมีพอใจ ในงานนั้นๆ ก็จะทำให้เราทำงานนั้นๆได้ดี เช่น ถ้าเรารักที่จะทำงานในบริษัทประกันชีวิตที่เราทำอยู่ เรารักในอาชีพการขายประกันชีวิต เราก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า คนที่ไม่มีความรักในอาชีพการขายประกันชีวิต ซึ่งจะต้องทนทำงานด้วยความทรมานใจมากกว่าคนที่มีจิตใจรักในอาชีพขายประกันชีวิต


วิริยะ คือ ความเพียรพยายาม ความขยันขันแข็ง ถ้าเรามีความรักอย่างเดียว ความชอบอย่างเดียวหรือมีฉันทะอย่างเดียวคงไม่พอ คนที่ประสบความสำเร็จจึงต้องมีวิริยะตามมา เช่น ถ้าเราอยากเป็นนักพูด เราต้องมีความเพียรพยายาม ความขยันขันแข็งในการฝึกพูด หรือ ถ้าเราอยากเป็นนักขาย เราต้องมีความเพียรพยายาม ความขยันขันแข็งในการออกไปขายสินค้าให้กับผู้คน หากไม่มีความเพียรเสียแล้วเราคงไปได้ไม่ไกล เช่น วงการประกันชีวิตมักพูดว่ายิ่งมีคนปฏิเสธการซื้อประกันชีวิตมากเท่าไรนั้นย่อมหมายถึงว่าจะมีคนซื้อประกันชีวิตมากขึ้นเท่านั้น นักขายประกันบางคนที่ประสบความสำเร็จมักพูดว่า ถ้าไปขายประกันให้คน 10 คน จะมีคนตอบรับ 3 คน อีก 7 คนปฏิเสธการซื้อดังนั้น หากจะให้คนซื้อ 30 คน นักขายคนนั้นต้องเดินขายถึง 100 คน ในขณะเดียวกันก็จะมีคนปฏิเสธการซื้อถึง 70 คน ดังนั้นนักขายต้องมีวิริยะครับคือ มีความขยัน ความเพียร


จิตตะ คือ การเอาใจใส่ ใจ จดจ่อกับสิ่งที่เราอยากประสบความสำเร็จ เช่น ถ้าเราอยากเป็นนักพูดหรือถ้าเราอยากเป็นนักขาย ถ้าเรามีใจจดจ่อ คิดถึงทุกวัน ฝันถึงทุกวัน เมื่อมีใจจดจ่อ เราก็จะหาวิธีการเพื่อไปถึงเป้าหมายที่เราต้องการ

วิมังสา คือ รู้จักคิดพิจารณา ใคร่ครวญ วิเคราะห์ว่าทำไมถึงไม่ประสบความสำเร็จ หรือ เกิดปัญหาอะไรขึ้น เมื่อมีการวิเคราะห์ ใคร่ครวญ พิจารณา เราก็จะเกิดการแก้ไขสิ่งเหล่านี้ เช่น ถ้าเราอยากเป็นนักพูด ถามว่าทำไมเราถึงไม่ประสบความสำเร็จ หรือ ถ้าเราอยากเป็นนักขาย ถามว่าทำไมเราถึงขายไม่ได้ เมื่อเรามีวิมังสา ใคร่ครวญ คิดพิจารณา ก็จะทำให้เราหาวิธีแก้ไข ปัญหาซึ่งเมื่อมีปัญหาดังกล่าวเกิด ก็สามารถแก้ไขหรือปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นได้

ดังนั้น หากเราต้องการประสบความสำเร็จในการทำงานของวงการต่างๆ หรือ แวดวงต่างๆ คนเหล่านั้นต้องมีหลักอิทธิบาท 4 ได้แก่ 1.ฉันทะคือ มีความรัก ความชอบ ในสิ่งนั้น แต่ถ้าต้องการประสบความสำเร็จมาก คนๆนั้นจะต้องมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าในสิ่งที่ต้องการประสบความสำเร็จ 2.วิริยะ คือ มีความเพียรพยายาม ความขยันขันแข็งในงานที่เราต้องการประสบความสำเร็จ หรือ ความพากเพียรบากบั่นที่จะทำให้สำเร็จ 3.จิตตะ คือ จดจ่อกับเป้าหมาย หรือมีความเอาใจใส่ กับสิ่งที่เราอยากได้ อยากเป็น และ 4.วิมังสา คือ มีความคิดใคร่ครวญ พิจารณา แก้ไขปัญหาสิ่งต่างๆ เมื่อแก้ไขปัญหาได้แล้ว เราก็สามารถประสบความสำเร็จในวงการนั้นๆ ได้

หลักอิทธิบาท 4 ถึงแม้จะเป็นหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งมีมา 2553 ปีแล้ว แต่ก็ยังมีความทันสมัย สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตของพวกเราได้ ดังนั้น คนที่ต้องการประสบความสำเร็จจะต้องมีหลักอิทธิบาท 4 เสมอ ไม่ว่า เป็นนักพูด นักเขียน นักแสดง หรืออาชีพอื่น ๆ ก็ตาม จำเป็นจะต้องมีหลักอิทธิบาท 4 จึงจะประสบความสำเร็จไม่เว้นแม้กระทั่ง งานอาชีพนักขาย

...
  
การพัฒนาบุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ
การพัฒนาบุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
คนที่ประสบความสำเร็จไม่ว่าแวดวงการเมือง แวดวงธุรกิจ แวดวงการศึกษา และแวดวงต่างๆ มักจะมีความเป็นผู้นำ มักจะมีความรู้ ความสามารถ กล้าพูด กล้าทำ กล้าแสดงออก อีกทั้งยังคงเป็นบุคคลที่มีบุคลิกภาพที่ดี
ในบทความชิ้นนี้ เราจะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเรื่อง “ การพัฒนาบุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ ”
บุคลิกภาพ หมายถึง ลักษณะเฉพาะของบุคคลที่แสดงปรากฏออกมายังภายนอก ซึ่งบุคลิกภาพมีทั้งบุคลิกภาพภายใน คือ ความรู้สึก อารมณ์ ความฉลาด ความจริงใจ ความเชื่อมั่นในตนเอง ความคิดริเริ่ม และ บุคลิกภาพภายนอก คือ การแต่งกาย ท่านั่ง ท่ายืน รูปร่างหน้าตา ทรงผม การปรากฏตัว การใช้น้ำเสียง การพูด
ทำไมเราต้องมีการพัฒนาบุคลิกภาพ เพราะการพัฒนาบุคลิกภาพจะทำให้เป็นที่ยอมรับในสังคม ใครเห็นก็รู้สึกประทับใจ อีกทั้งทำให้เกิดความเชื่อมั่นในตนเองเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีทั้งต่อตนเองและองค์กรที่ตนสังกัด
สำหรับการพัฒนาบุคลิกภาพ เราต้องมีการพัฒนาบุคลิกภาพทั้งภายในและภายนอก
การพัฒนาบุคลิกภาพภายนอกที่จำเป็นต้องพัฒนา ได้แก่ การแต่งกาย มารยาทสังคม
การแต่งกายที่ดี ควรยึดหลัก สะอาด สวยงาม สุภาพเรียบร้อยและเหมาะกับกาลเทศะ
สะอาด คือ ต้องสะอาดทั้งร่างกายและเครื่องแต่งกายก็มีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นผม เสื้อผ้า รองเท้า กลิ่นปาก กลิ่นตัว เล็บ ถุงเท้า
สวยงาม คือ การแต่งกายควรเพิ่มสีสันโดยประมาณไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป ควรมีเครื่องประทับเล็กน้อยประกอบการแต่งกายไม่ว่าจะเป็น นาฬิกา ปากกาถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ควรเกิน 2 ด้าม ตุ้มหู การทาปาก แต่งหน้า เป็นต้น
สุภาพเรียบร้อยและเหมาะกับกาลเทศะ กล่าวคือ แต่งกายให้เหมาะสมกับงานหรือสถานที่ที่จะไปร่วม สีเสื้อให้เหมาะสม เช่นไปงานศพ ก็ไม่ควรใส่เสื้อสีแดง (งานศพทั่วไปควรแต่งกายสุภาพ ใส่ชุดเสื้อดำ แต่หากเป็นพิธีงานศพที่สำคัญ เช่นมีหมายกำหนดการ ควรแต่งกายสากลไว้ทุกข์ ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว เนคไทดำ สวมรองเท้าดำหุ้มส้น) ถ้าไปโรงแรมชั้นหนึ่งเราก็สามารถใส่ชุดสูทเข้าร่วมงานได้ แต่หากไปร่วมงานประเพณีตามสถานที่ต่างจังหวัด ตามท้องทุ่งนา ก็ไม่ควรใส่ชุดสูทไป ควรใส่เสื้อผ้าพื้นเมือง หรือชุดไทยไปจะเหมาะสมกว่า (ในปัจจุบันชุดไทยมีหลากหลายเราต้องควรศึกษาเพื่อใช้ในงานต่างๆให้เหมาะสม เช่น ชุดไทยประจำชาติ ชุดไทยจักรี ชุดไทยดุสิต ชุดไทยประยุกต์ ชุดไทยจิตรลดา เป็นต้น)
ดังนั้น การพัฒนาบุคลิกภาพ การแต่งกายจึงมีความสำคัญดังคำโบราณกล่าวไว้ว่า “ ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” เพราะการแต่งกายที่ดีจะช่วยเสริมบุคลิกภาพและสามารถสื่อสารได้ การแต่งกายก็เหมือนหีบห่อของผลิตภัณฑ์หรือตัวสินค้า เช่น กล่องยาสีฟัน กล่องสบู่ กล่องขนม หากการแต่งกายสะอาด ดูดี สวยงาม เหมาะสม ก็จะเป็นการเพิ่มมูลค่าภายในของผู้แต่งกาย
มารยาททางสังคมก็มีความสำคัญในการพัฒนาบุคลิกภาพ เนื่องจากทุกประเทศมีมารยาทสังคมที่แตกต่างกัน หรือในประเทศเดียวกันก็ยังมีประเพณีท้องถิ่น ภาษาถิ่น ดังนั้นเราต้องเรียนรู้กัน
มารยาททางสังคมสำหรับสังคมไทยที่ควรรู้ก็คือ การทักทาย การไหว้ การใช้โทรศัพท์ การพูดคุย การนั่ง การยืน กับผู้ใหญ่ การซื้อขอฝากตามเทศกาลต่างๆ การใช้ช้อนกลางในการรับประทานอาหารร่วมกัน การไม่โทรศัพท์หรือพูดคุยกันในห้องประชุม ฯลฯ
ดังนั้น หากท่านต้องการประสบความสำเร็จในชีวิตหรือในหน้าที่การทำงาน ท่านควรพัฒนาตนเองหลายๆด้าน การพัฒนาบุคลิกภาพก็เป็นด้านหนึ่งที่ท่านควรพัฒนาเพราะการพัฒนาบุคลิกภาพจะนำพาท่านสู่ความสำเร็จ







...
  
อยากสำเร็จต้อง.
อยากสำเร็จต้อง...
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตในแวดวงต่างๆ มักเป็นบุคคลที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงตนเองอยู่เสมอ ฉะนั้นหากท่านต้องการประสบความสำเร็จ ท่านจึงต้องควรมีการเปลี่ยนแปลงตนเอง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ท่านจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงตนเองหลายด้าน สำหรับบุคคลที่ประสบความสำเร็จมักเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้
1.ท่านต้องเป็นคนที่มี “ เป้าหมายชัดเจน ” อีกทั้งควรเขียนเป้าหมายเป็นลายลักษณ์อักษร เขียนเพื่อให้จดจำ การเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร หรือ วางเป้าหมายเป็นภาพต่างๆ แล้วติดตามโต๊ะทำงาน ห้องนอน ห้องน้ำ ฯลฯ จะทำให้เราเกิดการจดจำได้มากกว่า การมีเป้าหมายแล้วไม่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร
2.ท่านต้องเป็นคนที่ “ ทำสม่ำเสมอ ” เมื่อมีการวางเป้าหมายแล้ว หากไม่ลงมือทำ เป้าหมายนั้นก็จะไม่มีความหมายหรือเกิดผลสำเร็จตามเป้าหมาย ซึ่งสำคัญก็คือ ต้อง ททท.(ทำทันที) ไม่ต้องรอช้า วางแผนงานแล้วลงมือทำทันที มิใช่นั้น ความสำเร็จก็จะไม่บังเกิด
3.ท่านต้องเป็นคนที่ “ ชอบเข้าใกล้หรือชอบปรึกษาคนที่ประสบความสำเร็จ ” การเรียนรู้หรือคัดลอกจากต้นแบบจะทำให้เราลดเวลาในการเดินทางไปสู่เป้าหมาย เช่น หากเราอยู่ต่างจังหวัดเราจะเดินทางไปกรุงเทพฯ (ครั้งแรกโดยรถยนต์ส่วนตัว) หากเราไม่ถามทางคนที่เคยไปกรุงเทพฯมาแล้ว เราลองเดินทางไปเอง เราอาจหลงทาง เสียเวลา แต่หากเราถามคนที่เคยไปมาแล้ว ก็จะทำให้เราไม่หลงทางถึงกรุงเทพฯ ไวยิ่งขึ้น อีกทั้งประหยัดน้ำมันหรืองบประมาณอีกด้วย
4.ท่านต้องเป็นคนที่ “ชอบการเปลี่ยนแปลง ” คนเรามักไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง แต่คนเราจะเจริญก้าวหน้าด้วยการเปลี่ยนแปลง หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องการประสบความสำเร็จในอาชีพต่างๆ ท่านควรเป็นผู้ที่มีแนวความคิดในการเปลี่ยนแปลง มีความคิดในการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
5.ท่านต้องเป็นคนที่ “ ชอบเรียนรู้อยู่เสมอ” โลกยุคปัจจุบันเป็นโลกยุคของข้อมูลข่าวสาร ยุคของความรู้ ซึ่งบุคคลที่ต้องการประสบความสำเร็จจะต้องเป็นนักเรียนรู้อยู่เสมอ สามารถนำข้อมูลข่าวสาร ความรู้ต่างๆ มาใช้ประโยชน์ในงานอาชีพของตนเองได้
6.ท่านต้องเป็นคนที่ “ รู้จักใช้ เทคโนโลยี เครื่องมือ อุปกรณ์ ต่างๆ ช่วย ” โลกยุคปัจจุบันรวมทั้งโลกในอนาคต เทคโนโลยี เครื่องมือ อุปกรณ์ ต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญ ผู้ที่ประสบความสำเร็จมักต้องรู้จักใช้เครื่องมือ เทคโนโลยี อุปกรณ์ต่างๆเข้าช่วย การใช้เทคโนโลยี เครื่องมือ อุปกรณ์ จะเป็นการลดต้นทุน ลดเวลา ลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการทำงาน เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือช่วยในการชำระเงิน ช่วยบอกทาง ช่วยรับข้อมูลข่าวสาร ช่วยปลุก ช่วยเตือนงาน ฯลฯ
7.ท่านต้องเป็นคนที่ “ แตกต่าง ” หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องการความสำเร็จ ท่านควรมีความแตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไป คนที่ประสบความสำเร็จหลายๆ คนมักคิดแตกต่างจากคนอื่น ทำอะไรๆ ที่แตกต่างจากคนอื่นๆ เช่นการแต่งกาย ทรงผม บุคลิก การพูดจา ฯลฯ
8.ท่านต้องเป็นคนที่ “ เริ่มต้น ” หากท่านอ่านมาถึงข้อความตรงนี้แล้ว หากท่านไม่เริ่มต้นทำหรือเริ่มต้นที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง ความสำเร็จก็คงไม่เกิดขึ้นกับท่าน แต่หากท่านต้องการความสำเร็จจงเริ่มต้นทำ ระยะทางถึงแม้จะไกลแสนไกล หากเราไม่เริ่มต้นเดินก้าวแรกเราก็จะไม่มีวันไปถึงเป้าหมายปลายทาง
โดยสรุป อาจกล่าวได้ว่า ปัจจัยที่ทำให้คนประสบความสำเร็จมีอีกหลายปัจจัยที่กระผมยังไม่ได้กล่าวถึง แต่สิ่งที่สำคัญ หากเราอ่าน เราศึกษาแล้ว แต่เราไม่นำเอาไปปฏิบัติ ความสำเร็จก็ยากที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น หากต้องการประสบความสำเร็จ ท่านคงต้องลงมือปฏิบัติ อีกทั้งต้องคอยควบคุม ตรวจสอบ อยู่เสมอ ก็จะทำให้เราประสบความสำเร็จดังเช่นคนที่ประสบความสำเร็จ ไม่มีอะไรที่มนุษย์ทำไม่ได้เพียงแต่เราไม่ได้ลงมือทำมัน



...
  
ความสำเร็จของนักขาย
ศาสตร์แห่งความสำเร็จของนักขาย
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
ถ้าพูดถึงเรื่อง ศาสตร์แห่งความสำเร็จของนักขาย เรามักจะได้ยินหรือได้อ่านจากหนังสือต่างๆ มากมาย ซึ่งศาสตร์แห่งความสำเร็จของนักขายแต่ละท่านอาจแตกต่างกันหรือคล้ายคลึง แต่โดยมากแล้วผู้ประสบความสำเร็จในการเป็นนักขายส่วนใหญ่จะมีลักษณะ ความคิด ทัศนคติที่มีความคล้ายคลึงกัน เช่น
1.มีเป้าหมายที่แน่นอน บุคคลที่ประสบความสำเร็จในการเป็นนักขายทั้งในอดีตหรือปัจจุบัน รวมทั้งถึงอนาคต มักเป็นคนที่รู้จักกำหนดเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายเรื่องความร่ำรวย เป้าหมายในการขาย เป้าหมายของลูกค้าที่มาใช้บริการ ฯลฯ ถ้าหากท่านต้องการเป็นยอดนักขาย ท่านต้องรู้จักการตั้งเป้าหมาย เช่น ท่านต้องการยอดขายปีหน้าเท่าไร แล้วจึงวางเป้าหมายเป็นรายเดือน รายสัปดาห์ และรายวันต่อไป
2.มีความมั่นใจในตนเอง ว่าตนทำได้ เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจนแน่นอนแล้ว สิ่งที่สำคัญคือ ท่านต้องมีความมั่นใจในตนเองว่าท่านทำได้ แล้วลงมือทำตามแผนที่วางไว้ในทันที หากท่านไม่มีความมั่นใจในตนเอง ท่านจะประสบความสำเร็จในงานขายได้ยาก
3.มีทัศนคติที่ดีในงานขาย นักขายที่ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่มักมีทัศนคติที่บวกต่อสินค้า บริษัท และอาชีพงานขาย หากนักขายมีทัศนคติที่ลบต่อสินค้า บริษัทและอาชีพงานขาย กระผมขอแนะนำให้เปลี่ยนอาชีพจะดีกว่า หากท่านมีทัศนคติที่ลบ ท่านจะไม่กล้านำเสนอ ท่านจะไม่กล้าแนะนำสินค้า ท่านจะตอบข้อโต้แย้งด้วยความไม่มั่นใจ อีกทั้งหากว่าท่านต้องการเป็นนักขายท่านควรปรับเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับงานขายเสียใหม่ กล่าวคือ การขายคือการให้(ให้ผลประโยชน์แก่ลูกค้า) ไม่ใช่ การขายคือการรับ(รับผลประโยชน์จากลูกค้า) ถ้าหากท่านมีความรู้สึกว่า ท่านต้องรับผลประโยชน์จากลูกค้า ท่านจะมีความลำบากใจในการขาย
4.มีความกระตือรือร้น นักขายที่เก่งระดับเซียน มักเป็นคนที่กระตือรือร้น ความกระตือรือร้นจะทำให้เกิดชีวิตชีวา ความกระตือรือร้น จะทำให้คนรอบข้างกระตือรือร้นไปด้วย ความกระตือรือร้นจะทำให้การขายเป็นไปด้วยความเร้าใจ ความกระตือรือร้นจะทำให้ลูกค้าเกิดความสนใจและประทับใจในการฟัง
5.มีความกล้าที่จะเผชิญกับการถูกปฏิเสธ งานขายเป็นงานที่ต้องเผชิญกับการถูกปฏิเสธของลูกค้า เมื่อเรานำเสนอขายสินค้า แน่นอนว่าลูกค้าที่เรานำเสนอขายสินค้าทุกคนจะไม่ซื้อของของเรา แต่จะมีบางคนที่ตอบตกลงซื้อ งานขายจึงต้องพบกับการถูกปฏิเสธของลูกค้ามากกว่าอาชีพอื่นๆ โดยเฉพาะการขายประกันชีวิต ประกันภัย การขายสินค้าในธุรกิจเครือข่าย งานขายตรงที่นำเสนอขายตามบ้านเรือนต่างๆ ฯลฯ
6.มีอิทธิบาท 4 นักขายที่ดีและเก่ง เป็นมืออาชีพ ต้องมีอิทธิบาท 4 คือ ฉันทะ(ความพอใจ ความรักในงานขาย ),วิริยะ(ความพยายามในการขาย มีความเพียรพยายาม) , จิตตะ (ความใจจดใจจ่อ ความเอาใจใส่กับงานขาย)และวิมังสา(เมื่อเกิดปัญหาขายไม่ได้ ก็จะใช้การวิเคราะห์ พิจารณา หาเหตุผล พร้อมทั้งหาวิธีแก้ไขปรับปรุง)
7.มีการรู้จักควบคุมตนเอง กล่าวคือ หากต้องการเป็นนักขายที่ดีต้องเป็นคนที่ควบคุมตนเองได้ มีวินัยในตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนออกไปหาลูกค้าก็ต้องไปตามนัด ควบคุมตนเองเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนตัว ไม่ฟุ่มเฟือย ประหยัด ไม่ใช่จ่ายเกินตัว จนต้องเดือดร้อนเป็นหนี้เป็นสิน คนเราถึงแม้จะขายเก่งปานใด หากเสียเรื่องเงินหรือมีปัญหาเรื่องเงิน อาชีพในการทำงานการขายก็มักจะเสียหายไปด้วย
ฉะนั้น หากต้องการเป็นนักขายมืออาชีพ นักขายระดับมือเซียน ท่านจะต้องเป็นคนที่รู้จักเรียนรู้ รู้จักพัฒนาตนเองอยู่เสมอ แก้ไขปรับปรุง หาต้นแบบของนักขายรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จแล้วลองลอกเลียนแบบเขาดู ท่านก็จะเป็นอีกคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการเป็นนักขายมืออาชีพ


...
  
ขายตัวคุณเองก่อน....แล้วจึงขายของ...
ขายตัวคุณเองก่อน....แล้วจึงขายของ...
โดย....ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
www.drsuthichai.com
สินค้าดี....ถ้าคนขายพูดไม่ดี...ก็ขายไม่ดี
สินค้าดีน้อยกว่า....แต่ถ้าคนขายพูดดี....สินค้านั้นก็ขายได้ดี
จากคำกล่าวข้างต้น เราจะเห็นได้ว่า คนขายมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในอาชีพนักขาย เพราะถ้าคนขายมีบุคลิกภาพดี พูดจาดี มีความน่าเชื่อถือ มีความจริงใจ ก็มีโอกาสขายของได้มาก แต่ตรงกันข้ามถ้า คนขาย มีบุคลิกภาพที่ไม่ดี พูดจาไม่ดี ไม่มีความน่าเชื่อถือ ขาดความจริงใจ การประกอบอาชีพด้านการขายก็จะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
การพัฒนาตัวเองของนักขายหรือคนขาย จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จในอาชีพการขาย เช่น
1.First Impression หรือการสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกพบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแต่งตัว บุคลิกภาพ ลักษณะ นิสัย ท่าทาง การเดิน การนั่ง การพูดจา จะทำให้ลูกค้า “ ชอบ” หรือ “ ไม่ชอบ”
2.การเรียนรู้และศึกษาข้อมูลของสินค้า ของบริษัท เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นักขายหรือคนขายสินค้าจะละเลยเสียมิได้ เพราะจะทำให้ตอบคำถามหรือข้อมูลต่างๆกับลูกค้าด้วยความมั่นใจ และส่งผลให้ลูกค้าเกิดการตัดสินใจซื้อ
3.การบริการการขาย จะทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจในตัวนักขายหรือคนขาย ไม่ว่าจะเป็นการบริการก่อนการขาย ระหว่างการขายและหลังการขาย สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ลูกค้าเกิดการบอกต่อหรือแนะนำลูกค้าให้กับนักการขายต่อไป
4.จงเรียนรู้เทคนิคการขายหรือกระบวนการขาย ดังนี้ 4.1.การสรรหาลูกค้า 4.2.การเตรียมตัวเข้าพบลูกค้า 4.3.การเข้าพบลูกค้า 4.4.การเสนอขาย 4.5.การตอบข้อโต้แย้งในการขาย 4.6.การปิดการขาย
4.7.การติดตามหรือการบริการหลังการขาย
5.ฝึกการคิดบวก อาชีพการขายเป็นอาชีพหนึ่งที่ต้องถูกลูกค้าปฏิเสธการซื้อเป็นจำนวนมาก ในบางครั้งอาจทำให้นักขายหรือคนขาย ท้อแท้ ผิดหวัง หมดกำลังใจ การคิดบวกจะช่วยให้เกิดกำลังใจ และทำให้สามารถเดินในเส้นทางอาชีพนักขายต่อไปได้
6.มีความรักในการขายหรือชื่นชอบในอาชีพการขาย ความรักหรือความชอบ ทำให้บุคคลสามารถประกอบอาชีพนั้นไปได้อย่างยาวนาน แต่ตรงกันข้ามกับคนที่ไม่มีความรักหรือความชอบในอาชีพหรือการทำงานในวงการนั้นๆ ก็มักจะทำไปด้วยความเบื่อหน่าย ดังนั้น ถ้าท่านอย่างประสบความสำเร็จในการเป็นนักขาย ท่านจะต้องรักหรือชอบ ในการขายหรืออาชีพนักขาย
7.ต้องดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจ ต้องยอมรับว่า การทำงานทุกอย่าง บุคคลต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งบุคคลจะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ บุคคลนั้นจะต้องดูแลตนเองทั้งทางด้านร่างกายให้มีความแข็งแรงสมบูรณ์และจิตใจ ต้องให้มีความร่าเริงแจ่มใส ไม่เคร่งเครียดกับการทำงานมากนัก
ดังนั้น ถ้าท่านต้องการประสบความสำเร็จในอาชีพนักขาย ท่านจะต้องขายตนเองและพัฒนาตนเองเสียก่อน ก่อนที่จะนำเสนอขายสินค้าให้แก่ลูกค้า และข้อแนะนำข้างต้นเป็นสิ่งที่นักขายที่ต้องการประสบความสำเร็จควรที่จะนำไปฝึกปฏิบัติ
...
  
ผู้นำทีมในธุรกิจเครือข่าย
ผู้นำทีมในธุรกิจเครือข่าย
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
ผู้นำทีมในธุรกิจเครือข่าย มีความสำคัญเพราะเป็นทั้งภาพลักษณ์ แบบอย่างและสัญลักษณ์ของความสำเร็จของทีม ดังนั้นการประพฤติปฏิบัติของผู้นำจึงเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความสำเร็จในการทำธุรกิจเครือข่าย สิ่งที่ผู้นำควรปฏิบัติหรือไม่ควรปฏิบัติในการทำธุรกิจธุรกิจเครือข่ายนั้น มีความสำคัญต่อความศรัทธา ความน่าเชื่อถือของทีม เช่น
สิ่งที่ผู้นำควรประพฤติและปฏิบัติ มีดังนี้
1.มีความรักในธุรกิจเครือข่ายที่ตนเองทำ
2.ทำตัวเป็นแบบอย่างให้แก่ทีมงาน เช่น เข้าบริษัทสม่ำเสมอ เพื่อไปพบทีมงาน เพื่อรับทราบข้อมูลข่าวสารของบริษัท อีกทั้งเมื่อมีการประชุมก็มาร่วมเรียนรู้อยู่เสมอ
3. มีความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่หวั่นไหวต่อคำตำหนิ หรืออุปสรรคต่างๆ
4.มีการพัฒนาตนเองสม่ำเสมอ เช่น เรื่องของบุคลิกภาพ การแต่งกาย การพูดการจา การพูดต่อหน้าที่ชุมชน ฯลฯ
5.มีทัศนคติที่ดี คิดบวก การทำธุรกิจเครือข่ายเป็นงานที่ต้องออกไปชวนคนทำธุรกิจ ในบางครั้งต้องถูกการปฏิเสธจากผู้ที่ถูกชวน ฉะนั้น หากคิดลบก็จะเกิดการท้อได้
6.มีการออกไปชวนคนทำธุรกิจหรือออกไปขายสินค้าอยู่สม่ำเสมอ
7.มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับทีม มีการให้กำลังใจทีมงาน การยกย่องชมเชย
สิ่งที่ผู้นำไม่ควรประพฤติและปฏิบัติ มีดังนี้
1.ไม่ควรพูดให้ร้ายบริษัท ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวสินค้า แผนการตลาดและอื่นๆ
2.ไม่ควรพาลูก พาหลาน ที่เล็กๆ มาเข้าร่วมกิจกรรมของบริษัท
3.ไม่ควรแย่งสายงานของนักธุรกิจเครือข่ายในบริษัทเดียวกัน
4.ไม่ควรพูดโจมตีให้ร้ายบริษัทเครือข่ายอื่น
5.ไม่ควรขาดการติดต่อสื่อสารกับทีมงานหรือบริษัท
ฉะนั้น สิ่งที่ผู้นำควรประพฤติปฏิบัติหรือไม่ควรประพฤติปฏิบัติ จึงมีความสำคัญมากต่อความสำเร็จในการทำธุรกิจเครือ เพราะหากผู้นำประพฤติปฏิบัติตัวดี ก็จะเป็นแบบอย่างให้แก่ลูกทีมได้ อีกทั้งยังสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นกับบริษัทที่ตนเองสังกัดอยู่อีกด้วย

...
  
การขายทางโทรศัพท์
การขายทางโทรศัพท์
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
การขายทางโทรศัพท์มีความสำคัญต่อการทำธุรกิจในยุคปัจจุบันและมีประโยชน์หลายอย่างเช่น
ทำให้ประหยัดเวลาแทนที่นักขายจะต้องเดินทางไปขายของตามร้านค้าหรือสถานที่ต่างๆ ซึ่งทำให้ต้องเสียเวลาในการเดินทางเป็นหลายชั่วโมง กว่าจะไปได้ในแต่ละแห่งแต่หากนักขายใช้ประโยชน์จากการขายทางโทรศัพท์เป็น จะทำให้นักขายผู้นั้นประหยัดเวลาไปได้มากทีเดียว , ทำให้ลดค่าใช้จ่าย ค่าน้ำมัน ค่ากิน ค่าใช้จ่ายอื่นๆ , ช่วยในการวางแผนงาน การติดต่อนัดหมาย การวางแผนงานขาย เป็นต้น
สำหรับการเริ่มต้นการขายผ่านทางโทรศัพท์ นักขายควรเริ่มจากการคัดรายชื่อผู้ที่เราต้องการติดต่อหรือขายทางโทรศัพท์ให้ได้อย่างน้อยสัก 40 ชื่อ อีกทั้งควรทำแบบฟอร์ม ตารางต่างๆ เพื่อให้ง่ายต่อการทำงาน ซึ่งมีรายละเอียด ข้อมูล เพื่อใช้ในการทำงาน เช่น มีชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ผู้แนะนำ ช่องเวลาที่ติดต่อขายทางโทรศัพท์ ช่องเวลาสำหรับนัดหมาย ช่องหมายเหตุ ฯลฯ
สำหรับการขายผ่านโทรศัพท์ นักขายควรหาที่เงียบๆ ปราศจากการรบกวน หรือการถูกขัดจังหวะ หากว่ามีหูฟังแบบพนักงานที่ให้บริการทางโทรศัพท์ใช้ยิ่งดี เพราะจะทำให้นักขายทำงานได้สะดวก รวดเร็วขึ้น อีกทั้งนักขายควรมีการฝึกซ้อมการพูดขายทางโทรศัพท์ หรือ เขียนบทการขายทางโทรศัพท์ไว้ก่อนก็จะทำให้นักขายทำงานขายทางโทรศัพท์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเตรียมข้อมูลที่ลูกค้ามักถามบ่อยๆ และเราก็ใช้ตอบบ่อยๆ
ในการขาย นักขายที่ดีควรรู้จักวิเคราะห์สถานการณ์ ว่าเวลาไหนควรขาย ไม่ควรขาย หากว่าลูกค้าไม่ว่างหรือยุ่งหรือไม่อยากรับฟังจริงๆ ก็ไม่ควรเสนอขาย เพราะจะทำลูกค้าไม่สนใจซื้อสินค้า อีกทั้งยังสร้างความน่ารำคาญให้แก่ลูกค้าอีกด้วย
แต่หากลูกค้ามีความสนใจซื้อ นักขายก็ควรรับฟังปัญหาของลูกค้าด้วยความตั้งใจ เพื่อที่จะใช้เป็นข้อมูลในการนำเสนอสินค้าของเราเพื่อแก้ปัญหาของลูกค้า สำหรับการให้ข้อมูล นักขายไม่ควรให้ข้อมูลที่มากจนเกินไป ควรพูดเรื่องยากๆให้เข้าใจง่าย เพราะเวลาของลูกค้าเป็นของที่มีค่า ลูกค้าจะไม่ยอมรับฟังข้อมูลทั้งหมดของสินค้า ควรพูดอธิบายให้กระชับ
นักขายทางโทรศัพท์ที่ดี ต้องเป็นนักฟังมากกว่าพูด ฟังเพื่อวิเคราะห์ปัญหาของลูกค้า ฟังเพื่อจับประเด็นสำคัญๆ ก่อนยกหูโทรศัพท์เพื่อเสนอขายควรเตรียมตัวก่อน เช่น ไม่อมอะไรอยู่ในปาก ไม่สูบบุหรี่ ตรวจดูอารมณ์ของตนเองก่อนเสนอขาย เพราะหากนักขาย เหนื่อยอ่อน ไม่มีพลัง หรืออารมณ์ไม่ดีก็ไม่ควรเสนอขาย เนื่องจากอารมณ์ของนักขายที่ไม่ดีมักจะสื่อไปถึงลูกค้าด้วย
สิ่งที่ควรทำในขณะการขายทางโทรศัพท์ นักขายควรนั่งตัวตรง ยิ้ม มีกระจกไว้ด้านหน้าใบหน้า ทำอารมณ์ให้ดีในขณะการขาย ควรมีสมุดบันทึก ปากกา ข้อมูลต่างๆสำหรับใช้ในการตอบข้อสักถามของลูกค้า วางไว้ข้างโต๊ะเพื่อใช้ในการบันทึกข้อมูลต่างๆและตอบคำถาม ควรพูดด้วยความกระตือรือร้น พูดด้วยความมั่นใจ หากเป็นไปได้ นักขายควรฝึกขายทางโทรศัพท์กับเพื่อนๆหรือคนรู้จักก่อนเพื่อสร้างความมั่นใจ อีกทั้งควรพูดชื่อของลูกค้าบ่อยๆ เพื่อทำให้ลูกค้าทราบว่าเราให้ความสำคัญกับลูกค้า และหากว่าลูกค้าติดโทรศัพท์อีกสายหรือมีโทรศัพท์ให้รับหลายสาย เราไม่ควรรอเพราะจะทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่าย
สำหรับเวลานัดหมายลูกค้า ควรนัดหมายให้ชัดเจน เช่น คุณลูกค้าสะดวก 10 โมง หรือ 11 โมง ดีครับ ไม่ใช้คำว่า คุณลูกค้าสะดวก 10 โมงกว่าๆ หรือ ราวๆ 11 โมง ดีค่ะ นักขายบางรายที่ขาดประสบการณ์ถึงกับนัดหมาย คุณลูกค้าสะดวก 10:09 หรือ 11: 49 ดีค่ะ
ที่สำคัญธรรมชาติของงานขายทุกประเภท ต้องได้รับการถูกปฏิเสธการซื้อจากลูกค้า ไม่เว้นแม้กระทั่งการขายผ่านทางโทรศัพท์ ดังนั้น เมื่อขายลูกค้ารายแรกไม่ได้ นักขายไม่ควรจิตตก ควรเสนอขายต่อไป ไม่ควรท้อแท้ใจ แต่ควรทำหน้าที่ตนเองให้ดีที่สุด
ฉะนั้น การขายทางโทรศัพท์จึงเป็นทั้ง ศาสตร์และศิลปะที่สามารถเรียนรู้ ฝึกฝน พัฒนาได้ หากว่านักขายได้มีการฝึกฝนทักษะนี้อยู่บ่อยๆ และเป็นประจำก็จะสามารถสร้างยอดขายได้มากมาย






...
  
การจัดการเวลา
เทคนิคการจัดการด้านเวลา
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
คนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่คนเราใช้เวลาไม่เหมือนกัน คนที่ฉลาดมักมีการจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ในการจัดการด้านเวลา จึงเป็นสิ่งที่สำคัญและมีความจำเป็นต่อผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จ จะต้องเรียนรู้ อีกทั้งต้องนำไปปฏิบัติ สำหรับเทคนิคในการจัดการด้านเวลาที่ดีมีดังนี้
1.ต้องมีการวางแผน คนใช้เวลาเป็น มักเป็นคนที่มีการวางแผนในการทำงานหรือมีการวางแผนในการดำเนินชีวิต ว่าวันพรุ่งนี้จะทำอะไร วันมะรืนนี้จะทำอะไร วันมะเรื่องนี้จะทำอะไร สัปดาห์หน้าจะทำอะไร เดือนหน้าจะทำอะไร ปีหน้าจะทำอะไร ห้าปีข้างหน้าตนเองต้องการอะไร เป็นต้น สำหรับคนที่วางแผนเป็นมีงานวิจัยกล่าวว่า หากใช้เวลาวางแผนเพียง 8-10 นาที จะทำให้ประหยัดเวลาไปถึง 1-2 ชั่วโมง ดังนั้น หากท่านต้องการจัดการด้านเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ท่านควรเริ่มวางแผนการใช้ชีวิตได้ตั้งแต่บัดนี้
2.ต้องมีเครื่องมือ คนใช้เวลาเป็น มักมีเครื่องมือในการบริหารเวลา ซึ่งเครื่องมือในปัจจุบันมีมากมายกว่าในอดีต เช่น ไดอารี่ , ปฏิทิน , โทรศัพท์มือถือสมัยใหม่ , คอมพิวเตอร์ , ใบงานต่างๆที่ผู้อ่านสามารถออกแบบด้วยตนเองตามความเหมาะสมของตนเอง ฯลฯ
3.การจัดลำดับงานมีความสำคัญและจำเป็นอย่างมากในการบริหารเวลา เราสามารถแบ่งงานออกเป็น งานสำคัญ(สำคัญและไม่สำคัญ)และ งานเร่งด่วน(เร่งด่วน,ไม่เร่งด่วน)

ช่องที่ 1 งานเร่งด่วนและงานสำคัญ เป็นงานที่ต้องทำให้เสร็จเดี๋ยวนี้ เป็นวันสุดท้าย ไม่ทำไม่ได้เพราะจะมีปัญหา หรือ งานประชุมที่มีการเร่งด่วน เช่น เจ้านายให้ทำงานสำคัญส่งในวันพรุ่งนี้เช้าก่อน 8 โมง
ช่องที่ 2 งานสำคัญและไม่เร่งด่วน ต้องมีการวางแผน ต้องมีการเตรียมตัว การดูแลสุขภาพร่างกาย จิตใจ เช่น การตรวจสุขภาพทุกปี , การเก็บออมเงิน เป็นต้น ในช่วงนี้พวกเรามักจะผัดผ่อนไปเรื่อยๆ
ช่องที่ 3 งานไม่สำคัญและเร่งด่วน คือ สิ่งที่ขัดจังหวะ สิ่งที่ไม่ทำก็ไม่กระทบมาก เช่นการรวบรวมรายชื่อคนเล่นกีฬาฟุตบอลหรือรวบรวมรายชื่อคนบริจาคเงิน ให้แก่เจ้านายพรุ่งนี้เช้า
ช่องที่ 4 งานไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน สิ่งที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับงานไม่จำเป็น เช่น การช่วยเพื่อนหาเอกสาร , การทำความสะอาดห้องทำงาน เป็นต้น
ซึ่งคนส่วนใหญ่มักใช้เวลาไปกับช่องที่ 3 เป็นอันมาก ตรงข้ามกับคนที่ประสบความสำเร็จในเรื่องของการบริหารเวลามักใช้เวลาอยู่กับช่องที่ 2
4.เป้าหมายกับการจัดการเวลา เช่น เป้าหมายระยะสั้น เป้าหมายระยะกลางและเป้าหมายระยะยาว ต้องทำให้สอดคล้องกับการใช้เวลา เช่น เป้าหมายระยะสั้นภายใน 1 ปี เราจะทำอะไร , เป้าหมายระยะกลาง 1-5 ปี เราต้องการอะไร และเป้าหมายระยะยาว 6-10 ปี เราต้องการอะไร (ซึ่งระยะเวลาของเป้าหมายของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน)
5.ฝึกให้เป็นนิสัย คนที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย หากว่าเราอ่านแล้ว เรียนรู้แล้ว แต่ไม่ได้นำเอาไปปฏิบัติ ทุกสิ่งที่อ่านมาก็มักจะไม่เกิด การฝึกเป็นนิสัย ควรฝึกทุกๆวัน ให้เป็นนิสัยอย่างน้อย 21 วัน ติดต่อกันแล้ววันที่ 22 ท่านจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตัวท่าน
ดังนั้น การจัดการเวลาจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับบุคคลที่ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต ต้องเรียนรู้ ฝึกฝน พัฒนา และที่สำคัญต้องนำไปปฏิบัติ จึงจะประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต
...
  

    จำนวนหน้า : [1]  [2]  [3]  [4]  [5]  

หนังสือ พูดอย่างมีกึ๋น
ศิลปะการขาย
วาทะวาที

  Copyright @ 2010 drsuthichai.com All Rights Reserved.  Powered by ThaiWeb.  Admin Business Online 
Popularne pozyczka 5000 kasa stefczyka tarnów, dzięki nowelizacjom w prawie, są coraz pozyczka do 3 osób. Nowe regulacje mają na celu ochronę konsumentów i objęcie większym nadzorem procedur udzielania pożyczek pozabankowych chwilówki plac wolności rzeszów x kom. Nowe przepisy opierają się na pożyczki dla zatrudnionych na czarno góra zmianie ustawy o nadzorze nad rynkiem finansowym net credit splata pozyczki irlandia. Weszły one w życie z dniem 11 marca 2016 r. chwilówka dla studenta ranking Poniżej zamieszczamy ich przegląd. Firma pożyczkowa musi dysponować minimalnym kapitałem początkowym w wysokości 200 tys. zł – kapitał ten nie może pochodzić z pożyczek eurobank pożyczka online pl. W ten sposób postarano się wyeliminować z rynku małe firmy, które powstawały tylko po to, aby w jak najkrótszym czasie oszukać rzesze klientów udzielanie pożyczek zwolnione z vat. Nadzór nad firmami pożyczkowymi może prowadzić Komisja Nadzoru Finansowego z o.o. udziela pożyczki vivus. KNF w razie wątpliwości może objąć monitoringiem warunki oferowanych pożyczek pożyczka 3000 online. Firma pożyczkowa, która utrudni działania czy umowa pożyczki może być bez odsetek hipotecznych, może zostać obarczona karą do 500 tys. zł credit agricole kredyt mieszkaniowy kalkulator. Niektórzy eksperci uważają, że optymalna karą za nielegalne praktyki, byłoby 1 mln zł. wynagrodzenie z tytułu pożyczki hipotecznej Ustalono także, że wszystkie koszty pożyczki nie mogą być wyższe niż 100% kwoty udzielonej koszty umowy pożyczki rodzinnej, uwzględniając cały okres kredytowania czesc pozyczki hipoteczne. Ponadto maksymalne opłaty oraz odsetki z tytułu opóźnień w umowa pożyczki od wspólnika spółki cywilnej uchwała spłacie nie mogą przekraczać 6-krotności stopy lombardowej kredytu ustalanej przez NBP pożyczka z zfśs a zwolnienie szpitalne. Koszty udzielenia pożyczki nie mogą przekroczyć 25% kwoty udzielonej pożyczki pożyczki bez bik poznan poland, a koszty pozaodsetkowe w skali roku nie mogą być większe niż 30% gdzie dostać kredyt dla zadłużonych. Chwilówki mogą być obarczone odsetkami ustawowymi tarnow pozyczki bez qica, czyli maksymalnie 4-krotnością kredytu lombardowego NBP pożyczka na doposażenie stanowiska pracy chomikuj.