หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
ข่าวสาร
สินค้า
บริการ
แกลลอรี
เว็บลงค์
เว็บบอร์ด
ติดต่อเรา

บริการ

 รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
 บทความต่างๆ ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเสริมสร้างกำลังใจของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
  -  พลังแห่งการไม่ยอมแพ้
  -  บันได 6 ขั้น สู่ความสำเร็จ
  -  จงกล้าที่จะล้มเหลว
  -  พัฒนาตนเองสู่ความสำเร็จ
  -  ทำงานให้สนุกและสร้างความสุขกับการทำงาน
  -  องค์ประกอบของการทำงานเป็นทีม
  -  การพัฒนาตนเอง
  -  ความรุ่งโรจน์อยู่ที่ตัวท่าน
  -  พลังแห่งชีวิต
  -  ฝึกฝึกและฝึก
  -  ใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุข
  -  ทำงานอย่างไรให้มีความสุข
  -  นิสัยแห่งความสุข
  -  Think Big คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก
  -  Born To Win เกิดมาเพื่อชนะ
  -  หลักการทำงาน
  -  การทำงานให้เจริญก้าวหน้า
  -  ความเชื่อมั่นในตนเอง
  -  คุณก็เป็นผู้นำที่ดีได้
  -  จงแบ่งเวลาวันละ 1 ชั่วโมง
  -  เทคนิคการพูดในที่ชุมชน
  -  ชื่อ สโลแกน มีความสำคัญ
  -  ทำงานให้สนุกเป็นสุขกับการทำงาน
  -  จงเผชิญหน้ากับความตกต่ำ
  -  หัวใจนักปราชญ์
  -  ทำไมไม่กำหนดเป้าหมายในชีวิต
  -  จงเรียนรู้ตลอดชีวิต
  -  ท่านสามารถประสบความสำเร็จได้
  -  เข้าสังคมดีก็จะมีสิ่งดีๆเข้ามา
  -  เพียงคิดเป็นภาพความสำเร็จก็มีขึ้น
  -  พลังแห่งการให้
  -  เคล็ดลับความสำเร็จของมหาเศรษฐีระดับโลก
  -  ใช้ความราบรื่นเพิ่มความสุขให้ชีวิต
  -  ประตูสู่ความมั่งคั่ง
  -  ล้มได้ก็ลุกได้
  -  เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ...ท่านก็สามารถทำได้
  -  ผิดเป็นครู
  -  ขั้นตอนสู่ความสำเร็จ
  -  ชีวิตต้องก้าวไปข้างหน้า
  -  อ่านหนังสือได้เร็วชีวิตพัฒนาขึ้น
  -  จงกระตุ้นตัวเองเพื่อการกระตุ้นผู้อื่น
  -  ไม่มีข้ออ้างสำหรับความสำเร็จ
  -  จงรักในสิ่งที่ทำ จงทำให้สิ่งที่รัก
  -  ข้อดีของการให้ออกจากงาน
  -  ความล้มเหลวอาจเป็นสิ่งที่ดี
  -  ความล้มเหลวทำให้ท่านประสบความสำเร็จ
  -  ทำทันที(ททท.)
  -  ความสำเร็จเริ่มต้นที่ตัวเอง
  -  จงพัฒนาตนเอง ทุก 10%
  -  จงอย่าหยุดคิดริเริ่มสร้างสรรค์
  -  5 ส. สร้างสุขในการทำงาน
  -  กฎแห่งความสำเร็จ(กฎแห่งแรงดึงดูด)
  -  เป้าหมายชีวิต
  -  จินตนาการสู่ความสำเร็จ
  -  จงเชื่อมั่นในตนเอง
  -  เรื่องราวที่เกี่ยวกับแรงบันดาลใจ
  -  ปลุกศักยภาพในตัวคุณ
  -  ค้นให้พบโอกาสทอง
  -  อยากประสบความสำเร็จต้องมี Passion
  -  สู้ไม่ถอย
  -  ทำงานอย่างมีความสุข
  -  ปัญญามีมาก แต่ใจเท่าหัวไม้ขีดไฟ
  -  พัฒนาตนเองเพื่อความสำเร็จ
  -  เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทุกโอกาส
  -  จงทำงานอย่างมีชีวิตชีวา
  -  ความอดทนพากเพียรคือกุญแจสู่ความสำเร็จ
  -  ขุมทรัพย์แห่งความสำเร็จคือการให้
  -  วิชาชีพการโรงแรมและการท่องเที่ยวกับอาเซียน
  -  พลังแห่งการเคลื่อนไหวร่างกาย
  -  สมองเงินล้าน
  -  ก้าวไปให้ถึงจุดสุดยอดของชีวิต
  -  โมติเวท : คิดแบบเศรษฐี
  -  การสร้างพลังในตัวคุณ
  -   19 แนวคิดที่นำไปสู่ความสำเร็จ
  -  คุณก็สามารถร่ำรวยได้
  -  โมติเวท : ศาสตร์แห่งความร่ำรวย
  -  โมติเวท : ใครจะรู้ว่าพรุ่งนี้จะดีหรือร้าย
  -  โมติเวท : จงเรียนรู้ด้วยตนเอง
  -  ใจมีฝัน ใจมีหวัง ใจยังสู้
  -  ฉันทำได้
  -  อย่ายอมแพ้...หากว่ายังไม่ได้ทำงานอย่างเต็มที่
  -  15 ขั้นตอนสู่ความสำเร็จในการทำงาน
  -  ทำไมท่านถึงไม่ประสบความสำเร็จในการทำงาน
  -  บัญญัติ 20 ประการทะยานสู่ความสำเร็จในการทำงาน
  -  ผู้นำที่ดีในการทำงาน
  -  วิธีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในการทำงาน
  -  รู้จักตนเอง...เพื่ออนาคตการทำงานของตนเอง
  -  ประสบความสำเร็จในการทำงานด้วยหลัก 5 ถึง
  -  ทำงานอย่างมีความสุข
  -  วิธีทำตนให้คนเกลียดในที่ทำงาน
  -  จงสร้างผลลัพธ์ในตัวคุณให้สูงสุด
  -  โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรี
  -  อุปสรรค คือ สีสันของชีวิต
  -  สู้ไม่ถอย
  -  การสร้างแรงบันดาลใจ
  -  สร้างนิสัยแห่งความสำเร็จ
  -  ปลุกพลังในตัวคุณ
  -  คุณก็เป็นเศรษฐีได้
  -  เพื่อนคือทั้งหมดของชีวิต
  -  จอจ่อที่เป้าหมาย...ไม่ใช่จอจ่อที่อุปสรรค
  -  การทำงานด้วยหัวใจ
  -  อัจฉริยะพลิกสมอง....เปลี่ยนโลก
  -  อยากประสบความสำเร็จต้องลงมือทำ
  -  ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้
  -  จะทำงานอย่างไรให้ก้าวหน้า
  -  เปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยน
  -  กล้าฝัน กล้าไล่ล่าฝัน
  -  รู้ทิศทาง รู้ทำ รู้ทนทาน
  -  บางครั้งการล้มเหลวก็เป็นสิ่งที่ดี
  -  ผมมีความฝัน ฉันมีความฝัน
  -  ทำไมเราถึงล้มเหลว
  -  คุณมีความสามารถมากกว่าที่คุณคิด
  -  อยากสำเร็จต้องออกแรง
  -  7 วิธีสู่ความสำเร็จในชีวิต
 สุนทรพจน์ของนักการเมือง
 บทความเกี่ยวกับการขายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับกฏหมายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเขียนของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 นักพูดทางการเมือง
 หนังสือ การพูด
 บทความต่างๆ ของนักพูด
 ประวัตินักขาย
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการขาย
 วาทะของคนดัง
 ประวัติ ทนายความ
 ประวัติอาจารย์นักพูด
 คลิปเสียงภาพ เกี่ยวกับกฏหมาย
 ผู้บริหาร
 การบริการด้วยหัวใจ
 วิธีการสู่ความสำเร็จ
 บุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ
 Mind Map แผนที่ความคิด(หนังสือทางด้านการพูด)
 แนะนำหนังสือการเขียน
 ประวัตินักเขียน
 คลิปนักพูด
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์
 คลิป นักพูดต่างประเทศ
 คลิป ประกอบการบรรยาย
 คลิปเสียงของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ เกี่ยวกับการพูด เช่น นักพูดชั้นนำทำกันอย่างไร , วิธีการปรับปรุงน้ำเสียง ,จะพูดให้ได้ดีต้องมีการเตรียมตัว,นักพูดที่ดีต้องมีการศึกษาและองค์ประกอบของนักพูดที่ดี
 คลิป ครูเคท บรรยาย
 คลิป หมู่บ้านพลัม
 สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
 สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
 พูดอย่างมีกึ๋น
 หนังสือ การทำงานเป็นทีม
 แนะนำหนังสือ เกี่ยวกับการทำงาน
 ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
 คำคม
 รศ.ดร.สุขุม นวลสกุล
 สมชาย หนองฮี
 อ.อุสมาน ลูกหยี
 ดร.ผาณิต กันตามระ
 อาจารย์จตุพล ชมภูนิช
 รัชเขต วีสเพ็ญ
 วสันต์ พงศ์สุประดิษฐ์
 รศ.สุนีย์ สินธุเดชะ
 อาจารย์เสน่ห์ ศรีสุวรรณ
 อาจารย์พนม ปีย์เจริญ
 หมอพงษ์ศักดิ์ ตั้งคณา
 รศ.วิกรณ์ รักษ์ปวงชน
 ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล
 อาจารย์วิชัย ปีติเจริญธรรม
 อาจารย์ถาวร โชติชื่น
 กนกศักดิ์ ลิขิตไพรวัลย์
 สิริลักษณ์ ตันศิริ
 อาจารย์สุกิจ ศุภกิจเจริญ
 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
 คะเณยะ อ่อนนาง
 ศุภกิจ รุ่งโรจน์
 ภก. ดร. ประชาสรรค์ แสนภักดี
 ประดิษฐ์ กิตติฤดีกุล
 โต้วาที
 ดร.โอภาส กิจกำแหง
 ประมวลสุนทรพจน์ ทักษิณ ชินวัตร
 ดร.อภิชาติ ดำดี
 อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
 การตลาด
 ทอล์คโชว์
 รวมคลิป ที่เกี่ยวกับการพูดต่อหน้าที่ชุมชน
 คลิป เรื่องการบริหาร
 คลิป บุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจ
 เพลง ที่ให้กำลังใจ
 คลิป ดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีความสุข
 คลิป แรงบันดาลใจ
 คลิป สนุกๆ สร้างสรรค์
 การทำงานอย่างมีความสุข
 การจัดการองค์ความรู้ KM
 สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย

กลุ่มสินค้า

 หลักสูตร พลังแห่งการพูด
 หลักสูตร พลังแห่งการบริการ
 หลักสูตร การทำงานเป็นทีมและการบริหาร
 หลักสูตร พลังแห่งการสื่อสาร
 ผลงานหนังสือ
 หลักสูตร พลังแห่งการขายและการตลาด
 หลักสูตร การทำงานด้วยหัวใจ
 อาเซียน
 หลักสูตรอื่น
 หลักสูตร การคิด
 มอบหนังสือ เพื่อการกุศล
Custom Search
สถาบัน Cap vision
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ
 
 
  บริการ
รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
บทความต่างๆ  ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
หนังสือ การพูด
สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
พูดอย่างมีกึ๋น
ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
สมชาย หนองฮี
อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย
   บริการ : บทความเกี่ยวกับการเสริมสร้างกำลังใจของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
พลังแห่งการไม่ยอมแพ้
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

ถ้าท่านคิดว่าทำได้ ท่านก็จะทำได้ แต่ถ้าท่านคิดว่าทำไม่ได้ ท่านก็จะทำไม่ได้

ถ้าท่านคิดว่าท่านพ่ายแพ้ ท่านจะพ่ายแพ้ ถ้าท่านคิดว่าท่านไม่กล้า ท่านจะไม่กล้า
ถ้าท่านต้องการที่จะชนะ แต่ท่านคิดว่าท่านไม่อาจชนะ เกือบจะแน่นอนว่าท่านจะไม่ชนะ
ถ้าท่านคิดว่าท่านย่อยยับ ท่านจะย่อยยับ

จากข้อความข้างต้น เป็นคำพูดของ นโปเลียน ฮิลล์ อดีตที่ปรึกษาของ 3 ประธานาธิบดีของอเมริกา ทำให้เรารู้ว่า ความคิดเป็นตัวกำหนดสิ่งต่างๆ ในตัวของมนุษย์เรา ความคิดทำให้เกิดความเชื่อมั่น ความคิดทำให้เกิดความท้อแท้ใจ ความคิดทำให้เกิดกำลังใจ ความคิดทำให้เกิดความมั่งคั่งและความคิดทำให้เกิด.......


การที่คนๆหนึ่งจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว ปัจจัยสำคัญอยู่ที่ความคิดของคนนั้นๆ เป็นหลัก บุคคลที่เกิดวิกฤตกับชีวิตเขามักเห็นโอกาสเสมอ แต่ตรงกันข้าม บุคคลที่มีโอกาสมักมองเห็นอุปสรรคต่างๆ แล้วไม่กล้าที่จะเดินทางไปหาเส้นทางสู่ความสำเร็จ

หากพวกเราได้ศึกษา บุคคลที่ประสบความสำเร็จในประวัติศาสตร์ มักผ่านการล้มเหลว มานับไม่ถ้วนจึงจะประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ความจริงแล้วความล้มเหลวมักสอนอะไรเราได้มากกว่าความสำเร็จ และทุกคนที่ผ่านการล้มเหลวมักจะแข็งแกร่งและฉลาดเฉลียวมากขึ้นกว่าเดิม

ฉะนั้น เราอย่าได้วิตกกังวลกับการกระทำหรือสิ่งที่เราทำมากเกินไปเพราะชั่วชีวิตอันสั้นของเราคือ การลองผิดลองถูกต่างหาก แต่สิ่งที่สำคัญคือ คนที่ประสบความสำเร็จหรือผู้ชนะ เมื่อล้มเหลว พ่ายแพ้แล้วจะลุกขึ้นสู้อีกครั้ง ดังนั้นจงอย่าได้กลัวความล้มเหลวกับชีวิต

ดังตัวอย่างบุคคลสำคัญๆ ในประวัติศาสตร์

เอดิสัน นักประดิษฐ์เอกของโลก ทำการประดิษฐ์สิ่งต่างๆ จนประสบความสำเร็จโดยเฉพาะหลอดไฟฟ้า แต่คนทุกคนมักมองว่าเขาประสบความสำเร็จ แต่หากศึกษาลงไปแล้วจะเห็นได้ว่า เขาผ่านการล้มเหลวนับร้อยๆ ครั้งในการผลิตสิ่งประดิษฐ์ของเขาโดยเฉพาะหลอดไฟฟ้า แต่เขาไม่เคยท้อแท้ใจ หากเขายอมแพ้ เลิกล้ม เราก็คงไม่มีหลอดไฟฟ้าใช้กันทุกวันนี้ หรือ นักการเมืองเอกของโลก

อับราฮัม ลินคอล์น เขาล้มเหลวในธุรกิจขายของชำ เขาไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรในหน้าที่ทหาร ช่างสำรวจ และทนายความ อีกทั้งเขายังพ่ายแพ้ในการแข่งขันลงเลือกตั้งในตำแหน่งต่างๆ มากมาย แต่เขาไม่ยอมแพ้ จนในที่สุด เขาก็ได้เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา หากเขายอมแพ้ เลิกล้ม เราคงไม่ได้ยินชื่อของเขาจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของอเมริกาและของโลก

ออร์วิล และ วิลเบอร์ ไรท์ 2 พี่น้องตระกูลไรท์ มีแรงบันดาลใจอยากสร้างเครื่องบิน แต่เขาทั้งสองก็พบกับความล้มเหลวในการทดลองบินเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน แต่เขาทั้งสองก็ไม่ยอมแพ้ จนในที่สุด ปี.พ.ศ.2446 ทั้งคู่จึงประสบความสำเร็จในการสร้างเครื่องบินลำแรกของโลก หากเขายอมรับกับความล้มเหลวและพ่ายแพ้ พวกเราคงไม่มีโอกาสได้นั่งเครื่องบินจนกระทั่งทุกวันนี้

ผู้พันแซนเดอร์ส เขาไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตเท่าที่ควรจนกระทั่งเกษียณ เขาคิดว่าในชีวิตนี้เขาทำไก่ทอดอร่อยที่สุดเพราะเขามีสูตรไก่ทอดที่อร่อยที่สุด เขาจึงเดินทางเพื่อขายสูตรไก่ทอดให้นักลงทุน นักธุรกิจต่างๆ เขาต้องผ่านการล้มเหลวและการถูกผู้คนปฏิเสธ จากคนที่ 1 ไม่ซื้อ คนที่ 10 ไม่ซื้อ คนที่ 100 ไม่ซื้อ คนที่ 1,000 ไม่ซื้อ จนกระทั่งถึงคนที่ 1,009 จึงมีคนสนใจซื้อสูตรไก่ทอดของเขา ท่านผู้อ่านครับ ถ้าผู้พันแซนเดอร์ส ยอมแพ้ก่อนหรืออดทนไม่ได้กับการที่ถูกคนปฏิเสธ ของคนที่ 1,008 โดยไม่สู้ต่อหรือไม่เสนอขายสูตรไก่ให้คนที่ 1,009 พวกเราคงไม่ได้กินไก่ทอด KFC ที่โด่งดังไปทั่วโลก

ฉะนั้นพวกเราอย่าได้กลัวความล้มเหลว หรือ กลัวการปฏิเสธ ยิ่งล้มเหลวมาก ความสำเร็จยิ่งใกล้เข้ามาถึง ยิ่งถูกปฏิเสธมากเท่าไร แสดงว่าการตอบรับในการซื้อจะเข้าใกล้มาถึงแล้ว ไม่มีใครสามารถตราหน้าว่าเราเป็นคนล้มเหลวได้ นอกจากตัวเราเอง ดังนั้นขออย่าได้ยอมแพ้ ก่อนที่จะถึงเวลาของความสำเร็จ

...
  
บันได 6 ขั้น สู่ความสำเร็จ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ มักมีแนวความคิดที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งพวกเขาจะยึดถือปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัด จากการสำรวจและอ่านหนังสือ ค้นคว้า ผมมักเห็นคนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มีแนวคิดบางประการที่คล้ายกัน ดังนี้

1.เป้าหมาย คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มักมีเป้าหมายของชีวิตตนเอง บางคนมีเป้าหมายมาตั้งแต่เด็ก บางคนมีเป้าหมายตอนทำงาน และบางคนมีเป้าหมายตอนแก่ เช่น ไทเกอร์ วู้ดส์ มีเป้าหมายอยากเป็นนักกอล์ฟระดับโลก ในวัยเด็ก ที่สุดเขาจึงได้เป็น , เอดิสัน เขามีเป้าหมายอยากเป็นนักประดิษฐ์เอกของโลกในที่สุดเขาก็ได้เป็น เขาผลิตสิ่งประดิษฐ์นับร้อยๆชิ้น เช่น หลอดไฟฟ้า ที่พวกเราใช้กัน และผู้พันแซนเดอร์สมีเป้าหมายตอนแก่ คือ เขาต้องการขายสูตรไก่ทอด เขาต้องเดินเร่ ขายสูตรไก่ทอดของเขา ให้แก่นักธุรกิจ จากคนที่ 1 ไม่ซื้อ คนที่ 10 ไม่ซื้อ คนที่ 1,000 ไม่ซื้อ จนในที่สุดมีคนที่ 1,009 ซื้อ นี่เพราะเขามีเป้าหมายนั้นเอง ดังนั้นใครต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต คนๆนั้นจะต้องมีเป้าหมายที่ตนเอง ใผ่ฝันก่อนเป็นอันดับแรก

2.วางแผน คนที่ประสบความสำเร็จ เมื่อมีเป้าหมายแล้ว จะต้องมีแผนการหรือการวางแผน เพื่อจะนำตนเองไปสู่เป้าหมายของชีวิต การวางแผนควรกำหนด ระยะเวลา วัน เดือน ปี ที่ต้องไปให้ถึงเป้าหมายนั้น การวางแผนที่ดี ควรมีการวางแผน เป็นระยะเวลา สั้น กลาง และยาว เช่น การขายประกันชีวิต เราควรมีการวางแผนการขายเป็นระยะยาว อาจวางแผน 5 ปี แล้วจึงวางแผนการขายระยะกลาง เราอาจแบ่งเป็นระยะเวลา 1 ปี และ วางแผนการขายระยะสั้น เราวางแผนเป็นรายเดือนและรายวัน เพื่อจะทำให้เราสามารถตรวจสอบแผนการที่วางไว้ได้ในระยะเวลาดังกล่าว

3.ลงมือ ทำตามแผนการที่วางไว้ คนที่ประสบความสำเร็จ เมื่อมีเป้าหมายแล้ว มีการวางแผนแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือ ลงมือทำ ไม่ใช่มีแต่แผน แล้วไม่ลงมือทำก็จะไม่ประสบความสำเร็จ แผนที่วางไว้ก็จะเป็นแผนที่เลื่อนลอย ไม่เป็นจริงตามเป้าหมายหรือความฝัน

4.มีความจริงจัง ย้ำกับตัวเองตลอดเวลาและ ฝันถึงเป้าหมายตลอดเวลา คนเรานั้นมีความพยายามเหมือนกันแต่ใช้ไม่เท่ากัน จึงเป็นข้อแตกต่างระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จกับคนที่ล้มเหลว คนที่ประสบความสำเร็จมักจะจริงจัง ย้ำกับตัวเอง และฝันถึงเป้าหมายตลอดเวลา ดังนั้น จึงทำให้เขามีพลังในการทำงาน อย่างกระตือรือร้น ส่วนคนที่ล้มเหลว มักทำงานของตนเองด้วยความเฉื่อยชา ไม่กระตือรือร้น ไม่มีความสุขในการทำงาน เพราะไม่มีความจริงจังในความฝันของตนเอง

5.หาต้นแบบ คนประสบความสำเร็จมักมีคนเป็นต้นแบบ ของตนเอง เช่น บางคนอยากเป็นนักการเมือง มาตั้งแต่เด็ก เนื่องจาก ชื่นชม และชื่นชอบ ผู้นำของประเทศ หรือ บางคนอยากเป็นนักพูดเนื่องจาก ชื่นชมหรือชื่นชอบในตัวนักพูดระดับชาติ ระดับโลก จึงทำให้ตนเอง อยากเป็นเช่นนั้นบ้าง

6.ต้องมีการตรวจสอบ ควบคุม และทบทวน ตนเองอยู่เสมอ ว่าสิ่งที่ตนเองทำในทุกวันนี้ ไปในทิศทางที่ได้วางเป้าหมายไว้หรือไม่ แล้วแผนที่วางไว้สำเร็จถึงขั้นไหนแล้ว ถ้ายังไม่เป็นไปในทิศทางที่เป้าหมายวางไว้ เราจะมีการปรับแผนอย่างไร เพื่อให้เข้าใกล้เป้าหมายดังกล่าว ควรตรวจสอบเป็นระยะๆ เพื่อหาทางแก้ไข ปรับปรุงการวางแผนนั้น

จากข้อสรุป 6 ข้อ ดังกล่าว เป็นปัจจัยที่ทำให้คนประสบความสำเร็จในวงการต่างๆ อาจจะมีอีกหลายปัจจัย แต่กระผมเชื่อว่า คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่จะต้องมี 6 ปัจจัยที่กระผมได้กล่าวถึง ถ้าท่านผู้อ่านอยากที่จะประสบความสำเร็จในวงการใดๆ ลองนำข้อแนะนำดังกล่าวไปปฏิบัติกระผมเชื่อแน่ว่าท่านจะเป็นคนหนึ่งที่จะประสบความสำเร็จในอนาคตอันใกล้อย่างแน่นอน

...
  
จงกล้าที่จะล้มเหลว
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

คนที่ประสบความสำเร็จจำนวนมาก มักผ่านความล้มเหลวหรือความพ่ายแพ้มาด้วยกันทั้งสิ้น แต่พวกเขาไม่เคยยอมแพ้ในที่สุด พวกเขาจึงประสบความสำเร็จ ไม่ว่า นักการเมือง นักวิทยาศาสตร์ นักขาย นักธุรกิจ ฯลฯ ดังบุคคลตัวอย่างดังนี้

- นักการเมือง อับราฮัม ลินคอล์น(Abraham |Lincoln) อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เขาแพ้การเลือกตั้งฝ่ายนิติบัญญัติในปี 1832 , ปี 1838 แพ้การเลือกตั้งเพื่อเป็นโฆษก ,ปี 1840 แพ้การเลือกตั้งสู่สภาผู้แทน , ปี 1843 แพ้การเลือกตั้งสู่สภาผู้แทนอีกครั้ง จนปี 1846 จึงได้รับการเลือกตั้งสู่สภาผู้แทน ต่อมาก็แพ้การเลือกตั้งสภาผู้แทนปี 1848 , แพ้การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาปี 1855 , แพ้การเลือกตั้งรองประธานาธิบดีปี 1856 , แพ้การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาปี 1858 และในปี 1860 จึงได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐอเมริกา

- นักวิทยาศาสตร์ โธมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison) นักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ เขามีสิทธิบัตรกว่าพันชิ้น ก่อนที่เขาจะผลิตหลอดไฟฟ้าสำเร็จ เขาต้องล้มเหลวนับเป็นร้อยๆ ครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยยอมแพ้หรือท้อใจ จนในที่สุดเขาผลิตหลอดไฟฟ้าสำเร็จ

- นักขาย ผู้พันแซนเดอร์ส เจ้าของสูตรไก่ทอด KFC ที่มีขายทั่วโลก หลังเกษียณ เหลือสมบัติชิ้นเดียวที่สำคัญคือ สูตรไก่ทอด เขาต้องเดินเร่ขายสูตรไก่ทอดของเขา ให้นักธุรกิจ จากคนที่ 1 ไม่ซื้อ คนที่ 10 ไม่ซื้อ คนที่ 100 ไม่ซื้อ คนที่ 1,000 ไม่ซื้อ แต่เขาไม่ย่อท้อ เขาเร่ขายสูตรไก่ทอดของเขาต่อไป จนกระทั้ง ประสบความสำเร็จคนที่ 1,009 จึงมีคนซื้อสูตรไก่ทอดของเขา

- นักธุรกิจ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ท่านประสบความสำเร็จในด้านการทำธุรกิจ แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่า กว่าที่ท่านจะประสบความสำเร็จทางด้านธุรกิจ ท่านเคยผ่านความล้มเหลว มาหลายครั้ง ไม่ว่า การนำผ้าไหมมาขายก็ไม่ประสบความสำเร็จ การทำธุรกิจเกี่ยวกับภาพยนตร์ก็ไม่ประสบความสำเร็จ การสร้างคอนโดมิเนียมขายก็ไม่ประสบความสำเร็จ การทำธุรกิจคอมพิวเตอร์ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เจอกับความล้มเหลวต่างๆ ในการทำธุรกิจจนในที่สุด มาประสบความสำเร็จที่ธุรกิจโทรศัพท์มือถือ แล้วจึงลงทุนในกิจการทางด้านธุรกิจอีกมากมาย

บุคคลที่กล่าวข้างต้นนี้ และยังมีอีกหลายวงการที่ยังไม่ได้กล่าวถึง เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จ แต่ต้องเคยการผ่านความล้มเหลวมาด้วยกันทั้งสิ้น แต่เป็นที่สังเกตว่า ยิ่งบุคคลใดประสบความล้มเหลวมากครั้งเท่าใดหรือผ่านความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่เท่าใด ความสำเร็จก็จะยิ่งใหญ่เท่านั้น

ดังนั้น หากว่าท่านเกิดการท้อแท้ใจ ขอให้ท่านนึกถึงคำพูดของ ศาสตราจารย์ วิลเลี่ยม เจมส์ นักจิตวิทยาผู้ยิ่งใหญ่แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ท่านได้กล่าวไว้อย่างน่าฟังว่า เราไม่ควรไปท้อแท้ใจหรือกังวล ผลของการฝึกฝนหรือความพ่ายแพ้ชั่วคราวเลย ขอให้เราฝึกไปเรียนไป อย่างสม่ำเสมอไม่หยุดก็แล้วกัน แล้วสักวันหนึ่งเราจะพบว่าเราประสบความสำเร็จและไม่เป็นรองใครในวงการนั้นๆ บุคคลที่ประสบความสำเร็จในประวัติศาสตร์ ก็เป็นมนุษย์ธรรมดาด้วยกันทั้งนั้น แต่ที่แตกต่างกันก็คือ ความเอาจริงเอาจังกับชีวิต และความไม่เคยท้อแท้ ท้อถอย นั้นเอง


...
  
พัฒนาตนเองสู่ความสำเร็จ
พัฒนาตนเองสู่ความสำเร็จ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
คนที่ประสบความสำเร็จ มักไม่หวั่นไหวต่อความผิดหวัง
บุคคลที่ประสบความสำเร็จในยุคปัจจุบันและในยุคอดีต มักเป็นบุคคลที่มีความแตกต่างจากบุคคลโดยทั่วไปกล่าวคือ บุคคลที่ประสบความสำเร็จมักจะทำอะไรที่แตกต่างจากบุคคลโดยทั่วไปหรือมีลักษณะบางอย่างที่มีมากกว่าบุคคลทั่วไปหรือลักษณะบางประการที่บุคคลโดยทั่วไปไม่มี เช่น
- 1.มีความฝันที่ยิ่งใหญ่ มีเป้าหมายที่เป็นไปได้ บุคคลที่ประสบความสำเร็จมักมีความฝัน และ
เป้าหมายในชีวิต ซึ่งแตกต่างกับสังคมไทยเราต้องยอมรับกันว่า เด็กไทยเราหรือคนไทยเราประสบความสำเร็จน้อยมากเนื่องจากไม่มีเป้าหมายในชีวิต เราสามารถพิสูจน์กันง่ายๆ เราลองไปถามเด็กมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 100 คน แล้ว ลองถามว่าอนาคตมีความฝันอยากเป็นอะไรหรือมีเป้าหมายในชีวิตอยากเป็นอะไร เราจะได้พบคำตอบว่า ยังไม่รู้ ยังไม่มีเป้าหมาย อีกทั้งการเรียนต่อก็เรียนไปด้วยเหตุผลต่างๆ ไม่ได้เรียนต่อในระดับปริญญาตรีที่ไปในทิศทางเดียวกันกับความฝันหรือเป้าหมาย เช่น เรียนตามเพื่อน ไม่รู้จะเรียนอะไร สอบติดอะไรก็เรียนไปก่อน เรียนปริญญาตรีให้จบก่อนแล้วค่อยหางานทำ ฯลฯ
- 2.มีความกล้าที่จะล้มเหลว บุคคลที่ประสบความสำเร็จเกือบทุกๆคน มักผ่านความล้มเหลว ผ่านความยากลำบาก มาอย่างมากมาย กว่าจะประสบความสำเร็จ แต่น้อยคนนักที่จะมองว่าความล้มเหลวมีประโยชน์หลายอย่าง เช่น ความล้มเหลวทำให้เกิดความอดทน ความล้มเหลวทำให้เกิดการพัฒนา ความล้มเหลวมักทำให้เกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และความล้มเหลวมักสร้างให้คนประสบความสำเร็จ
- 3.มีความคิดริเริ่ม ทำในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้ เช่น เฮนรี่ ฟอร์ด ประดิษฐ์รถยนต์คันแรก หรือ โทมัส เอดิสัน ประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์มากมายซึ่งคนโดยทั่วไปทำไม่ได้ ท่านพัฒนาเครื่องรับส่งโทรเลข ท่านพัฒนาเครื่องเล่นแผ่นเสียง ท่านประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า ท่านประดิษฐ์กล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหว บุคคลที่ประสบสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มักเป็นบุคคลที่ทำสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้หรือตนเองทำก่อนคนอื่น ซึ่งต้องอาศัยจินตนาการมากมายถึงทำได้จน โทมัส เอดิสัน กล่าวคำกล่าวประโยคหนึ่งจนทำให้คนจำกันทั่วโลกว่า “ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ”
- 4.มีความพยายามเป็นอย่างมาก มีเรื่องเล่ากันว่า มีคนไปถาม เฉินหลงซึ่งเป็นซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกว่า เคล็ดลับแห่งความสำเร็จของคุณคืออะไร เฉินหลงตอบกลับไปว่า “ คือความพยายาม” เฉินหลงฝึกกังฟูมาเมื่ออายุแปดขวบ จนถึงปัจจุบัน เขาต้องฝึกฝนอยู่เป็นประจำเขาใช้เวลาทุ่มเทกว่า ยี่สิบปีสามสิบปี ถ้าหากท่านใช้ความพยายามแค่ 3-4 ปี ถือว่าท่านพยายามน้อยมากๆ เมื่อเปรียบเทียบกับดาราซุปเปอร์สตาร์ระดับโลก นามว่า “ เฉินหลง ”
- 5.มีการหาคนเก่งๆ เข้ามาช่วยงาน ถ้าพวกเรามีเวลา ลองไปหาอ่านหนังสือประวัตินักธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะนักธุรกิจที่เป็นนักบริหารในองค์กรใหญ่ๆ เช่น บิลล์ เกตส์ เคยมีนักเขียนของนิตยสารฟอร์บไปสัมภาษณ์เขาว่า ทำไมเขาถึงประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เขาตอบกลับว่า
“ในแต่ละปีเขาจะเชิญคนเก่งกว่าเขาร่วมงานกับเขาทุกๆปี” คำตอบนี้คงไม่แตกต่างอะไรจากนักธุรกิจใหญ่ๆของไทย หลายๆคนที่เคยให้สัมภาษณ์นักข่าวหรือนักหนังสือพิมพ์ ซึ่งคำตอบก็ออกมาในลักษณะเดียวกัน
- 6.มีความเป็นนักการตลาดและนักขายในตัวเอง บุคคลที่ประสบความสำเร็จในยุคอดีต รวมทั้งยุคปัจจุบัน มักเป็นคนที่มีความเป็นนักการตลาดและนักขายในตัวเอง ปัจจุบันเป็นยุคทุนนิยม เป็นยุคบริโภคนิยม ดังนั้นการตลาดและการขายจึงมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาเรียนรู้กัน ยุคปัจจุบัน การตลาดสามารถปรับใช้หรือประยุกต์ใช้ได้กับวงการต่างๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งวงการการเมือง ดังเช่น พรรคไทยรักไทย ประสบความสำเร็จเป็นอันมากเมื่อนำการตลาดมาใช้ในการทำงานด้านการเมือง นักการตลาดและนักขาย ต้องรู้ว่าลูกค้าของตัวเองเป็นใคร เราจะสร้างความพึงพอใจกับลูกค้าอย่างไร เราจะขยายฐานของลูกค้าอย่างไร เราจะต้องนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออกสู่ตลาดเป็นประจำ ฯลฯ
สิ่งที่กล่าวข้างต้นคือปัจจัยที่นำทางสู่ความสำเร็จ ดังนั้นหากพวกเราต้องการประสบความสำเร็จควรฝึกปฏิบัติเรียนรู้และพัฒนาตนเอง โดยการนำคำแนะนำดังกล่าวไปปฏิบัติแล้วท่านจะเป็นคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ
• ผู้ที่แน่วแน่และมุ่งมั่นจะหาหนทางแก้ปัญหา ในขณะที่คนอื่นจะหาหนทางแก้ตัว



...
  
ทำงานให้สนุกและสร้างความสุขกับการทำงาน
ทำงานให้สนุกและสร้างความสุขกับการทำงาน

โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

www.drsuthichai.com

พวกเราที่มีงานทำ พวกเราเคยถามตัวเองบ้างไหมว่า เราทำงานกันทุกวันเรามีความสุขหรือไม่

ถ้าท่านมีความรู้สึก เบื่อที่ทำงาน ไม่อยากไปทำงาน การทำงานในที่ทำงานนั้นเวลาผ่านไปช้าเหลือเกิน อยากให้มีวันหยุดบ่อยๆ อยากลางานบ่อยๆ ฯลฯ

เมื่อท่านมีความรู้สึกอย่างนี้อยู่ในหัวใจ ท่านลองถามตัวเองว่า ท่านมีความสุขในการทำงานหรือมีความทุกข์ในการทำงานของท่านในแต่ละวัน

ถ้าท่านมีความทุกข์ในการทำงาน ความทุกข์นั้นอยู่ที่ไหน ใช่ครับ หลายคนคงบอกว่าอยู่ที่ใจ

เช่น พระพุทธเจ้า เคยกล่าวไว้ว่า “ ความสุขอื่นยิ่งกว่าความสงบใจไม่มี” หรือ ท่าน ดาไล ลามะเคยกล่าวไว้ว่า “การได้มาซึ่งความสุข ไม่จำต้องขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ด้วยการพัฒนาจิตใจ (ทำให้สงบและมีเมตตากรุณา)
เราสามารถสร้างความสุขได้เกือบตลอดเวลา”

ถ้าถามว่า แล้วชีวิตของคนๆหนึ่งจะมีประโยชน์จะมีคุณค่าขึ้นอยู่กับการทำงานใช่ไหม พวกเราใช้เวลาเกือบทุกวันในการทำงานใช่ไหม ถ้าคำตอบว่าใช่ ดังนั้นก็เป็นดังคำกล่าวที่ว่า งานคือชีวิต ชีวิตคืองาน ของหลวงพ่อพุทธทาส

ถ้าถามคนส่วนใหญ่ว่าแล้วทำอย่างไรชีวิตการทำงานถึงจะมีความสุข คำตอบของหลายๆท่าน มักตอบว่าต้องทำงานในงานที่ตัวเองรัก

แล้วชีวิตการทำงานในปัจจุบันของหลายๆท่านเป็นอย่างไร หลายคนได้ทำงานตามที่ตนรัก แต่ไม่พอใจ หลายคนเลือกไม่ได้ จึงต้องจำใจทำ บางคนมีปัญหากับเจ้านายและเพื่อนผู้ร่วมงาน

อาจสรุปได้ว่าปัจจัยในการทำงานอย่างมีความสุขหรือทำงานอย่างมีความทุกข์มักเกี่ยวกับกับ งานที่ทำ เจ้านาย เพื่อนผู้ร่วมงาน สิ่งแวดล้อม องค์กร เงิน และตัวเราเอง ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้ ปัจจัยที่เราสามารถปรับตัวได้ก็คือ ตัวเราเอง เพราะปัจจัยที่เหลือเป็นปัจจัยภายนอก เราไม่สามารถควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงได้

ดังนั้น หากเราจะทำงานให้มีความสุขก็คงต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงที่ใจเราก่อน หากท่านไหนได้ทำงานในงานที่ตนรัก ท่านก็มีความสุขกว่าคนที่ไม่ได้ทำงานในงานที่ตนรัก แต่ท่านอาจจะต้องปรับตัวเองเนื่องจากได้ทำงานในงานที่รัก แต่อาจรู้สึกไม่ชอบหรือไม่มีความสุขกับปัจจัยภายนอก เช่น ไม่ชอบเจ้านาย ไม่ชอบเพื่อนร่วมงาน ได้เงินเดือนไม่พอใช้ ฉะนั้นก็คงต้องหาสาเหตุแล้วทำการแก้ไขสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น

สำหรับท่านที่ไม่สามารถเลือกงานที่ตนเองรักได้ ท่านก็ควรจะต้องมีการปรับทัศนคติใหม่ เนื่องจากเราไม่สามารถเลือกงานที่ทำได้ แต่หากท่านเลือกได้ กระผมแนะนำให้เปลี่ยนงานไปทำงานที่ตนเองชอบหรือรัก ก็จะทำให้ท่านมีความสุขจากการทำงานได้มากขึ้น หากไม่สามารถเปลี่ยนงานได้ ก็คงต้องคิดเสียใหม่ว่า “ หากเราไม่สามารถทำงานที่เรารัก ก็ขอให้รักในงานที่เราทำ ”

ด้านเทคนิคในการสร้างความสุขในการทำงาน มีหลายเทคนิคซึ่งในที่นี้กระผมขอเขียนตามทัศนะของกระผม มีดังนี้

-สร้างทัศนคติในด้านบวกเสมอ เช่น การพัฒนาความคิดหรือเปลี่ยนแปลงความคิดให้มองโลกในแง่ดี ไม่ควรคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องต่างๆในที่ทำงาน

-สร้าง มนุษย์สัมพันธ์ เนื่องจากการทำงานในทุกที่ทุกองค์กร เราจำเป็นจะต้องทำงานร่วมกับคน ยิ่งองค์กรใหญ่ๆ ก็ยิ่งได้ทำงานร่วมกับคนจำนวนมาก การสร้างมนุษย์สัมพันธ์ การพัฒนาความมีมนุษย์สัมพันธ์จึงมีความสำคัญในการทำงานร่วมกัน หากว่าในองค์กรมีการทะเลาะกัน ไม่สามัคคีกัน การจะทำงานอย่างความสุขในการทำงานก็คงมีลดน้อยลง การทำงานร่วมกับคน หากว่าเราสามาราถหลีกเลี่ยง การต่อว่าองค์กร ต่อว่าเพื่อนร่วมงาน ต่อว่าหัวหน้างานได้ก็จะเป็นการดีครับ

- สร้างประโยชน์หรือหาประโยชน์ จากการได้ทำงานของเรา ในการทำงานต่างๆ ย่อมมีประโยชน์แก่สังคม แก่บริษัท แก่ครอบครัว และแก่ตัวเราเองทั้งในปัจจุบันและอนาคต หากเราสามารถมองเห็นประโยชน์ต่างๆ จากการได้ทำงานของเรา เราก็จะมีความสุขมากขึ้น งานที่เราทำปัจจุบัน เราสามารถนำไปประกอบกิจการหรือเป็นเจ้าของกิจการได้ในอนาคต เช่น บางคนเป็นพ่อครัว ท่านก็สามารถใช้ความรู้ความสามารถในปัจจุบันนำไปเปิดร้านอาหารได้ในอนาคต บางคนเป็นคนซ่อมรถ ท่านก็สามารถนำความรู้ความสามารถรวมทั้งประสบการณ์ไปเปิดอู่ซ่อมรถได้ในอนาคต บางคนเป็นนักข่าวในปัจจุบันในอนาคตท่านสามารถไปเป็นนักเขียนได้ ฯลฯ

ดังนั้น ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการสร้างความสุขในที่ทำงานก็คือ ตัวเราเอง หากว่าเรามีทัศนคติในแง่ดี หากเรามีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี หากเรามองหาประโยชน์จากงานที่เราทำในปัจจุบัน เราก็สามารถทำงานให้สนุกและสร้างความสุขกับการทำงาน ...
  
องค์ประกอบของการทำงานเป็นทีม
องค์ประกอบของการทำงานเป็นทีม
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)
www.drsuthichai.com
ในการทำงานร่วมกันในองค์กร หากองค์กรใดสามารถสร้างทีมได้เข้มแข็ง องค์กรนั้นจะเจริญก้าวหน้ากว่าองค์กรที่เกิดการแตกแยกกัน ซึ่งหลักในการทำงานเป็นทีมที่ดีได้ต้องมีองค์ประกอบดังนี้
1.เป้าหมาย กล่าวคือ การทำงานเป็นทีมผู้ทำงานจะต้องมีเป้าหมายส่วนตัวและเป้าหมายของทีมสอดคล้องกัน เช่น การขายประกันชีวิตบริษัททุกแห่งย่อมมีเป้าหมายรายปี รายไตรมาส รายเดือน นักบริหาร ตัวแทนหรือทีมงานก็เช่นกัน ย่อมจะต้องมีเป้าหมาย รายปี รายไตรมาส รายเดือน ให้สอดคล้องกับของบริษัทจึงจะทำให้การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.บทบาท ของผู้นำทีมและผู้ตาม ถ้าหากองค์กรใดมีผู้นำทีมที่เก่ง และมีผู้ตามที่เก่ง องค์กรนั้นก็จะเจริญก้าวไปข้างหน้า ซึ่งหลักในการทำงานร่วมกันเป็นทีมย่อมต้องมีความขัดแย้งกันเป็นธรรมดา ผู้นำทีมจะต้องเป็นนักบริหารความขัดแย้ง ในการทำงานของทีมอาจจะต้องใช้ขบวนการทำงานโดยหาความร่วมมือกับทีมงานมากขึ้น เช่น การจัดกิจกรรมระดมสมอง , มีการจัดการประชุมเป็นประจำ , มีการทำกิจกรรมร่วมกันของทีมงานเช่นการจัดการอบรม สัมมนา งานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปี เพื่อให้ทีมงานเกิดความผูกพันกันในทีม
3.กระบวนการทำงาน เป็นสิ่งที่สำคัญในการทำงาน หากว่ามีกระบวนการทำงานที่ดี เป็นระบบ เป็นระเบียบ ก็จะช่วยประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่ายๆ ขององค์กรได้มาก เช่น สมัยก่อนคนรับจ้างแบกน้ำขายตามหมู่บ้านซึ่งเหนื่อยมาก กว่าจะได้ค่าแรงงาน แต่ พอมีคนจัดระบบน้ำประปาขึ้น ทำให้เกิดความสะดวกสบาย ทำให้ใช้แรงน้อยลง ดังนั้น การแสวงหากระบวนการทำงานจะทำให้ประหยัดสิ่งต่างๆ และทำให้การทำงานง่ายขึ้น สำหรับในยุคปัจจุบัน เรามีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยจึงทำให้กระบวนการทำงานมีความทันสมัย รวดเร็ว ยิ่งขึ้น
4.ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการทำงานเป็นทีม ความสัมพันธ์ในทีมงานจะต้องมีการติดต่อสื่อสารกัน ต้องมีการเชื่อมโยงกันในทีม เรื่องของมนุษย์สัมพันธ์จึงมีความสำคัญในการทำงานร่วมกัน เพราะการทำงานเป็นทีม เราต้องทำงานกับคน ไม่ใช่ทำงานกับเครื่องจักร
5.การเสริมสร้างกำลังใจ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ควรต้องมี เพราะคนเรามักทำงานหรือไม่ทำงาน โดยส่วนใหญ่แล้ว มักจะต้องมีแรงกระตุ้น ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ ศักดิ์ศรี ฯลฯ คนที่ดูแลองค์กรไม่ว่าจะเป็นงานบุคคล ก็ควรจะมีการเสริมสร้างกำลังใจ โดย อาจมีรางวัลมอบให้เมื่อทีมงานหรือหน่วยงานใดทำงานได้ถึงเป้าหมาย อาจจะต้องจัดการแข่งขัน หากว่าองค์กรนั้นเป็นบริษัทที่มีการแข่งขันในการขายสูง อาจจะต้องแบ่งคนเป็นทีมๆ แล้วจัดการแข่งขันการขายขึ้น ก็จะช่วยให้เกิดการกระตุ้นการทำงานได้อีกวิธีหนึ่ง
สำหรับทีมงานที่มีประสิทธิภาพควรมีลักษณะ กล่าวคือ ต้องมีเป้าหมายร่วมกัน มีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ร่วมกันฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น มีการพัฒนาตนเองและทีมงานตลอดเวลา มีความสามัคคี
เมื่อทำงานร่วมกันก็ย่อมพบกับปัญหา สำหรับวิธีการลดปัญหาในการทำงาน คือ การให้ทุกคนในทีมงานร่วมกันกำหนดเป้าหมายของทีม มีการมอบหมายความรับผิดชอบให้ชัดเจน มีการสร้างบรรยากาศในที่ทำงานในสะอาดน่าอยู่น่าทำงาน ออกกฎระเบียบเพื่อให้ทุกคนในทีมปฏิบัติตามกฎ มีการยอมรับความแตกต่างของทีมงาน
การทำงานเป็นทีมกับทฤษฏีห่านป่า เคยมีนักวิชาการหลายท่านได้ไปศึกษาการอยู่ร่วมกันของห่านป่า เรื่องของการดำรงชีวิต แต่สิ่งที่น่าสนใจคือว่า ห่านป่า มักจะอยู่ร่วมกันเป็นทีม ทำงานร่วมกันเป็นทีม ได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพเยี่ยม เช่น การบินของฝูงห่านป่ามักจะบินเป็นรูปตัว V มากกว่าการบินตัวเดียว การบินเป็นรูปตัว V ทำให้ห่านป่าสามารถบินได้ไกลกว่าการบินตัวเดียว เพราะการบินเป็นรูปตัว V จะช่วยลดแรงต้านของอากาศ
เมื่อห่านที่เป็นผู้นำ บินด้านหน้าสุดอ่อนล้า มันก็จะบินไปอยู่ด้านหลังตัว V แทน นั่นหมายถึงการเปลี่ยนบทบาทกันเป็นผู้นำ ให้เกียรติกันและกัน ผู้นำยอมที่จะเป็นผู้ตาม และผู้ตามก็จะผลัดเปลี่ยนกันเป็นผู้นำ ไม่มีการผูกขาดบทบาทผู้นำ
เมื่อมีห่านตัวใดตัวหนึ่งป่วยหรืออ่อนแรงลงระหว่างบิน ห่านจำนวนหนึ่งก็จะบินไปดูแล จนห่านที่ป่วยนั้นหายป่วยแล้วจึงบินไปรวมฝูงกันใหม่ แล้วก็บินเป็นรูปตัว V เช่นเดิม หรือไม่ก็รอจนกว่าห่านที่ป่วยนั้นตายจากไปแล้ว ห่านจำนวนที่รอก็จะบินไปรวมกลุ่มแล้วบินเป็นรูปตัว V ต่อไป
ฉะนั้นธรรมชาติของห่านป่าหรือทฤษฏีห่านป่า ถ้าเราสามารถเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ก็จะก่อให้เกิดการทำงานเป็นทีมร่วมกันอย่างมีความสุข เมื่อทีมเข้มแข็งก็จะทำให้องค์กรเจริญก้าวหน้าไปในที่สุด









...
  
การพัฒนาตนเอง
การฝึกฝนตนเอง
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
การฝึกฝนตนเองมีความสำคัญมากสำหรับบุคคลที่ต้องการเป็นนักบริหาร หรือ สำหรับบุคคลผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในการทำงานและการดำเนินชีวิต ซึ่งหลักในการฝึกฝนตนเองที่ดี เราจะต้องมีการสำรวจตนเองหรือวิเคราะห์ตัวเองก่อนว่า เรามีข้อดีข้อเสียอะไร และสิ่งใดบ้างที่เราต้องมีการแก้ไข ปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น หลักในการฝึกฝนตนเองมีหลายด้าน เช่น
การสร้างเป้าหมายในชีวิต , ความเป็นผู้ขยันขันแข็ง , ความเป็นผู้ที่เข้มแข็ง ,ความเชื่อมั่นในตนเอง ,ความเป็นผู้ตรงต่อเวลา , ความมีสุขภาพดี ฯลฯ
- การสร้างเป้าหมายในชีวิต มีความสำคัญ สำหรับบุคคลที่ต้องการประสบความสำเร็จ
ซึ่งบุคคลที่ต้องการประสบความสำเร็จจะต้องรู้จักตนเองก่อนว่า ตนต้องการสิ่งใด รักสิ่งใดมากที่สุด อยากที่จะเป็นอะไร อยากที่ต้องการประกอบอาชีพอะไร แล้วจึงเลือกทำสิ่งนั้น การสร้างเป้าหมายในชีวิต ไม่ควรทำแบบเพ้อฝัน การสร้างเป้าหมายในชีวิตที่ดี นักจิตวิทยาได้สอนไว้ว่า ให้เขียนเป้าหมายในชีวิตหรือหารูปภาพในสิ่งที่เราต้องการ อยากได้ อยากเป็น มาติดไว้เพื่อเตือนใจตัวเอง ก็จะทำให้เราไม่ลืมเป้าหมายนั้น อีกทั้งไม่ทำให้เราเดินทางออกนอกเส้นทางของเป้าหมายที่เราวางไว้ การจินตนาการถึงเป้าหมายที่ตัวเองต้องการก็มีความสำคัญ การจินตนาการจะทำให้เราไปถึงเป้าหมายได้เร็วยิ่งขึ้น เราควรจะแบ่งเวลาในทุกๆวัน โดยจินตนาการถึงเป้าหมายบ่อยๆ
- ความเป็นผู้ขยันขันแข็ง ความขยันขันแข็งเป็นลักษณะที่ตรงกันข้ามกับความเกียจคร้าน
พวกเราคงเคยได้ยินนิทานเรื่อง เต่ากับกระต่าย ซึ่งมีการวิ่งแข่งกัน ผลปรากฏว่า เต่าเป็นผู้ชนะถึงแม้เต่าจะวิ่งช้ากว่ากระต่าย คนที่มีความขยันขันแข็ง ควรมีลักษณะเหมือนกับเต่า กล่าวคือ เป็นผู้ที่มีความสม่ำเสมอ ไม่ละความพยายาม ไม่เป็นคนใจร้อน ไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคต่างๆ มีอิทธิบาท 4 คือ มีฉันทะ การรักในสิ่งที่ตนเองทำ มีวิริยะ มีความพยายามพากเพียรในสิ่งที่ตนเองต้องการ มีจิตตะ มีการเอาใจใส่ต่องาน และมีวิมังสา มีการแก้ไข ไตร่ตรองในงานที่ทำ
- ความเป็นผู้ที่เข้มแข็ง หนังสือเรื่อง “ มหาบุรุษ ” ของพลตรี หลวงวิจิตวาทการได้เขียนไว้ว่าคน
ที่มีความเข้มแข็งมีลักษณะดังนี้ ไม่เป็นคนที่บ่นหรือร้องทุกข์ ไม่บอกความลับของตนเองหรือไม่ต้องการทราบความลับของผู้ใด ไม่ต้องการรู้ว่า ผู้อื่นจะคิดอย่างไรกับเรา เป็นคนที่มองโลกในแง่ดี สามารถนำสิ่งต่างๆที่ร้ายมาเป็นประโยชน์แก่ตนได้ และมีสติสัมปชัญญะอยู่ตลอดเวลา
- ความเชื่อมั่นในตนเอง เป็นเรื่องของความคิด นักจิตวิทยาหลายท่านให้คำแนะนำไว้ว่าให้คิดใน
แง่ดี เช่น ฉันทำได้ ฉันแข็งแรง ฉันเข้มแข็ง ฉันสุดยอด ฉันเป็นคนมีพลัง ฉันเชื่อมั่น ฯลฯ ความคิดจะทำให้เราเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง แต่ถ้าหากว่าเราคิดลบ ความคิดนั้นจะทำลายความเชื่อมั่นในตนเองได้ เช่นกัน เช่น คิดว่า ฉันทำไม่ได้ ฉันล้มเหลว เรื่องนี้มันเป็นไปไม่ได้หรอก ฯลฯ ฉะนั้น หากต้องการเป็นคนเชื่อมั่นในตนเอง เราจึงต้องมีการพัฒนาความคิดก่อนเป็นลำดับแรก ด้วยการเปลี่ยนเอาความคิดที่ทำลายความเชื่อมั่นออกไปแล้วใส่ความคิดในแง่ดีเข้าไปแทน
- ความเป็นผู้ตรงต่อเวลา คนไทยเรามักมีปัญหาในเรื่องการต่อตรงเวลา เช่น การนัดหมาย การ
เข้าที่ทำงานสาย การส่งของให้แก่ลูกค้าไม่ตรงต่อเวลา ซึ่งแตกต่างกับประเทศแถวยุโรปหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว ประเทศเหล่านั้น ประชาชนของเขามักมีนิสัยเป็นคนตรงต่อเวลา การสร้างนิสัยให้เป็นคนตรงต่อเวลา จึงต้องควรปลูกฝังตั้งแต่เด็ก และควรมีเครื่องมือช่วย (Diary ,ตารางการทำงาน ,แผนงานประจำปี เดือน วัน ,บันทึกช่วยจำ) คนที่มีนิสัยตรงต่อเวลา มักเป็นที่ชื่นชอบและชื่นชมของคนหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น ผู้ร่วมงาน หัวหน้างาน ผู้ที่มาติดต่อ ลูกค้า
- ความมีสุขภาพดี คนที่ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต มักเป็นคนที่มีสุขภาพดี จะมีประโยชน์อันใด หาก
ว่าเราประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ร่ำรวย มีอำนาจ แต่สุขภาพเราแย่ ป่วยเป็นโรค ไม่สามารถเดินได้ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ เรามักเห็นภาพลักษณ์ของผู้นำประเทศที่มีความกระตือรือร้น มีสุขภาพร่างกายที่ดี เราแทบจะไม่เห็นผู้นำประเทศคนใดที่ป่วยหนักแล้วเข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งการจะทำให้สุขภาพดีนั้น เราควรปฏิบัติตนให้เหมาะสม เช่น การกินอาหารให้เพียงพอ มีประโยชน์ การออกกำลังกายที่เหมาะสม การพักผ่อนอย่างพอเพียงต่อร่างกาย
หลักในการฝึกฝนตนเองในข้อความข้างต้นมีความสำคัญ บุคคลที่ต้องการประสบความสำเร็จจึงต้องมีการพัฒนาตนเอง เรียนรู้ เพิ่มเติม จากหนังสือ จากแหล่งข้อมูลต่างๆ อีกทั้งจะต้องมีการฝึกปฏิบัติ และมีการตรวจสอบ ควบคุมกันอย่างจริงจัง คนที่ไม่ประสบความสำเร็จมักโทษสิ่งต่างๆ รอบตัว แต่บุคคลที่ประสบความสำเร็จ มักเริ่มต้นที่การพัฒนาตนเองก่อน จึงทำให้เขาเป็นบุคคลหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในชีวิต
...
  
ความรุ่งโรจน์อยู่ที่ตัวท่าน
ความรุ่งโรจน์อยู่ที่ตัวท่าน
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
ในโลกนี้ไม่มีใครเจริญรุ่งโรจน์ ร่ำรวย ก้าวหน้า ในชีวิตตามยถากรรม แม้แต่คนที่เกิดมาร่ำรวย เงินทอง ถ้าหากไม่มีการพัฒนาตนเอง พัฒนาความคิด สักวันหนึ่งก็คงต้องถดถอย ตกต่ำ ยากจน ฉะนั้นหากต้องการความเจริญก้าวหน้า เราคงต้องพัฒนาตนเอง พัฒนาความคิด
- มีงานวิจัยของต่างประเทศชิ้นหนึ่ง ผู้วิจัยได้ไปศึกษาประวัติ ชีวิตของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ
ในอดีต และปัจจุบัน พบว่า ทุกคนที่ประสบความสำเร็จมีเหมือนกันก็คือเรื่องของเป้าหมายในชีวิต การมีเป้าหมายในชีวิตเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จ
การมีเป้าหมายในชีวิต คือ ท่านต้องระบุหรือเขียนเป้าหมายเป็นลายลักษณ์อักษรว่าท่านต้องการอะไรอย่างแท้จริง เช่น ท่านต้องการเป็นนักขายอับดับหนึ่งของเมืองไทยภายใน10 ปี , ท่านต้องการเป็นนักธุรกิจ 100 ล้าน ภายในเวลา 20 ปี , ท่านต้องการมีเงินเก็บฝากธนาคาร 20 ล้านบาทภายใน 10 ปี ฯลฯ
แต่ถ้าลองไปถามคนสัก 100 คน มีคนประมาณ 80-90 คน มักตอบว่า ฉันต้องการเป็นนักขายที่ประสบความสำเร็จ , ฉันต้องการเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง , ฉันต้องการร่ำรวยมีเงินทองมากๆ ฯลฯ คำตอบเหล่านี้ฟังแล้วดูดี แต่หากใช่การวางแผนเป้าหมายที่ดีไม่ เนื่องจากการวางเป้าหมายที่ดีท่านต้องระบุให้ชัดเจนอีกทั้งต้องระบุวันเวลาให้ชัดเจนด้วย
- บุคคลที่ต้องการความรุ่งโรจน์ในชีวิต ต้องมีความกระตือรือร้นเสมอ มีความจดจ่อต่อเป้าหมายที่
ตนเองวางไว้ ไม่พลัดวันประกันพรุ่ง ต้องเรียนรู้การกระตุ้นตนเอง ถ้าหากเป็นผู้นำ ก็ต้องเรียนรู้การจูงใจลูกทีมหรือเรียนรู้การกระตุ้นลูกทีม ความกระตือรือร้นหากมีอยู่กับใคร คนคนนั้นมักจะประสบความสำเร็จอย่างสูง
- บุคคลที่ต้องการความรุ่งโรจน์ในชีวิต ต้องรู้จัก อดทนต่ออุปสรรค ต้องรู้จักอดทนต่อการถูกดูถูก
เหยียดหยาม อดทนต่อสิ่งที่มารบกวนเล็กๆน้อยๆ ขอให้จำไว้ว่า ความอดทนนั้นเป็นสิ่งที่น่าขื่นขม แต่ผลของมันหวานชื่นเสมอ
- บุคคลที่ต้องการความรุ่งโรจน์ในชีวิต จะต้องเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง หากว่าเรามี
เป้าหมายที่แน่นอน หากว่าเรามีความอดทน หากว่าเรามีความกระตือรือร้น แต่ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ท่านจะไม่สามารถเป็นอะไรได้เลย ความเชื่อมั่นในตนเองเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงาน
- บุคคลที่ต้องการความรุ่งโรจน์ในชีวิต ต้องรู้จักมองโลกในแง่ดี คิดบวก มีอารมณ์ขัน คนที่ประสบ
ความสำเร็จส่วนใหญ่มักเป็นคนคิดบวก มองโลกในแง่ดี อีกทั้งยังมีอารมณ์ขัน การคิดบวกทำให้เห็นช่องทางในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรค แต่การคิดลบมักทำให้ไม่เห็นทางออกของปัญหา การคิดบวกจะทำให้เกิดความสดชื่นแจ่มใส แต่การคิดลบ มักทำให้จิตใจเราเศร้าหมอง
- บุคคลที่ต้องการความรุ่งโรจน์ในชีวิต มักเป็นคนที่เลือกทำงานในงานที่ตนรัก ถนัด การได้ทำงาน
ในสิ่งที่ตนรักและถนัด มักจะทำให้การทำงานเป็นเรื่องที่สนุก ไม่เครียด อีกทั้งสามารถทำได้เป็นเวลานานๆ แต่หากเลือกทำงานในสิ่งที่ตนไม่รักหรือไม่ถนัด ก็จะทำให้ท่านเกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ไม่มีความสุข อยากเลิกทำงานไวๆ อยากลาออกจากงานนั้นๆ
- บุคคลที่ต้องการความรุ่งโรจน์ในชีวิต ต้องเป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ เป็นคนที่รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น
เป็นคนที่ทำงานกับผู้อื่นด้วยความราบรื่น อีกทั้งมีความสามารถในการทำงานเป็นทีมได้ดี
- บุคคลที่ต้องการความรุ่งโรจน์จะต้องกล้าที่จะล้มเหลว ผู้ที่ประสบความสำเร็จในระดับสูงมักจะ
ต้องผ่านความล้มเหลวมาก่อน แต่เขาเหล่านั้นไม่ยอมล้มเลิก เขาจึงประสบความสำเร็จในชีวิต เอดิสัน เป็นนักประดิษฐ์เอกของโลก กว่าเขาจะประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าได้เขาต้องล้มเหลวเป็นหลายร้อยครั้ง แต่เขาไม่ยอมล้มเลิกเขาจึงประสบความสำเร็จในการผลิตหลอดไฟฟ้าหลอดแรกของโลกได้ แต่ถ้าหากเขาล้มเลิก พวกเราก็คงจะไม่ได้ใช้หลอดไฟฟ้าจนถึงทุกวันนี้
ดังนั้น หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องการความรุ่งโรจน์ในชีวิต ขอให้ท่านเชื่อว่าท่านสามารถกำหนดโชคชะตาของตนเองได้ ถ้าหากว่าท่านเชื่อว่าท่านทำได้ ท่านก็จะทำได้ แต่ถ้าวันใดท่านมีความเชื่อว่าท่านทำไม่ได้ จิตใต้สำนึกก็จะสั่งการให้ท่านทำสิ่งต่างๆ ไม่ได้ บัดนี้ความรุ่งโรจน์ได้ผ่านมายังมือท่านแล้ว ขอให้ท่านกล้าที่จะคว้ามันและเชื่อมั่นว่าท่านเป็นคนหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อความรุ่งโรจน์ของท่านในอนาคตได้





-
...
  
พลังแห่งชีวิต
พลังแห่งชีวิต
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
บุคคลที่ประสบความสำเร็จมักมีพลังต่างๆ มากมาย ซึ่งในที่นี้กระผมขอเรียกว่า “พลังแห่งชีวิต” พลังแห่งชีวิตมีด้วยกันหลายด้าน เช่น
- พลังแห่งความคิด คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมักเป็นคนที่มีความคิดที่ดี คิดบวก คิดในเชิงสร้างสรรค์
แต่ตรงกันข้ามบุคคลที่ล้มเหลว มักเป็นบุคคลที่คิดลบ เป็นบุคคลที่มองโลกในแง่ร้าย เมื่อมองโลกในแง่ร้าย บุคคลผู้นั้นก็มักจะไม่กล้าที่จะริเริ่มทำอะไรใหม่ๆ ฉะนั้น หากต้องการประสบความสำเร็จในชีวิตจงคิดดี คิดบวก เมื่อเราเปลี่ยนความคิดชีวิตของเราก็จะเปลี่ยนแปลง
- พลังแห่งอารมณ์ อารมณ์ของคนเราทำให้เรา มีพฤติกรรมต่างๆ คนที่มีอารมณ์โกรธ อารมณ์โมโห อารมณ์
ร้าย หน้าตามักไม่ค่อยสดชื่นแจ่มใส ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ แต่คนที่มีอารมณ์ดี อารมณ์สดชื่น มักเป็นคนที่หน้าตาแจ่มใส เมื่อมีอารมณ์ดี ความคิดก็จะออกมาดีด้วย ดังนั้น หากรู้ตัวว่ามีอารมณ์ ห่อเหี่ยว อารมณ์โกรธ อารมณ์เศร้า วิตกกังวล ควรรีบเปลี่ยนความคิด
- พลังแห่งการพัฒนาตนเอง เป็นพลังของคนที่ประสบความสำเร็จใช้ในการแก้ไข เปลี่ยนแปลงตนเอง ไม่ว่าจะ
เป็นเรื่องของการศึกษาหาความรู้จากการอ่านมากๆ ฟังวิชาการมากๆ เข้าอบรมสัมมนามากๆ เข้าสังคมดีๆ เพื่อหาเครือข่าย การพัฒนาตนเองเป็นสิ่งที่คนที่ต้องการประสบความสำเร็จขาดไม่ได้
- พลังแห่งการสร้างแรงบันดาลใจ บุคคลที่ประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ มักเกิดจากการหาต้นแบบหรือหาแรง
บันดาลใจจากใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งบางคนอาจมีแรงบันดาลใจที่เกิดจากแม่ บางคนมีแรงบันดาลใจที่เกิดจากครู บางคนมีแรงบันดาลใจที่เกิดจากนักธุรกิจชื่อดัง เป็นต้น หรือ แรงบันดาลใจอาจเกิดจากความต้องการภายในของตนเองอย่างแท้จริง กล่าวคือ คนบางคนต้องการเป็นนักเทนนิสอันดับหนึ่งของโลก หรือ บางคนต้องการเป็นนักพูดอันดับหนึ่งของเมืองไทย เป็นต้น
- พลังของคำพูดและพลังของการเขียน เมื่อท่านต้องการประสบความสำเร็จ ท่านจำเป็นต้องเขียนเป้าหมายหรือ
พูดบอกเป้าหมายที่ท่านต้องการสำเร็จในชีวิต แก่คนอื่นๆ เพื่อให้คนอื่นได้รับทราบถึงเป้าหมายของตนเอง พลังของคำพูดและพลังของการเขียนยังรวมไปถึงการต้องรู้จักพูดบวก การพูดบวก เช่น ฉันเป็นคนเชื่อมั่น ฉันทำได้ ฉันเก่งที่สุด ฉันเยี่ยมที่สุด ฉันมีสุขภาพแข็งแรง การพูดบวกจะเป็นการโปรแกรมสิ่งที่ดีๆ ฉะนั้นจงพูดบวก เขียนบวก แล้วจงอ่านประโยคนั้นๆ ด้วยการออกเสียงดังๆ เพื่อให้ข้อความและคำพูดเข้าไปในสมอง
- พลังแห่งแรงดึงดูด เป็นพลังของการดึงดูดสิ่งที่เหมือนกันเข้าหากัน และสิ่งที่ตรงข้ามกันออกจากกัน เช่นน้ำ
กับน้ำมัน เข้ากันไม่ได้ฉันใด คนที่มีความแตกต่างกันก็มักจะไม่สามารถรวมกลุ่มกันได้ ความคิดของเราก็เช่นกัน หากท่านคิดในสิ่งที่ดีๆ คิดบวก สิ่งที่ดีๆก็จะเกิดขึ้นกับท่าน แต่หากท่านคิดลบหรือคิดสิ่งที่ร้ายๆ สิ่งต่างๆที่ร้ายๆก็จะดึงดูดมาหาท่าน
แต่คนเราโดยมากมักคิดลบมากกว่าคิดบวก อีกทั้งยังจดจำประสบการณ์ในอดีตที่เลวร้ายมากกว่าประสบการณ์ที่ดีๆ ฉะนั้นจงฝึกคิดบวกบ่อยๆ แล้วจิตใต้สำนึกก็จะค่อยๆเปลี่ยนแปลงความคิดของเราให้คิดบวกมากขึ้น
- พลังแห่งการกระทำ เป็นพลังที่มีความสำคัญมากที่สุด เนื่องจากหากขาดการกระทำสิ่งต่างๆ ก็มักจะไม่เกิด
การเปลี่ยนแปลงขึ้น เราคงเคยไปอบรมหลักสูตรต่างๆ แต่กลับมาแล้วไม่ได้นำสิ่งที่อบรมมาลงมือกระทำ พฤติกรรมต่างๆของเราก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง จงลงมือปฏิบัติ จงลงมือกระทำอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง เต็มความสามารถ เมื่อคุณลงมือปฏิบัติชีวิตของคุณก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง
พลังแห่งชีวิตที่กล่าวในข้อความข้างต้น เป็นส่วนหนึ่งของบุคคลที่ประสบความสำเร็จได้ลงมือปฏิบัติ ท่านก็เป็นอีกคนหนึ่งที่สามารถทำได้ พลังแห่งชีวิตจะปรากฏขึ้น หากว่าท่านมีความต้องการและแรงปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะกระทำ เมื่อความคิดเปลี่ยน การกระทำเปลี่ยน ชีวิตของท่านก็จะเปลี่ยนแปลง จงลงมือทำตั้งแต่ตอนนี้เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นในภายหน้า












...
  
ฝึกฝึกและฝึก
ฝึก ฝึกและฝึก
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
บุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิตไม่ว่าเรื่อง การทำงาน เงินทอง สุขภาพ จะต้องเป็นคนที่ต้อง ฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ การฝึกฝนตนเองจะสร้างนิสัยที่ดีแก่ตัวเรา การฝึกฝนตนเองจะทำให้บุคคลผู้นั้นมีการพัฒนาตนเองขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการฝึกฝนตนเองจะช่วยให้คนนั้นประสบความสำเร็จ ในตอนนี้เราลองมาดูกันว่าเราควรที่จะมีการฝึกฝนตนเองในเรื่องอะไรบ้าง
1.ฝึกอ่านหนังสือทุกวัน การอ่านหนังสือมากจะช่วยให้ท่านเกิดแนวความคิดใหม่ๆ การอ่านหนังสือมากๆจะทำให้ท่านเกิดแรงบันดาลใจ การอ่านหนังสือมากๆ จะทำให้ท่านค้นพบตัวตนของตัวเอง การฝึกอ่านหนังสือจึงเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ ท่านควรเริ่มต้นอ่านหนังสือในแนวที่ท่านชอบก่อน แล้วจึงเริ่มอ่านแนวอื่นๆให้มากขึ้น
2.ฝึกเข้าอบรม สัมมนา การเข้าอบรม สัมมนาเป็นทางลัดที่จะนำท่านไปสู่ความสำเร็จ เมื่อท่านได้มีโอกาสไปอบรม สัมมนา ท่านจะได้รับความรู้ การแนะนำ เทคนิคต่างๆ จากวิทยากรที่มีประสบการณ์ในเรื่องนั้นๆ หากท่านต้องการประสบความสำเร็จ ท่านควรจัดเวลาให้แก่ตัวเองโดยหาโปรแกรมอบรม สัมมนา อย่างต่อเนื่อง
3.ฝึกพูด การพูดมีความสำคัญต่อบุคคลที่ต้องการประสบความสำเร็จ ผู้ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มักเป็นคนพูดเป็น กล่าวคือพูดเก่งกับพูดเป็นไม่เหมือนกัน พูดเป็นคือ รู้ว่าเวลาไหนควรพูด เวลาไหนไม่ควรพูด ถ้าท่านต้องการประสบความสำเร็จขอให้จงฝึกฝนการพูด ทั้งการฝึกพูดในลักษณะสนทนา การพูดคุยกัน และ การฝึกพูดต่อหน้าที่ชุมชน
4.ฝึกเขียน การเขียนเป็นการสื่อสารอีกประเภทหนึ่ง ที่ควรฝึกฝน หากท่านเขียนเก่ง ท่านมีโอกาสในการทำสิ่งต่างๆได้ มากขึ้น ท่านสามารถบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านตัวอักษรเพื่อให้คนได้ความรู้ ได้ข้อมูล อีกทั้งโลกยุคปัจจุบันเป็นโลกยุคข้อมูลสารสนเทศ ท่านสามารถนำสิ่งที่ท่านเขียนแล้วนำไปลงยังสื่อต่างๆ ได้มากกว่าในอดีต เช่น ลงตามอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น Facebook ,เว็บไซต์ต่างๆ , ฯลฯ
5.ฝึกความคิด เมื่อเริ่มคิดก็จะเห็นความแตกต่างความห่างชั้นระหว่างผู้แพ้หรือผู้ชนะ ผู้แพ้เมื่อเริ่มคิดก็คิดว่าตัวเองทำไม่ได้ แต่ผู้ชนะเมื่อเริ่มคิดก็คิดว่าตนทำได้ จงพัฒนาความคิดหากว่าท่านต้องการความสำเร็จ พัฒนาความคิดให้คิดบวก คิดสร้างสรรค์ เมื่อท่านเจอปัญหาและอุปสรรค ท่านจะมีทางออก แต่หากว่าท่านคิดลบหรือคิดในแง่ร้าย เมื่อเกิดปัญหาและอุปสรรค ท่านก็จะก้าวข้ามได้ยาก
6.ฝึกเข้าสังคม สุภาษิตจีนบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า “ นกไม่มีขน คนไม่มีพวก ขึ้นสู่ที่สูงได้ยาก ” การเข้าสังคม การเข้าประชุม เพื่อไปพบปะผู้คนที่ประสบความสำเร็จ เพื่อสร้าง Network เป็นสิ่งที่ควรทำ สำหรับผู้ต้องการความสำเร็จไม่ว่าจะอยู่ในวงการใด การเข้าสังคมเป็นการสร้างสายสัมพันธ์อันดีต่อกัน อีกทั้งเมื่อเกิดปัญหาก็ยังสามารถช่วยเหลือ ขอคำแนะนำกันได้
7.ฝึกความเข้มแข็งทางด้านจิตใจและร่างกาย ความเข้มแข็งของจิตใจและร่างกายเป็นสิ่งสำคัญในการต่อสู้ปัญหาอุปสรรค เมื่อร่างกายอ่อนแอเป็นโรคต่างๆ ก็จะทำให้จิตใจอ่อนแอตาม หรือ หากท่านเป็นคนอ่อนแอทางด้านจิตใจ เมื่อเจอปัญหาอุปสรรค ท่านก็จะจมอยู่กับกองทุกข์ ก็จะทำให้ร่างกายเกิดความอ่อนแอไปด้วย ฉะนั้น ควรฝึกฝนความเข้มแข็งทางด้านร่างกาย โดยการออกกำลังกาย รักษาสุขภาพ สำหรับการฝึกฝนความเข้มแข็งทางด้านจิตใจท่านควรฝึกฝนพัฒนาจิตใจของตนเอง เช่น การฝึกสมาธิ การฝึกสติ การฝึกการควบคุมอารมณ์ต่างๆ ฯลฯ
และยังมีการฝึกฝนตนเองอีกหลายด้าน หากว่าท่านต้องการประสบความสำเร็จ เช่น การฝึกความจำ การฝึกฝนความเชื่อมั่นในตนเอง การฝึกฝนความกล้าหาญ การฝึกฝนความขยันขันแข็ง เป็นต้น
ท้ายนี้กระผมหวังว่า บทความนี้จะได้ให้แง่คิดแก่ท่านผู้อ่านในเรื่องการพัฒนาตนเอง อีกทั้งท่านสามารถนำไปฝึกฝนและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป









...
  

    จำนวนหน้า : [1]  [2]  [3]  [4]  [5]  [6]  [7]  [8]  [9]  [10]  [11]  [12]  

หนังสือ พูดอย่างมีกึ๋น
ศิลปะการขาย
วาทะวาที

  Copyright @ 2010 drsuthichai.com All Rights Reserved.  Powered by ThaiWeb.  Admin Business Online 
Popularne pozyczka 5000 kasa stefczyka tarnów, dzięki nowelizacjom w prawie, są coraz pozyczka do 3 osób. Nowe regulacje mają na celu ochronę konsumentów i objęcie większym nadzorem procedur udzielania pożyczek pozabankowych chwilówki plac wolności rzeszów x kom. Nowe przepisy opierają się na pożyczki dla zatrudnionych na czarno góra zmianie ustawy o nadzorze nad rynkiem finansowym net credit splata pozyczki irlandia. Weszły one w życie z dniem 11 marca 2016 r. chwilówka dla studenta ranking Poniżej zamieszczamy ich przegląd. Firma pożyczkowa musi dysponować minimalnym kapitałem początkowym w wysokości 200 tys. zł – kapitał ten nie może pochodzić z pożyczek eurobank pożyczka online pl. W ten sposób postarano się wyeliminować z rynku małe firmy, które powstawały tylko po to, aby w jak najkrótszym czasie oszukać rzesze klientów udzielanie pożyczek zwolnione z vat. Nadzór nad firmami pożyczkowymi może prowadzić Komisja Nadzoru Finansowego z o.o. udziela pożyczki vivus. KNF w razie wątpliwości może objąć monitoringiem warunki oferowanych pożyczek pożyczka 3000 online. Firma pożyczkowa, która utrudni działania czy umowa pożyczki może być bez odsetek hipotecznych, może zostać obarczona karą do 500 tys. zł credit agricole kredyt mieszkaniowy kalkulator. Niektórzy eksperci uważają, że optymalna karą za nielegalne praktyki, byłoby 1 mln zł. wynagrodzenie z tytułu pożyczki hipotecznej Ustalono także, że wszystkie koszty pożyczki nie mogą być wyższe niż 100% kwoty udzielonej koszty umowy pożyczki rodzinnej, uwzględniając cały okres kredytowania czesc pozyczki hipoteczne. Ponadto maksymalne opłaty oraz odsetki z tytułu opóźnień w umowa pożyczki od wspólnika spółki cywilnej uchwała spłacie nie mogą przekraczać 6-krotności stopy lombardowej kredytu ustalanej przez NBP pożyczka z zfśs a zwolnienie szpitalne. Koszty udzielenia pożyczki nie mogą przekroczyć 25% kwoty udzielonej pożyczki pożyczki bez bik poznan poland, a koszty pozaodsetkowe w skali roku nie mogą być większe niż 30% gdzie dostać kredyt dla zadłużonych. Chwilówki mogą być obarczone odsetkami ustawowymi tarnow pozyczki bez qica, czyli maksymalnie 4-krotnością kredytu lombardowego NBP pożyczka na doposażenie stanowiska pracy chomikuj.