หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
ข่าวสาร
สินค้า
บริการ
แกลลอรี
เว็บลงค์
เว็บบอร์ด
ติดต่อเรา

บริการ

 รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
 คลิป บรรยายของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 คลิปเสียงและภาพ เรื่องการ " พูดต่อหน้าที่ชุมชน "ของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 คลิป ภาพและเสียง การบริการ โดย..ดร.สุทธิ่ชัย ปัญญโรจน์
 คลิป ภาพและเสียง สำหรับคนทำงาน โดย..ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 คลิป ภาพและเสียง สำหรับผู้บริหาร โดย ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 คลิป เสียงและภาพ " เกี่ยวกับการขาย "
 คลิป ดำเนินรายการต่างๆ ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 คลิป แนะนำหนังสือ โดย ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความต่างๆ ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
  -  เส้นทางสู่ความสำเร็จในงานอาชีพด้านการพูด
  -  การตรึงอารมณ์ผู้ฟัง
  -  พูดแล้วดัง...ทำแล้วรวย....
  -  บัญญัติ 7 ประการ ทะยานสู่นักพูด
  -  พูดเก่ง...ด้วยปัญญา...
  -  คำคม เกี่ยวกับการพูด
  -  นักพูดผู้ยิ่งใหญ่
  -  การเตรียมการพูด
  -  คุณสมบัติของนักพูดที่ดี
  -  จะพูดให้ดี...ต้องมีครู...
  -  ศิลปะการพูดจูงใจ
  -  อยากเป็นนักพูด
  -  วิเคราะห์ผู้ฟัง
  -  การแต่งตัวกับนักพูด
  -  พูดเพื่อให้ได้
  -  นักพูดชั้นนำ
  -  พูดดีเป็นศรีแก่งาน
  -  องค์ประกอบของการพูด
  -  บุคลิกภาพของนักพูด
  -  การวิเคราะห์ผู้ฟัง
  -  ควรพูดให้ได้ทั้งสาระและความบันเทิง
  -  ทำไมการพูดถึงล้มเหลว
  -  ผู้ฟังอันตราย
  -  ครบเครื่องนักพูด
  -  เส้นทางสู่วิทยากร
  -  ศิลปะการพูดในงานบริการ
  -  การดำเนินเรื่องในการพูด
  -  การสร้างความน่าเชื่อถือในการพูด
  -  Actions Speak Lound Than Words (ท่าทางนั้นดังกว่าคำพูด)
  -  มาเป็นวิทยากรกันเถอะ
  -  วิทยากรสมัยใหม่
  -  การฝึกพูด
  -  สู่วิทยากรมืออาชีพ
  -  พูดโทรศัพท์อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ
  -  ศิลปะการพูดในที่ประชุม
  -  การฝึกซ้อมการพูด
  -  การเตรียมพูดและการฝึกซ้อมการพูด
  -  การพูดเพื่องานประชาสัมพันธ์
  -  การสร้างความมั่นใจและลดความประหม่าในการพูด
  -  การใช้สื่อต่างๆประกอบการพูด
  -  การออกเสียงและการพัฒนาพลังเสียงในการพูด
  -  การพูดอย่างมีตรรกะ
  -  การพูดเชิงบวก
  -  วิธีการพูดชนะใจคน
  -  การเตรียมความพร้อมในการพูด
  -  คำพูดประเภทต่างๆ
  -  การสื่อสารโดยการพูด...ภายในองค์กร
  -  บริหารเวลา กับ เป้าหมาย
  -  การพูดเพื่อให้สัมภาษณ์
  -  การอ้างวาทะคนดังในการพูด
  -  สุนทรพจน์ในการพูด
  -  การพูดทางการเมือง
  -  คำพูดเจาะจิต
  -  การสร้างเสน่ห์ในการพูด
  -  การอ่านกับการพูด
  -  พูดบวกเปิดประตูสู่ความสำเร็จ
  -  วิธีฝึกการพูดของ ลินคอล์น
  -  จังหวะในการพูด
  -  วิทยากรกับการเป็นวิทยากร
  -  การเลือกวิทยากร
  -  การใช้วาทศิลป์ขั้นสูง(ศิลปะการโต้วาที)
  -  พูดให้ถูกสถานการณ์
  -  ศิลปะการพูดสำหรับเจ้าหน้าที่ฝึกอบรม
  -  การพูดในอาชีพสื่อมวลชน
  -  การสร้างอารมณ์ขันในการพูด
  -  พูดอย่างไรให้ขายได้
  -  วิธีการฝึกพูดของ ดิสราเอลี
  -  วิธีการฝึกการพูดของ พันเอก ปิ่น มุทุกันต์
  -  วิธีฝึกการพูดของ หลวงวิจิตรวาทการ
  -  ศิลปะการพูดว่าความในศาล
  -  ปัจจัยที่ส่งผลให้ชนะการเลือกตั้งโดยไม่ใช้เงินซื้อเสียง
  -  คุณธรรมนักพูด
  -  คุณก็เป็นนักพูดได้
  -  การประชาสัมพันธ์เพื่อการตลาด
  -  เทคนิคการพูดของ บารัค โอบามา
  -  การพูดและการเป็นโฆษกที่ดี
  -  โฆษกกับการพูดที่ดี
  -  การนำเสนอและการพูดต่อหน้าที่ชุมชนที่ดี
  -  พลังของจังหวะในการหยุดพูด
  -  สอนอย่างไรให้ง่ายและสนุก
  -  เทคนิคการพูดภาษาอังกฤษคือ ฟัง ฟัง ฟัง
 บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเสริมสร้างกำลังใจของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 สุนทรพจน์ของนักการเมือง
 บทความเกี่ยวกับการขายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับกฏหมายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเขียนของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 นักพูดทางการเมือง
 หนังสือ การพูด
 บทความต่างๆ ของนักพูด
 ประวัตินักขาย
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการขาย
 วาทะของคนดัง
 ประวัติ ทนายความ
 ประวัติอาจารย์นักพูด
 คลิปเสียงภาพ เกี่ยวกับกฏหมาย
 บุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ
 Mind Map แผนที่ความคิด(หนังสือทางด้านการพูด)
 ผู้บริหาร
 การบริการด้วยหัวใจ
 วิธีการสู่ความสำเร็จ
 แนะนำหนังสือการเขียน
 ประวัตินักเขียน
 คลิปนักพูด
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์
 คลิป นักพูดต่างประเทศ
 คลิป ประกอบการบรรยาย
 คลิปเสียงของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ เกี่ยวกับการพูด เช่น นักพูดชั้นนำทำกันอย่างไร , วิธีการปรับปรุงน้ำเสียง ,จะพูดให้ได้ดีต้องมีการเตรียมตัว,นักพูดที่ดีต้องมีการศึกษาและองค์ประกอบของนักพูดที่ดี
 คลิป ครูเคท บรรยาย
 คลิป หมู่บ้านพลัม
 สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
 สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
 พูดอย่างมีกึ๋น
 หนังสือ การทำงานเป็นทีม
 แนะนำหนังสือ เกี่ยวกับการทำงาน
 ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
 รศ.ดร.สุขุม นวลสกุล
 คำคม
 สมชาย หนองฮี
 ดร.ผาณิต กันตามระ
 อ.อุสมาน ลูกหยี
 อาจารย์จตุพล ชมภูนิช
 รัชเขต วีสเพ็ญ
 วสันต์ พงศ์สุประดิษฐ์
 รศ.สุนีย์ สินธุเดชะ
 อาจารย์เสน่ห์ ศรีสุวรรณ
 อาจารย์พนม ปีย์เจริญ
 หมอพงษ์ศักดิ์ ตั้งคณา
 อาจารย์วิชัย ปีติเจริญธรรม
 ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล
 รศ.วิกรณ์ รักษ์ปวงชน
 กนกศักดิ์ ลิขิตไพรวัลย์
 อาจารย์ถาวร โชติชื่น
 อาจารย์สุกิจ ศุภกิจเจริญ
 สิริลักษณ์ ตันศิริ
 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
 ศุภกิจ รุ่งโรจน์
 ประดิษฐ์ กิตติฤดีกุล
 โต้วาที
 คะเณยะ อ่อนนาง
 ภก. ดร. ประชาสรรค์ แสนภักดี
 ดร.โอภาส กิจกำแหง
 ประมวลสุนทรพจน์ ทักษิณ ชินวัตร
 ดร.อภิชาติ ดำดี
 อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
 การตลาด
 ทอล์คโชว์
 รวมคลิป ที่เกี่ยวกับการพูดต่อหน้าที่ชุมชน
 คลิป เรื่องการบริหาร
 คลิป บุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจ
 เพลง ที่ให้กำลังใจ
 คลิป ดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีความสุข
 คลิป แรงบันดาลใจ
 คลิป สนุกๆ สร้างสรรค์
 การทำงานอย่างมีความสุข
 การจัดการองค์ความรู้ KM
 สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย

กลุ่มสินค้า

 หลักสูตร พลังแห่งการพูด
 หลักสูตร พลังแห่งการบริการ
 หลักสูตร การทำงานเป็นทีมและการบริหาร
 หลักสูตร พลังแห่งการสื่อสาร
 ผลงานหนังสือ
 หลักสูตร พลังแห่งการขายและการตลาด
 หลักสูตร การทำงานด้วยหัวใจ
 อาเซียน
 หลักสูตรอื่น
 หลักสูตร การคิด
 มอบหนังสือ เพื่อการกุศล
Custom Search
สถาบัน Cap vision
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ
 
 
  บริการ
รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
คลิป บรรยายของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
คลิปเสียงและภาพ เรื่องการ
คลิป ภาพและเสียง การบริการ โดย..ดร.สุทธิ่ชัย ปัญญโรจน์
คลิป ภาพและเสียง สำหรับคนทำงาน โดย..ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
คลิป ภาพและเสียง สำหรับผู้บริหาร โดย ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
คลิป เสียงและภาพ
คลิป ดำเนินรายการต่างๆ ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
คลิป แนะนำหนังสือ โดย ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความต่างๆ  ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
หนังสือ การพูด
สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
พูดอย่างมีกึ๋น
ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
สมชาย หนองฮี
อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย
   บริการ : บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
เส้นทางสู่ความสำเร็จในงานอาชีพด้านการพูด
เส้นทางสู่ความสำเร็จในงานอาชีพด้านการพูด
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
เมื่อท่านต้องการเป็นนักพูด วิทยากร พิธีกร หรือมีอาชีพทางการพูดแล้ว ท่านมีความจำเป็นจะต้องเรียนรู้เส้นทางสู่ความสำเร็จจากนักพูด วิทยากร พิธีกรหรือบุคคลที่มีอาชีพทางด้านการพูด ซึ่งบุคคลที่ประสบความสำเร็จมีเส้นทางสู่ความสำเร็จที่แตกต่างกัน แต่เราสามารถเรียนรู้หลักการใหญ่ๆได้ ซึ่งหลักการหรือหลักคิดที่ทำให้บุคคลต่างๆที่ประกอบอาชีพด้านการพูดประสบความสำเร็จมีดังนี้
1.มีการพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา บุคคลที่ประกอบอาชีพในด้านการพูดต้องไม่เป็นคนที่ชอบอยู่นิ่งกับที่ แต่ต้องเป็นบุคคลที่มีความคิดเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ต้องเป็นคนที่ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีหรือเครื่องมือใหม่ๆ ที่ช่วยในการสอนหรือการบรรยาย เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องฉายแผ่นทึบ คลิปวีดีโอ ฯลฯ
2.มีการสะสมข้อมูลต่างๆ บุคคลที่ประกอบอาชีพด้านการพูดต้องเป็นคนแสวงหาข้อมูลต่างๆ สะสมไว้ในคลังสมองเพื่อที่จะนำไปใช้ได้ตลอดเวลา ดังนั้นบุคคลที่ประกอบอาชีพด้านการพูดจำเป็นจะต้องเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมากๆ รับฟังข้อมูลข่าวสารหรือสะสมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ(จากการสัมมนา หรือการอบรมใหม่)
3.มีการแสวงหาเวทีให้ตนเอง บุคคลที่ต้องการประกอบอาชีพทางด้านการพูด ไม่ว่าจะเป็นนักพูด วิทยากร พิธีกร ฯลฯ มีความจำเป็นที่จะต้องแสวงหาเวทีให้กับตนเองอยู่ตลอดเวลา การมีเวทีในการพูดยิ่งมากเท่าไร ก็จะทำให้บุคคลที่ประกอบอาชีพทางด้านการพูดเกิดการพัฒนา เรียนรู้ แก้ไข ปรับปรุงตนเองให้ดียิ่งขึ้น การมีเวทีในการพูดเสมือนหนึ่งเป็นการฝึกฝนของบุคคลที่ประกอบอาชีพในด้านการพูด ยิ่งมีเวทีมากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้เกิดการฝึกฝนได้มากเท่านั้น ผู้ที่ต้องการเป็นนักเขียนก็ต้องฝึกฝนการเขียนเป็นประจำ ผู้ที่ต้องการเป็นนักมวยก็ต้องฝึกซ้อมการชกมวยเป็นประจำทุกๆวัน คนที่ต้องการประกอบอาชีพในด้านการพูดก็เช่นกัน จำเป็นจะต้องหาเวทีให้กับตนเองเพื่อที่จะได้ฝึกฝนตนเองสม่ำเสมอ
4.มีความคิดใหม่ๆ มีความคิดที่สร้างสรรค์ตลอดเวลา หากว่าท่านต้องการประสบความสำเร็จในด้านใดๆ ก็ตามท่านมีความจำเป็นที่จะต้องมีความคิดที่แตกต่างหรือมีความคิดใหม่ๆ สร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา ท่านจึงสามารถประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพในด้านนั้นๆ ได้มากกว่าคนอื่นๆ บุคคลที่ประกอบอาชีพในด้านการพูดก็เช่นกัน ตัวอย่างเช่น ถ้าหากท่านเป็นวิทยากร ท่านมีความสามารถคิดหลักสูตรใหม่ๆได้ ท่านก็จะได้เปรียบวิทยากรท่านอื่นๆ อีกทั้งท่านมีตลาดหรือลูกค้าที่ต้องการเรียนหลักสูตรของท่านอีกกลุ่มหนึ่ง แต่ถ้าท่านมีหลักสูตรที่เหมือนกันหรือคล้ายกันกับวิทยากรท่านอื่นๆ ท่านจำเป็นจะต้องแข่งขันกันเพื่อแย่งลูกค้ากัน
5.มีการเสริมสร้างประสบการณ์และคุณวุฒิ บุคคลที่ประกอบอาชีพในด้านการพูดจำเป็นจะต้องเสริมสร้างประสบการณ์หรือเรียนต่อเพื่อที่จะเอาคุณวุฒิ(ปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก) เพราะคนไทยเรายังให้ความสำคัญกับเรื่องของคุณวุฒิอยู่มาก ถ้าหากท่านมีคุณวุฒิสูงกว่าผู้ฟัง ผู้ฟังก็มักจะเกิดความศรัทธา เลื่อมใส และมีความน่าเชื่อถือกว่า
บุคคลที่มีคุณวุฒิต่ำกว่า
สรุปก็คือ บุคคลที่ต้องการประกอบอาชีพในงานด้านการพูด ท่านจำเป็นจะต้อง มีการพัฒนาตนเองตลอดเวลาสม่ำเสมอ มีการสะสมข้อมูลต่างๆ มีการแสวงหาเวทีให้ตนเอง มีความคิดใหม่ๆ มีความคิดที่สร้างสรรค์ตลอดเวลาและมีการเสริมสร้างประสบการณ์และคุณวุฒิ
สำหรับหัวใจสำคัญของบุคคลที่ประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพในงานด้านการพูดก็คือ ความรัก ความศรัทธาและเป้าหมายในงานด้านการพูด ถ้าหากว่าท่านมีความรัก ความศรัทธาและเป้าหมายในงานด้านการพูด ก็จะทำให้ท่านประสบความสำเร็จได้มากกว่าบุคคลที่ไม่มีความรัก ความศรัทธาและเป้าหมาย
















...
  
การตรึงอารมณ์ผู้ฟัง
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
ผู้ที่ต้องการเป็นนักพูดจะต้องมีความสามารถหลายอย่าง การตรึงอารมณ์ผู้ฟังให้สามารถตั้งใจฟังเราพูดได้ตลอดเวลา ถือว่าเป็นศิลปะหนึ่งในการพูดต่อหน้าที่ชุมชน ดังที่เราเคยเห็นนักพูดเก่งๆ จากเวทีทอล์คโชว์ หรือ นักพูดทางการเมืองที่เก่งๆ นักพูดเหล่านั้นสามารถตรึงอารมณ์ผู้ฟังได้ตลอดเวลา
นักพูดเหล่านั้น สามารถตรึงอารมณ์ผู้ฟัง ให้หัวเราะก็ได้ ให้ร้องไห้ก็ได้ ให้โกรธแค้นก็ได้ ซึ่งพวกเราก็สามารถทำเช่นนั้นได้ หากพวกเราต้องศึกษาอย่างจริงจัง อีกทั้งต้องฝึกฝนการพูดบนเวทีต่างๆให้มาก เมื่อเรามีประสบการณ์ในการพูดมาก เราก็จะสามารถตรึงอารมณ์ผู้ฟังได้ เราจะสามารถพูดแล้วผู้ฟังหัวเราะได้ พูดแล้วผู้ฟังร้องไห้ได้ พูดแล้วสร้างความโกรธแค้นให้ฝ่ายตรงกันข้ามได้
เราสามารถตรึงอารมณ์ผู้ฟังได้ตั้งแต่การเริ่มต้นการพูด นับตั้งแต่การเปิดฉากการพูด เราจะเปิดฉากการพูดอย่างไรให้ตื่นเต้น เร้าใจ ไม่เปิดฉากด้วยความจืดชืด เย็นชา เช่นต้องเปิดฉากด้วยบทกวี เปิดฉากการพูดด้วยสุภาษิต เปิดฉากการพูดด้วยคำกลอน เปิดฉากการพูดด้วยอารมณ์ขัน ฯลฯ
เมื่อเข้าในส่วนของเนื้อหาหรือเนื้อเรื่องต้องกลมกลืน สอดคล้องกับการเปิดฉากอีกทั้งการพูดต้องมีชีวิตชีวา ดังเราจะสังเกตเห็นว่า เมื่อเราไปฟังนักพูดที่พูดไม่มีชีวิตชีวา เราซึ่งเป็นผู้ฟังมักจะเบื่อหน่าย ง่วงนอน แต่ถ้านักพูดพูดเสียงดังฟังชัด มีชีวิตชีวา มีเสียงสูงเสียงต่ำ มีจังหวะในการพูด มีอารมณ์ขันสอดแทรกตลอดเวลา เรามักไม่อยากหลับ เราจะมีความสนุกสนานกับการฟังนักพูดผู้นั้น
ดังนั้นถ้าท่านต้องการเป็นนักพูดเมื่อท่านต้องการให้ผู้ฟังร้องไห้ ท่านจะต้องแสดงความโศกเศร้าให้ปรากฏแก่ผู้ฟัง ไม่ว่าจะสีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง ซึ่งต้องสอดคล้องกับเรื่องพูดที่โศกเศร้า แต่หากท่านต้องการให้ผู้ฟังเกิดความกระตือรือร้น ท่านซึ่งเป็นผู้พูดจำเป็นจะต้องปลุกตัวเองให้ตื่นเต้นก่อน แล้วผู้ฟังก็จะรู้สึกตื่นเต้นตามผู้พูด จงพูดด้วยความกระฉับกระเฉง กระปรี้กระเปร่า เพราะความรู้สึกของผู้พูดมักสื่อไปถึงผู้ฟังด้วย
อีกทั้งการพูดที่ดี ต้องมีลักษณะพูดชัด ไม่มีการออกเสียง “ ร ” เป็น “ ล” พูดคล่อง ไม่พูดติดขัด ผู้ฟังมักชอบนักพูดที่พูดคล่องไม่ติดขัด น่ารำคาญ นักพูดที่ดีจึงต้องมีการฝึกฝนการพูดให้คล่อง จดจำคำกลอนคำสุภาษิตให้แม่นถึงเวลานำมาใช้ต้องมั่นใจ ไม่พูดคำกลอน คำคมที่ผิดเพราะการพูดผิดหรือจำคำสุภาษิตคำกลอนผิด ก็จะทำให้ผู้ฟังขาดความเลื่อมใส ขาดศรัทธา
การพูดแล้วตรึงอารมณ์ผู้ฟัง นักพูดจะต้องมีไหวพริบปฏิณาณพอสมควร เนื่องจากการพูดแต่ละครั้งมีบรรยากาศหรือสถานที่แตกต่างกัน มีคนฟังไม่ว่าจะเป็นเพศ วัย อายุที่แตกต่างกัน ทำให้ผู้ที่ต้องการเป็นนักพูดจะต้องรู้จัก สร้างมุข หรือพูดสร้างบรรยากาศให้เป็นกันเองกับผู้ฟัง
การตรึงอารมณ์ผู้ฟังจะต้องตรึงตั้งแต่เริ่มต้นการพูด จนสรุปจบ การสรุปจบในการพูดก็มีความสำคัญไม่น้อย ทำอย่างไรจะทำให้ผู้ฟังเกิดความประทับใจ เมื่อฟังนักพูดท่านนี้แล้วอยากที่จะตามไปฟังอีก ดังนั้นการสรุปจบจึงมีความสำคัญมากในการพูดแต่ละครั้ง การพูดสรุปจบเราสามารถพูดสรุปจบได้หลายแบบ เช่น จบแบบสรุปความ จบแบบฝากให้ไปคิดต่อ จบแบบคำคม สุภาษิต คำพังเพย จบแบบชักชวนหรือเรียกร้อง ฯลฯ
ดังนั้นการพูดแล้วสามารถตรึงอารมณ์ผู้ฟังได้ตลอดเวลาของการพูด จึงมีความสำคัญไม่น้อย
เพราะเป็นความปรารถนาของทั้งผู้พูดและผู้ฟัง ที่ต้องการพูดหรือฟังแล้วเกิดความสุข เกิดความสนุก จะดีกว่าไหม
หากเราพูดแล้วคนตั้งใจฟังย่อมดีกว่าพูดแล้วคนไม่สนใจฟัง จะดีกว่าไหมหากผู้ฟังฟังผู้พูดด้วยความสุข ความสนุกสนานย่อมดีกว่าฟังผู้พูดพูดด้วยความเบื่อหน่าย ทรมาน ไม่อยากฟัง
...
  
พูดแล้วดัง...ทำแล้วรวย....
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

ก้อนหินหลายๆก้อนยังรวมกันเป็นภูเขา
น้ำหลายๆหยดยังรวมกันเป็นทะเล
นักพูดที่ฝึกฝนโดยไม่หยุดหย่อนย่อมสร้างตำนาน

การจะเป็นนักพูดที่ยิ่งใหญ่หรือนักพูดที่เป็นตำนานได้นั้น คน ๆ นั้นจะต้องมีหลักการบางอย่างถึงจะไปถึงความฝันนั้นได้ หลักการดังกล่าวนั้นคือ
1.ต้องมีเป้าหมาย ถ้าท่านอยากจะเป็นนักพูดระดับไหนท่านต้องเขียนเป้าหมายนั้นเป็นตัวหนังสือไว้ เพื่อเตือนตัวเองตลอดเวลา เช่น ถ้าท่านต้องการเป็นนักพูดระดับชาติ ท่านก็ต้องเขียนเป็นตัวหนังสือไว้ในสมุดบันทึก หรือ ต้องการเป็นแค่นักพูดระดับจังหวัด ท่านก็ต้องเขียนเป็นตัวหนังสือไว้ในสมุดบันทึก เพื่อเป็นการเตือนใจตนเอง
2.ต้องฝันหรือต้องจริงจัง กับเป้าหมายที่เราต้องการตลอดเวลา ถ้าเราจริงจังกับเป้าหมายหรือความฝัน เราก็จะมีการปรับปรุง พัฒนาตัวเอง เตรียมตัวเตรียมการพูดตลอดเวลา เพื่อที่จะเข้าสู่เป้าหมายนั้นๆ ถ้าท่านมีความจริงจังในเป้าหมายว่าท่านต้องการเป็นนักพูดระดับชาติ หากท่านฝันเช่นนั้นจริงท่านจะต้อง ปรับปรุงพัฒนาตนเองให้มากกว่าการเป็นนักพูดระดับจังหวัดหรือนักพูดระดับท้องถิ่น
3.วางแผน ถ้าสมมุติว่าเป้าหมายของท่านต้องการเป็นนักพูดระดับชาติ ท่านจำเป็นจะต้องมีการวางแผน เพื่อให้เข้าถึงเป้าหมายที่วางไว้ เช่น ท่านจะต้องทำอะไร เมื่อไร อย่างไร กำหนด วัน เดือน ปี ที่จะเดินไปสู่เป้าหมาย ต้องมีแผนระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว รวมทั้งแผนสำรองไว้ด้วย
4. ต้องมีกลยุทธ์ หากท่านต้องการประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงและรวดเร็วกว่าแผนที่วางไว้ ท่านจำเป็นจะต้องมีกลยุทธ์เพื่อให้เข้าไปถึงแผนที่วางไว้ ท่านอาจต้องสร้างหรือใช้เครื่องมือช่วย ได้แก่ การหาสื่อต่างๆ ( การเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ แล้วนำบทความ นั้นมารวมเล่มเป็นหนังสือ , การจัดรายการวิทยุเพื่อให้คนรู้จักมากขึ้น , การออกรายการทางโทรทัศน์เพื่อให้คนรู้จัก และ การใช้อินเตอร์เน็ต ฯลฯ) เราจำเป็นจะต้องใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อให้เป็นที่รู้จัก





5.พยายามร่วมกับคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน เช่น การเข้าชมรม สโมสร สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการเป็นนักพูด เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือกัน หรือได้คำแนะนำที่ดี ๆ และสามารถเป็นกำลังใจให้แก่เราเวลาเราท้อแท้ใจเมื่อการพูดของเราประสบความล้มเหลว หรือเข้ารับการอบรมทางการพูดเพื่อให้ทราบเทคนิคใหม่ๆ
6.หาแบบอย่างมากๆ ถ้าท่านต้องการเป็นนักพูดที่ยิ่งใหญ่ ท่านต้องหาแบบอย่างมากๆ ซึ่งปัจจุบันนี้ มีความสะดวกสบายกว่าสมัยก่อน เนื่องจากเรามีเครื่องมือต่างๆมากมาย( เครื่องถ่ายวีดีโอ เครื่องบันทึกเทป เครื่องเล่น MP 3 ) เพื่อบันทึกการพูดของนักพูดที่ท่านชื่นชอบทุกครั้งเมื่อไปฟังเขาพูด หรือหากใครไม่มีโอกาสตามไปฟังนักพูดที่ตนชื่นชอบ เราก็สามารถซื้อ VCD , DVD ของ
นักพูดระดับชาติมาดูได้ เช่น ทอล์คโชว์ต่างๆ (จตุพล ชมภูนิช , โน๊ต อุดม และอีกหลายท่าน)หากท่านต้องการเป็นนักพูดประเภททอล์คโชว์ แต่ถ้าหากท่านต้องการเป็นนักพูดทางการเมือง ท่านสามารถ สะสม เทป VCD,DVD ของนักการเมืองต่างๆ เช่น คุณสมัคร ,คุณเฉลิม , คุณชวน , คุณอภิสิทธิ์ หรือ นักพูดในแบบที่ท่านชื่นชอบ เพื่อเอาไว้ชมเอาไว้ศึกษาถึงลีลา น้ำเสียง ท่าทางในการพูดของนักพูดท่านนั้น แล้วนำมาประยุกต์ใช้กับตัวเอง
7.ต้องมีการตรวจสอบ ควบคุม แผนการหรือเป้าหมายของเราตลอดเวลา ต้องทบทวนแผนการ ทบทวนเป้าหมายว่าสิ่งที่เราทำนั้น มีความเกี่ยวข้องกับเป้าหมายที่เราวางไว้หรือไม่
สำหรับหลักการข้างต้นที่กระผมได้แนะนำ ถ้าท่านผู้อ่านท่านใด ได้นำไปใช้กระผมเชื่อว่าจะทำให้ท่านเป็นนักพูดที่ประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงโด่งดัง พอท่านมีชื่อเสียงโด่งดังก็จะมีคนเชิญท่านไปพูดในที่ต่างๆ แล้วทรัพย์สินเงินทองก็จะไหลมาเทมา ดังนั้นท่านสามารถมีชื่อเสียงโด่งดังและร่ำรวยเงินทองจากการเป็นนักพูดของท่าน
การพูดโดยไม่คิด การพูดนั้นจะไม่ได้อะไร
การค้นคิดแต่ไม่ได้นำมาพูด การค้นคิดนั้นจะเปล่าประโยชน์

...
  
บัญญัติ 7 ประการ ทะยานสู่นักพูด
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

คนเราจะพูดเก่งพูดเป็นนั้น จำเป็นจะต้องมีพื้นฐานและเรียนรู้หลักเกณฑ์เพื่อที่จะนำไปใช้ปฏิบัติในการเรียนรู้และฝึกฝน ในตอนนี้ เราจะมาพูดเรื่อง บัญญัติ 7 ประการ ทะยานสู่นักพูด กัน บัญญัติทั้ง 7 มีดังนี้
1.ต้องมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเป็นนักพูด การที่คนเรามีแรงปรารถนาอยู่ในหัวใจจะทำให้คนๆ นั้น เกิดความมานะ พยายามในสิ่งเหล่านั้น คนที่ต้องการเป็นนักพูดก็เช่นกัน ต้องมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเป็นนักพูดให้ได้ ถ้าท่านปรารถนามาก ท่านก็จะทุ่มเทมาก แต่ถ้าความปรารถนาของท่านมีน้อย ท่านก็จะทุ่มเทในการฝึกฝน เรียนรู้ น้อยเช่นกัน
2.ต้องเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมการพูดทุกครั้ง การเตรียมพร้อมจะทำให้เราเกิดความเชื่อมั่นในการพูด ทำให้การพูดของเราเป็นสุนทรพจน์คือมีการลำดับ การขึ้นต้น เนื้อเรื่องและสรุปจบ ทำให้เราบรรยายได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะเราสามารถหาข้อมูลใหม่ๆ ข้อมูลแปลกๆ มาใช้ในการบรรยาย ทำให้การพูดของเราใหม่อยู่เสมอ
3.ต้องมีความเชื่อมั่นในการพูด ความเชื่อมั่นจะทำให้เราพูดได้ดียิ่งขึ้น กระผมเองเคยไปฟังคำบรรยายเรื่องการพูด กับ อาจารย์อุสมาน ลูกหยี ได้คาถาดี มาประโยคหนึ่งคือ “ ใครเต็มที่ไม่เต็มที่ไม่รู้แต่เราเต็มที่ไว้ก่อน ” ตั้งแต่บัดนั้น ทำให้ผมเกิดความเชื่อมั่นขึ้นมาอย่างมาก พอจะขึ้นเวที พูดกับตัวเองในใจ ว่า “ ใครเต็มที่ไม่เต็มที่ไม่รู้แต่เราเต็มที่ไว้ก่อน ” แล้วก็ขึ้นไปพูดด้วยความมั่นใจทำให้การพูดแต่ละครั้ง ของกระผมออกท่าทางอย่างเต็มที่ พูดเสียงดังฟังชัดกว่าแต่ก่อนในอดีต อาการประหม่า ลดลงอย่างมาก
4.ต้องมีลีลา ประกอบการพูด การพูดที่ดีต้องแสดง ลีลา ท่าทางประกอบการพูดด้วย รวมไปถึงน้ำเสียงต้องสอดคล้องกับเรื่องที่พูด การใช้ท่าทาง หน้าตา สายตา การยืน การเคลื่อนไหว ให้สอดคล้องกับเรื่องที่พูด อีกทั้งภาษาที่มีความสุภาพบ้าง ภาษาที่เป็นกันเองเหมือนกับเราพูดกับเพื่อนบ้าง เพื่อให้เกิดความหลากหลายในการใช้ภาษา รวมถึงบุคลิกภาพ การเดินขึ้นเวที จะต้องมีความเชื่อมั่น กระฉับกระเฉง เพื่อให้ผู้ฟังเกิดความประทับใจ
5.ต้องมีความหลากหลายในการพูด การพูดที่ดี ต้องมีความหลากหลาย เช่น ต้องมีเรื่องตลกหรือมีอารมณ์ขันประกอบ ต้องมีตัวอย่างประกอบเพื่อให้ผู้ฟังเกิดความเข้าใจหรือสนใจมากขึ้น ต้องมีเนื้อหาสาระที่มีประโยชน์ฟังแล้วเกิดความคิด ต้องมีเนื้อหาที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ การพูดที่หลากหลายจะทำให้ผู้ฟังเกิดความชื่นชอบ





6.ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา ยุคปัจจุบันเป็นยุคข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศ ทำให้คนในยุคปัจจุบันฉลาดกว่าคนในสมัยอดีต เพราะสามารถเรียนรู้จากสิ่งต่างๆ ได้เร็วขึ้น ได้มากขึ้น เรามีสื่อที่ทันสมัยกว่าในอดีต เช่น อินเตอร์เน็ต โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ วีซีดี ดีวีดี ฯลฯ และที่สำคัญคือสิ่งเหล่านี้มีจำนวนมากและไม่สามารถปิดกั้นได้เหมือนอย่างในอดีต ดังนั้น ใครอ่านมาก ฟังมาก คนๆนั้นจะเป็นนักพูดที่คนเชื่อถือ ศรัทธา เพราะความที่รู้มากกว่าผู้ฟัง
7.ต้องฝึกฝนตลอดเวลา การฝึกฝนตลอดเวลาจะทำให้เราเกิดการเรียนรู้ เกิดการแก้ไข ปรับปรุงตัวเองอยู่เสมอ ทำให้เราต้องตื่นตัว ทำให้เราเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น และลดความกลัวต่างๆ ลง ถามว่าทำไมถึงกลัว เหตุที่กลัวเพราะ เราขาดความมั่นใจ ถามว่าทำไมถึงไม่มั่นใจก็เพราะเราไม่แน่ใจ ว่าจะทำสิ่งเหล่านั้นได้ และความไม่แน่ใจว่าจะพูดได้หรือไม่ เกิดจากเหตุผลคือ การที่เราไม่ได้ฝึกนั่นเอง ดังนั้นจงฝึกพูดทุกโอกาส และเมื่อมีโอกาสก็ควร อาสาขึ้นพูด เพราะโอกาสจะมีสำหรับผู้ที่แสวงหาโอกาสเสมอ
ท้ายนี้ หลักการพูดหรือหลักเกณฑ์ที่จะทำให้เราพูดได้ดี ยังมีอีกมากมาย ฉะนั้น เราจึงจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้เทคนิคต่างๆ มากขึ้น สำหรับกระผมคิดว่า ถ้าท่านใช้หลักเกณฑ์ “บัญญัติ 7 ประการ ทะยานสู่นักพูด ”ที่กระผมกล่าวไปข้างต้น จะทำให้การพูดของท่านดีขึ้นมาอย่างแน่นอน






...
  
พูดเก่ง...ด้วยปัญญา...
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

คนไร้วิชา สกุณาไร้ปีก ย่อมไปได้ไม่ไกล
คนที่จะเป็นคนพูดเก่ง พูดดี พูดเป็นและพูดจูงใจคนได้นั้น คนๆนั้นต้องมีปัญญา ซึ่งการมีปัญญาของคนเรานั้น สามารถฝึกฝนหรือสะสมกันได้หลายทาง เช่น ปัญญาเกิดจากการอ่าน , ปัญญาเกิดจากการฟัง , ปัญญาเกิดจากการคิด และปัญญาเกิดจากการเรียนรู้จากประสบการณ์
- ปัญญาเกิดจากการอ่าน หมายถึง คนที่พูดเก่ง มักจะเป็นนักอ่าน การอ่านจะทำให้มีข้อมูลในการพูด แต่สำหรับนักพูดมืออาชีพแล้ว จะไม่อ่านหนังสือแบบผ่านๆ แต่จะมีสมุดบันทึกประจำตัว ไว้จดข้อมูลต่างๆ ที่สนใจ เพื่อจะนำไปใช้เป็นข้อมูลในภายภาคหน้า
- ปัญญาเกิดจากการฟัง ผู้ที่จะเป็นนักพูดที่เก่งหรือเป็นมืออาชีพ มักจะเป็นนักฟัง ถ้ามีโอกาส เขาจะตามไปฟังนักพูดที่เก่งๆ เขาพูด ซึ่งการฟังนั้น ไม่ฟังเปล่าแต่เขาจะใช้ปัญญาวิเคราะห์ว่า ทำไมคนๆนี้ พูดแล้วคนชอบ ทำไมคนๆนี้ พูดแล้วน่าฟัง ทำไมคนๆนี้พูดแล้ว คนหัวเราะ ชอบใจ ทำไมคนๆนี้พูดแล้ว คนถึงร้องไห้ ทำไมคนๆนี้พูดแล้วคนถึงเชื่อแล้วทำตาม สำหรับในปัจจุบันนี้ เป็นยุคข้อมูลข่าวสาร ยุคเทคโนโลยี เราสามารถ ฟังนักพูดที่เราชอบ หลายๆครั้งโดยผ่านทางเครื่องมือสมัยใหม่ เช่น เทป ซีดี วีซีดี MP3 ฯลฯ ซึ่งแตกต่างจากในยุคอดีตที่เราต้อง ตามไปฟังนักพูดที่เก่งๆ เขาพูดแต่ไม่สามารถจดจำหรือจดบันทึกได้หมด
- ปัญญาเกิดจากการคิด นักพูดบางคนมีความคิดไม่เหมือนชาวบ้าน แต่เวลาพูดทำไมคนถึงอยากฟัง เพราะนักพูดท่านนั้น อาจมีความคิดที่ดีๆ อาจมีความคิดที่ทันสมัยและแง่มุมที่แปลกใหม่ อีกทั้งยังทำให้ผู้ฟังได้ความคิดที่ดีๆเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้
- ปัญญาเกิดจากการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ ทำไมคนที่มีอายุบางคน ทำไมคนที่มีตำแหน่งต่างๆบางคน ทำไมเวลาพูดแล้วคนอยากฟังหรือตามไปฟัง เพราะนักพูดท่านนั้น ผ่านประสบการณ์มาก่อนหรือผ่านประสบการณ์ในเรื่องนั้นๆ มาก่อน ผู้ฟังจึงสนใจฟัง เช่น ทำไมนักขายถึงอยากฟัง นักขายมืออาชีพระดับโลกพูด แต่ไม่อยากฟังนักขายสมัครเล่นพูด , ทำไมคนถึงอยากฟังนักพูดมืออาชีพระดับประเทศพูด มากกว่าอยากฟังนักพูดสมัครเล่นพูด ฯลฯ
สิ่งที่กล่าวข้างต้นนี้ มักทำให้เกิดปัญญา เมื่อคนเรามีปัญญาแล้ว คนๆนั้นจะมีข้อมูล ในการพูด หรือ มีความรู้ มีความคิด ที่เป็นประโยชน์ในการพูด







ดังนั้น เราจะสังเกตว่านักพูดที่พูดเก่งๆ ...มักจะต้องมีปัญญา ฉะนั้น ถ้าท่านอยากเป็นนักพูด ท่านจำเป็นที่จะต้องลงทุนในเรื่องของการอ่านหนังสือให้มากๆ ท่านจำเป็นจะต้องลงทุนฟังนักพูดที่เก่งๆ เขาพูดให้มากๆ ท่านจำเป็นจะต้องใช้เวลาว่างในการนั่งคิด นั่งวิเคราะห์เรื่องราวต่างๆ และท่านจำเป็นจะต้องลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อก่อให้เกิดประสบการณ์ เพื่อที่จะนำไปใช้ในการพูดต่อไปในภายภาคหน้า
เมื่อท่านลงทุนในสิ่งเหล่านี้แล้ว ท่านก็จะเกิดปัญญา เมื่อท่านเกิดปัญญา ท่านก็จะเป็นนักพูดที่พูดแล้วมีหลักการ มีเหตุมีผล พูดแล้วคนเชื่อถือ พูดแล้วคนหัวเราะ พูดแล้วสามารถชักจูงใจคนฟังได้
และสิ่งที่ตามมา ก็คือเมื่อท่านพูดแล้วท่านจะได้เงิน เนื่องจากมีคนจ้างท่านให้ไปพูด ไปบรรยายหรือไปอบรมให้แก่หน่วยงานต่างๆ อีกทั้งท่านจะได้ชื่อเสียงและตำแหน่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งทางด้านสังคม ตำแหน่งทางด้านการเมือง เป็นต้น

...
  
คำคม เกี่ยวกับการพูด
คำคม เกี่ยวกับการพูด
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
การที่คนคนหนึ่งจะเป็นนักพูดนั้น จะต้องมีความสามารถที่หลากหลายในการพัฒนาตนเองในการพูด เช่น จะต้องสามารถพูดให้สนุกได้ พูดจูงใจคนได้ พูดเพื่อให้ข้อมูลที่ชัดเจนแก่ผู้ฟังได้ พูดเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของคนได้ ซึ่งคนคนนั้นจำเป็นจะต้องใช้ศิลปะในการพูดหลายอย่าง
ยิ่งบางคนเป็นนักพูดประเภท วิทยากร ยิ่งต้องใช้ความหลายหลากในการนำเสนอ เช่น จะต้องมีการนำเกมส์ มีการร้องเพลง มีการใช้บทประพันธ์ หรือ คำคมต่างๆในการประกอบการพูด ในบทความนี้ผมขอพูดเรื่องเกี่ยวกับคำคม ก่อนอื่นเรามาพูดถึงความสำคัญของคำคมกันก่อน
คำคม มีความสำคัญมากเพราะเป็นสิ่งที่เกิดจากความคิดของผู้ฉลาดหรือนักปราชญ์ การจำ การทำความเข้าใจ คำคม จะทำให้ความคิดเราเฉียบแหลมขึ้น ตามปกติคำคมจะมีข้อความสั้นๆ แต่กินใจ ความลึกซึ้งขยายความออกไปได้มาก คนที่ต้องการเป็นนักพูด วิทยากรจึงควรจดจำ คำคมและนำไปใช้ให้เหมาะสม ถูกกาล ก็จะทำให้ผู้ฟังเกิดความศรัทธาได้
โดยมากหลักในการใช้ คำคม ประกอบการพูด ควรให้สอดคล้องกับเรื่องที่พูด และคำคม มีมากมาย หลายชาติ หลายภาษา บางคำคมไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้กล่าว ในบทความฉบับนี้กระผมจึงไม่สามารถอ้างอิง ในบทความนี้ได้ จึงขอนำเสนอคำคมเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการพูด คำคม เกี่ยวกับการพูดมีดังนี้

 ถ้าท่านลุกขึ้นยืนพูดต่อหน้าที่ฝูงชนไม่ได้ อย่าปรารถนาเป็นผู้นำ (หลวงวิจิตรวาทการ)

ทุกคนพูดได้ แต่มีบางคนเท่านั้นที่พูดเป็น (ทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์)

เปล่งวาจางาม ยังประโยชน์ให้สำเร็จ(พุทธศาสนสุภาษิต)

กลองจะดังต้องถูกตี นักพูดจะดีต้องได้รับคำวิจารณ์

 พูดโดยไม่คิด ก็ดั่งยิงปืนโดยไม่เล็ง

อาวุธที่แสนคมยังไม่คมเท่ากับปากคน

คิดก่อนกล่าววาจา ศัตรูจะมาเป็นมิตร กล่าววาจาก่อนคิด มิตรก็อาจกลายเป็นศัตรู

ควรพูดจากใจ จริงใจ มั่นใจ สุดใจ แต่อย่าย่ามใจ

จงพูดแต่ดี อย่าดีแต่พูด

สิ่งที่ลงทุนน้อยและได้เกิดประโยชน์มากที่สุด คือ คำพูดที่ดี

ก่อนพูดเราเป็นนายมัน หลังพูดมันเป็นนายเรา

ลิ้นอ่อนนุ่มยังคงอยู่ ฟันแข็งกระด้างร่วงไปแล้ว

ยิ่งพูดมาก ความจริงก็ยิ่งน้อย
อย่าให้ลิ้นของท่านประจานตัวท่านเอง

คนคิดน้อย พูดมาก คนพูดมาก ทำน้อย

ถ้อยคำดี ถ้าน้ำเสียงไม่ดี ก็มีความหมายไปในทางตรงกันข้าม

ถ้าท่านไม่รู้จักเก็บลิ้น ลิ้นจะเก็บท่าน

กฎทองในการสนทนา คือคิดก่อนพูด

ความจริงพูดไม่ได้ในทุกโอกาส

พูดน้อย คนเกรงใจมาก

ถ้ารู้สึกว่าจะพูดอะไรให้น่าฟังไม่ได้ ก็นิ่งเสียดีกว่า

คำพูดเหน็บแนมที่เฉียบแหลมรุนแรงย่อมเชือดเฉือนได้ลึกกว่าคมอาวุธ(คติฝรั่งเศส)



นี่เป็นตัวอย่างคำคมที่เกี่ยวกับการใช้ปากหรือคำพูด ดังนั้นการใช้คำคมประกอบการพูดจึงมีความสำคัญ เพราะจะทำให้การพูดของเรามีความหลากหลายและผู้ฟังเกิดความศรัทธาในการฟังเราพูด การฝึกใช้คำคมในช่วงแรกๆ เราอาจจำคำคมของนักพูดต่างๆ ก่อน แล้วเราจึงคิดเองขึ้นมาบ้าง
ในบทความฉบับหน้าเราจะมาเรียนรู้เรื่องของการใช้บทกลอน บทประพันธ์ประกอบการพูด การใช้บทประพันธ์ประกอบการพูดจะทำให้ผู้ฟังเกิดความสนใจและดึงดูดใจผู้ฟังได้มาก และยิ่งเป็นการพูดในโอกาสต่างๆ เช่น การขึ้นบ้านใหม่ การสมรส การอำลา การเลี้ยงต้อนรับ ฯลฯ ถ้าใครได้ใช้บทกลอนหรือบทประพันธ์ประกอบการพูดก็จะทำให้เป็นที่จดจำและเกิดความประทับใจได้มากเลยทีเดียวครับ
...
  
นักพูดผู้ยิ่งใหญ่
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

ก้อนหินหลายๆก้อนยังรวมกันเป็นภูเขา
น้ำหลายๆหยดยังรวมกันเป็นทะเล
นักพูดที่ฝึกฝนโดยไม่หยุดย่อมสร้างตำนาน

การจะเป็นนักพูดที่ยิ่งใหญ่หรือนักพูดที่เป็นตำนานได้นั้น คน ๆ นั้นจะต้องมีหลักการบางอย่างถึงจะไปถึงความฝันนั้นได้ หลักการดังกล่าวนั้นคือ

1.ต้องมีเป้าหมาย ถ้าท่านอยากจะเป็นนักพูดระดับไหนท่านต้องเขียนเป้าหมายนั้นเป็นตัวหนังสือไว้ เพื่อเตือนตัวเองตลอดเวลา เช่น ถ้าท่านต้องการเป็นนักพูดระดับชาติ ท่านก็ต้องเขียนไว้ในหนังสือ หรือ ต้องการเป็นแค่นักพูดระดับจังหวัด ท่านก็ต้องเขียนเป็นตัวหนังสือเพื่อเป็นการเตือนตัวเตือนใจ

2.ต้องฝันหรือต้องจริงจัง กับเป้าหมายที่เราต้องการตลอดเวลา ถ้าเราจริงจังกับเป้าหมายหรือความฝัน เราก็จะมีการปรับปรุง พัฒนาตัวเอง เตรียมตัวเตรียมการพูดตลอดเวลา เพื่อที่จะเข้าสู่เป้าหมายนั้นๆ ถ้าท่านมีความจริงจังในเป้าหมายว่าท่านต้องการเป็นนักพูดระดับชาติ หากท่านฝันเช่นนั้นจริงท่านจะต้อง ปรับปรุงพัฒนาตนเองให้มากกว่าการเป็นนักพูดระดับจังหวัดหรือนักพูดระดับท้องถิ่น

3.วางแผน ถ้าสมมุติว่าเป้าหมายของท่านต้องการเป็นนักพูดระดับชาติ ท่านจำเป็นจะต้องมีการวางแผน เพื่อให้เข้าถึงเป้าหมายที่วางไว้ เช่น ท่านจะต้องทำอะไร เมื่อไร อย่างไร กำหนด วัน เวลา ปี ที่จะเดินไปสู่เป้าหมาย ต้องมีแผนระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว รวมทั้งแผนสำรองไว้ด้วย

4. ต้องมีกลยุทธ์ หากท่านต้องการประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงและรวดเร็วกว่าแผนที่วางไว้ ท่านจำเป็นจะต้องมีกลยุทธ์เพื่อให้เข้าไปถึงแผนที่วางไว้ ท่านอาจต้องสร้างหรือใช้เครื่องมือช่วย ได้แก่ การหาสื่อต่างๆ ( การเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ แล้วนำบทความ นั้นมารวมเล่มเป็นหนังสือ , การจัดรายการวิทยุเพื่อให้คนรู้จักมากขึ้น , การออกรายการทางโทรทัศน์เพื่อให้คนรู้จัก และ การใช้อินเตอร์เน็ต ฯลฯ) เราจำเป็นจะต้องใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อให้เป็นที่รู้จัก

5.พยายามร่วมกับคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน เช่น การเข้าชมรม สโมสร สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการเป็นนักพูด เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือกัน หรือได้คำแนะนำที่ดี ๆ และสามารถเป็นกำลังใจให้แก่เราเวลาเราท้อแท้ใจเมื่อการพูดของเราประสบความล้มเหลว หรือเข้ารับการอบรมทางการพูดเพื่อให้ทราบเทคนิคใหม่ๆ

6.หาแบบอย่างมากๆ ถ้าท่านต้องการเป็นนักพูดที่ยิ่งใหญ่ ท่านต้องหาแบบอย่างมากๆ ซึ่งปัจจุบันนี้ มีความสะดวกสบายกว่าสมัยก่อน เนื่องจากเรามีเครื่องมือต่างๆมากมาย( เครื่องถ่ายวีดีโอ เครื่องบันทึกเทป เครื่องMP 3 ) บันทึกการพูดของนักพูดที่ท่านชื่นชอบทุกครั้งเมื่อไปฟังเขาพูด หรือหากใครไม่มีโอกาสตามไปฟังนักพูดที่ตนชื่นชอบ เราก็สามารถซื้อ VCD , DVD นักพูดระดับชาติมาดูได้ เช่น ทอล์คโชว์ต่างๆ (จตุพล ชมพูนิช , โน๊ต อุดม และอีกหลายท่าน)หากท่านต้องการเป็นนักพูดประเภททอล์คโชว์ แต่หากท่านต้องการเป็นนักพูดทางการเมือง ท่านสามารถ สะสม เทป VCD,DVD ของนักการเมืองต่างๆ เช่น คุณสมัคร ,คุณเฉลิม , คุณชวน , คุณอภิสิทธิ์ หรือ นักพูดในแบบที่ท่านชื่นชอบ เพื่อเอาไว้ชมเอาไว้ศึกษาถึงลีลา น้ำเสียง ท่าทางในการพูดของนักพูดท่านนั้น แล้วนำมาประยุกต์ใช้กับตัวเอง

7.ต้องมีการตรวจสอบ ควบคุม แผนการหรือเป้าหมายของเราตลอดเวลา ต้องทบทวนแผนการ ทบทวนเป้าหมายว่าสิ่งที่เราทำนั้น มีความเกี่ยวข้องกับเป้าหมายที่เราวางไว้หรือไม่

การพูดโดยไม่คิด การพูดนั้นจะไม่ได้อะไร
การค้นคิดแต่ไม่ได้นำมาพูด การค้นคิดนั้นจะเปล่าประโยชน์



















...
  
การเตรียมการพูด
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

คนที่จะเป็นนักพูด นักบรรยาย วิทยากร และนักพูดทุกประเภท ที่ดี ที่เก่ง และมีชื่อเสียงได้นั้น คนๆนั้นจะต้องมีคุณสมบัติที่ดีหลายประการ แต่คุณสมบัติที่สำคัญมากที่สุด ข้อหนึ่งก็คือ

การเตรียมการพูดนั้นเอง เพราะการเตรียมการพูดจะทำให้นักพูด ท่านนั้นเกิดความมั่นใจในตนเอง การเตรียมการพูดจะทำให้รู้โครงสร้างของเรื่องที่จะพูดและเนื้อหาโดยรวม
การพูด ก็เหมือนกับการแสดง หรือ นักพูดก็เหมือนนักแสดงอย่างหนึ่ง ก็คือ ถ้ามีการเตรียมการพูด มีการฝึกซ้อมอย่างดี ก็จะทำให้การพูดครั้งนั้นๆ ประสบความสำเร็จ นักแสดงก็เช่นกัน ดังนั้นการเตรียมการพูดจึงมีความสำคัญมากจนมีผู้กล่าวว่า ผลสำเร็จของการพูดแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับการเตรียมการพูดประมาณ 70 % เหลืออีก 30% อยู่ที่การพูดบนเวที

ซึ่งการเตรียมการพูดที่ดีนั้น จะต้องมีหลักดังนี้

1.ต้องรู้วัตถุประสงค์ของการพูด รวมทั้งผู้ฟังก่อน การรู้วัตถุประสงค์ของการพูดในครั้งนั้นๆจะทำให้เราเตรียมข้อมูล วิธีการได้ถูกต้อง เช่น การพูดในครั้งนั้นเป็นการพูดเพื่อการบันเทิง เราก็พยายามเตรียมการพูด โดยการหามุข หาเรื่องสนุกๆ ตลกๆ มาพูดให้มากหน่อย หรือการพูดครั้งนั้นเพื่อการจูงใจ ชักจูง เราก็ต้องเตรียมข้อมูลให้มีการอ้างอิง หาหลักฐาน คำพูดของผู้มีชื่อเสียง และหนังสือมาประกอบ อีกทั้งต้องวิเคราะห์ว่าผู้ฟัง เป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ควรพูดลีลา ท่าทาง น้ำเสียง เรื่องที่จะพูดตรงต่อความสนใจของผู้ฟังไหม
2.หาข้อมูลประกอบการพูด การพูดก็เหมือนกับการทำอาหาร เราต้องหาข้อมูลเหมือนกับเราจะทำแกงเนื้อสักถ้วย เราก็ต้องไป หาพริก หาเกลือ หาน้ำ หาเนื้อ หาน้ำปลา หาเครื่องแกง หาผัก ฯลฯ สำหรับข้อมูลที่ดีจะต้องมีความหลากหลาย เช่น มีตัวเลขสถิติ , ตัวอย่าง , หลักฐาน , คำคม , สุภาษิต ดังนั้น ผู้ที่เป็นนักจดบันทึก มีสมุดบันทึกติดตัว จดคำคม ข้อมูลต่างๆ เพื่อนำไปใช้ประกอบการพูด มักจะได้เปรียบเพราะมีการเตรียม มีการหาข้อมูลตลอดเวลา
3.เขียนโครงสร้างเรื่องลงไปบนกระดาษ ขั้นตอนนี้จะต้องเขียนโดยมีโครงสร้างสุนทรพจน์คือ มีคำนำ มีเนื้อเรื่อง และมีสรุปจบ โดยเขียนรายละเอียดทั้งหมดลงไปบนกระดาษ แล้วจึงนำ มาเพิ่มเติม มาตัด มาเสริม และอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยน คำพูดหรือภาษาที่ใช้เพื่อนำไปพูด ไปบรรยาย (คำนำควรมีเนื้อหาประมาณ 10-15 % เนื้อเรื่องควรมีเนื้อหาประมาณ 70-80 % สรุปจบควรมีเนื้อหาประมาณ 10-15 % )
4.ซ้อมพูดหรือฝึกหัดการพูด อาจจะซ้อมพูดต่อหน้ากระจก อาจจะเป็นการซ้อมพูดคนเดียวในที่ต่างๆ ดังเช่นนักพูดดังๆในอดีตและปัจจุบันทำกัน เช่น อาจารย์จตุพล ชมพูนิช เคยให้สัมภาษณ์ว่าเคยซ้อมพูดคนเดียวตอนเดินกลับบ้านโดยเลือกเรื่องที่จะพูดแล้วเริ่มพูด ตั้งแต่ต้นซอยจนถึงบ้านที่อยู่ท้ายซอย,อับราฮัม ลินคอล์น อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ซ้อมพูดขณะอยู่บนหลังม้า ฯลฯ

บางคนอาจไม่คุ้นกับการฝึกพูดคนเดียว อาจจะให้คนรู้จักนั่งฟังหรือให้เพื่อน ภรรยา นั่งฟังแล้วช่วยเสนอแนะข้อที่ควรปรับปรุงในการพูดก็ได้


การซ้อมพูดที่ดี ควรทำท่าทางประกอบและควรจับเวลาด้วย เนื่องจากจะได้ตัดทอนเนื้อหา หากใช้เวลามาก แต่ถ้าเวลาเหลือมากจะได้เพิ่มเติมเนื้อหาเข้าไป การทำท่าทางประกอบในการซ้อมพูดจะทำให้เมื่อออกไปพูดจริงจะไปดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ถ้าท่านยิ่งซ้อมพูดมากเท่าไรก็จะยิ่งดีเท่านั้น


สรุปคือ การเตรียมการพูดเป็นสิ่งที่สำคัญ จะละเลยไม่ได้ ควรเตรียมตัวทุกครั้งเพราะความสำเร็จของการเป็นนักพูดที่ดี อยู่ที่การเตรียมการพูดนั่นเอง


...
  
คุณสมบัติของนักพูดที่ดี
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

คนที่จะเป็นนักพูดที่ดี ผมคิดว่าเขาคนนั้น น่าจะมีอะไรดีๆในตัวอยู่หลายอย่าง ซึ่งคุณสมบัติที่กระผมคิดว่า น่าจะมีอยู่ในตัวนักพูด ก็คือ
1.ต้องเป็นนักฟัง คือคนที่จะพูดเก่งนั้น ต้องเป็นนักฟัง เพราะการฟังมากๆ จะทำให้เกิดการเปรียบเทียบ ข้อมูล ลีลาการพูด น้ำเสียง บุคลิกภาพ ท่าทาง อีกทั้งคนที่ฟังมากๆ จะได้รับความรู้ใหม่ๆ เพื่อนำไปใช้ในอนาคตอีกต่างหาก การตามฟังนักพูดที่มีชื่อเสียงหลายๆท่าน จะทำให้เราได้ข้อเปรียบเทียบว่า ทำไม นักพูดท่านนี้ เราถึง ชอบ ทำไมนักพูดท่านนี้ เราถึงไม่ชอบ
2.ต้องเป็นนักอ่าน การอ่านมากๆ จะทำให้เราได้ข้อมูลมาก เพื่อจะนำไปใช้เมื่อถึงเวลาที่จะต้องพูด นักพูดที่ดีต้องอ่านให้มากๆ โดยเฉพาะ อ่านหนังสือ วารสาร ตำรา ในหัวข้อที่เราชอบหรือถนัด เพื่อที่จะนำไปใช้บรรยาย แต่ถ้าจะให้ดีควรอ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า...อ่านแม้กระทั่ง..ถุงกล้วยแขก...
3.ต้องเป็นนักจำ คนที่จะพูดแล้วคนชอบ คนนั้นจะต้องมีข้อมูลมาก และที่สำคัญต้องเป็นคนพูดคล่อง พูดไม่ติดขัด ดังนั้น การจะพูดให้คล่องและไม่ติดขัด ไม่คิดนานนั้น นักพูดที่เก่งมักจะต้องมีความจำที่ดีเยี่ยม นักพูดบางคน จำกระทั่ง ตัวเลข สถิติต่างๆ กลอน คำคมต่างๆ มากมาย แล้วนำมาใช้ได้ถูกจังหวะเวลา จึงเป็นที่ประทับใจของผู้ฟัง
4.ต้องเป็นนักจด คนที่เป็นนักพูดที่ดี ต้องหมั่นตามฟัง นักพูดท่านอื่นๆให้มาก และต้องอ่านให้มาก แต่สิ่งที่สำคัญคือเรื่องของความจำ แต่ถ้าเราจำไม่ได้ วิธีที่ดีอย่างหนึ่งก็คือ เราต้องจดครับ
หาสมุดบันทึกมาหนึ่งเล่ม มีบทกลอน คำคม หรือคำพูดที่น่าสนใจที่เราฟัง ที่เราอ่านและประทับใจให้จดไว้ เพราะสักวันหนึ่งเราต้องนำ ข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ประกอบการพูดของเราในอนาคต
5.สุดท้าย นักพูดที่เก่ง จะต้องปรุงเก่ง ปรุงในที่นี้ คือ นำข้อมูลต่างๆ ที่หาได้จากการฟัง การอ่าน การจด นำมาผสมผสาน ให้เกิดความน่าสนใจเพื่อนำไปพูดหรือบรรยาย นักพูดที่ปรุงเก่งเปรียบเทียบแล้วคงเหมือนกับพ่อครัว แม่ครัว ที่ต้องมีสูตรอาหาร มีกระบวนการปรุงอาหาร แล้วคนชอบ เพราะการทำอาหาร ถ้าให้พ่อครัว แม่ครัว ทำข้าวผัดแข่งกันว่าใครทำอร่อย เรื่องนี้ คงต้องอาศัยการปรุงแหละครับ ( ถึงแม้จะมีวัตถุดิบ ที่เหมือนกัน ข้าว น้ำปลา น้ำตาล น้ำมันพืช ไข่ เนื้อหมู เนื้อไก่ หอม กระเทียม แต่การปรุงให้อร่อยคงต้องอาศัยฝีมือของพ่อครัว แม่ครัวแต่ละท่าน)

ดังนั้น การพูดที่ดี เป็นทั้งศาสตร์ ก็คือ การหาความรู้ จากการฟัง การอ่าน การจด การจำ แต่สิ่งที่ทำให้คนพูดเก่งแตกต่างกันก็คือ การใช้ศิลป์นี่เอง ศิลป์ คือ การประยุกต์ใช้ ลีลา ท่าทาง น้ำเสียง บุคลิกภาพ หน้าตา


ฯลฯ และที่สำคัญผู้ที่มีความต้องการจะเป็นนักพูด จะต้อง ฝึกทักษะให้มากๆ เช่น เราชอบนักพูดท่านนี้ พูดตลกดี


แล้วเรามีวิธีไหนบ้างที่จะพูดให้ได้ตลกเหมือนเขาหรือดีกว่าเขา หรือ เราเห็นนักการเมืองคนนี้พูดปราศรัยหาเสียงเก่ง แล้วเราลองฝึกหัดปราศรัยหาเสียงกับเขาบ้าง แล้วค่อยปรับปรุง เพื่อให้ดีกว่าหรือเก่งกว่าเขา


แต่สิ่งที่สำคัญก็คือต้องฝึกบ่อยๆ ถ้าเป็นไปได้ฝึกทุกวันได้ยิ่งดี ไม่ต้องไปท้อแท้ก่อนที่จะประสบความสำเร็จ ไม่มีเวทีพูดก็ลองหัดพูดคนเดียวดูก็ได้ เช่น นักพูดที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและต่างประเทศ หลายคนพูดต่อหน้ากระจกคนเดียว บางคนพูดบนหลังม้าขณะเดินทางไกล บางคนพูดขณะเดินกลับบ้าน ฯลฯ


สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับท่านที่ต้องการเป็นนักพูดที่ดี ระยะทางหมื่นลี้ ต้องเริ่มต้นจากก้าวแรกครับ








...
  
จะพูดให้ดี...ต้องมีครู...
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

การที่คนเราจะพูดให้ได้ดี พูดเป็น พูดเก่ง จำเป็นจะต้องมีครู เพราะการเรียนรู้ด้วยตนเอง

อาจทำให้เกิดการผิดพลาด เสียหาย และประสบความสำเร็จช้ากว่าการเรียนรู้จากครู ในยุคปัจจุบัน ครูหรือผู้สอน วิทยากร มีมากมาย หลายสถาบัน รวมทั้งหนังสือ ตำรา แหล่งข้อมูลต่างๆ ที่ทำให้เราสามารถเรียนรู้ได้มากขึ้น การเรียนรู้จากแหล่งต่างๆ ข้างต้น ก็เป็นการเรียนรู้อีกทางหนึ่งที่จะ ทำให้เราพูดได้ดี พูดได้เก่งขึ้นกว่าการเรียนรู้จากประสบการณ์ของตนเอง

ทั้งนี้ การเรียนรู้จากครู นั้น ในเบื้องต้น เราต้องทราบก่อนว่า ครู หนังสือ ตำรา แหล่งเรียนรู้มีมากมายในปัจจุบัน แต่ครูที่ดี ที่ถูกใจเราของแต่ละคนนั้น ไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะชอบเรียนรู้จากครูคนนี้ บางคนไม่ชอบ ดังนั้น การจะเอาใครมาเป็นครู ของแต่ละคน จึงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น นิสัยใจคอ เทคนิคการสอน เครื่องมือช่วยสอน ฯลฯ

แต่การจะพูดให้ได้ดีนั้น ผู้ฝึกใหม่ๆ ควรมีแบบอย่างหรือมีครู เช่น ถ้าเรารักชอบ นักพูดท่านใดเราก็ควร เรียนรู้จากเขา สังเกต เลียนแบบ เพื่อพัฒนาให้เป็นตัวของตนเองในอนาคต ดังเช่น นักพูดหลายคน ชอบคุณสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ก็สามารถนำเทปหรือฝึกสำนวน ลีลา การพูดของคุณสมัครในตอนต้นๆ แล้วจึงพัฒนาเป็นของตนเอง บางคนชอบคุณชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ก็สามารถตามไปฟังคุณชวน หลีกภัย หาเสียงบ่อยๆ แล้วจึงพัฒนาเป็นตัวเองในที่สุด

บางคนชอบอาจารย์จตุพล ชมภูนิช ก็สามารถฟังเทป เลียนแบบกิริยาท่าทางของอาจารย์ แล้วค่อยพัฒนาเป็นรูปแบบของตัวเอง ดังนั้น การจะเป็นนักพูดที่ดี... จำเป็นต้องมีครูครับ.... มีเพื่อเป็นตัวอย่างของตัวเอง มีเพื่อเป็นต้นแบบของตนเอง แต่ไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบเพียงแค่คนๆเดียว เช่น ตัวกระผมเอง ถ้าต้องการเรียนรู้การพูดแบบบันเทิง ต้นแบบก็มีอาจารย์จตุพล ชมภูนิช คุณโน้ต อุดม แต้พานิช ถ้าเป็นการพูดแบบจูงใจ หาเสียง การขายประกัน ก็มี อาจารย์อุสมาน ลูกหยี คุณเฉลิม อยู่บำรุง คุณกฤษณา กฤตมโนรถและ คุณชวน หลีกภัย หรือการพูดในรูปแบบบรรยาย ก็จะมีอาจารย์สุขุม นวลสกุล เป็นต้น

ถามว่า ทำไม ต้องมีครูหลายคน ก็เพราะว่าวัตถุประสงค์ของการพูดมีหลายแบบ เช่น การพูดเพื่อความบันเทิง การพูดบรรยาย การเล่าเรื่อง และการพูดจูงใจ ฉะนั้น ถ้าเราเรียนรู้จากอาจารย์เพียงคนเดียว เราก็ประสบความสำเร็จในการพูดได้น้อยกว่าคนที่มีครูหลายคน เช่น การพูดในสภา การพูดหาเสียง การพูดขายของ เราก็ต้องพูดแบบจูงใจ แต่เราไม่ได้เรียนรู้มา แล้วเราไปใช้วิธีการพูดแบบ อาจารย์จตุพล ชมภูนิช คนฟังหัวเราะ ตลกแต่เป็นการพูดโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความบันเทิง แต่จูงใจไม่ได้ ก็ไม่ประสบความสำเร็จในการพูด


หรือ ถ้าเราจะพูดเพื่อความบันเทิง แต่เราไปใช้ลีลา การพูดแบบ อดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย ก็ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จในการพูดในสถานการณ์นั้นๆ ดังนั้น เราควรมีครูหลายคน เพื่อเรียนรู้ การพูดให้มีความหลากหลาย แล้วนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ


แม้แต่หนังสือ ท่านก็ต้องหาหนังสือการพูดที่แต่งโดย อาจารย์หลายคนๆ เพราะ หนังสือเพียงหนึ่งเล่ม ท่านอาจได้ความคิดเพียงแค่ประโยคเดียวเอง แต่สามารถเปลี่ยนความคิด ความฝันของท่านได้ ถ้าได้อ่านหลายเล่มยิ่งดีกว่าการอ่านหนังสือเพียงเล่มเดียว ดังนั้น ควรหาอ่านหนังสือ ตำรา การพูด จากอาจารย์หลายๆ ท่านที่แต่ง


เวลาอ่านไม่ควร อ่านแบบผ่านๆ ควรขีดเส้นใต้ในประโยคสำคัญๆ หรือที่เราประทับใจ หรือจดประโยคนั้นๆ ไว้ในสมุดจดบันทึกของเรา เพื่อนำมาใช้ในอนาคตได้


สรุปคือ การที่ท่านจะพูดให้ได้ดี....ท่านจำเป็นจะต้องมีครู....และควรหาครูหลายๆคน รวมทั้งเรียนรู้จากหนังสือหลายๆ เล่ม เพื่อหาจุดดี จุดเด่นของครูท่านนั้นๆ เพื่อนำมาพัฒนาตนเอง แล้วในที่สุดท่านจะพูดได้ดี พูดได้เก่งในที่สุด เพราะการพูดเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์
...
  

    จำนวนหน้า : [1]  [2]  [3]  [4]  [5]  [6]  [7]  [8]  [9]  

หนังสือ พูดอย่างมีกึ๋น
ศิลปะการขาย
วาทะวาที

  Copyright @ 2010 drsuthichai.com All Rights Reserved.  Powered by ThaiWeb.  Admin Business Online 
Popularne pozyczka 5000 kasa stefczyka tarnów, dzięki nowelizacjom w prawie, są coraz pozyczka do 3 osób. Nowe regulacje mają na celu ochronę konsumentów i objęcie większym nadzorem procedur udzielania pożyczek pozabankowych chwilówki plac wolności rzeszów x kom. Nowe przepisy opierają się na pożyczki dla zatrudnionych na czarno góra zmianie ustawy o nadzorze nad rynkiem finansowym net credit splata pozyczki irlandia. Weszły one w życie z dniem 11 marca 2016 r. chwilówka dla studenta ranking Poniżej zamieszczamy ich przegląd. Firma pożyczkowa musi dysponować minimalnym kapitałem początkowym w wysokości 200 tys. zł – kapitał ten nie może pochodzić z pożyczek eurobank pożyczka online pl. W ten sposób postarano się wyeliminować z rynku małe firmy, które powstawały tylko po to, aby w jak najkrótszym czasie oszukać rzesze klientów udzielanie pożyczek zwolnione z vat. Nadzór nad firmami pożyczkowymi może prowadzić Komisja Nadzoru Finansowego z o.o. udziela pożyczki vivus. KNF w razie wątpliwości może objąć monitoringiem warunki oferowanych pożyczek pożyczka 3000 online. Firma pożyczkowa, która utrudni działania czy umowa pożyczki może być bez odsetek hipotecznych, może zostać obarczona karą do 500 tys. zł credit agricole kredyt mieszkaniowy kalkulator. Niektórzy eksperci uważają, że optymalna karą za nielegalne praktyki, byłoby 1 mln zł. wynagrodzenie z tytułu pożyczki hipotecznej Ustalono także, że wszystkie koszty pożyczki nie mogą być wyższe niż 100% kwoty udzielonej koszty umowy pożyczki rodzinnej, uwzględniając cały okres kredytowania czesc pozyczki hipoteczne. Ponadto maksymalne opłaty oraz odsetki z tytułu opóźnień w umowa pożyczki od wspólnika spółki cywilnej uchwała spłacie nie mogą przekraczać 6-krotności stopy lombardowej kredytu ustalanej przez NBP pożyczka z zfśs a zwolnienie szpitalne. Koszty udzielenia pożyczki nie mogą przekroczyć 25% kwoty udzielonej pożyczki pożyczki bez bik poznan poland, a koszty pozaodsetkowe w skali roku nie mogą być większe niż 30% gdzie dostać kredyt dla zadłużonych. Chwilówki mogą być obarczone odsetkami ustawowymi tarnow pozyczki bez qica, czyli maksymalnie 4-krotnością kredytu lombardowego NBP pożyczka na doposażenie stanowiska pracy chomikuj.