หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
ข่าวสาร
สินค้า
บริการ
แกลลอรี
เว็บลงค์
เว็บบอร์ด
ติดต่อเรา

บริการ

 รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
 บทความต่างๆ ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
  -  
  -  
  -  คำคม เกี่ยวกับการพูด
  -  อัตลักษณ์ของนักพูด...มีผลต่อการพูดจูงใจคน
  -  การเตรียมการพูด
  -  คุณสมบัติของนักพูดที่ดี
  -  จะพูดให้ดี...ต้องมีครู...
  -  องค์ประกอบของการพูด
  -  ถ้อยคำการพูด
  -  การพูดแบบผู้นำ
  -  ควรพูดให้ได้ทั้งสาระและความบันเทิง
  -  ทำไมการพูดถึงล้มเหลว
  -  ผู้ฟังอันตราย
  -  การพูดต่อที่ชุมชน
  -  ศิลปะการพูดในงานบริการ
  -  การพูดที่ล้มเหลว
  -  การสร้างวาทะสำหรับนักพูด
  -  Actions Speak Lound Than Words (ท่าทางนั้นดังกว่าคำพูด)
  -  คำคม คำพูด ข้อคิดนักพูด
  -  ความเชื่อมั่นในการพูด
  -  6 W 1 H สำหรับการพูด
  -  วิทยากรสมัยใหม่
  -  การฝึกพูด
  -  จะพูดให้ได้ดีต้องมีเครื่องปรุง
  -  คิดอย่างสร้างสรรค์
  -  ภาษากายกับการพูด
  -  การพูดต่อหน้าที่ชุมชน
  -  สู่วิทยากรมืออาชีพ
  -  การสร้างอารมณ์ขันในการพูด
  -  ข้อแนะนำสำหรับวิทยากรมือใหม่
  -  การสร้างพลังสามัคคี
  -  กิริยาท่าทางในการพูด
  -  พูดโทรศัพท์อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ
  -  การฝึกซ้อมการพูด
  -  การใช้สื่อต่างๆประกอบการพูด
  -  พูดเหมือนผู้นำ
  -  การสื่อสารโดยการพูด...ภายในองค์กร
  -  บริหารเวลา กับ เป้าหมาย
  -  ศิลปะการพัฒนาการพูด
  -  การพูดหาเสียงเลือกตั้ง
  -  การพูดทางการเมือง
  -  คำพูดเจาะจิต
  -  การสร้างเสน่ห์ในการพูด
  -  การอ่านกับการพูด
  -  พูดบวกเปิดประตูสู่ความสำเร็จ
  -  วิธีฝึกการพูดของ ลินคอล์น
  -  จังหวะในการพูด
  -  วิทยากรกับการเป็นวิทยากร
  -  วิทยากรที่ดีต้องรู้จักผสมผสาน
  -  การเลือกวิทยากร
  -  การใช้วาทศิลป์ขั้นสูง(ศิลปะการโต้วาที)
  -  พูดให้ถูกสถานการณ์
  -  การสร้างอารมณ์ขันในการพูด
  -  พูดอย่างไรให้ขายได้
  -  การพูดเป็นเรื่องที่ฝึกฝนกันได้
  -  เห็นไมค์แล้วไข้ขึ้น
  -  วิธีฝึกพูดของ เดล คาร์เนกี
  -  การเตรียมตัวก่อนสมัครเป็นนักการเมือง
  -  วิธีสร้างความกล้าในการพูดต่อหน้าที่ชุมชน
  -  จงพูดอย่างกระตือรือร้น
  -  โฆษกกับการพูดที่ดี
  -  มโนภาพกับการพูด
  -  พลังของจังหวะในการหยุดพูด
  -  การใช้โน๊ตย่อในการพูด
  -  ภาษากายไม่เคยโกหก
  -  เคล็ดลับในการเป็นนักพูดต่อหน้าที่ชุมชนที่ดี
  -  เทคนิคการพูดภาษาอังกฤษคือ ฟัง ฟัง ฟัง
 บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเสริมสร้างกำลังใจของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 สุนทรพจน์ของนักการเมือง
 บทความเกี่ยวกับการขายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับกฏหมายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเขียนของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 นักพูดทางการเมือง
 หนังสือ การพูด
 บทความต่างๆ ของนักพูด
 ประวัตินักขาย
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการขาย
 วาทะของคนดัง
 ประวัติ ทนายความ
 ประวัติอาจารย์นักพูด
 คลิปเสียงภาพ เกี่ยวกับกฏหมาย
 วิธีการสู่ความสำเร็จ
 บุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ
 การบริการด้วยหัวใจ
 ผู้บริหาร
 Mind Map แผนที่ความคิด(หนังสือทางด้านการพูด)
 แนะนำหนังสือการเขียน
 ประวัตินักเขียน
 คลิปนักพูด
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์
 คลิป นักพูดต่างประเทศ
 คลิป ประกอบการบรรยาย
 คลิปเสียงของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ เกี่ยวกับการพูด เช่น นักพูดชั้นนำทำกันอย่างไร , วิธีการปรับปรุงน้ำเสียง ,จะพูดให้ได้ดีต้องมีการเตรียมตัว,นักพูดที่ดีต้องมีการศึกษาและองค์ประกอบของนักพูดที่ดี
 คลิป ครูเคท บรรยาย
 คลิป หมู่บ้านพลัม
 สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
 สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
 พูดอย่างมีกึ๋น
 หนังสือ การทำงานเป็นทีม
 แนะนำหนังสือ เกี่ยวกับการทำงาน
 ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
 คำคม
 รศ.ดร.สุขุม นวลสกุล
 สมชาย หนองฮี
 ดร.ผาณิต กันตามระ
 อ.อุสมาน ลูกหยี
 อาจารย์จตุพล ชมภูนิช
 วสันต์ พงศ์สุประดิษฐ์
 รศ.สุนีย์ สินธุเดชะ
 หมอพงษ์ศักดิ์ ตั้งคณา
 อาจารย์พนม ปีย์เจริญ
 อาจารย์เสน่ห์ ศรีสุวรรณ
 รศ.วิกรณ์ รักษ์ปวงชน
 อาจารย์วิชัย ปีติเจริญธรรม
 ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล
 กนกศักดิ์ ลิขิตไพรวัลย์
 อาจารย์ถาวร โชติชื่น
 สิริลักษณ์ ตันศิริ
 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
 โต้วาที
 คะเณยะ อ่อนนาง
 ภก. ดร. ประชาสรรค์ แสนภักดี
 ประดิษฐ์ กิตติฤดีกุล
 ดร.โอภาส กิจกำแหง
 ประมวลสุนทรพจน์ ทักษิณ ชินวัตร
 ดร.อภิชาติ ดำดี
 อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
 การตลาด
 ทอล์คโชว์
 รวมคลิป ที่เกี่ยวกับการพูดต่อหน้าที่ชุมชน
 คลิป เรื่องการบริหาร
 คลิป บุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจ
 เพลง ที่ให้กำลังใจ
 คลิป ดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีความสุข
 คลิป แรงบันดาลใจ
 คลิป สนุกๆ สร้างสรรค์
 การทำงานอย่างมีความสุข
 การจัดการองค์ความรู้ KM
 สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย

กลุ่มสินค้า

 หลักสูตร พลังแห่งการพูด
 หลักสูตร พลังแห่งการบริการ
 หลักสูตร การทำงานเป็นทีมและการบริหาร
 หลักสูตร พลังแห่งการสื่อสาร
 ผลงานหนังสือ
 หลักสูตร พลังแห่งการขายและการตลาด
 หลักสูตร การทำงานด้วยหัวใจ
 อาเซียน
 หลักสูตรอื่น
 หลักสูตร การคิด
 มอบหนังสือ เพื่อการกุศล
Custom Search
สถาบัน Cap vision
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ
 
 
  บริการ
รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
บทความต่างๆ  ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
หนังสือ การพูด
สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
พูดอย่างมีกึ๋น
ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
สมชาย หนองฮี
อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย
   บริการ : บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

...
  

...
  
คำคม เกี่ยวกับการพูด
คำคม เกี่ยวกับการพูด
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
การที่คนคนหนึ่งจะเป็นนักพูดนั้น จะต้องมีความสามารถที่หลากหลายในการพัฒนาตนเองในการพูด เช่น จะต้องสามารถพูดให้สนุกได้ พูดจูงใจคนได้ พูดเพื่อให้ข้อมูลที่ชัดเจนแก่ผู้ฟังได้ พูดเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของคนได้ ซึ่งคนคนนั้นจำเป็นจะต้องใช้ศิลปะในการพูดหลายอย่าง
ยิ่งบางคนเป็นนักพูดประเภท วิทยากร ยิ่งต้องใช้ความหลายหลากในการนำเสนอ เช่น จะต้องมีการนำเกมส์ มีการร้องเพลง มีการใช้บทประพันธ์ หรือ คำคมต่างๆในการประกอบการพูด ในบทความนี้ผมขอพูดเรื่องเกี่ยวกับคำคม ก่อนอื่นเรามาพูดถึงความสำคัญของคำคมกันก่อน
คำคม มีความสำคัญมากเพราะเป็นสิ่งที่เกิดจากความคิดของผู้ฉลาดหรือนักปราชญ์ การจำ การทำความเข้าใจ คำคม จะทำให้ความคิดเราเฉียบแหลมขึ้น ตามปกติคำคมจะมีข้อความสั้นๆ แต่กินใจ ความลึกซึ้งขยายความออกไปได้มาก คนที่ต้องการเป็นนักพูด วิทยากรจึงควรจดจำ คำคมและนำไปใช้ให้เหมาะสม ถูกกาล ก็จะทำให้ผู้ฟังเกิดความศรัทธาได้
โดยมากหลักในการใช้ คำคม ประกอบการพูด ควรให้สอดคล้องกับเรื่องที่พูด และคำคม มีมากมาย หลายชาติ หลายภาษา บางคำคมไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้กล่าว ในบทความฉบับนี้กระผมจึงไม่สามารถอ้างอิง ในบทความนี้ได้ จึงขอนำเสนอคำคมเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการพูด คำคม เกี่ยวกับการพูดมีดังนี้

 ถ้าท่านลุกขึ้นยืนพูดต่อหน้าที่ฝูงชนไม่ได้ อย่าปรารถนาเป็นผู้นำ (หลวงวิจิตรวาทการ)

ทุกคนพูดได้ แต่มีบางคนเท่านั้นที่พูดเป็น (ทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์)

เปล่งวาจางาม ยังประโยชน์ให้สำเร็จ(พุทธศาสนสุภาษิต)

กลองจะดังต้องถูกตี นักพูดจะดีต้องได้รับคำวิจารณ์

 พูดโดยไม่คิด ก็ดั่งยิงปืนโดยไม่เล็ง

อาวุธที่แสนคมยังไม่คมเท่ากับปากคน

คิดก่อนกล่าววาจา ศัตรูจะมาเป็นมิตร กล่าววาจาก่อนคิด มิตรก็อาจกลายเป็นศัตรู

ควรพูดจากใจ จริงใจ มั่นใจ สุดใจ แต่อย่าย่ามใจ

จงพูดแต่ดี อย่าดีแต่พูด

สิ่งที่ลงทุนน้อยและได้เกิดประโยชน์มากที่สุด คือ คำพูดที่ดี

ก่อนพูดเราเป็นนายมัน หลังพูดมันเป็นนายเรา

ลิ้นอ่อนนุ่มยังคงอยู่ ฟันแข็งกระด้างร่วงไปแล้ว

ยิ่งพูดมาก ความจริงก็ยิ่งน้อย
อย่าให้ลิ้นของท่านประจานตัวท่านเอง

คนคิดน้อย พูดมาก คนพูดมาก ทำน้อย

ถ้อยคำดี ถ้าน้ำเสียงไม่ดี ก็มีความหมายไปในทางตรงกันข้าม

ถ้าท่านไม่รู้จักเก็บลิ้น ลิ้นจะเก็บท่าน

กฎทองในการสนทนา คือคิดก่อนพูด

ความจริงพูดไม่ได้ในทุกโอกาส

พูดน้อย คนเกรงใจมาก

ถ้ารู้สึกว่าจะพูดอะไรให้น่าฟังไม่ได้ ก็นิ่งเสียดีกว่า

คำพูดเหน็บแนมที่เฉียบแหลมรุนแรงย่อมเชือดเฉือนได้ลึกกว่าคมอาวุธ(คติฝรั่งเศส)



นี่เป็นตัวอย่างคำคมที่เกี่ยวกับการใช้ปากหรือคำพูด ดังนั้นการใช้คำคมประกอบการพูดจึงมีความสำคัญ เพราะจะทำให้การพูดของเรามีความหลากหลายและผู้ฟังเกิดความศรัทธาในการฟังเราพูด การฝึกใช้คำคมในช่วงแรกๆ เราอาจจำคำคมของนักพูดต่างๆ ก่อน แล้วเราจึงคิดเองขึ้นมาบ้าง
ในบทความฉบับหน้าเราจะมาเรียนรู้เรื่องของการใช้บทกลอน บทประพันธ์ประกอบการพูด การใช้บทประพันธ์ประกอบการพูดจะทำให้ผู้ฟังเกิดความสนใจและดึงดูดใจผู้ฟังได้มาก และยิ่งเป็นการพูดในโอกาสต่างๆ เช่น การขึ้นบ้านใหม่ การสมรส การอำลา การเลี้ยงต้อนรับ ฯลฯ ถ้าใครได้ใช้บทกลอนหรือบทประพันธ์ประกอบการพูดก็จะทำให้เป็นที่จดจำและเกิดความประทับใจได้มากเลยทีเดียวครับ
...
  
อัตลักษณ์ของนักพูด...มีผลต่อการพูดจูงใจคน
อัตลักษณ์ของนักพูด...มีผลต่อการพูดจูงใจคน
โดย....ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
www.drsuthichai.com
อัตลักษณ์ของนักพูดมีความสำคัญต่อการพูดเป็นอย่างมาก เพราะอัตลักษณ์จะทำให้คนเลื่อมใสศรัทธานิยมชมชอบนักพูด ในทางกลับกันถ้านักพูดมีอัตลักษณ์ที่ไม่ดี ก็จะทำให้ผู้ฟังเกิดความระแวงแคลงใจ ขาดความศรัทธาในตัวของนักพูด อีกทั้งส่งผลต่อการพูดอีกด้วย
ผู้อ่านหลายคนอาจจะตั้งคำถาม แล้วอัตลักษณ์คืออะไร
อัตลักษณ์ในที่นี้ กระผมขอหมายความถึง บุคลิกลักษณะรวมไปถึงนิสัยใจคอ
ถ้ามีคนคนหนึ่งมายืนโดยไม่ต้องพูดอะไรในกลุ่มพวกเรา แล้วให้แต่ละแสดงความคิดว่าคนคนนั้นมีนิสัยอย่างไร หลายคนก็จะต้องวิเคราะห์จากบุคลิก ท่าทาง ใบหน้า โดยแต่ละคนก็จะแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เช่น เป็นคนใจดี เป็นคนไว้ใจได้ เป็นคนไว้ใจไม่ได้ เป็นคนมีเสน่ห์ บางคนชอบ บางคนไม่ชอบบุคคลนั้น เป็นต้น
ฉะนั้น อัตลักษณ์จึงผลเป็นอย่างมากต่อความสำเร็จในการพูด ซึ่งมีนักปรัชญา นักศึกษา นักค้นคว้า นักวิจัย ทั้งในอดีตและปัจจุบันได้เห็นความสำคัญดังกล่าว กระผมขอยกตัวอย่างเพียงบางท่าน เช่น
สมัยกรีก อริสโตเติลได้พูดเกี่ยวกับเรื่องอัตลักษณ์ของนักพูด โดยแบ่งออกเป็น 3 ข้อ คือ
1.ผู้พูดมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดและมีไหวพริบหรือไม่
2.ผู้พูดมีอุปนิสัยใจคอเป็นอย่างไร
3.ผู้พูดมีความตั้งใจดีต่อผู้ฟังหรือไม่
ศาสตราจารย์ เจมส์ ซี แม็กครอสกี ได้แบ่งอัตลักษณ์ออกเป็น 3 ตอน คือ
1.อัตลักษณ์เดิม(Initial ethos) คือ อัตลักษณ์ที่ผู้พูดมีอยู่ก่อนการพูดครั้งนั้นๆ ซึ่งผู้ฟังส่วนใหญ่จะทราบกิติศักดิ์หรือทราบประวัติของผู้พูดมาบ้างแล้ว ซึ่งอัตลักษณ์เดิมของผู้พูดเกิดมาจากหลายปัจจัย ดังนี้
1.1.พื้นฐานชีวิต พื้นฐานครอบครัว เช่น เกิดในตระกูลที่ดี วงศ์ตระกูล มีความซื่อสัตย์สุจริต รับใช้ชาติบ้านเมืองเป็นเวลานาน
1.2.ประวัติทางการศึกษา รางวัลทางการศึกษา เช่น ผู้พูดมีการศึกษาที่ดี จบปริญญาเอกจากสหรัฐอเมริกา
1.3.ผลงานต่างๆที่เป็นที่ประจักษ์ จะทำให้ผู้ฟังเกิดความศรัทธาในอัตลักษณ์ของนักพูด
1.4.อุปนิสัยใจคอ เช่น เป็นคนที่ปฏิบัติตามสัญญา พูดจริง ทำจริง ไม่โกหก หลอกลวง
1.5.ตำแหน่งหน้าที่การงาน เช่น มีตำแหน่งใหญ่โตทางการทหาร ตำรวจ หรือเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่
อัตลักษณ์เดิมนี้จะส่งผลต่อการพูด เพราะจะทำให้เกิดการชักจูงใจและทำให้ผู้ฟังเชื่อถือได้ง่าย
2.อัตลักษณ์ใหม่(Derived ethos) เป็นอัตลักษณ์หรือภาพลักษณ์ที่เกิดขึ้นในขณะการพูดต่อหน้าที่ชุมชน หรือกำลังส่งสาร ซึ่งนักพูดที่ต้องการพูดจูงใจคนต้องคำนึงถึงสิ่งดังต่อไปนี้
2.1.การเรียบเรียงวาทะ เช่น ขึ้นต้นต้องมีความตื่นเต้น เนื้อเรื่องต้องมีความกลมกลืน สรุปจบให้มีความจับใจ การเรียบเรียงวาทะ นี้จะทำให้การพูดเกิดสุนทรพจน์ เพราะจะทำให้มีการลำดับเวลา ลำดับเหตุการณ์ ไม่ทำให้ผู้ฟังเกิดความสับสน
2.2.ศิลปะในการส่งสาร เช่น การแสดงท่าทางต้องมี สีหน้าท่าทางที่จริงใจ คำพูดมีความหนักแน่น พูดชัดถ้อยชัดคำ มีการออกเสียงพยัญชนะต่างๆอย่างถูกต้อง ร และ ล เช่น ลูกรอก โรงเรียน โรงแรม ปลอดโปร่ง
2.3.พูดด้วยอารมณ์ กล่าวคือ ต้องพูดด้วยอารมณ์ที่ออกมาจากใจ จริงใจ โดยมีอารมณ์ต่างๆที่มีความสัมพันธ์กับใบหน้า ท่าทาง เช่น พูดเรื่องเศร้าก็ต้องมีใบหน้าที่เศร้า มีการเคลื่อนไหวร่างกายที่ช้า พูดเรื่องสนุกสนาน ก็ต้องยิ้มแย้มแจ่มใส มีการเคลื่อนไหวร่างกายที่กระฉับกระเฉง เป็นต้น
2.4.ใช้วาทศิลป์โดยคิดค้น คำคม ถ้อยคำ แปลก ใหม่ การพูดที่คำคม มีการใช้ถ้อยคำแปลก ใหม่ๆ ผสมผสานจะทำให้ผู้ฟังเกิดความสนใจ เช่น โสเภณีผูกขาด ชัดเจนที่คลุมเครือ เอาคนออกจากน้ำเอาน้ำออกจากคน เป็นต้น
3.อัตลักษณ์ปลายทาง(Terminal ethos) คือ อัตลักษณ์หรือภาพลักษณ์ที่ผู้พูดมุ่งหวังอยากให้เกิดขึ้นหลังจากการฟังการพูดสิ้นสุดลง เพราะก่อนพูด ผู้พูดจะต้องตั้งวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายก่อนพูดจูงใจว่า ผู้พูดต้องการอะไรเสียก่อน ซึ่งหลังพูด นักพูดที่ดีจะต้องมาทำการวิเคราะห์ว่า ทำไมการพูดในครั้งนั้นถึงประสบความสำเร็จ ทำไมการพูดในครั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จ เป็นเพราะสาเหตุใด
ดังนั้น อัตลักษณ์ของนักพูดจึงมีความสำคัญต่อการพูดจูงใจผู้ฟังเป็นอย่างยิ่งและเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้เกิดการจูงใจผู้ฟัง นักพูดที่ต้องการความสำเร็จจะต้องนำเรื่องของ อัตลักษณ์ในการพูด ไปทำการศึกษาค้นคว้าและฝึกปฏิบัติต่อไปก็จะส่งผลให้ประสบความสำเร็จในการใช้วาทศิลป์เพื่อการพูดจูงใจผู้ฟังได้
...
  
การเตรียมการพูด
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

คนที่จะเป็นนักพูด นักบรรยาย วิทยากร และนักพูดทุกประเภท ที่ดี ที่เก่ง และมีชื่อเสียงได้นั้น คนๆนั้นจะต้องมีคุณสมบัติที่ดีหลายประการ แต่คุณสมบัติที่สำคัญมากที่สุด ข้อหนึ่งก็คือ

การเตรียมการพูดนั้นเอง เพราะการเตรียมการพูดจะทำให้นักพูด ท่านนั้นเกิดความมั่นใจในตนเอง การเตรียมการพูดจะทำให้รู้โครงสร้างของเรื่องที่จะพูดและเนื้อหาโดยรวม
การพูด ก็เหมือนกับการแสดง หรือ นักพูดก็เหมือนนักแสดงอย่างหนึ่ง ก็คือ ถ้ามีการเตรียมการพูด มีการฝึกซ้อมอย่างดี ก็จะทำให้การพูดครั้งนั้นๆ ประสบความสำเร็จ นักแสดงก็เช่นกัน ดังนั้นการเตรียมการพูดจึงมีความสำคัญมากจนมีผู้กล่าวว่า ผลสำเร็จของการพูดแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับการเตรียมการพูดประมาณ 70 % เหลืออีก 30% อยู่ที่การพูดบนเวที

ซึ่งการเตรียมการพูดที่ดีนั้น จะต้องมีหลักดังนี้

1.ต้องรู้วัตถุประสงค์ของการพูด รวมทั้งผู้ฟังก่อน การรู้วัตถุประสงค์ของการพูดในครั้งนั้นๆจะทำให้เราเตรียมข้อมูล วิธีการได้ถูกต้อง เช่น การพูดในครั้งนั้นเป็นการพูดเพื่อการบันเทิง เราก็พยายามเตรียมการพูด โดยการหามุข หาเรื่องสนุกๆ ตลกๆ มาพูดให้มากหน่อย หรือการพูดครั้งนั้นเพื่อการจูงใจ ชักจูง เราก็ต้องเตรียมข้อมูลให้มีการอ้างอิง หาหลักฐาน คำพูดของผู้มีชื่อเสียง และหนังสือมาประกอบ อีกทั้งต้องวิเคราะห์ว่าผู้ฟัง เป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ควรพูดลีลา ท่าทาง น้ำเสียง เรื่องที่จะพูดตรงต่อความสนใจของผู้ฟังไหม
2.หาข้อมูลประกอบการพูด การพูดก็เหมือนกับการทำอาหาร เราต้องหาข้อมูลเหมือนกับเราจะทำแกงเนื้อสักถ้วย เราก็ต้องไป หาพริก หาเกลือ หาน้ำ หาเนื้อ หาน้ำปลา หาเครื่องแกง หาผัก ฯลฯ สำหรับข้อมูลที่ดีจะต้องมีความหลากหลาย เช่น มีตัวเลขสถิติ , ตัวอย่าง , หลักฐาน , คำคม , สุภาษิต ดังนั้น ผู้ที่เป็นนักจดบันทึก มีสมุดบันทึกติดตัว จดคำคม ข้อมูลต่างๆ เพื่อนำไปใช้ประกอบการพูด มักจะได้เปรียบเพราะมีการเตรียม มีการหาข้อมูลตลอดเวลา
3.เขียนโครงสร้างเรื่องลงไปบนกระดาษ ขั้นตอนนี้จะต้องเขียนโดยมีโครงสร้างสุนทรพจน์คือ มีคำนำ มีเนื้อเรื่อง และมีสรุปจบ โดยเขียนรายละเอียดทั้งหมดลงไปบนกระดาษ แล้วจึงนำ มาเพิ่มเติม มาตัด มาเสริม และอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยน คำพูดหรือภาษาที่ใช้เพื่อนำไปพูด ไปบรรยาย (คำนำควรมีเนื้อหาประมาณ 10-15 % เนื้อเรื่องควรมีเนื้อหาประมาณ 70-80 % สรุปจบควรมีเนื้อหาประมาณ 10-15 % )
4.ซ้อมพูดหรือฝึกหัดการพูด อาจจะซ้อมพูดต่อหน้ากระจก อาจจะเป็นการซ้อมพูดคนเดียวในที่ต่างๆ ดังเช่นนักพูดดังๆในอดีตและปัจจุบันทำกัน เช่น อาจารย์จตุพล ชมพูนิช เคยให้สัมภาษณ์ว่าเคยซ้อมพูดคนเดียวตอนเดินกลับบ้านโดยเลือกเรื่องที่จะพูดแล้วเริ่มพูด ตั้งแต่ต้นซอยจนถึงบ้านที่อยู่ท้ายซอย,อับราฮัม ลินคอล์น อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ซ้อมพูดขณะอยู่บนหลังม้า ฯลฯ

บางคนอาจไม่คุ้นกับการฝึกพูดคนเดียว อาจจะให้คนรู้จักนั่งฟังหรือให้เพื่อน ภรรยา นั่งฟังแล้วช่วยเสนอแนะข้อที่ควรปรับปรุงในการพูดก็ได้


การซ้อมพูดที่ดี ควรทำท่าทางประกอบและควรจับเวลาด้วย เนื่องจากจะได้ตัดทอนเนื้อหา หากใช้เวลามาก แต่ถ้าเวลาเหลือมากจะได้เพิ่มเติมเนื้อหาเข้าไป การทำท่าทางประกอบในการซ้อมพูดจะทำให้เมื่อออกไปพูดจริงจะไปดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ถ้าท่านยิ่งซ้อมพูดมากเท่าไรก็จะยิ่งดีเท่านั้น


สรุปคือ การเตรียมการพูดเป็นสิ่งที่สำคัญ จะละเลยไม่ได้ ควรเตรียมตัวทุกครั้งเพราะความสำเร็จของการเป็นนักพูดที่ดี อยู่ที่การเตรียมการพูดนั่นเอง


...
  
คุณสมบัติของนักพูดที่ดี
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

คนที่จะเป็นนักพูดที่ดี ผมคิดว่าเขาคนนั้น น่าจะมีอะไรดีๆในตัวอยู่หลายอย่าง ซึ่งคุณสมบัติที่กระผมคิดว่า น่าจะมีอยู่ในตัวนักพูด ก็คือ
1.ต้องเป็นนักฟัง คือคนที่จะพูดเก่งนั้น ต้องเป็นนักฟัง เพราะการฟังมากๆ จะทำให้เกิดการเปรียบเทียบ ข้อมูล ลีลาการพูด น้ำเสียง บุคลิกภาพ ท่าทาง อีกทั้งคนที่ฟังมากๆ จะได้รับความรู้ใหม่ๆ เพื่อนำไปใช้ในอนาคตอีกต่างหาก การตามฟังนักพูดที่มีชื่อเสียงหลายๆท่าน จะทำให้เราได้ข้อเปรียบเทียบว่า ทำไม นักพูดท่านนี้ เราถึง ชอบ ทำไมนักพูดท่านนี้ เราถึงไม่ชอบ
2.ต้องเป็นนักอ่าน การอ่านมากๆ จะทำให้เราได้ข้อมูลมาก เพื่อจะนำไปใช้เมื่อถึงเวลาที่จะต้องพูด นักพูดที่ดีต้องอ่านให้มากๆ โดยเฉพาะ อ่านหนังสือ วารสาร ตำรา ในหัวข้อที่เราชอบหรือถนัด เพื่อที่จะนำไปใช้บรรยาย แต่ถ้าจะให้ดีควรอ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า...อ่านแม้กระทั่ง..ถุงกล้วยแขก...
3.ต้องเป็นนักจำ คนที่จะพูดแล้วคนชอบ คนนั้นจะต้องมีข้อมูลมาก และที่สำคัญต้องเป็นคนพูดคล่อง พูดไม่ติดขัด ดังนั้น การจะพูดให้คล่องและไม่ติดขัด ไม่คิดนานนั้น นักพูดที่เก่งมักจะต้องมีความจำที่ดีเยี่ยม นักพูดบางคน จำกระทั่ง ตัวเลข สถิติต่างๆ กลอน คำคมต่างๆ มากมาย แล้วนำมาใช้ได้ถูกจังหวะเวลา จึงเป็นที่ประทับใจของผู้ฟัง
4.ต้องเป็นนักจด คนที่เป็นนักพูดที่ดี ต้องหมั่นตามฟัง นักพูดท่านอื่นๆให้มาก และต้องอ่านให้มาก แต่สิ่งที่สำคัญคือเรื่องของความจำ แต่ถ้าเราจำไม่ได้ วิธีที่ดีอย่างหนึ่งก็คือ เราต้องจดครับ
หาสมุดบันทึกมาหนึ่งเล่ม มีบทกลอน คำคม หรือคำพูดที่น่าสนใจที่เราฟัง ที่เราอ่านและประทับใจให้จดไว้ เพราะสักวันหนึ่งเราต้องนำ ข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ประกอบการพูดของเราในอนาคต
5.สุดท้าย นักพูดที่เก่ง จะต้องปรุงเก่ง ปรุงในที่นี้ คือ นำข้อมูลต่างๆ ที่หาได้จากการฟัง การอ่าน การจด นำมาผสมผสาน ให้เกิดความน่าสนใจเพื่อนำไปพูดหรือบรรยาย นักพูดที่ปรุงเก่งเปรียบเทียบแล้วคงเหมือนกับพ่อครัว แม่ครัว ที่ต้องมีสูตรอาหาร มีกระบวนการปรุงอาหาร แล้วคนชอบ เพราะการทำอาหาร ถ้าให้พ่อครัว แม่ครัว ทำข้าวผัดแข่งกันว่าใครทำอร่อย เรื่องนี้ คงต้องอาศัยการปรุงแหละครับ ( ถึงแม้จะมีวัตถุดิบ ที่เหมือนกัน ข้าว น้ำปลา น้ำตาล น้ำมันพืช ไข่ เนื้อหมู เนื้อไก่ หอม กระเทียม แต่การปรุงให้อร่อยคงต้องอาศัยฝีมือของพ่อครัว แม่ครัวแต่ละท่าน)

ดังนั้น การพูดที่ดี เป็นทั้งศาสตร์ ก็คือ การหาความรู้ จากการฟัง การอ่าน การจด การจำ แต่สิ่งที่ทำให้คนพูดเก่งแตกต่างกันก็คือ การใช้ศิลป์นี่เอง ศิลป์ คือ การประยุกต์ใช้ ลีลา ท่าทาง น้ำเสียง บุคลิกภาพ หน้าตา


ฯลฯ และที่สำคัญผู้ที่มีความต้องการจะเป็นนักพูด จะต้อง ฝึกทักษะให้มากๆ เช่น เราชอบนักพูดท่านนี้ พูดตลกดี


แล้วเรามีวิธีไหนบ้างที่จะพูดให้ได้ตลกเหมือนเขาหรือดีกว่าเขา หรือ เราเห็นนักการเมืองคนนี้พูดปราศรัยหาเสียงเก่ง แล้วเราลองฝึกหัดปราศรัยหาเสียงกับเขาบ้าง แล้วค่อยปรับปรุง เพื่อให้ดีกว่าหรือเก่งกว่าเขา


แต่สิ่งที่สำคัญก็คือต้องฝึกบ่อยๆ ถ้าเป็นไปได้ฝึกทุกวันได้ยิ่งดี ไม่ต้องไปท้อแท้ก่อนที่จะประสบความสำเร็จ ไม่มีเวทีพูดก็ลองหัดพูดคนเดียวดูก็ได้ เช่น นักพูดที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและต่างประเทศ หลายคนพูดต่อหน้ากระจกคนเดียว บางคนพูดบนหลังม้าขณะเดินทางไกล บางคนพูดขณะเดินกลับบ้าน ฯลฯ


สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับท่านที่ต้องการเป็นนักพูดที่ดี ระยะทางหมื่นลี้ ต้องเริ่มต้นจากก้าวแรกครับ








...
  
จะพูดให้ดี...ต้องมีครู...
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

การที่คนเราจะพูดให้ได้ดี พูดเป็น พูดเก่ง จำเป็นจะต้องมีครู เพราะการเรียนรู้ด้วยตนเอง

อาจทำให้เกิดการผิดพลาด เสียหาย และประสบความสำเร็จช้ากว่าการเรียนรู้จากครู ในยุคปัจจุบัน ครูหรือผู้สอน วิทยากร มีมากมาย หลายสถาบัน รวมทั้งหนังสือ ตำรา แหล่งข้อมูลต่างๆ ที่ทำให้เราสามารถเรียนรู้ได้มากขึ้น การเรียนรู้จากแหล่งต่างๆ ข้างต้น ก็เป็นการเรียนรู้อีกทางหนึ่งที่จะ ทำให้เราพูดได้ดี พูดได้เก่งขึ้นกว่าการเรียนรู้จากประสบการณ์ของตนเอง

ทั้งนี้ การเรียนรู้จากครู นั้น ในเบื้องต้น เราต้องทราบก่อนว่า ครู หนังสือ ตำรา แหล่งเรียนรู้มีมากมายในปัจจุบัน แต่ครูที่ดี ที่ถูกใจเราของแต่ละคนนั้น ไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะชอบเรียนรู้จากครูคนนี้ บางคนไม่ชอบ ดังนั้น การจะเอาใครมาเป็นครู ของแต่ละคน จึงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น นิสัยใจคอ เทคนิคการสอน เครื่องมือช่วยสอน ฯลฯ

แต่การจะพูดให้ได้ดีนั้น ผู้ฝึกใหม่ๆ ควรมีแบบอย่างหรือมีครู เช่น ถ้าเรารักชอบ นักพูดท่านใดเราก็ควร เรียนรู้จากเขา สังเกต เลียนแบบ เพื่อพัฒนาให้เป็นตัวของตนเองในอนาคต ดังเช่น นักพูดหลายคน ชอบคุณสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ก็สามารถนำเทปหรือฝึกสำนวน ลีลา การพูดของคุณสมัครในตอนต้นๆ แล้วจึงพัฒนาเป็นของตนเอง บางคนชอบคุณชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ก็สามารถตามไปฟังคุณชวน หลีกภัย หาเสียงบ่อยๆ แล้วจึงพัฒนาเป็นตัวเองในที่สุด

บางคนชอบอาจารย์จตุพล ชมภูนิช ก็สามารถฟังเทป เลียนแบบกิริยาท่าทางของอาจารย์ แล้วค่อยพัฒนาเป็นรูปแบบของตัวเอง ดังนั้น การจะเป็นนักพูดที่ดี... จำเป็นต้องมีครูครับ.... มีเพื่อเป็นตัวอย่างของตัวเอง มีเพื่อเป็นต้นแบบของตนเอง แต่ไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบเพียงแค่คนๆเดียว เช่น ตัวกระผมเอง ถ้าต้องการเรียนรู้การพูดแบบบันเทิง ต้นแบบก็มีอาจารย์จตุพล ชมภูนิช คุณโน้ต อุดม แต้พานิช ถ้าเป็นการพูดแบบจูงใจ หาเสียง การขายประกัน ก็มี อาจารย์อุสมาน ลูกหยี คุณเฉลิม อยู่บำรุง คุณกฤษณา กฤตมโนรถและ คุณชวน หลีกภัย หรือการพูดในรูปแบบบรรยาย ก็จะมีอาจารย์สุขุม นวลสกุล เป็นต้น

ถามว่า ทำไม ต้องมีครูหลายคน ก็เพราะว่าวัตถุประสงค์ของการพูดมีหลายแบบ เช่น การพูดเพื่อความบันเทิง การพูดบรรยาย การเล่าเรื่อง และการพูดจูงใจ ฉะนั้น ถ้าเราเรียนรู้จากอาจารย์เพียงคนเดียว เราก็ประสบความสำเร็จในการพูดได้น้อยกว่าคนที่มีครูหลายคน เช่น การพูดในสภา การพูดหาเสียง การพูดขายของ เราก็ต้องพูดแบบจูงใจ แต่เราไม่ได้เรียนรู้มา แล้วเราไปใช้วิธีการพูดแบบ อาจารย์จตุพล ชมภูนิช คนฟังหัวเราะ ตลกแต่เป็นการพูดโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความบันเทิง แต่จูงใจไม่ได้ ก็ไม่ประสบความสำเร็จในการพูด


หรือ ถ้าเราจะพูดเพื่อความบันเทิง แต่เราไปใช้ลีลา การพูดแบบ อดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย ก็ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จในการพูดในสถานการณ์นั้นๆ ดังนั้น เราควรมีครูหลายคน เพื่อเรียนรู้ การพูดให้มีความหลากหลาย แล้วนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ


แม้แต่หนังสือ ท่านก็ต้องหาหนังสือการพูดที่แต่งโดย อาจารย์หลายคนๆ เพราะ หนังสือเพียงหนึ่งเล่ม ท่านอาจได้ความคิดเพียงแค่ประโยคเดียวเอง แต่สามารถเปลี่ยนความคิด ความฝันของท่านได้ ถ้าได้อ่านหลายเล่มยิ่งดีกว่าการอ่านหนังสือเพียงเล่มเดียว ดังนั้น ควรหาอ่านหนังสือ ตำรา การพูด จากอาจารย์หลายๆ ท่านที่แต่ง


เวลาอ่านไม่ควร อ่านแบบผ่านๆ ควรขีดเส้นใต้ในประโยคสำคัญๆ หรือที่เราประทับใจ หรือจดประโยคนั้นๆ ไว้ในสมุดจดบันทึกของเรา เพื่อนำมาใช้ในอนาคตได้


สรุปคือ การที่ท่านจะพูดให้ได้ดี....ท่านจำเป็นจะต้องมีครู....และควรหาครูหลายๆคน รวมทั้งเรียนรู้จากหนังสือหลายๆ เล่ม เพื่อหาจุดดี จุดเด่นของครูท่านนั้นๆ เพื่อนำมาพัฒนาตนเอง แล้วในที่สุดท่านจะพูดได้ดี พูดได้เก่งในที่สุด เพราะการพูดเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์
...
  
องค์ประกอบของการพูด
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
องค์ประกอบของนักพูดที่ดี มีอยู่หลายองค์ประกอบด้วยกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น แล้วแต่ใครเป็นคนคิดค้น แต่องค์ประกอบของนักพูดที่ดี ในทัศนะของกระผมจะต้องมี 8 ข้อ ต้องมีดังนี้

1. ต้องไม่หยุดนิ่ง มันเป็นวิชาที่ต้องมีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทั้งความคิด ความรู้ ข้อมูล ประสบการณ์ เราต้องหาเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นเราจะล้าหลังคนอื่น

2. ต้องเป็นนักฟัง ต้องเป็นคนชอบฟังเขาพูด ฟังคนนี้คนนั้นพูด ในขณะเดียวกันกระผมคิดว่าเราจะพูดเก่งไม่ได้ถ้าเราไม่มีข้อมูล ฉะนั้นเราจะต้องมีข้อ 3 ด้วยคือ
3. ต้องเป็นนักอ่าน การอ่านทำให้รู้ข้อมูลมาก ข้อมูลทำให้เราดัดแปลงในการพูดในอนาคต


4. ต้องเป็นนักประยุกต์ คือ เวลาเราฟัง เรารู้อะไรมาเราจะต้องมาประยุกต์เป็น ไม่ใช้ข้อมูลดิบ มันจะต้องเป็นข้อมูลที่ผ่านการกลั่นกรองดัดแปลงมาแล้ว เราจะต้องพูดให้สนุก ข้อมูลอย่างนี้ พูดให้สนุกได้อย่างไร ข้อมูลอย่างนี้พูดให้จริงจัง พูดให้ซีเรียสอย่างไร


5. ต้องมีบุคลิกที่ดี ไม่จำเป็นต้องสวยต้องหล่อ แต่ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณะชน ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าเสื้อผ้า การแสดงออก กริยาท่าทางต้องมั่นใจ เชื่อถือได้ ไม่ดูอุบาทว์ ซ๊กม๊ก ไม่แต่งตัวยั่วยวน


6. ต้องเตรียมตัวดี คือ ทุกครั้งก็ขึ้นพูดจะต้องมีการเตรียมตัวที่ดีก่อน ศึกษาว่างานนั้นเป็นงานอะไร ใครฟัง ฟังอะไรและต้องการอะไร จากผู้พูดบ้าง


7. ต้องรู้จักรับฟัง คำประเมิหรือคำวิจารณ์ เหมือนกับเรามองกระจก ก็จะรู้ว่า เราแต่งตัวดีหรือไม่ ทรงผม ใบหน้า เป็นอย่างไร การพูดก็เช่นกัน เราจะไม่ทราบข้อบกพร่อง ผิดพลาด ของเราเลย เนื่องจากคนเรามักเข้าข้างตนเอง ดังนั้นควรมีคนเคยเป็นกระจกให้ คือ เป็นผู้ประเมิน ผู้วิจารณ์ให้ แต่ต้องทำใจรับฟังได้นะครับ เพราะบางคนหัวใจสะออนรับไม่ได้ โกรธและโมโหผู้ประเมินหรือผู้วิจารณ์ จึงทำให้ตนไม่มีการพัฒนา


8. ต้องมีใจรัก เมื่อล้มเหลว ไม่รู้จักท้อแท้ ท้อถอย ในกรณีที่ขึ้นไปพูดแล้วคนไม่ฟัง พูดแล้วคนเล่นกันไม่สนใจการพูด พูดแล้วไม่เป็นดังตั้งใจ ถ้ามีใจรักมักจะอดทนมากกว่าคนปกติ คือ วานนี้ล้มเหลว วันนี้ล้มเหลว พรุ่งนี้ล้มเหลว มะรืนนี้ล้มเหลว มะเรื่องนี้ล้มเหลว แต่ฝันมันก็ยังอยู่


ถ้ามีความตั้งใจ จะไปแปลกอะไรกับความสำเร็จ

...
  
ถ้อยคำการพูด
ถ้อยคำการพูด
การใช้ถ้อยคำ

โดย...สุทธิชัย ปัญญโรจน์

ภาษาเปรียบเทียบกล้องส่องความคิด ภาพน้ำจิตอาจเห็นได้เด่นใส


ถ้าเขียนพูดปูดเปื้อนเลอะเลือนไป ก็น้ำใจหรือจะแจ่มแอร่มฤทธิ์


การรู้จักใช้ถ้อยคำ คำพูดที่ดีหรือถูกต้องตามหลักเกณฑ์ด้านภาษา ย่อมแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญา ชาติกำเนิดการศึกษาการอบรม วัฒนธรรมอันดีงาม การใช้ภาษาหรือถ้อยคำที่เหมาะสม ทำให้ผู้ฟังวินิจฉัยถึงพื้นฐานการศึกษา ของนักพูดท่านนั้นได้


บางคนพูดไม่ชัดเจน เช่น ตัว“ร” ออกเสียงเป็นตัว“ล” (โรงเรียน เป็น โลงเลียน) (ครั้งคราว เป็น ค้างคาว ฉันไปนครสวรรค์เป็น ค้างคาว อันนี้คงหมายถึงบินไป)


ถ้าเราสังเกต จะเห็นได้ว่าการพูดไม่ชัดเจน การใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม บุคคลเช่นนี้มีมากทีเดียวในสังคมไทย แทบทุกวงการ โดยที่เมื่อมีโอกาสพูดให้ประชาชนฟัง ก็จะปล่อยออกมา เช่นนั้น ไม่ได้มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไขให้เกิดความถูกต้องและเหมาะสม ในเรื่องของการใช้ถ้อยคำมีนักพูดและนักเขียนแนะนำไว้ว่า


มาร์ค ทเว้น นักเขียนผู้มีชื่อกระฉ้อนโลก เป็นนักอ่านตัวฉกาจคนหนึ่ง ในการเขียนของเขาเขาเขียนด้วยถ้อยคำสำเนียงรื่น ชวนอ่าน สำหรับการฝึกฝนนั้น เขาได้ศึกษาค้นคว้า เขามีความบากบั่นไม่ลดละ ถึงขั้นมีพจนานุกรมติดตัวไปด้วย แลอ่านศึกษาค้นคว้า การใช้พจนานุกรม จนเป็นผู้มีความเชียวชาญทางด้านภาษา และการใช้ถ้อยคำสำนวน


จตุพล ชมพูนิช นักพูดระดับแนวหน้าของไทย ได้มีวิธีการปรับปรุงทางด้านภาษาโดยใช้การอ่านหนังสือเป็นหลัก ส่วนการติดตามฟังนักพูดท่านอื่น ก็เป็นเรื่องรองๆ มา


สำหรับตัวกระผมเอง กระผมคิดว่าการอ่านเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการความก้าวหน้าทุกระดับ ไม่ว่าการทำงาน หรือ นักพูด นักเขียน การอ่านหนังสือทุกประเภท กระผมเชื่อว่าหนังสือแต่ละเล่มย่อมมีประโยชน์ โดยส่วนตัวกระผมเอง กระผมอ่านตั้งแต่ตำราดูลายมือไปจนถึงหนังสือเล่มหนาๆ แล้วหาประโยชน์จากหนังสือเหล่านั้น ผสมผสานกันจนนำมาเป็นความคิดของเราเอง (แต่ในปัจจุบันกระผมค่อนข้างจะเน้นอ่านหนังสือภาษาอังกฤษเป็นหลัก เพราะความรู้ต่างๆ จะมีนักคิด นักเขียน แต่งเป็นภาษาอักฤษก่อนแล้วแปลเป็นภาษาไทย ฉะนั้นในปัจจุบันถ้าใครเก่งภาษาอังกฤษ สามารถอ่านภาษาอังกฤษได้ก็จะได้รับข้อมูลข่าวสาร ความรู้ก่อนคนอื่น)


จะเห็นได้ว่า บุคคลที่เป็นนักพูด นักเขียน นักประพันธ์ นักการเมือง นักพัฒนา นักบริหาร นายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดี ที่มีถ้อยคำสำนวนภาษาอย่างดี และสละสลวย ย่อมเคยใช้ความบากบั่นมานะพยายามอย่างหนักหน่วง ทุ่มเทชีวิตจิตใจเพื่อการอ่านหนังสือโดยแท้

...
  
การพูดแบบผู้นำ
ผู้นำพูด
การพูดแบบผู้นำ

โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์


บทความในวันนี้กระผมขอพูดถึงเรื่องของการพูดแบบผู้นำ ซึ่งการพูดแบบผู้นำนี้จะพูดธรรมดาเหมือนผู้ตาม หรือคนทั่วไปไม่ได้ เพราะมันจะไม่เห็นความแตกต่างระหว่างผู้นำกับผู้ตามดังนั้นคนที่ต้องการเป็นผู้นำหรือเป็นผู้นำอยู่แล้ว จึงต้องเรียนรู้หลักการวิธีการเพื่อนำไปใช้ในการพูดในแต่ละครั้ง ผมเชื่อว่าพวกเราคงเคยได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับประโยคคำคมของผู้นำภายในประเทศและในต่างประเทศมาบ้างแล้ว คำคมเหล่านี้ทำให้เป็นที่จดจำและนำไปคิดเพิ่มแล้วก่อให้เกิดปัญญาขึ้นเช่น


“ จงอย่าถามว่าประเทศชาติจะให้อะไรแก่ท่านบ้าง แต่จงถามว่าท่านจะให้อะไรแก่ประเทศบ้าง ”

เป็นคำพูดสุนทรพจน์ของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เคนาดี้

“ ถ้าท่านไม่สามารถลุกขึ้นพูดต่อหน้าฝูงชนได้ ก็อย่าปราถนาเป็นผู้นำ"


เป็นคำพูดของหลวงวิจิตร

หรือ “ ระบบประชาธิปไตยคือระบบที่ปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน

เป็นคำพูดสุนทรพจน์ของอดีตประธานาธิบดี ลินคอล์น

ดังนั้นในวันนี้เราจะมาพูดเรื่องเทคนิคการพูดแบบผู้นำ ดังนี้

- ผู้นำจะต้องพูดด้วยความมั่นใจ พูดชัด ไม่ติดติดขัดขัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ภาษาก็ต้องพูดชัดไม่ว่าจะเป็นผู้นำที่พูดภาษาอังกฤษหรือพูดภาษาไทย ผู้นำจะต้องรู้จักการใช้ภาษานั้นได้เป็นอย่างดี และมีการใช้คำได้หลากหลายมากกว่าผู้ตาม การพูดการใช้ภาษาของผู้นำจะทำให้ผู้ตามทราบว่าผู้นำมีการศึกษาดีมากน้อยแค่ไหนดังคำโบราณได้พูดไว้ว่า “ สำเนียงบอกภาษา กริยาบอกสกุล ” การพูดด้วยความมั่นใจจะทำให้ผู้ตามเกิดความมั่นใจตามด้วย

- ผู้นำจะต้องพูดให้มีคำคมอยู่บ้าง เพราะการพูดที่ไม่มีคำคมอยู่เลยจะทำให้ผู้ฟังจำเนื้อหาไม่ได้ทั้งหมดแต่ผู้นำคนใดมีคำคมอยู่บ้าง ก็จะเป็นที่น่าสนใจและเป็นที่จดจำของผู้ฟังดังคำคมประโยคข้างต้นที่กระผมได้กล่าวถึง เนื่องจากคำคมเป็นคำสั้นๆหรือประโยคสั้นๆ แต่กินใจความและสามารถขยายความได้มากขึ้น คำคมบางคำทำให้คนฟังคิดตามแล้วเกิดปัญญาขึ้นตามมาด้วย

- ผู้นำจะต้องพูดให้มีอารมณ์ขันบ้าง เพราะการพูดจริงจังตลอดเวลาจะทำให้ผู้ฟังเครียด แต่ถ้าผู้นำคนใดนำอารมณ์ขันมาใช้ คนฟังมักจะชอบโดยเฉพาะสังคมไทย ผู้ฟังมักชอบฟังอะไรที่ตลก ขบขัน มากกว่าฟังอะไรที่เครียด ดูจริงจัง

- ผู้นำจะต้องพูดให้มีไหวพริบปฏิภาณในการพูด เนื่องจากการพูด การปราศรัย บางแห่งจะมีผู้ฟังถามลองของหรือถามลองภูมิผู้พูด ดังนั้น ผู้เป็นผู้นำจะต้องตอบให้ได้หรือให้ทันเหตุการณ์ผู้นำจะต้องมีไหวพริบปฏิภาณในการพูดตอบโต้

- ผู้นำจะต้องพูดด้วยอารมณ์ กระผมไม่ได้หมายถึงใช้อารมณ์ในการพูดนะครับ ไม่ใช่ไปด่าผู้ฟังอะไรทำนองนั้น แต่ผู้นำจะต้องใส่อารมณ์ในการพูด เช่นพูดเรื่องเศร้าก็ต้องใช้น้ำเสียงและสีหน้า ท่าท่างอย่างหนึ่ง พูดเรื่องตลก ก็ต้องทำสีหน้า น้ำเสียงอีกอย่างหนึ่ง พูดจูงใจ ก็ต้องใช้น้ำเสียงจริงจัง ท่าทางจริงจัง เพื่อให้ผู้ฟังเกิดความเชื่อมั่น

และยังมีอีกหลายทักษะ ที่ผู้นำจะต้องเรียนรู้และนำไปปฏิบัติ เพราะการพูดแบบผู้นำเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ศาสตร์ก็คือสามารถเรียนรู้ได้ จากหนังสือ ตำรา ทฤษฏีต่างๆ ศิลป์คือการประยุกต์ใช้เพื่อนำศาสตร์ไปปฏิบัติ ท้ายนี้อยากฝากบทกลอนของผู้แต่งที่มีคนแต่งเอาไว้กระผมเคยเห็นครั้งแรกในมหาวิทยาลัยรามคำแหงเมื่อสิบกว่าปีก่อน

“ วาทะการนั้นเป็นเช่นของสูง เป็นเครื่องจูงใจคนดั่งมนต์ขลัง

เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ทรงพลัง และเป็นทั้งศาสตราเป็นอาภรณ์

เราจะใช้วิชาล้ำค่านี้ เพื่อสร้างสรรค์ สิ่งดีเป็นนุสรณ์

เพื่อเทิดธรรมพัฒนาประชากร เพื่อบ้านเกิดเมืองนอนแผ่นดินไทย”






Nov 9 /2010

51.
พูดโอกาสต่างๆ
การพูดในโอกาสต่างๆ


โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์


เมื่อวันที่ 26-27 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมากระผมได้มีโอกาสเป็นวิทยากรให้แก่ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลดงเจน จังหวัดพะเยา ในหัวข้อ “ การพัฒนาบุคลิกภาพและการพูดต่อหน้าที่ชุมชน” ณ โรงเรียนดงเจนวิทยาคม จังหวัดพะเยา ในวันที่สองของการฝึกอบรมกระผมได้บรรยายในหัวข้อการพูดโอกาสต่างๆ เนื่องจากผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่เป็นผู้นำท้องถิ่น จึงมีโอกาสในการขึ้นพูดในโอกาสต่างๆมาก เช่น การพูดในงานมงคลสมรส การพูดในงานขึ้นบ้านใหม่ การพูดในงานคล้ายวันเกิด การพูดในงานศพ การพูดในงานต้อนรับสมาชิกใหม่และการพูดกล่าวแสดงความยินดี ฯลฯ


สิ่งสำคัญในการพูดในโอกาสต่างๆ มีดังนี้ครับ


- ผู้พูดจะต้องรู้สถานการณ์และผู้ฟัง เช่น ถ้างานนั้นดำเนินไปด้วยความล่าช้า เราจำเป็นจะต้องพูดให้น้อยลง ทั้งๆที่เรามีอะไรต่างๆจะพูดมากมายก็ตาม โดยเฉพาะเลยเวลารับประทานอาหารไปนานแล้ว เพราะขนาด ก่องข้าวน้อยยังฆ่าแม่ได้เลย นับประสาอะไรกับผู้พูดที่ไม่ใช่ญาติมิตรกัน


- ต้องรู้ลำดับรายการผู้จะขึ้นพูดในโอกาสต่างๆ ต้องรู้ว่าลำดับของรายการต่างๆเป็นไปอย่างไรจะได้เตรียมตัวถูก ต้องรู้ว่ารายการอะไรก่อน รายการอะไรหลัง


- ต้องรู้จุดมุ่งหมายของงานนั้นๆ ว่าลักษณะของงานเป็นลักษณะงานที่บันเทิงสนุกครึกครื้น


เฮฮา หรือ เป็นงานที่เศร้าโศกสลด เราจะได้พูดให้ถูกกาลเทศะ


สำหรับโอกาสในการพูดในโอกาสต่างๆ มีดังนี้


1.การกล่าวแนะนำ โดยมากเป็นการกล่าวแนะนำ ผู้ที่อภิปราย วิทยากร ผู้โต้วาที หรือผู้เข้าร่วมอบรมหรือประชุม สัมมนาในงานนั้นๆ เป็นการกล่าวแนะนำก็เพื่อให้ผู้ฟังรู้จักและสนใจ “ตัวผู้พูด” และ “เรื่องที่จะพูด”


2.การกล่าวต้อนรับ เป็นการกล่าวต้อนรับผู้มาเยี่ยมเยือนหรือกล่าวต้อนรับสมาชิกใหม่


3.การกล่าวอวยพร ส่วนใหญ่เป็นการกล่าวในโอกาสที่เป็นงานมงคล เช่น งานมงคลสมรสหรืองานแต่งงาน งานวันคล้ายวันเกิด(ไม่ใช่งานวันเกิด เพราะวันเกิดมีวันเดียว) งานขึ้นปีใหม่ งานฉลองการเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งต่างๆ ฯลฯ


4.การกล่าวไว้อาลัย โดยมากเรามักคิดถึงแต่งานศพ แต่จริงๆแล้วการกล่าวไว้อาลัยมีหลายอย่าง เช่น ไว้อาลัยผู้ตาย ไว้อาลัยผู้ที่ย้ายไปรับตำแหน่งใหม่ หรือที่ทำงานใหม่และไว้อาลัยในงานโอกาสไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ เป็นต้น


สำหรับท้ายนี้กระผมมีตัวอย่างการกล่าวอวยพรในงานมงคลสมรส โดยผู้กล่าวเป็นแม่ของเจ้าบ่าวดังนี้


สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ชีวิตของความเป็นผู้หญิงทุกคนคงไม่แตกต่างจากดิฉัน คืออยากให้คนที่เรารักหรือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเราได้มีความสุขและดิฉันก็ได้ปฏิบัติต่อครอบครัวของดิฉันเสมอมา ดังนั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปดิฉันก็เชื่อว่าสุภาพสตรีที่นิสัยดีและน่ารักคนนี้ คือสะใภ้ของดิฉันจะทำหน้าที่ภรรยาที่ดีและรักลูกชายของดิฉันได้นานแสนนานตลอดไป ขอบคุณค่ะ

หรือ พ่อของเจ้าบ่าวกล่าวดังนี้

สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน กระผมขอเปรียบชีวิตของคนเราเหมือนต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีความจริงใจเป็นรากแก้ว


มีความอดทนคือลำต้น มีความร่มเย็นคือร่มใบพร้อมทั้งความดีงามคือดอกผล จึงได้ชื่อว่า ต้นไม้แห่งความรัก


ความผูกพันและกระผมเชื่อว่าเจ้าบ่าวและเจ้าสาวทั้งสองจะหมั่นดูแลรับผิดชอบซึ่งกันและกัน เหมือนต้นไม้ดังกล่าวมา ส่วนครอบครัวของทั้งสองฝ่ายนั้นจะเป็นเม็ดฝนชโลมความชุ่มชื่นแด่เจ้าบ่าวเจ้าสาวตลอดไป


ท้ายนี้ขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานแต่งงานในวันนี้(โดย อ.ภูวดล ภูภัทรโยธิน )





...
  

    จำนวนหน้า : [1]  [2]  [3]  [4]  [5]  [6]  [7]  

หนังสือ พูดอย่างมีกึ๋น
ศิลปะการขาย
วาทะวาที

  Copyright @ 2010 drsuthichai.com All Rights Reserved.  Powered by ThaiWeb.  Admin Business Online 
Popularne pozyczka 5000 kasa stefczyka tarnów, dzięki nowelizacjom w prawie, są coraz pozyczka do 3 osób. Nowe regulacje mają na celu ochronę konsumentów i objęcie większym nadzorem procedur udzielania pożyczek pozabankowych chwilówki plac wolności rzeszów x kom. Nowe przepisy opierają się na pożyczki dla zatrudnionych na czarno góra zmianie ustawy o nadzorze nad rynkiem finansowym net credit splata pozyczki irlandia. Weszły one w życie z dniem 11 marca 2016 r. chwilówka dla studenta ranking Poniżej zamieszczamy ich przegląd. Firma pożyczkowa musi dysponować minimalnym kapitałem początkowym w wysokości 200 tys. zł – kapitał ten nie może pochodzić z pożyczek eurobank pożyczka online pl. W ten sposób postarano się wyeliminować z rynku małe firmy, które powstawały tylko po to, aby w jak najkrótszym czasie oszukać rzesze klientów udzielanie pożyczek zwolnione z vat. Nadzór nad firmami pożyczkowymi może prowadzić Komisja Nadzoru Finansowego z o.o. udziela pożyczki vivus. KNF w razie wątpliwości może objąć monitoringiem warunki oferowanych pożyczek pożyczka 3000 online. Firma pożyczkowa, która utrudni działania czy umowa pożyczki może być bez odsetek hipotecznych, może zostać obarczona karą do 500 tys. zł credit agricole kredyt mieszkaniowy kalkulator. Niektórzy eksperci uważają, że optymalna karą za nielegalne praktyki, byłoby 1 mln zł. wynagrodzenie z tytułu pożyczki hipotecznej Ustalono także, że wszystkie koszty pożyczki nie mogą być wyższe niż 100% kwoty udzielonej koszty umowy pożyczki rodzinnej, uwzględniając cały okres kredytowania czesc pozyczki hipoteczne. Ponadto maksymalne opłaty oraz odsetki z tytułu opóźnień w umowa pożyczki od wspólnika spółki cywilnej uchwała spłacie nie mogą przekraczać 6-krotności stopy lombardowej kredytu ustalanej przez NBP pożyczka z zfśs a zwolnienie szpitalne. Koszty udzielenia pożyczki nie mogą przekroczyć 25% kwoty udzielonej pożyczki pożyczki bez bik poznan poland, a koszty pozaodsetkowe w skali roku nie mogą być większe niż 30% gdzie dostać kredyt dla zadłużonych. Chwilówki mogą być obarczone odsetkami ustawowymi tarnow pozyczki bez qica, czyli maksymalnie 4-krotnością kredytu lombardowego NBP pożyczka na doposażenie stanowiska pracy chomikuj.