หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
ข่าวสาร
สินค้า
บริการ
แกลลอรี
เว็บลงค์
เว็บบอร์ด
ติดต่อเรา

บริการ

 รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
 บทความต่างๆ ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
  -  
  -  คำคม เกี่ยวกับการพูด
  -  ถ้าอยากเป็นนักพูด...เชิญทางนี้....
  -  อัตลักษณ์ของนักพูด...มีผลต่อการพูดจูงใจคน
  -  จะพูดให้ดี...ต้องมีครู...
  -  ศิลปะการพูดจูงใจ
  -  วิเคราะห์ผู้ฟัง
  -  พูดเพื่อให้ได้
  -  พูดดีเป็นศรีแก่งาน
  -  องค์ประกอบของการพูด
  -  ถ้อยคำการพูด
  -  การพูดแบบผู้นำ
  -  บุคลิกภาพของนักพูด
  -  ควรพูดให้ได้ทั้งสาระและความบันเทิง
  -  วิธีการฝึกพูดด้วยตนเอง
  -  ครบเครื่องนักพูด
  -  พูดเป็นเขียนเป็นอย่างนักพูดนักเขียน
  -  การพูดต่อที่ชุมชน
  -  ศิลปะการพูดในงานบริการ
  -  การเปิดฉากการพูด
  -  การสร้างความน่าเชื่อถือในการพูด
  -  การพูดที่ล้มเหลว
  -  การสร้างวาทะสำหรับนักพูด
  -  คำคม คำพูด ข้อคิดนักพูด
  -  วิทยากรสมัยใหม่
  -  การฝึกพูด
  -  เทคนิคการเป็นวิทยากรมืออาชีพ
  -  จงระวังความเคยชินในการพูด
  -  ภาษากายกับการพูด
  -  การพูดต่อหน้าที่ชุมชน
  -  การสร้างอารมณ์ขันในการพูด
  -  ความเชื่อมั่นในตนเองเวลาพูดต่อหน้าที่ชุมชน
  -  กิริยาท่าทางในการพูด
  -  การฝึกซ้อมการพูด
  -  วัตถุดิบสำหรับการพูด
  -  การออกเสียงและการพัฒนาพลังเสียงในการพูด
  -  พูดเหมือนผู้นำ
  -  ศิลปะการพัฒนาการพูด
  -  การพูดหาเสียงเลือกตั้ง
  -  เทคนิคในการเรียนพูดภาษาอังกฤษ
  -  การอ้างวาทะคนดังในการพูด
  -  การพูดทางการเมือง
  -  คำพูดเจาะจิต
  -  วิทยากรที่ดีต้องรู้จักผสมผสาน
  -  พูดให้ถูกสถานการณ์
  -  การพูดในอาชีพสื่อมวลชน
  -  การสร้างอารมณ์ขันในการพูด
  -  วิธีการฝึกการพูดของ พันเอก ปิ่น มุทุกันต์
  -  วิธีฝึกพูดของ เดล คาร์เนกี
  -  ศิลปะการพูดว่าความในศาล
  -  ปัจจัยที่ส่งผลให้ชนะการเลือกตั้งโดยไม่ใช้เงินซื้อเสียง
  -  คุณธรรมนักพูด
  -  วิธีสร้างความกล้าในการพูดต่อหน้าที่ชุมชน
  -  โฆษกกับการพูดที่ดี
  -  มโนภาพกับการพูด
  -  การนำเสนอและการพูดต่อหน้าที่ชุมชนที่ดี
  -  การเขียนสคิปในการพูด
  -  การใช้มือประกอบการพูด
  -  พลังของจังหวะในการหยุดพูด
  -  การอ่านใจคนจากภาษากาย
  -  เคล็ดลับในการเป็นนักพูดต่อหน้าที่ชุมชนที่ดี
  -  การสื่อสารสำหรรับข้าราชการ
 บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเสริมสร้างกำลังใจของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 สุนทรพจน์ของนักการเมือง
 บทความเกี่ยวกับการขายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับกฏหมายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเขียนของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 นักพูดทางการเมือง
 หนังสือ การพูด
 บทความต่างๆ ของนักพูด
 ประวัตินักขาย
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการขาย
 วาทะของคนดัง
 ประวัติ ทนายความ
 ประวัติอาจารย์นักพูด
 คลิปเสียงภาพ เกี่ยวกับกฏหมาย
 วิธีการสู่ความสำเร็จ
 บุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ
 การบริการด้วยหัวใจ
 ผู้บริหาร
 Mind Map แผนที่ความคิด(หนังสือทางด้านการพูด)
 แนะนำหนังสือการเขียน
 ประวัตินักเขียน
 คลิปนักพูด
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์
 คลิป นักพูดต่างประเทศ
 คลิป ประกอบการบรรยาย
 คลิปเสียงของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ เกี่ยวกับการพูด เช่น นักพูดชั้นนำทำกันอย่างไร , วิธีการปรับปรุงน้ำเสียง ,จะพูดให้ได้ดีต้องมีการเตรียมตัว,นักพูดที่ดีต้องมีการศึกษาและองค์ประกอบของนักพูดที่ดี
 คลิป ครูเคท บรรยาย
 คลิป หมู่บ้านพลัม
 สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
 สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
 พูดอย่างมีกึ๋น
 หนังสือ การทำงานเป็นทีม
 แนะนำหนังสือ เกี่ยวกับการทำงาน
 ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
 คำคม
 รศ.ดร.สุขุม นวลสกุล
 สมชาย หนองฮี
 ดร.ผาณิต กันตามระ
 อ.อุสมาน ลูกหยี
 อาจารย์จตุพล ชมภูนิช
 วสันต์ พงศ์สุประดิษฐ์
 รศ.สุนีย์ สินธุเดชะ
 หมอพงษ์ศักดิ์ ตั้งคณา
 อาจารย์พนม ปีย์เจริญ
 อาจารย์เสน่ห์ ศรีสุวรรณ
 รศ.วิกรณ์ รักษ์ปวงชน
 อาจารย์วิชัย ปีติเจริญธรรม
 ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล
 กนกศักดิ์ ลิขิตไพรวัลย์
 อาจารย์ถาวร โชติชื่น
 สิริลักษณ์ ตันศิริ
 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
 โต้วาที
 คะเณยะ อ่อนนาง
 ภก. ดร. ประชาสรรค์ แสนภักดี
 ประดิษฐ์ กิตติฤดีกุล
 ดร.โอภาส กิจกำแหง
 ประมวลสุนทรพจน์ ทักษิณ ชินวัตร
 ดร.อภิชาติ ดำดี
 อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
 การตลาด
 ทอล์คโชว์
 รวมคลิป ที่เกี่ยวกับการพูดต่อหน้าที่ชุมชน
 คลิป เรื่องการบริหาร
 คลิป บุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจ
 เพลง ที่ให้กำลังใจ
 คลิป ดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีความสุข
 คลิป แรงบันดาลใจ
 คลิป สนุกๆ สร้างสรรค์
 การทำงานอย่างมีความสุข
 การจัดการองค์ความรู้ KM
 สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย

กลุ่มสินค้า

 หลักสูตร พลังแห่งการพูด
 หลักสูตร พลังแห่งการบริการ
 หลักสูตร การทำงานเป็นทีมและการบริหาร
 หลักสูตร พลังแห่งการสื่อสาร
 ผลงานหนังสือ
 หลักสูตร พลังแห่งการขายและการตลาด
 หลักสูตร การทำงานด้วยหัวใจ
 อาเซียน
 หลักสูตรอื่น
 หลักสูตร การคิด
 มอบหนังสือ เพื่อการกุศล
Custom Search
สถาบัน Cap vision
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ
 
 
  บริการ
รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
บทความต่างๆ  ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
หนังสือ การพูด
สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
พูดอย่างมีกึ๋น
ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
สมชาย หนองฮี
อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย
   บริการ : บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

...
  
คำคม เกี่ยวกับการพูด
คำคม เกี่ยวกับการพูด
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
การที่คนคนหนึ่งจะเป็นนักพูดนั้น จะต้องมีความสามารถที่หลากหลายในการพัฒนาตนเองในการพูด เช่น จะต้องสามารถพูดให้สนุกได้ พูดจูงใจคนได้ พูดเพื่อให้ข้อมูลที่ชัดเจนแก่ผู้ฟังได้ พูดเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของคนได้ ซึ่งคนคนนั้นจำเป็นจะต้องใช้ศิลปะในการพูดหลายอย่าง
ยิ่งบางคนเป็นนักพูดประเภท วิทยากร ยิ่งต้องใช้ความหลายหลากในการนำเสนอ เช่น จะต้องมีการนำเกมส์ มีการร้องเพลง มีการใช้บทประพันธ์ หรือ คำคมต่างๆในการประกอบการพูด ในบทความนี้ผมขอพูดเรื่องเกี่ยวกับคำคม ก่อนอื่นเรามาพูดถึงความสำคัญของคำคมกันก่อน
คำคม มีความสำคัญมากเพราะเป็นสิ่งที่เกิดจากความคิดของผู้ฉลาดหรือนักปราชญ์ การจำ การทำความเข้าใจ คำคม จะทำให้ความคิดเราเฉียบแหลมขึ้น ตามปกติคำคมจะมีข้อความสั้นๆ แต่กินใจ ความลึกซึ้งขยายความออกไปได้มาก คนที่ต้องการเป็นนักพูด วิทยากรจึงควรจดจำ คำคมและนำไปใช้ให้เหมาะสม ถูกกาล ก็จะทำให้ผู้ฟังเกิดความศรัทธาได้
โดยมากหลักในการใช้ คำคม ประกอบการพูด ควรให้สอดคล้องกับเรื่องที่พูด และคำคม มีมากมาย หลายชาติ หลายภาษา บางคำคมไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้กล่าว ในบทความฉบับนี้กระผมจึงไม่สามารถอ้างอิง ในบทความนี้ได้ จึงขอนำเสนอคำคมเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการพูด คำคม เกี่ยวกับการพูดมีดังนี้

 ถ้าท่านลุกขึ้นยืนพูดต่อหน้าที่ฝูงชนไม่ได้ อย่าปรารถนาเป็นผู้นำ (หลวงวิจิตรวาทการ)

ทุกคนพูดได้ แต่มีบางคนเท่านั้นที่พูดเป็น (ทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์)

เปล่งวาจางาม ยังประโยชน์ให้สำเร็จ(พุทธศาสนสุภาษิต)

กลองจะดังต้องถูกตี นักพูดจะดีต้องได้รับคำวิจารณ์

 พูดโดยไม่คิด ก็ดั่งยิงปืนโดยไม่เล็ง

อาวุธที่แสนคมยังไม่คมเท่ากับปากคน

คิดก่อนกล่าววาจา ศัตรูจะมาเป็นมิตร กล่าววาจาก่อนคิด มิตรก็อาจกลายเป็นศัตรู

ควรพูดจากใจ จริงใจ มั่นใจ สุดใจ แต่อย่าย่ามใจ

จงพูดแต่ดี อย่าดีแต่พูด

สิ่งที่ลงทุนน้อยและได้เกิดประโยชน์มากที่สุด คือ คำพูดที่ดี

ก่อนพูดเราเป็นนายมัน หลังพูดมันเป็นนายเรา

ลิ้นอ่อนนุ่มยังคงอยู่ ฟันแข็งกระด้างร่วงไปแล้ว

ยิ่งพูดมาก ความจริงก็ยิ่งน้อย
อย่าให้ลิ้นของท่านประจานตัวท่านเอง

คนคิดน้อย พูดมาก คนพูดมาก ทำน้อย

ถ้อยคำดี ถ้าน้ำเสียงไม่ดี ก็มีความหมายไปในทางตรงกันข้าม

ถ้าท่านไม่รู้จักเก็บลิ้น ลิ้นจะเก็บท่าน

กฎทองในการสนทนา คือคิดก่อนพูด

ความจริงพูดไม่ได้ในทุกโอกาส

พูดน้อย คนเกรงใจมาก

ถ้ารู้สึกว่าจะพูดอะไรให้น่าฟังไม่ได้ ก็นิ่งเสียดีกว่า

คำพูดเหน็บแนมที่เฉียบแหลมรุนแรงย่อมเชือดเฉือนได้ลึกกว่าคมอาวุธ(คติฝรั่งเศส)



นี่เป็นตัวอย่างคำคมที่เกี่ยวกับการใช้ปากหรือคำพูด ดังนั้นการใช้คำคมประกอบการพูดจึงมีความสำคัญ เพราะจะทำให้การพูดของเรามีความหลากหลายและผู้ฟังเกิดความศรัทธาในการฟังเราพูด การฝึกใช้คำคมในช่วงแรกๆ เราอาจจำคำคมของนักพูดต่างๆ ก่อน แล้วเราจึงคิดเองขึ้นมาบ้าง
ในบทความฉบับหน้าเราจะมาเรียนรู้เรื่องของการใช้บทกลอน บทประพันธ์ประกอบการพูด การใช้บทประพันธ์ประกอบการพูดจะทำให้ผู้ฟังเกิดความสนใจและดึงดูดใจผู้ฟังได้มาก และยิ่งเป็นการพูดในโอกาสต่างๆ เช่น การขึ้นบ้านใหม่ การสมรส การอำลา การเลี้ยงต้อนรับ ฯลฯ ถ้าใครได้ใช้บทกลอนหรือบทประพันธ์ประกอบการพูดก็จะทำให้เป็นที่จดจำและเกิดความประทับใจได้มากเลยทีเดียวครับ
...
  
ถ้าอยากเป็นนักพูด...เชิญทางนี้....
ถ้าอยากเป็นนักพูด...เชิญทางนี้....
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
การที่คนคนหนึ่งจะพูดเก่งหรือมีชื่อเสียงทางการพูดต่อหน้าที่ชุมชนนั้น มันไม่ได้เกิดมาแล้วมีชื่อเสียงหรือพูดเก่งหมดทุกคน ซึ่งถ้าไปถามเบื้องหลังของนักพูดคนนั้นๆ เราจะทราบว่ากว่าที่เขาจะมีชื่อเสียงหรือพูดเก่งมาได้ เขาจะต้องผ่านสิ่งต่างๆหลายอย่างด้วยกัน ถ้าท่านอยากเป็นนักพูดท่านควรปฏิบัติดังนี้
1.มีความตั้งใจปรารถนาอย่างเต็มที่ที่จะต้องเป็นนักพูดให้ได้ และต้องมีเป้าหมายด้วยว่าจะเป็นนักพูดระดับใด ระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัดหรือระดับชาติ การที่ท่านมีเป้าหมาย มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าจะทำให้ ท่านคิดเรื่องนั้นตลอดเวลา แล้วจะทำให้ท่านได้พัฒนาตนเองตลอดเวลา ในที่สุดเมื่อท่านมีเป้าหมาย และมีความตั้งใจ ท่านก็มีโอกาสไปถึงฝั่ง ซึ่งแตกต่างกับคนที่ไม่มีเป้าหมายและความปรารถนาอย่างแรงกล้า
2.มีการเตรียมตัวทุกครั้งที่จะต้องขึ้นพูดต่อหน้าที่ชุมชน การเตรียมตัวมีความสำคัญมาก ถ้าเราเตรียมตัวมาก เราจะมีความมั่นใจในการพูดมากกว่าการที่เราไม่ได้เตรียมตัวเลย ดังนั้น นักพูดที่ดีอย่าได้ละเลยการเตรียมการพูดทุกครั้ง การเตรียมการที่ดี เราควรเขียนลำดับเรื่องไว้ก่อน ว่าเราจะพูดอย่างไร ขึ้นต้นอย่างไร เนื้อเรื่องอย่างไร สรุปจบอย่างไร (ให้มีสุนทรพจน์ คือ ขึ้นต้นต้องตื่นเต้น ตอนกลางต้อง กลมกลืน สรุปจบต้องประทับใจ)ตลอดจนมีตัวอย่างประกอบ มีคำคมหรือมีกลอนประกอบบ้าง แล้วลองซ้อมพูด หัวข้อนั้นดูว่าติดขัดตรงไหนหรือไม่ ไม่สมบูรณ์ตรงไหน ลองขัดเกลาคำพูดและภาษาดู
3.มีบุคลิกภาพที่ดี มีความมั่นใจในตนเอง จะทำให้คนเชื่อมั่นเรามากกว่า นักพูดที่ไม่มีความมั่นใจในตนเอง ถ้าเรามีความมั่นใจ การปรากฏตัวของเราก็จะปรากฏตัวด้วยความมั่นใจ ตามหลักจิตวิทยา การกระทำมักเกิดขึ้นตามสิ่งที่เราคิด ถ้าเราคิดว่าเรากลัว การกระทำก็จะออกมา แต่ถ้าเราคิดว่า “ หัวข้อนี้เราเก่งที่สุด รู้ดีที่สุด วันนี้ฉันสู้ตาย ” เราก็จะเกิดกำลังใจได้ ขอให้พูดกับตัวเองในใจ
4.มีโอกาส ลองเข้าสมาคม สโมสร ชมรม ที่เกี่ยวข้องกับการพูดบ้าง เพราะการเข้ากลุ่มหรือองค์กรเหล่านี้จะทำให้เรารู้จักคนที่สนใจสิ่งเดียวกัน แล้วเกิดการเรียนรู้มากขึ้น จากการแลกเปลี่ยนความคิด เทคนิคใหม่ๆ วิธีการใหม่ๆ







5.มีการฝึกฝนตนเองตลอดเวลา และสม่ำเสมอ นักมวยที่ขึ้นชกมวยแล้วได้รางวัลนั้น เกิดจากการฝึกซ้อมเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนถึงขึ้นชกจริง เช่นกัน การเป็นนักพูดที่ดีต้องหมั่นฝึกฝน ฝึกซ้อม หาเวทีการพูดทุกโอกาส เมื่อเรามีชั่วโมงบินมากขึ้น ก็จะทำให้การพูดของเราคล่อง และมีการพัฒนา การขึ้นพูดบนเวทีบ่อยๆ จะทำให้เราปรับตัวมากขึ้น การประหม่าเวทีก็จะน้อยลง ทำให้เรามั่นใจในตนเองมากขึ้น การพูดก็เหมือนกับการว่ายน้ำ เราไม่สามารถว่ายน้ำเป็น ด้วยการอ่านตำราหรือหนังสือเป็นพันๆ เล่ม แต่เราสามารถว่ายน้ำเป็นก็ด้วยการลงไปว่ายน้ำนั้นเอง
เมื่อท่านฝึกการพูดแล้วเกิดอาการท้อแท้ให้ท่านคิดถึง คนที่พอเป็นแบบอย่างที่ดีให้ท่านได้ เช่น อับราฮัม ลินคอล์น เรียนหนังสือในระบบไม่ถึง 1 ปี แต่ท่านสามารถเป็นนักพูดที่ยิ่งใหญ่ได้ ก็ด้วยการที่ท่านฝึกไปเรียนไปนั้นเอง , ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นนักพูดทางการเมืองของไทยคนหนึ่ง จนได้รับฉายาว่า “ ใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ” ก็เป็นลูกแม่ค้า ไม่ได้เกิดมามีฐานะร่ำรวยอะไร แต่ท่านก็ฝึกไปเรียนไป จนเป็นนักพูดทางการเมืองระดับชาติ หรือแม้แต่อดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ท่านก็เป็นนักพูดการเมืองระดับชาติก็ด้วยการฝึกไปเรียนไปเหมือนกัน
ศาสตราจารย์ วิลเลี่ยม เจมส์ นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา เคยกล่าวว่า “ เราไม่จำเป็นที่จะต้องกังวล เกี่ยวกับการฝึกเลย ขอให้เราฝึกไปเรียนไป ตลอดเวลา อย่าหยุด แล้ววันหนึ่งเราก็จะพบว่า เราไม่เป็นรองใครเลยในวงการนั้นๆ ” เช่นเราอยากเป็นนักพูดก็ขอให้ฝึกไปเรียนไปตลอดเวลาอย่าหยุดยั้ง แล้ววันหนึ่งฝันของเราก็จะเป็นความจริงในที่สุด




...
  
อัตลักษณ์ของนักพูด...มีผลต่อการพูดจูงใจคน
อัตลักษณ์ของนักพูด...มีผลต่อการพูดจูงใจคน
โดย....ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
www.drsuthichai.com
อัตลักษณ์ของนักพูดมีความสำคัญต่อการพูดเป็นอย่างมาก เพราะอัตลักษณ์จะทำให้คนเลื่อมใสศรัทธานิยมชมชอบนักพูด ในทางกลับกันถ้านักพูดมีอัตลักษณ์ที่ไม่ดี ก็จะทำให้ผู้ฟังเกิดความระแวงแคลงใจ ขาดความศรัทธาในตัวของนักพูด อีกทั้งส่งผลต่อการพูดอีกด้วย
ผู้อ่านหลายคนอาจจะตั้งคำถาม แล้วอัตลักษณ์คืออะไร
อัตลักษณ์ในที่นี้ กระผมขอหมายความถึง บุคลิกลักษณะรวมไปถึงนิสัยใจคอ
ถ้ามีคนคนหนึ่งมายืนโดยไม่ต้องพูดอะไรในกลุ่มพวกเรา แล้วให้แต่ละแสดงความคิดว่าคนคนนั้นมีนิสัยอย่างไร หลายคนก็จะต้องวิเคราะห์จากบุคลิก ท่าทาง ใบหน้า โดยแต่ละคนก็จะแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เช่น เป็นคนใจดี เป็นคนไว้ใจได้ เป็นคนไว้ใจไม่ได้ เป็นคนมีเสน่ห์ บางคนชอบ บางคนไม่ชอบบุคคลนั้น เป็นต้น
ฉะนั้น อัตลักษณ์จึงผลเป็นอย่างมากต่อความสำเร็จในการพูด ซึ่งมีนักปรัชญา นักศึกษา นักค้นคว้า นักวิจัย ทั้งในอดีตและปัจจุบันได้เห็นความสำคัญดังกล่าว กระผมขอยกตัวอย่างเพียงบางท่าน เช่น
สมัยกรีก อริสโตเติลได้พูดเกี่ยวกับเรื่องอัตลักษณ์ของนักพูด โดยแบ่งออกเป็น 3 ข้อ คือ
1.ผู้พูดมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดและมีไหวพริบหรือไม่
2.ผู้พูดมีอุปนิสัยใจคอเป็นอย่างไร
3.ผู้พูดมีความตั้งใจดีต่อผู้ฟังหรือไม่
ศาสตราจารย์ เจมส์ ซี แม็กครอสกี ได้แบ่งอัตลักษณ์ออกเป็น 3 ตอน คือ
1.อัตลักษณ์เดิม(Initial ethos) คือ อัตลักษณ์ที่ผู้พูดมีอยู่ก่อนการพูดครั้งนั้นๆ ซึ่งผู้ฟังส่วนใหญ่จะทราบกิติศักดิ์หรือทราบประวัติของผู้พูดมาบ้างแล้ว ซึ่งอัตลักษณ์เดิมของผู้พูดเกิดมาจากหลายปัจจัย ดังนี้
1.1.พื้นฐานชีวิต พื้นฐานครอบครัว เช่น เกิดในตระกูลที่ดี วงศ์ตระกูล มีความซื่อสัตย์สุจริต รับใช้ชาติบ้านเมืองเป็นเวลานาน
1.2.ประวัติทางการศึกษา รางวัลทางการศึกษา เช่น ผู้พูดมีการศึกษาที่ดี จบปริญญาเอกจากสหรัฐอเมริกา
1.3.ผลงานต่างๆที่เป็นที่ประจักษ์ จะทำให้ผู้ฟังเกิดความศรัทธาในอัตลักษณ์ของนักพูด
1.4.อุปนิสัยใจคอ เช่น เป็นคนที่ปฏิบัติตามสัญญา พูดจริง ทำจริง ไม่โกหก หลอกลวง
1.5.ตำแหน่งหน้าที่การงาน เช่น มีตำแหน่งใหญ่โตทางการทหาร ตำรวจ หรือเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่
อัตลักษณ์เดิมนี้จะส่งผลต่อการพูด เพราะจะทำให้เกิดการชักจูงใจและทำให้ผู้ฟังเชื่อถือได้ง่าย
2.อัตลักษณ์ใหม่(Derived ethos) เป็นอัตลักษณ์หรือภาพลักษณ์ที่เกิดขึ้นในขณะการพูดต่อหน้าที่ชุมชน หรือกำลังส่งสาร ซึ่งนักพูดที่ต้องการพูดจูงใจคนต้องคำนึงถึงสิ่งดังต่อไปนี้
2.1.การเรียบเรียงวาทะ เช่น ขึ้นต้นต้องมีความตื่นเต้น เนื้อเรื่องต้องมีความกลมกลืน สรุปจบให้มีความจับใจ การเรียบเรียงวาทะ นี้จะทำให้การพูดเกิดสุนทรพจน์ เพราะจะทำให้มีการลำดับเวลา ลำดับเหตุการณ์ ไม่ทำให้ผู้ฟังเกิดความสับสน
2.2.ศิลปะในการส่งสาร เช่น การแสดงท่าทางต้องมี สีหน้าท่าทางที่จริงใจ คำพูดมีความหนักแน่น พูดชัดถ้อยชัดคำ มีการออกเสียงพยัญชนะต่างๆอย่างถูกต้อง ร และ ล เช่น ลูกรอก โรงเรียน โรงแรม ปลอดโปร่ง
2.3.พูดด้วยอารมณ์ กล่าวคือ ต้องพูดด้วยอารมณ์ที่ออกมาจากใจ จริงใจ โดยมีอารมณ์ต่างๆที่มีความสัมพันธ์กับใบหน้า ท่าทาง เช่น พูดเรื่องเศร้าก็ต้องมีใบหน้าที่เศร้า มีการเคลื่อนไหวร่างกายที่ช้า พูดเรื่องสนุกสนาน ก็ต้องยิ้มแย้มแจ่มใส มีการเคลื่อนไหวร่างกายที่กระฉับกระเฉง เป็นต้น
2.4.ใช้วาทศิลป์โดยคิดค้น คำคม ถ้อยคำ แปลก ใหม่ การพูดที่คำคม มีการใช้ถ้อยคำแปลก ใหม่ๆ ผสมผสานจะทำให้ผู้ฟังเกิดความสนใจ เช่น โสเภณีผูกขาด ชัดเจนที่คลุมเครือ เอาคนออกจากน้ำเอาน้ำออกจากคน เป็นต้น
3.อัตลักษณ์ปลายทาง(Terminal ethos) คือ อัตลักษณ์หรือภาพลักษณ์ที่ผู้พูดมุ่งหวังอยากให้เกิดขึ้นหลังจากการฟังการพูดสิ้นสุดลง เพราะก่อนพูด ผู้พูดจะต้องตั้งวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายก่อนพูดจูงใจว่า ผู้พูดต้องการอะไรเสียก่อน ซึ่งหลังพูด นักพูดที่ดีจะต้องมาทำการวิเคราะห์ว่า ทำไมการพูดในครั้งนั้นถึงประสบความสำเร็จ ทำไมการพูดในครั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จ เป็นเพราะสาเหตุใด
ดังนั้น อัตลักษณ์ของนักพูดจึงมีความสำคัญต่อการพูดจูงใจผู้ฟังเป็นอย่างยิ่งและเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้เกิดการจูงใจผู้ฟัง นักพูดที่ต้องการความสำเร็จจะต้องนำเรื่องของ อัตลักษณ์ในการพูด ไปทำการศึกษาค้นคว้าและฝึกปฏิบัติต่อไปก็จะส่งผลให้ประสบความสำเร็จในการใช้วาทศิลป์เพื่อการพูดจูงใจผู้ฟังได้
...
  
จะพูดให้ดี...ต้องมีครู...
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

การที่คนเราจะพูดให้ได้ดี พูดเป็น พูดเก่ง จำเป็นจะต้องมีครู เพราะการเรียนรู้ด้วยตนเอง

อาจทำให้เกิดการผิดพลาด เสียหาย และประสบความสำเร็จช้ากว่าการเรียนรู้จากครู ในยุคปัจจุบัน ครูหรือผู้สอน วิทยากร มีมากมาย หลายสถาบัน รวมทั้งหนังสือ ตำรา แหล่งข้อมูลต่างๆ ที่ทำให้เราสามารถเรียนรู้ได้มากขึ้น การเรียนรู้จากแหล่งต่างๆ ข้างต้น ก็เป็นการเรียนรู้อีกทางหนึ่งที่จะ ทำให้เราพูดได้ดี พูดได้เก่งขึ้นกว่าการเรียนรู้จากประสบการณ์ของตนเอง

ทั้งนี้ การเรียนรู้จากครู นั้น ในเบื้องต้น เราต้องทราบก่อนว่า ครู หนังสือ ตำรา แหล่งเรียนรู้มีมากมายในปัจจุบัน แต่ครูที่ดี ที่ถูกใจเราของแต่ละคนนั้น ไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะชอบเรียนรู้จากครูคนนี้ บางคนไม่ชอบ ดังนั้น การจะเอาใครมาเป็นครู ของแต่ละคน จึงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น นิสัยใจคอ เทคนิคการสอน เครื่องมือช่วยสอน ฯลฯ

แต่การจะพูดให้ได้ดีนั้น ผู้ฝึกใหม่ๆ ควรมีแบบอย่างหรือมีครู เช่น ถ้าเรารักชอบ นักพูดท่านใดเราก็ควร เรียนรู้จากเขา สังเกต เลียนแบบ เพื่อพัฒนาให้เป็นตัวของตนเองในอนาคต ดังเช่น นักพูดหลายคน ชอบคุณสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ก็สามารถนำเทปหรือฝึกสำนวน ลีลา การพูดของคุณสมัครในตอนต้นๆ แล้วจึงพัฒนาเป็นของตนเอง บางคนชอบคุณชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ก็สามารถตามไปฟังคุณชวน หลีกภัย หาเสียงบ่อยๆ แล้วจึงพัฒนาเป็นตัวเองในที่สุด

บางคนชอบอาจารย์จตุพล ชมภูนิช ก็สามารถฟังเทป เลียนแบบกิริยาท่าทางของอาจารย์ แล้วค่อยพัฒนาเป็นรูปแบบของตัวเอง ดังนั้น การจะเป็นนักพูดที่ดี... จำเป็นต้องมีครูครับ.... มีเพื่อเป็นตัวอย่างของตัวเอง มีเพื่อเป็นต้นแบบของตนเอง แต่ไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบเพียงแค่คนๆเดียว เช่น ตัวกระผมเอง ถ้าต้องการเรียนรู้การพูดแบบบันเทิง ต้นแบบก็มีอาจารย์จตุพล ชมภูนิช คุณโน้ต อุดม แต้พานิช ถ้าเป็นการพูดแบบจูงใจ หาเสียง การขายประกัน ก็มี อาจารย์อุสมาน ลูกหยี คุณเฉลิม อยู่บำรุง คุณกฤษณา กฤตมโนรถและ คุณชวน หลีกภัย หรือการพูดในรูปแบบบรรยาย ก็จะมีอาจารย์สุขุม นวลสกุล เป็นต้น

ถามว่า ทำไม ต้องมีครูหลายคน ก็เพราะว่าวัตถุประสงค์ของการพูดมีหลายแบบ เช่น การพูดเพื่อความบันเทิง การพูดบรรยาย การเล่าเรื่อง และการพูดจูงใจ ฉะนั้น ถ้าเราเรียนรู้จากอาจารย์เพียงคนเดียว เราก็ประสบความสำเร็จในการพูดได้น้อยกว่าคนที่มีครูหลายคน เช่น การพูดในสภา การพูดหาเสียง การพูดขายของ เราก็ต้องพูดแบบจูงใจ แต่เราไม่ได้เรียนรู้มา แล้วเราไปใช้วิธีการพูดแบบ อาจารย์จตุพล ชมภูนิช คนฟังหัวเราะ ตลกแต่เป็นการพูดโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความบันเทิง แต่จูงใจไม่ได้ ก็ไม่ประสบความสำเร็จในการพูด


หรือ ถ้าเราจะพูดเพื่อความบันเทิง แต่เราไปใช้ลีลา การพูดแบบ อดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย ก็ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จในการพูดในสถานการณ์นั้นๆ ดังนั้น เราควรมีครูหลายคน เพื่อเรียนรู้ การพูดให้มีความหลากหลาย แล้วนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ


แม้แต่หนังสือ ท่านก็ต้องหาหนังสือการพูดที่แต่งโดย อาจารย์หลายคนๆ เพราะ หนังสือเพียงหนึ่งเล่ม ท่านอาจได้ความคิดเพียงแค่ประโยคเดียวเอง แต่สามารถเปลี่ยนความคิด ความฝันของท่านได้ ถ้าได้อ่านหลายเล่มยิ่งดีกว่าการอ่านหนังสือเพียงเล่มเดียว ดังนั้น ควรหาอ่านหนังสือ ตำรา การพูด จากอาจารย์หลายๆ ท่านที่แต่ง


เวลาอ่านไม่ควร อ่านแบบผ่านๆ ควรขีดเส้นใต้ในประโยคสำคัญๆ หรือที่เราประทับใจ หรือจดประโยคนั้นๆ ไว้ในสมุดจดบันทึกของเรา เพื่อนำมาใช้ในอนาคตได้


สรุปคือ การที่ท่านจะพูดให้ได้ดี....ท่านจำเป็นจะต้องมีครู....และควรหาครูหลายๆคน รวมทั้งเรียนรู้จากหนังสือหลายๆ เล่ม เพื่อหาจุดดี จุดเด่นของครูท่านนั้นๆ เพื่อนำมาพัฒนาตนเอง แล้วในที่สุดท่านจะพูดได้ดี พูดได้เก่งในที่สุด เพราะการพูดเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์
...
  
ศิลปะการพูดจูงใจ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
การพูดจูงใจคนเป็นศิลปะอย่างหนึ่งของวัตถุประสงค์ของการพูด ซึ่งวัตถุประสงค์ของการพูดที่ดีมีอยู่ 3 ประเภท คือ หนึ่ง การพูดบรรยายหรือเล่าเรื่อง สอง การพูดสร้างอารมณ์ขันหรือเพื่อความบันเทิง และสาม การพูดจูงใจคน

ในวันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่องของการพูดเพื่อจูงใจคน มีคนถามว่าทำไมเราจะต้องพูดจูงใจคนด้วย การพูดจูงใจคน คือ การพูดที่ทำให้คนอื่นมีความคิดเห็นคล้อยตามเรา โดยลดความรู้สึกที่ต่อต้านหรือขัดแย้งลง

แน่นอน คนเราย่อมมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่การที่จะร่วมมือร่วมใจกันทำงาน ทุกคนหรือคนส่วนใหญ่จะต้องมีความคิดเห็นคล้ายกัน จึงจะสามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การพูดจูงใจคนหรือการพูดที่ทำให้คนคิดเห็นคล้อยตามเราจึงสำคัญ สำหรับทุกคน ทุกวัย และทุกอาชีพ เช่น

- นักขาย ต้องพูดจูงใจเพื่อให้คนซื้อสินค้าของเรา
- ลูกค้า ต้องพูดจูงใจเพื่อให้พ่อค้า ลดราคาให้
- ผู้บริหารหรือผู้นำ ต้องพูดจูงใจเพื่อให้ลูกน้องร่วมมือร่วมใจกันทำงาน หรือ รักองค์กร รักบริษัท
- นักการเมือง ต้องพูดจูงใจหรือพูดหาเสียง อย่างไร เพื่อให้คนมาลงคะแนนเสียงให้
- รัฐบาล ต้องพูดจูงใจเพื่อให้ประชาชนเห็นผลงานหรือมีทัศนคติที่ดีต่อรัฐบาลในการบริหารประเทศชาติ

ผู้ที่จะเป็นนักพูดจูงใจคนได้ดีต้องมีปัจจัยหรือเทคนิคต่างๆ ดังนี้
1.ต้องมีเทคนิคการฟัง ผู้ที่จะพูดจูงใจผู้อื่นได้ดีต้อง เป็นนักฟังที่ดีก่อน เพราะการฟังที่ดีจะทำให้รู้ว่า ผู้พูดต้องการอะไร แล้วเราจึงพูดเพื่อสนองตอบสิ่งที่เขาต้องการ และการนั่งฟังด้วยความตั้งใจจะเป็นที่ประทับใจของผู้ฟัง
2.บุคลิกภาพ ตำแหน่ง หน้าที่ การศึกษา บุคคลที่มีบุคลิกภาพที่ดี มีตำแหน่ง หน้าที่ การงานดี มีการศึกษาที่ดี เมื่อพูดออกไปแล้ว ผู้ฟังจะมีความเชื่อถือมากกว่า ผู้พูดที่มีบุคลิกภาพที่แย่ ไม่มีตำแหน่ง หน้าที่ การงานที่ดี หรือ ใครที่มีการศึกษาในระดับที่สูง ผู้ฟังย่อมมีความเชื่อถือมากกว่า ผู้พูดที่มีการศึกษาที่ต่ำกว่า
3.การพูดจูงใจคนที่ดี ผู้พูดต้องมีความเชื่อมั่นในตนเอง เสียงดัง ฟังชัด การพูดด้วยความเชื่อมั่น เสียงดัง ฟังชัด ผู้ฟังจะมีความเชื่อถือ มากกว่าคนที่พูดด้วยความไม่มั่นใจ เสียงเบา พูดจาไม่ชัดถ้อยชัดคำ และการพูดจูงใจคนที่ดี ผู้พูดควรใช้น้ำเสียงที่มีความหลากหลาย ไม่ใช้เสียงโทนเดียวหรือระดับเดียวกันตลอดเวลา จะทำให้ผู้ฟังเกิดอาการเบื่อหน่าย ง่วงนอน ควรพูดให้มีหลากหลายจังหวะ เช่น พูดดังบ้าง เบาบ้าง หยุดบ้าง พูดเร็วบ้าง พูดช้าบ้างและพูดซ้ำๆ บ้าง เพื่อให้ผู้ฟังเกิดการสนใจ
4.การมีของรางวัล หรือ ผลประโยชน์ มาเป็นเครื่องมือในการพูดจูงใจคน เราจะเห็นได้ว่า ในวงการขาย การพูดของผู้บริหาร โดยมากมักจะจูงใจโดย มีรางวัลหรือผลประโยชน์ ต่างๆ เป็นเครื่องมือล่อ เพื่อให้ผู้ฟังหรือนักขายปฏิบัติตาม เช่น ให้เงินรางวัล ให้ถ้วยรางวัล ให้ตำแหน่ง ให้อำนาจหน้าที่ ที่ดีขึ้นหรือสูงขึ้น
5.นักพูดจูงใจคนที่เก่ง ไม่ได้หมายความว่า คนๆนั้นจะต้องพูดเก่ง พูดไม่หยุด พูดมาก แต่บางคนพูดน้อยมากแต่สามารถพูดจูงใจคนได้อย่างดีเยี่ยม เลยก็มี เช่น พระพุทธเจ้า พระเยซู ฯลฯ

ดังนั้น ผู้ที่จะเป็นนักพูดหรือคนที่จะพูดจูงใจคนได้เก่งและดี จึงต้องอาศัย ประสบการณ์ การศึกษา ค้นคว้า ทักษะ การฝึกฝน การเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง เพื่อ แก้ไข ปรับปรุงตนเองอยู่ตลอดเวลา ท่านก็สามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือเป็นนักพูดประเภทจูงใจคนได้



...
  
วิเคราะห์ผู้ฟัง
วิเคราะห์ผู้ฟัง
นักพูดที่ดีต้องรู้จักวิเคราะห์ผู้ฟัง


โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์


การที่จะพูดให้ถูกใจผู้ฟัง ต้องทราบในเบื้องต้นก่อนว่าผู้ฟังคือใคร มีความต้องการอะไร มีจำนวนเท่าไร เสมือนหนึ่งเราทำอาหารต้องทราบในเบื้องต้นก่อนว่าผู้ทานต้องการอาหารประเภทไหน รสชาติเป็นอย่างไร


การวิเคราะห์ผู้ฟังจึงมีความสำคัญมากในการพูดต่อหน้าที่ชุมชน การวิเคราะห์ผู้ฟังเราสามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้


1.จำนวนผู้ฟัง มีความสำคัญมากเพราะการพูดกับคนจำนวนน้อย เราต้องมีวิธีการพูดที่แตกต่างกับวิธีการพูดที่มีคนจำนวนมาก รวมทั้งการใช้อุปกรณ์ในการพูดก็สำคัญไม่น้อย เช่น เอกสารประกอบการบรรยาย ห้องสำหรับใช้บรรยายหรือใช้ในการพูด ถ้าคนน้อยแต่ใช้ห้องประชุมที่ใหญ่มากๆ หรือ ถ้าคนมากแต่ดันใช้ห้องประชุมขนาดเล็กๆ ทำให้บรรจุคนไม่พอ ดังนั้นนักพูดต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วย


2.เพศและวัย เรื่องของเพศและวัย เพศชายส่วนใหญ่ชอบ การผจญภัย การต่อสู้ กีฬา ส่วนเพศหญิงชอบเรื่องของ ความสวยงาม แฟชั่น ดังนั้นการพูดต้องพูดให้มีความสำคัญกับเพศของผู้ฟัง สำหรับวัยเด็ก มักชอบเรื่องที่สนุกสนาน มักมีสมาธิสั้นในการฟัง มักชอบนิทาน วัยรุ่นชอบเรื่องเกี่ยวกับรักๆใคร่ๆ ชอบเรื่องที่มีความท้าทาย วัยผู้ใหญ่สนใจเรื่องของอาชีพ การสร้างฐานะ และวัยชรา สนใจเรื่องศาสนา เป็นต้น


3.พื้นฐานการศึกษาของผู้ฟัง การพูดให้ผู้ฟังที่มีระดับการศึกษาที่แตกต่างกัน เราจะต้องมีวิธีการพูดที่แตกต่างกัน ถ้าผู้ฟังที่มีระดับการศึกษาสูง เราสามารถใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษได้บ้าง แต่ถ้าพูดให้ผู้ฟังที่มีระดับการศึกษาต่ำ ไม่ควรพูดทับศัพท์ และต้องเตรียมเนื้อหา วิธีการนำเสนอที่แตกต่างกันด้วย ต้องใช้ภาษาให้เหมาะสม ในบางครั้งนักพูดคิดไปเองว่า การพูดโดยใช้ภาษาที่สวยงามหรือภาษาวรรณกรรมจะทำให้ผู้ฟังชอบ แต่เปล่าเลย ผู้ฟังที่มีพื้นฐานการศึกษาที่ต่ำ มักจะไม่เข้าใจ ทำให้การสื่อสารไม่มีประสิทธิภาพในที่สุด


4.อาชีพ ของผู้ฟัง เช่น อาชีพทางด้านการแพทย์ สาธารณสุข จะมีศัพท์ในการพูดที่ใช้สื่อสารกันในโรงพยาบาลหรือที่ทำงาน บางครั้งตัวคนไข้หรือผู้ป่วยจะไม่ว่าแพทย์ พยาบาลหมายถึงอะไร ดังนั้น ถ้าเรานำศัพท์ในทางด้านการแพทย์ สาธารณสุข ไปบรรยายให้วงการทหาร วงการเกษตร ผู้ฟังจะไม่ทราบความหมาย หรือใช้ศัพท์ในวงการทหาร ไปพูดในแวดวงแพทย์ สาธารณสุข ก็มักจะไม่ได้ผลเช่นกัน


5.ต้องทราบความคาดหวังของผู้ฟัง การบรรยายบางแห่ง ผู้ฟังถูกเกณฑ์ให้มาฟังโดยหัวหน้างานหรือเจ้าของ ดังนั้น ผู้ฟังกลุ่มดังกล่าวมักไม่มีความสนใจหรือความคาดหวังว่าจะนำความรู้ไปใช้ได้อย่างจริงจัง ในการบรรยายบางแห่งผู้ฟังมักเกิดอารมณ์เบื่อหน่ายเสียมากกว่าเพราะผู้ฟังเหมือนถูกบังคับให้มานั่งฟังการบรรยาย


6.ทัศนคติของผู้ฟัง มีความสำคัญมากในการพูด เช่น การพูดเรื่องการเมือง เรื่องศาสนา ต้องระวังมากๆเพราะ ถ้าจะพูดดี หรือ เราคิดว่าความคิดของเราถูกต้องอย่างไรก็ตาม ผู้ฟังมักจะไม่เชื่อ เพราะเรื่องการเมือง เรื่องศาสนา เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล รวมถึงทัศนคติของผู้ฟังต่อผู้พูดด้วย ถ้าผู้ฟังไม่ชอบผู้พูดเป็นการส่วนตัวแล้ว จะพูดให้ดีอย่างไร ก็คงยากที่ผู้ฟังคนนั้นจะชอบเรา


7.ต้องหมั่นสังเกตผู้ฟัง เวลาฟังบรรยายหรือพูด ถ้าผู้ฟัง เกิดอาการเบื่อหน่าย ไม่สนใจ หลับ และสนใจเรื่องอื่นๆ เราต้องเปลี่ยนวิธีการพูดให้เหมาะสม เช่น ต้องนำเรื่องที่ขำขันที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อเรื่องที่บรรยายมาเล่า เพื่อให้บรรยากาศดีขึ้น หรือ เรื่องที่แปลกๆ ที่ทันสมัย สิ่งที่ผู้ฟังยังไม่เคยได้ยิน มาเล่า เพื่อสอดแทรกการบรรยายให้ผู้ฟังหันมาสนใจการพูดของเรา หรือไม่อย่างนั้น ก็อาจจะมีเกมส์ มีเพลง หรือกิจกรรมต่างๆมาสอดแทรกการพูดหรือการบรรยาย


ดังนั้น ถ้าต้องการเป็นนักพูดที่ดีต้องหมั่นวิเคราะห์ผู้ฟัง ว่าผู้ฟังของเราเป็นใคร มาจากไหน มีพื้นฐานความรู้แค่ไหน มีทัศนคติอย่างไร เป็นเพศไหน วัยไหน เสมือนหนึ่งนักพูดเป็นพ่อครัว ต้องรู้ว่าผู้ทานชอบอาหารรสชาติอะไร อยู่ในวัยไหน จะได้ทำอาหารให้ถูกปากผู้ทาน



...
  
พูดเพื่อให้ได้
โดย...สุทธิชัย ปัญญโรจน์

พูดดีเป็นศรีแก่ปาก พูดมากระวังปากจะเป็นสี

นี่เป็นคำพูดของคนโบราณที่กล่าวเอาไว้ ซึ่งมีความจริงอยู่มากทีเดียว คำพูดของเราทำให้เราได้รับประโยชน์ และในขณะเดียวกันก็ทำให้เราถุกทำลายได้เช่นกัน

เมื่อเราคำนึงถึงจุดนี้แล้ว เราก็ควรพยายามพูดดีหรือพูดเพื่อได้รับประโยชน์เอาไว้ เมื่อถูกเชิญพูดแต่ละครั้งก็ควรคำนึงว่าเราจะได้รับประโยชน์อะไรจากการพูดครั้งนี้ แต่การได้รับประโยชน์จากการพูดกระผมคิดว่ามีดังนี้
1. ได้เพื่อน เราจะพูดอย่างไรให้คนฟังมีความรู้สึกที่ดีกับตัวเรา เราจะพูดอย่างไรให้คนฟังรู้สึกรักใคร่ ศรัทธาในตัวเรามากยิ่งขึ้น ฉะนั้น เวลาเขาเชิญให้ไปอวยพรแต่งงาน อวยพรงานขึ้นบ้านใหม่ กล่าวต้อนรับ อวยพรวันเกิด ฯลฯ เราก็ควรเตรียมคำกล่าวไว้บ้าง เพื่อให้เจ้าภาพเกิดความภูมิใจและคนมาร่วมงานฟังเรารู้สึกประทับใจในสิ่งที่เราพูด
2. ได้ขาย ได้เงิน การพูดดีทำให้เราขายสินค้าได้ ได้รับเงินทองมากมาย เราลองสังเกตดูคนขายประกันชีวิต ขายกระดาษแค่แผ่นเดียว แต่ทำไมขายได้ บางคนขายได้จนร่ำรวย มีบ้านอยู่ มีรถขับ มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย ก็เพราะการใช้ปากให้เกิดประโยชน์นี่เอง ถ้าใครเข้าวงการประกันก็จะรู้ว่าเวลาเขาขายจะขายโดยใช้เทคนิคในการพูด 5 อย่างด้วยกันคือ
1. การขายด้วยการพูดถึงผลประโยชน์ของแบบประกัน
2. การขายด้วยการพูดคำคมหรือคำถาม
3. การขายด้วยการพูดอธิบายภาพความหมายหรือภาพสะเทือนขวัญ
4. การขายด้วยการพูดเชิงเปรียบเทียบ อุปมา อุปไมย
5. การขายด้วยการพูดเล่านิทานสะเทือนใจ
เราจะเห็นได้ว่าการพูดดีสามารถทำให้ขายประกันได้ กระดาษแผ่นเดียวได้ และไม่ต้องถามว่าการพูดที่ดีจะขายสินค้าที่จับต้อง เช่น รถ ตู้เย็น พัดลม แอร์ ได้อีกหรือไม่
3. ได้ตำแหน่ง เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า อดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ได้รับตำแหน่งนายกฯ ส่วนหนึ่งเกิดจากการพูดของท่าน เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนหนึ่งเกิดจากการพูดของท่าน เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ คุณสมัคร สุนทรเวช ได้รับตำแหน่งส่วนหนึ่งเกิดจากการพูดของท่าน ฉะนั้น การพูดที่ดี สามารถทำให้เราได้รับตำแหน่งเช่นเดียวกับบุคคลดังกล่าว

สรุป จากข้อความข้างต้น การพูดดีทำให้เราได้เพื่อนมากขึ้น เพื่อนรักเรามากขึ้น การพูดดีทำให้ได้ขายสินค้า ได้รับเงินทอง การพูดดีทำให้เราได้รับตำแหน่งต่างๆของสังคม


ก่อนพูดคิดถึงผิดบ้างก็ยังน้อย ถ้าพูดพล่อยไม่คิดจะผิดหลาย


ถ้าก่อนทำไม่ทันคิดผิดมากมาย จักเสียดายไม่รู้แน่แก้ไม่ทัน


...
  
พูดดีเป็นศรีแก่งาน
โดย...สุทธิชัย ปัญญโรจน์


พูดอะไร ไม่ส่งเดช ใช้เหตุผล


ทุกทุกคน คล้อยตาม งามทุกเรื่อง


พูดตามใจ ไร้เหตุผล พล่ามบ่นเปลือง


ถึงตัวเขื่อง ข่มใคร ก็ไม่ฟัง


การเป็นผู้นำหรือหัวหน้าเขา ทำอะไรก็มักจะเป็นข่าว หรือมีคนนำไปนินทา บางทีไม่พูดก็เป็นข่าว ดังนั้น คนที่เป็นผู้นำ ต้องระวังการพูดจาปราศรัยให้มากๆ การพูดบางอย่างดูสุภาพแต่ขาดหลักจิตวิทยา เช่น หัวหน้าประชุมลูกน้อง เริ่มทักทาย “สวัสดีครับ ดีใจที่พวกคุณมาประชุมกันในวันนี้” ฟังดูสุภาพ แต่ขาดความเป็นกันเอง คือ ฟังแล้ว ดูแบ่งแยกระหว่างตัวผู้พูดกับผู้ฟัง ดังนั้นผู้นำที่มีจิตวิทยาหน่อย ก็จะทักทายดังนี้


“สวัสดีครับ กระผมดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ พวกเรามาประชุมกันในวันนี้” คือเปลี่ยนจาก พวกคุณ เป็น พวกเรา ความรู้สึกจะต่างกันทันทีเลย


หรือมีหัวหน้างาน 2 คน หัวหน้าจากสำนักงานใหญ่มาเยี่ยมเยือน เดินชมโรงงานเสร็จก็ชมทันทีต่อหน้าลูกน้องทั้งหมด “แหม แผนกของคุณนี่ดูขยันขันแข็งดี” หัวหน้าคนที่ 1 รีบตอบเลย “ครับ ไม่ต้องห่วงขยันกันทุกคนแหละครับ” เพราะผมดูแลทั่วถึงไม่ยอมให้พวกนี้อู้งานเป็นอันขาด ผมเป็นหัวหน้าใครทำเล่นๆ กระผมไม่ยอม” ถ้าพวกเราเป็นลูกน้อง เราจะคิดอย่างไรครับ รับรองไม่พอใจแน่นอน ซึ่งหัวหน้คนนี้ไม่มีจิตวิทยาในการพูด ถ้าหัวหน้ามีจิตวิทยาในการพูดจะพูดดังนี้ หัวหน้าจากสำนักงานใหญ่ชม “แหม แผนกของคุณนี่ดูขยันขันแข็งดี”หัวหน้าคนที่ 2 พูดว่า “ครับ กระผมโชคดีที่ได้ทำงานร่วมกับคนที่มีความรับผิดชอบสูง กระผมไม่เคยต้องดูแลอะไรเลย ทุกคนขยันขันแข็งมากเลยครับ” อย่างนี้ ลูกน้องยิ้มจนแก้มนี้มีโอกาสฉีกเลยครับ


เพราะฉะนั้น หัวหน้าหรือผู้มีลูกน้อง จะพูดจาปราศรัยก็ขอให้มีจิตวิทยาบ้าง รู้จักคิดก่อนพูด ไม่ใช่พูดแล้วมาคิดเสียใจทีหลัง อะไรทีพูดออกไปแล้วคนรู้สึกดีก็ควรพูด แต่อะไรที่พูดออกไปแล้วคนรู้สึกว่าไม่ได้รับเกียรติก็ขอให้ระวังนิด เพราะถ้าเราทำให้ลูกน้องรักเราศรัทธาเราได้ เขาก็จะทุ่มเทกำลังใจ กำลังกาย กำลังความคิดให้แก่งาน แล้วงานของเราก็จะบรรลุเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ได้


ใช้อำนาจ บาตรใหญ่ พูดไว้ท่า


คนต่อหน้า น้อมสดับ แต่ลับหลัง


เขากลอกตา หลอกเล่น เขม่นชัง


พึงระวัง ว่าขาน ประมาณตน






...
  
องค์ประกอบของการพูด
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
องค์ประกอบของนักพูดที่ดี มีอยู่หลายองค์ประกอบด้วยกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น แล้วแต่ใครเป็นคนคิดค้น แต่องค์ประกอบของนักพูดที่ดี ในทัศนะของกระผมจะต้องมี 8 ข้อ ต้องมีดังนี้

1. ต้องไม่หยุดนิ่ง มันเป็นวิชาที่ต้องมีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทั้งความคิด ความรู้ ข้อมูล ประสบการณ์ เราต้องหาเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นเราจะล้าหลังคนอื่น

2. ต้องเป็นนักฟัง ต้องเป็นคนชอบฟังเขาพูด ฟังคนนี้คนนั้นพูด ในขณะเดียวกันกระผมคิดว่าเราจะพูดเก่งไม่ได้ถ้าเราไม่มีข้อมูล ฉะนั้นเราจะต้องมีข้อ 3 ด้วยคือ
3. ต้องเป็นนักอ่าน การอ่านทำให้รู้ข้อมูลมาก ข้อมูลทำให้เราดัดแปลงในการพูดในอนาคต


4. ต้องเป็นนักประยุกต์ คือ เวลาเราฟัง เรารู้อะไรมาเราจะต้องมาประยุกต์เป็น ไม่ใช้ข้อมูลดิบ มันจะต้องเป็นข้อมูลที่ผ่านการกลั่นกรองดัดแปลงมาแล้ว เราจะต้องพูดให้สนุก ข้อมูลอย่างนี้ พูดให้สนุกได้อย่างไร ข้อมูลอย่างนี้พูดให้จริงจัง พูดให้ซีเรียสอย่างไร


5. ต้องมีบุคลิกที่ดี ไม่จำเป็นต้องสวยต้องหล่อ แต่ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณะชน ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าเสื้อผ้า การแสดงออก กริยาท่าทางต้องมั่นใจ เชื่อถือได้ ไม่ดูอุบาทว์ ซ๊กม๊ก ไม่แต่งตัวยั่วยวน


6. ต้องเตรียมตัวดี คือ ทุกครั้งก็ขึ้นพูดจะต้องมีการเตรียมตัวที่ดีก่อน ศึกษาว่างานนั้นเป็นงานอะไร ใครฟัง ฟังอะไรและต้องการอะไร จากผู้พูดบ้าง


7. ต้องรู้จักรับฟัง คำประเมิหรือคำวิจารณ์ เหมือนกับเรามองกระจก ก็จะรู้ว่า เราแต่งตัวดีหรือไม่ ทรงผม ใบหน้า เป็นอย่างไร การพูดก็เช่นกัน เราจะไม่ทราบข้อบกพร่อง ผิดพลาด ของเราเลย เนื่องจากคนเรามักเข้าข้างตนเอง ดังนั้นควรมีคนเคยเป็นกระจกให้ คือ เป็นผู้ประเมิน ผู้วิจารณ์ให้ แต่ต้องทำใจรับฟังได้นะครับ เพราะบางคนหัวใจสะออนรับไม่ได้ โกรธและโมโหผู้ประเมินหรือผู้วิจารณ์ จึงทำให้ตนไม่มีการพัฒนา


8. ต้องมีใจรัก เมื่อล้มเหลว ไม่รู้จักท้อแท้ ท้อถอย ในกรณีที่ขึ้นไปพูดแล้วคนไม่ฟัง พูดแล้วคนเล่นกันไม่สนใจการพูด พูดแล้วไม่เป็นดังตั้งใจ ถ้ามีใจรักมักจะอดทนมากกว่าคนปกติ คือ วานนี้ล้มเหลว วันนี้ล้มเหลว พรุ่งนี้ล้มเหลว มะรืนนี้ล้มเหลว มะเรื่องนี้ล้มเหลว แต่ฝันมันก็ยังอยู่


ถ้ามีความตั้งใจ จะไปแปลกอะไรกับความสำเร็จ

...
  

    จำนวนหน้า : [1]  [2]  [3]  [4]  [5]  [6]  [7]  

หนังสือ พูดอย่างมีกึ๋น
ศิลปะการขาย
วาทะวาที

  Copyright @ 2010 drsuthichai.com All Rights Reserved.  Powered by ThaiWeb.  Admin Business Online 
Popularne pozyczka 5000 kasa stefczyka tarnów, dzięki nowelizacjom w prawie, są coraz pozyczka do 3 osób. Nowe regulacje mają na celu ochronę konsumentów i objęcie większym nadzorem procedur udzielania pożyczek pozabankowych chwilówki plac wolności rzeszów x kom. Nowe przepisy opierają się na pożyczki dla zatrudnionych na czarno góra zmianie ustawy o nadzorze nad rynkiem finansowym net credit splata pozyczki irlandia. Weszły one w życie z dniem 11 marca 2016 r. chwilówka dla studenta ranking Poniżej zamieszczamy ich przegląd. Firma pożyczkowa musi dysponować minimalnym kapitałem początkowym w wysokości 200 tys. zł – kapitał ten nie może pochodzić z pożyczek eurobank pożyczka online pl. W ten sposób postarano się wyeliminować z rynku małe firmy, które powstawały tylko po to, aby w jak najkrótszym czasie oszukać rzesze klientów udzielanie pożyczek zwolnione z vat. Nadzór nad firmami pożyczkowymi może prowadzić Komisja Nadzoru Finansowego z o.o. udziela pożyczki vivus. KNF w razie wątpliwości może objąć monitoringiem warunki oferowanych pożyczek pożyczka 3000 online. Firma pożyczkowa, która utrudni działania czy umowa pożyczki może być bez odsetek hipotecznych, może zostać obarczona karą do 500 tys. zł credit agricole kredyt mieszkaniowy kalkulator. Niektórzy eksperci uważają, że optymalna karą za nielegalne praktyki, byłoby 1 mln zł. wynagrodzenie z tytułu pożyczki hipotecznej Ustalono także, że wszystkie koszty pożyczki nie mogą być wyższe niż 100% kwoty udzielonej koszty umowy pożyczki rodzinnej, uwzględniając cały okres kredytowania czesc pozyczki hipoteczne. Ponadto maksymalne opłaty oraz odsetki z tytułu opóźnień w umowa pożyczki od wspólnika spółki cywilnej uchwała spłacie nie mogą przekraczać 6-krotności stopy lombardowej kredytu ustalanej przez NBP pożyczka z zfśs a zwolnienie szpitalne. Koszty udzielenia pożyczki nie mogą przekroczyć 25% kwoty udzielonej pożyczki pożyczki bez bik poznan poland, a koszty pozaodsetkowe w skali roku nie mogą być większe niż 30% gdzie dostać kredyt dla zadłużonych. Chwilówki mogą być obarczone odsetkami ustawowymi tarnow pozyczki bez qica, czyli maksymalnie 4-krotnością kredytu lombardowego NBP pożyczka na doposażenie stanowiska pracy chomikuj.