หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
ข่าวสาร
สินค้า
บริการ
แกลลอรี
เว็บลงค์
เว็บบอร์ด
ติดต่อเรา

บริการ

 รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
 บทความต่างๆ ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
  -  ธรรมาภิบาล
  -  เทคนิคการประชุม
  -  บารมีกับผู้นำ
  -  พูดดี ต้องประเมิน
  -  ผู้นำกับทีม
  -  ลักษณะนักพูด
  -  หัวอกพ่อแม่
  -  ผู้นำพูด
  -  พูดโอกาสต่างๆ
  -  IMC ของไทยรักไทย
  -  อาชีพ ผู้นำ องค์กร
  -  เอดส์ วัยรุ่น สังคมไทย
  -  นักบริหารกับความสำเร็จ
  -  นักเขียน
  -  เหล้ากับเด็ก
  -  เด็กขายตัว
  -  สู่ผู้นำ
  -  อาหารปลอดภัย
  -  ทำไมคนดีๆ จึงลาออก
  -  อารมณ์ขันกับนักพูด
  -  การพูดหน้าชุมชน
  -  เลิกเหล้าเข้าพรรษา
  -  ฝึกพูด
  -  การมีมนุษย์สัมพันธ์
  -  ยาเสพติดประเทศไทย
  -  เหล้า เบียร์ วัยรุ่น
  -  องค์กรกับผู้บริหาร
  -  ผู้นำกับองค์กรเรียนรู้
  -  เตรียมพูด
  -  ทัศนคติกับการขาย
  -  เป้าหมายกับความสำเร็จ
  -  เอดส์ สังคมไทย
  -  ธรรมชาติการขาย
  -  หัวใจงานบริหาร
  -  กิ๊ก
  -  จริยธรรมของไทย
  -  แฟชั่น นักศึกษา
  -  ควบคุมราคาสินค้า
  -  ปัญหาสิ่งแวดล้อม
  -  ปัจจัยในการบริหาร
  -  การเปลี่ยนแปลงกับการบริหาร
  -  น้ำมันลอยติดลมบน
  -  วาจาของนักบริหาร
  -  พจนานุกรมวัยรุ่น
  -  น้ำมันยังเป็นปัญหาใหญ่
  -  เรียนภาษาอังกฤษให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง
  -  สื่ออนาคต
  -  พ่อแม่
  -  บุหรี่
  -  ยาเสพติด
  -  เลิกเหล้า เลิกจน
  -  ขยะเป็นทอง
  -  ผู้นำ
  -  สนุกกับงาน
  -  คิด พูด ทำ ความสำเร็จ
  -  หมวก 6 ใบ
  -  คอร์รัปชั่นภัยร้ายสังคมไทย
  -  พ่อแม่ รังแกฉัน
  -  หลักการเขียนบทความ
  -  สภาประชาชน สภาผู้บริโภค
  -  หลักการนำเสนอ
  -  ความคิดสร้างสรรค์
  -  U R A BRAND !(คุณ คือ แบรนด์)
  -  มึงสู้จริงหรือเปล่า
  -  การเตรียมความพร้อมของบุคลากรสาธารณสุข
  -  นักพูดที่ดีต้องรู้จักวิเคราะห์ภาษากายของผู้ฟัง
  -  จริยธรรม คุณธรรม ความรับผิดชอบ
  -  การตลาดเพื่อการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
 บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเสริมสร้างกำลังใจของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 สุนทรพจน์ของนักการเมือง
 บทความเกี่ยวกับการขายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับกฏหมายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเขียนของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 นักพูดทางการเมือง
 หนังสือ การพูด
 บทความต่างๆ ของนักพูด
 ประวัตินักขาย
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการขาย
 วาทะของคนดัง
 ประวัติ ทนายความ
 ประวัติอาจารย์นักพูด
 คลิปเสียงภาพ เกี่ยวกับกฏหมาย
 วิธีการสู่ความสำเร็จ
 บุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ
 การบริการด้วยหัวใจ
 ผู้บริหาร
 Mind Map แผนที่ความคิด(หนังสือทางด้านการพูด)
 แนะนำหนังสือการเขียน
 ประวัตินักเขียน
 คลิปนักพูด
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์
 คลิป นักพูดต่างประเทศ
 คลิป ประกอบการบรรยาย
 คลิปเสียงของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ เกี่ยวกับการพูด เช่น นักพูดชั้นนำทำกันอย่างไร , วิธีการปรับปรุงน้ำเสียง ,จะพูดให้ได้ดีต้องมีการเตรียมตัว,นักพูดที่ดีต้องมีการศึกษาและองค์ประกอบของนักพูดที่ดี
 คลิป ครูเคท บรรยาย
 คลิป หมู่บ้านพลัม
 สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
 สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
 พูดอย่างมีกึ๋น
 หนังสือ การทำงานเป็นทีม
 แนะนำหนังสือ เกี่ยวกับการทำงาน
 ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
 คำคม
 รศ.ดร.สุขุม นวลสกุล
 สมชาย หนองฮี
 ดร.ผาณิต กันตามระ
 อ.อุสมาน ลูกหยี
 อาจารย์จตุพล ชมภูนิช
 วสันต์ พงศ์สุประดิษฐ์
 รศ.สุนีย์ สินธุเดชะ
 หมอพงษ์ศักดิ์ ตั้งคณา
 อาจารย์พนม ปีย์เจริญ
 อาจารย์เสน่ห์ ศรีสุวรรณ
 รศ.วิกรณ์ รักษ์ปวงชน
 อาจารย์วิชัย ปีติเจริญธรรม
 ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล
 กนกศักดิ์ ลิขิตไพรวัลย์
 อาจารย์ถาวร โชติชื่น
 สิริลักษณ์ ตันศิริ
 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
 โต้วาที
 คะเณยะ อ่อนนาง
 ภก. ดร. ประชาสรรค์ แสนภักดี
 ประดิษฐ์ กิตติฤดีกุล
 ดร.โอภาส กิจกำแหง
 ประมวลสุนทรพจน์ ทักษิณ ชินวัตร
 ดร.อภิชาติ ดำดี
 อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
 การตลาด
 ทอล์คโชว์
 รวมคลิป ที่เกี่ยวกับการพูดต่อหน้าที่ชุมชน
 คลิป เรื่องการบริหาร
 คลิป บุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจ
 เพลง ที่ให้กำลังใจ
 คลิป ดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีความสุข
 คลิป แรงบันดาลใจ
 คลิป สนุกๆ สร้างสรรค์
 การทำงานอย่างมีความสุข
 การจัดการองค์ความรู้ KM
 สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย

กลุ่มสินค้า

 หลักสูตร พลังแห่งการพูด
 หลักสูตร พลังแห่งการบริการ
 หลักสูตร การทำงานเป็นทีมและการบริหาร
 หลักสูตร พลังแห่งการสื่อสาร
 ผลงานหนังสือ
 หลักสูตร พลังแห่งการขายและการตลาด
 หลักสูตร การทำงานด้วยหัวใจ
 อาเซียน
 หลักสูตรอื่น
 หลักสูตร การคิด
 มอบหนังสือ เพื่อการกุศล
Custom Search
สถาบัน Cap vision
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ
 
 
  บริการ
รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
บทความต่างๆ  ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
หนังสือ การพูด
สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
พูดอย่างมีกึ๋น
ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
สมชาย หนองฮี
อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย
   บริการ : บทความต่างๆ ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
ธรรมาภิบาล
ธรรมาภิบาล
โดย..ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์


คำว่าธรรมภิบาลมีความสำคัญมากๆ สำหรับองค์กร หน่วยงาน หรือ ประเทศ เพราะหน่วยงานไหนไม่มีธรรมาภิบาล องค์กรนั้น หน่วยงานนั้น หรือ ประเทศนั้น มักจะขาดความน่าเชื่อถือ เนื่องจากมีความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้น มีความไม่โปร่งใสเกิดขึ้น เกิดการเล่นพรรคเล่นพวกกัน จนทำให้เกิดการแตกแยก ไม่มีความสามัคคีกัน ในวันนี้เราจะว่าพูดกันในหัวข้อนี้ หลักการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีหรือธรรมาภิบาล ต้องมีองค์ประกอบดังนี้


1. หลักนิติธรรม (The Rule of Law)
หลักนิติธรรม หมายถึง หลักของกฎหมาย องค์กรใดมีหลักนิติธรรมจะต้องมีการปฏิบัติตามกฎหมาย ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ โดยถือว่าเป็นการปกครองภายใต้กฎหมายมิใช่ปกครองแบบตามอำเภอใจ หรืออำนาจของตัวบุคคล จะต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมและความยุติธรรม ในการพิจารณาสิ่งต่างๆ ไม่เล่นพรรคเล่นพวก อีกทั้งต้องมีความรัดกุมและรวดเร็วในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย

2. หลักคุณธรรม (Morality) ไม่ใช่(หลักคุณนะทำ)
หลักคุณธรรม หมายถึง การยึดในสิ่งที่ถูกต้อง ดีงาม อีกทั้งต้องส่งเสริมให้บุคลากรพัฒนาตนเองไปพร้อมกัน เพื่อให้บุคลากรมีความซื่อสัตย์ สุจริตในหน้าที่การงาน มีความจริงใจ ขยัน อดทน มีระเบียบวินัย เป็นนิสัยประจำองค์กร ประจำหน่วยงาน และประจำชาติ

3. หลักความโปร่งใส (Accountability)
หลักความโปร่งใส มีความหมายไปในทางตรงข้ามกับคำว่าการทุจริต คอร์รัปชั่น โดยที่เรื่องทุจริต คอร์รัปชั่น มีความหมายในเชิงลบ และมีความน่ากลัวแฝงอยู่ ความโปร่งใสกับมีความหมายในทางบวก หากองค์กรใดไม่มีความโปร่งใส มีผลประโยชน์แอบแฝงก็จะทำให้ภาพพจน์หรือภาพลักษณ์ขององค์กรนั้นเสียหายได้ ซึ่งเมืองไทยมีความน่าห่วงมากเนื่องจากมีหลายหน่วยงานที่ไม่มีความโปร่งใส เนื่องจากผู้มีอำนาจ ได้รับผลประโยชน์และรู้จักประสานประโยชน์ร่วมกัน อีกทั้งผู้น้อยก็ไม่กล้าที่จะร้องเรียนหรือตรวจสอบ เพราะกลัวอิทธิพล

4. หลักการมีส่วนร่วม (Participation)
หลักการมีส่วนร่วม คือการเปิดโอกาสให้คนในหน่วยงานมีส่วนร่วมในการบริหาร จัดการ หรือร่วมตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ ต่างๆ ได้ รวมทั้งมีส่วนวางแผน นโยบาย สามารถแสดงความคิดเห็นต่างๆได้ โดยที่ผู้ใหญ่ในองค์กรต้องยอมรับฟังบ้าง

5. หลักความคุ้มค่า (Cost – effectiveness or Economy)
หลักความคุ้มค่า หมายถึง การจัดการ การใช้ทรัพยากรที่มีจำกัด ให้ก่อประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร หน่วยงาน คุ้มค่า ประหยัด ทั้งค่าใช้จ่าย เวลา อุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ

ความจริงเรื่องของธรรมาภิบาลพูดกันมามาก พูดกันมานาน แต่กระผมยังเห็นว่าประเทศของเราส่วนใหญ่ได้แต่พูดแต่ไม่มีการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง จึงทำให้เกิดการทุจริต โกงกิน ขึ้นในหน่วยงาน องค์กร หรือแม้แต่องค์กรระดับใหญ่ของประเทศก็มีการโกงกินกัน ดังจะเห็นได้จากข่าวว่า กระทรวงนั้นมีปัญหาเรื่องการทุจริต กระทรวงนี้มีปัญหาเรื่องการซื้อขายตำแหน่งกัน

ดังนั้นกระผมมีความเชื่อว่า หากเรานำหลักการธรรมาภิบาล มาใช้อย่างจริงจังจะทำให้องค์กร หน่วยงาน และประเทศชาติ เกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็ว คนในองค์กรมีกำลังใจทำงานมากขึ้น อีกทั้งองค์กรนั้นๆ จะมีภาพลักษณ์ที่ดี จะทำอะไรก็จะได้รับความร่วมมือจากหลายๆ ฝ่าย

...
  
เทคนิคการประชุม
เทคนิคการประชุม


โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์


การประชุมมีความสำคัญมากสำหรับ หน่วยงาน องค์กร สถาบันต่างๆ ไม่ว่าระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และระดับสากล เพราะการประชุมจะทำให้ทราบข้อมูลข่าวสาร การประชุมจะทำให้เกิดความคิดใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาและการประชุมจะทำให้เกิดการตัดสินใจร่วมกัน


การประชุมแต่ละครั้งจะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด มักขึ้นอยู่กับ


3 ปัจจัยด้วยกัน คือ ตัวประธาน ตัวของบุคลลที่เข้าร่วมประชุม และเทคนิคต่างๆที่นำมาใช้


ปัจจัยแรก ตัวประธาน ประธานมีความสำคัญมากๆ เพราะประธานเป็นผู้นำในการประชุม ถ้าประธานมีทักษะหรือประสบการณ์ในการนำประชุม มักจะทำให้การประชุมประสบความสำเร็จ ตัวประธานจะต้องเป็นคนที่เชื่อมั่นในตนเอง มีความยุติธรรม ประธานที่ดีต้องเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นอย่างเสมอภาค ต้องมีทักษะในการสื่อสาร การวิเคราะห์ และมีอารมณ์หนักแน่น ไม่หวั่นไหวง่ายคือสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้


ปัจจัยที่สอง คือ ตัวของบุคคลที่เข้าร่วมประชุม ต้องรู้จักแสดงความคิดเห็นไม่ใช่นั่งนิ่ง ฟังอย่างเดียว หรือ บางคนชอบพูดก็มักจะผูกขาดการพูด ควรรู้จักเปิดโอกาสให้ผู้อื่นแสดงความคิดเห็นบ้าง สิ่งที่ควรรู้และศึกษาสำหรับผู้เข้าร่วมประชุม ต้องรู้จักศึกษารายละเอียดของกฎระเบียบในการประชุม ไม่ควรสูบบุหรี่ในห้องประชุม ควรแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ไม่ควรคล้อยตามผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา ควรมีความคิดที่ดีๆเสนอต่อที่ประชุมบ้าง และควรปฏิบัติตามมติที่ประชุม ถ้าที่ประชุมมอบหมายงานให้ก็ควรปฏิบัติตาม


ปัจจัยที่สาม คือ เทคนิคต่างๆที่นำมาใช้ เช่น การเปิดประชุมควรให้ตรงเวลา สำหรับประเทศไทยเรามักมีปัญหาเรื่องการเปิดประชุมไม่ตรงเวลาอยู่บ่อยๆ เนื่องจากผู้เข้าร่วมประชุมมาสาย มาไม่ครบองค์ประชุม ประธานควรกล่าวเปิดประชุมโดยสร้างบรรยายกาศในห้องประชุม ควรเตรียมการประชุมให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครื่องเสียง ความสะอาด โต๊ะ เก้าอี้ ควรเตรียมวาระการประชุมให้พร้อมโดยมีการตรวจสอบวาระการประชุมให้ดี เวลาประชุมควรตัดบทบ้างสำหรับการแสดงความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุมที่ยาว เยิ่นเย้อ แต่ควรทำด้วยความระมัดระวัง นุ่มนวลเพื่อไม่ให้เกิดอาการ “ เสียหาย ” ต้องรู้จักควบคุมเวลาในการประชุม


สำหรับคำศัพท์ที่มักได้ยินในที่ประชุมอยู่บ่อยๆ เช่น


- ประธานในที่ประชุม คือ ผู้ที่จะต้องทำหน้าที่ในการควบคุมการประชุมทั้งหมด เช่น เป็นผู้กล่าวเปิด การควบคุมเวลา


- ผู้เข้าร่วมประชุม คือ คนที่ร่วมแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม


- เลขานุการ คือ คนที่ออกจดหมายเชิญประชุม จัดเตรียมเอกสารต่างๆ วาระต่างๆในการประชุม บันทึกการประชุม อำนวยความสะดวกต่างๆ แก้ปัญหาต่างๆในการประชุม


- เหรัญญิก คือ คนที่ดูแลเรื่องการเงิน รับผิดชอบเรื่องการเงิน


- องค์ประชุม คือ ข้อบังคับว่าการประชุมในแต่ละครั้งต้องมี สมาชิกจำนวนเท่าไรจึงจะสามารถเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมได้


- มติในที่ประชุม คือ ข้อตกลงกันในที่ประชุม


เราจะเห็นได้ว่า การประชุมมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะผู้ที่เป็นผู้บริหาร มักจะต้องเป็นประธาน เป็นผู้เข้าร่วมประชุมอยู่บ่อยๆ ดังนั้นการประชุมที่ดี ที่ประสบความสำเร็จ เรามักจะได้ความคิดที่ดี เรามักจะได้ความรักความสามัคคี ความสนิทสนม ความเป็นมิตร แต่ถ้าการประชุมที่ล้มเหลว มักจะทำให้เกิดความแตกแยก สิ้นเปลื้องเวลา จนบางคนเคยกล่าวว่า “ ประชุมมากจนไม่มีเวลาทำงาน ”

...
  
บารมีกับผู้นำ
ผู้นำจำเป็นจะต้องมีบารมี
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

หลายหลายคน เมื่อถูกเชิญให้เป็นผู้นำหรือขอให้เป็นผู้นำ มักจะพูดว่า ให้คนโน้น ให้คนนี้ ดีกว่า ผมยังมีบารมีไม่พอ คำว่าบารมีคืออะไร คนจำนวนไม่น้อยมักยังไม่เข้าใจ


เนื่องจากบารมีมีความสำคัญมากต่อการเป็นผู้นำของสังคมไทย โดยเฉพาะผู้นำทางการเมือง เรามักจะได้ยินคำว่า นายพลคนนี้ เหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยเพราะเป็นคนมีบารมี


บารมี หมายถึง การดูท่าทางแล้ว สง่างาม มีราศี บุคลิกภาพดี เวลาเดินไปไหนมาไหนมีแต่คนยกมือไหว้ มีอำนาจ มีตำแหน่ง


การเป็นผู้นำที่ดีต้องมีบารมี แล้วถามว่าบารมีเกิดขึ้นได้อย่างไร มีคุณสมบัติอย่างไรถึงทำให้เกิดบารมีได้ คุณสมบัติที่ทำให้ผู้นำเกิดบารมี มีดังนี้


1.เป็นคนมีชื่อเสียง คือกล่าวแล้วคนทั่วไปรู้จักว่าเป็นใคร มาจากไหน ทำงานอะไร ฉะนั้น เราจึงเห็นว่า ผู้นำส่วนใหญ่จำเป็นจะต้องใช้สื่อให้เป็นประโยชน์มากที่สุดเพื่อให้คนทั่วไปรู้จัก เช่น มีข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ วารสาร และอินเตอร์เน็ต เป็นต้น


2.เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง สามารถนำหรือชี้นำคนอื่นได้ มีลักษณะบุคลิกภาพที่ดี สง่า ดูแล้วประทับใจ


3.เป็นคนดี มีคุณธรรม คนทั่วไปเชื่อว่าเป็นคนดี ซื่อสัตย์ สุจริต


4.มีประสบการณ์ในงานนั้นๆ มากพอ หรือมีอายุการทำงานนานพอสมควร หรือมีความอาวุโส โดยเฉพาะสังคมไทย มักให้ความสำคัญกับคนที่มีอาวุโสมากกว่าคนอายุน้อย


5.มีฐานะดี มีฐานะสังคมดี เกิดจากตระกูลดี มีการศึกษาดี


6.ถ้าทำงานควรอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจ หรือตำแหน่งที่มีความสำคัญ คนเกรงกลัว


และอีกหลายคุณสมบัติ ที่ทำให้เกิดบารมี แต่การเป็นผู้นำที่มีบารมีไม่จำเป็นจะต้องมีหมดทุกข้อนะครับ แต่ขอให้มีมากที่สุด ยิ่งมีคุณสมบัติตามข้อความข้างบนยิ่งมากยิ่งดีครับ


เช่น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มีคุณสมบัติดังนี้ เป็นคนที่อยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจ คือ เมื่อเป็นทหาร ก็ได้เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้บัญชาการทหารบก ถ้าได้ตำแหน่งตำรวจ ก็ได้เป็นถึงอธิบดีกรมตำรวจ ถ้าเป็นตำแหน่งทางการเมือง ก็ได้เป็น นายกรัฐมนตรี ( เราจะสังเกตว่า เมื่อได้ตำแหน่งที่มีอำนาจ ตำแหน่งหนึ่ง มักจะเป็นฐาน ทำให้ได้อีกตำแหน่งหนึ่งนั่นเอง) คุณสมบัติอีกข้อหนึ่งคือ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นคนที่มีฐานะดี


เราจะเห็นได้ว่า คนที่มีฐานะดีมักจะถูกเรียกให้ได้รับตำแหน่งต่างๆ ทางสังคม เพราะตำแหน่งต่างๆ ทางสังคมจำเป็นจะต้องออกเงิน ช่วยเหลือ องค์กรต่างๆ อีกทั้งจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มีท่าทางเด็ดขาด สง่างาม มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง ตัดสินใจรวดเร็ว ฉับไว เป็นต้น


พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร มีคุณสมบัติคือ เป็นผู้มีการศึกษาสูง เป็นคนมียศ มีตำแหน่ง เป็นตำรวจ


เป็นนายกรัฐมนตรี มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง ตัดสินใจเด็ดขาด มีประสบการณ์ในการบริหาร บุคลิกภาพดี สง่า และที่สำคัญคือ เป็นคนมีฐานะดี ร่ำรวยมากถึงขั้นเป็นมหาเศรษฐี


แล้วทำอย่างไรถึงจะสร้างบารมีให้แก่ตนเองได้ เราจะเห็นผู้นำทางธุรกิจและผู้นำทางการเมืองในปัจจุบัน มีวิธีในการสร้างบารมีให้แก่ตนเองกล่าวคือ


พยายามทำกิจกรรมต่างๆให้สอดคล้องกับตำแหน่งที่ตนเองต้องการมากที่สุด แล้วกระจายข่าวผ่านสื่อ


ต่างๆให้มากที่สุด เพื่อให้คนทั่วไปทราบหรือรู้จัก เช่น อดีตนายทหารหลายท่าน ที่มีอำนาจ มีตำแหน่งที่สำคัญๆในกองทัพ เมื่อต้องการเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องทำกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ แล้วกระจายข่าวตามสื่อต่างๆเพื่อให้คนเห็นภาพหรือรู้จัก จนคนทั่วไปเห็นว่าคนนี้ เป็นคนดี เป็นคนทำงาน มีความรู้ มีความสามารถ เหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี


ดังนั้น บารมีจึงมีความสำคัญและมีความสัมพันธ์กับผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำภาคธุรกิจ หรือผู้นำทางการเมือง

...
  
พูดดี ต้องประเมิน
จะรู้ว่าพูดดี ต้องมีคนประเมิน
โดย..ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์


ความผิดพลาดของตนเอง เป็นบทเรียนที่นำตนไปสู่ความสำเร็จ


ปัจจุบันนี้กระผมมีงานอดิเรกคือ ไปบรรยายในที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเอกชน ราชการ บางทีก็ไป “ทอล์กโชว์” ตามโรงเรียนต่างๆ บ้าง ไปๆ มาๆ รายได้จะดีกว่างานหลักเสียอีก


จากการบรรยายในสถานที่ต่างๆ มักมีคนถามกระผมว่า “ทำอย่างไรจึงจะบรรยายเก่ง” กระผมก็ได้อธิบายว่า อันนี้ไม่ใช่พรสวรรค์นะ มันเป็นพรแสวงต่างหาก เพราะความจริงกระผมไม่สามารถบรรยายได้ตั้งแต่เกิด กระผมมาฝึกฝนเอาทีหลังนี่เอง กว่าจะมาถึงทุกวันนี้ได้ กระผมเองก็เคยเป็นนักพูดประเภท สลายม็อบ อยู่นานทีเดียว คือ พูดไปคนค่อยทยอยออกทีละคนสองคน


จุดสำคัญคือ เราต้องพยายามปรับปรุงตัวเอง และมีคนถามต่อว่าจะปรับปรุงตัวเองอย่างไร คำตอบคือ การพูดแต่ละครั้งเราควรหาคนที่รู้จัก แล้วให้เขาวิจารณ์การพูดของเรา หรือให้ผู้เข้ารับการอบรม ประเมินเราเวลาเราพูดเสร็จ เมื่อเราได้ข้อมูลหรือข้อบกพร่อง เราก็สามารถนำมมาปรับปรุง หรือแก้ไขในการพูดครั้งต่อไป

ฉะนั้น การประเมินการพูด หมายถึง การวิเคราะห์ว่าที่เราพูดหรือปาฐกถาไปนั้น ต้องแก้ไขอย่างไร ถ้าเป็นไปได้ควรหาเทปไปอัด คำบรรยายของเรา ในปัจจุบันนี้มีเครื่องถ่ายภาพเคลื่อนไหว ถ้าเรานำไปถ่ายภาพการบรรยายของเราได้ยิ่งดี เพราะจะทำให้เรารู้ว่า ท่าทาง กริยา อาการ ของเราเวลาเราพูดเป็นอย่างไร พูดดีหรือไม่ ท่าทางดีหรือเปล่า น้ำเสียง จังหวะในการพูด เหมาะสมหรือเปล่า


การประเมินการพูด เปรียบเทียบก็คล้ายกับเรามีกระจกเงา ส่องดูการแต่งกายส่องบุคลิกท่าทางของเรา และถ้าไม่สวย ไม่ดี ก็มาแก้ไข มาเปลี่ยนแปลงให้ดีเสีย


เพราะฉะนั้น รักจะพูดให้คนพอใจ อยากจะเป็นนักพูดประเภทพูดแล้วคนชื่นชอบ คนชอบฟัง เมื่อพูดเสร็จแต่ละครั้งอย่าถอนหายใจโล่งอกเป็นอันขาดว่า หมดทุกข์หมดโศกแล้ว ขอให้เก็บความทรงจำนั้นไว้แล้วมานั่งคิดว่า ถ้าจะให้ดีกว่าที่ได้พูดไปเราควรทำอย่างไร เราต้องแก้ไขตรงไหน เขามีความคิดความเห็นเกี่ยวกับการพูดของเราอย่างไร อย่าปล่อยปละละเลยไม่เอาใจใส่ ถ้าเราใฝ่ใจอยากจะเป็นนักพูดที่มีอนาคต

ท่านถูกติ ต้องตรอง มองที่ติ


แล้วเริ่มริ ลงรอย คอยแก้ไข


ติเพื่อก่อ ต่อสติ ติเข้าไป


เป็นบันได ไต่เต้า ให้เราดี

...
  
ผู้นำกับทีม
ผู้นำและการนำทีม

โดย....ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

ผู้นำ หมายถึงบุคคลหรือคนที่ทำให้องค์กร หน่วยงาน ประสบความก้าวหน้าโดยใช้อิทธิพลของตนเองจูงใจให้คนอื่นปฏิบัติตาม


จากความหมายข้างต้น เราจะเห็นได้ว่า ผู้นำมีความสำคัญอย่างมากในการจัดการองค์กรหรือหน่วยงานเพื่อที่จะนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมาย อาจจะเป็นเรื่องของกำไรของบริษัท หรือความเจริญเติบโตขององค์กร

การเป็นผู้นำหรือการนำนั้นมีความสำคัญมาก ไม่ใช่เฉพาะคนเรา แต่รวมไปถึงสัตว์ต่างๆด้วย เช่นฝูงช้างก็ต้องมีผู้นำในการนำฝูง ฝูงหงส์เวลาบินไปไหนเรามักจะสังเกตเวลาบินไปเป็นฝูงตัวที่บินนำนั้นแหละครับคือผู้นำฝูง ฝูงสิงโต ฝูงลิง ก็มักจะมีผู้นำฝูง เป็นต้น

ดังนั้นการนำทีมหรือการนำองค์กรจึงเป็นสิ่งสำคัญของผู้ที่จะต้องเป็นผู้นำองค์กรดังคำพูดที่ว่า “ ผู้นำองค์กรเป็นอย่างไร องค์กรจะเป็นอย่างนั้น ” ซึ่งเป็นความจริงอยู่มากเลยทีเดียว หรือ คำพูดที่ว่าถ้าให้ท่านเลือกระหว่าง “ ฝูงลาที่มีสิงโตนำ กับ ฝูงสิงโตที่มีลานำ ” ท่านจะเลือกอะไร ถ้าท่านเลือกฝูงลาที่มีสิงโตนำ องค์กรของท่านอาจจะอยู่รอดปลอดภัย แต่ถ้าท่านเลือก ฝูงสิงโตที่มีลานำ ลาอาจจะนำสิงโตไปตายก็ได้ ดังนั้นในวันนี้เราจึงต้องมาเรียนรู้องค์ประกอบของการนำทีมว่ามีอะไรบ้าง องค์ประกอบของการนำทีมมีดังนี้ครับ

- เป้าหมาย สิ่งที่สำคัญที่สุดของการนำทีมงาน ผู้นำจะต้องมีเป้าหมายหรือต้องสร้างเป้าหมายร่วมกันก่อน การมีเป้าหมายร่วมกันจะทำให้ทีมงานรู้ว่าตอนนี้เราอยู่ตำแหน่งไหนแล้วจะเดินไปสู่ตำแหน่งไหน การกำหนดเป้าหมายจะทำให้ผู้ตามเห็นทิศทางหรือรู้ทิศทางในการเดินร่วมกัน

- รู้บทบาทของตนเอง การเป็นผู้นำจะต้องมีบทบาทที่แตกต่างจากผู้ตาม ดังนั้นการทำงาน วิธีคิดจึงไม่เหมือนผู้ตาม ผู้นำจึงต้องมีวิธีคิด บุคลิกภาพ ไหวพริบปฏิณาณที่แตกต่างจากผู้ตาม เมื่อองค์กรมีปัญหา ผู้นำจะต้องคิด แก้ปัญหาและสามารถตัดสินใจได้ การตัดสินใจนี้ถ้าผิดพลาดอาจจะทำให้องค์กรถึงขั้นล้มละลายเลยก็ได้

- ต้องสร้างกระบวนการทำงานร่วมกัน กระบวนการทำงานหรือวิธีการทำงานมีความสำคัญยิ่งเพราะเราจะเห็นว่าการบริหารการจัดการสมัยใหม่ ทำให้งานรวดเร็วกว่างานสมัยก่อน ดังนั้นถ้ากระบวนการทำงานมีความล่าช้า ไม่ทันสมัย ผู้นำจะต้องมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการในการทำงานเพื่อให้ทันสมัยและพร้อมที่จะแข่งขันกับองค์กรอื่น เช่น การนำระบบสารสนเทศมาใช้ การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ การนำระบบการสื่อสารมาใช้เพื่อก่อให้เกิดความรวดเร็ว เป็นต้น

- รู้จักการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ผู้ที่จะเป็นผู้นำจะต้องสร้างความสัมพันธ์หรือมีมนุษย์สัมพันธ์กับบุคคลอื่น จึงจะทำให้คนอื่นทำงานให้แก่เราด้วยความทุ่มเท การสร้างมนุษย์สัมพันธ์ผู้นำต้องรู้ในเบื้องต้นก่อนว่าคนเรามีความแตกต่างกันดังคำโบราณที่มีการกล่าวไว้ว่า “ คนเรามีความแตกต่างกันเนื่องจากคนเรามีร้อยพ่อพันแม่ (ดังนั้นหนึ่งพ่อย่อมมีอยู่สิบแม่ตามสัดส่วน) ” ทำให้เราทราบว่าคนเรามีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประสบการณ์ อายุ เพศ วัย ความเชื่อ ศาสนา นิสัยส่วนตัว ฯลฯ

ดังนั้นผู้นำองค์กรจะต้องเรียนรู้องค์ประกอบของการนำทีม การสร้างทีมงานและสิ่งแวดล้อมต่างๆที่เกิดขึ้นในองค์กรด้วย ท้ายนี้กระผมขอฝากแง่คิดเป็นบทประพันธ์ของหลวงพ่อพุทธทาส ดังนี้


เขามีส่วนเลวบ้าง ช่างหัวเขา จงเลือกเอา ส่วนดี เขามีอยู่


เป็นประโยชน์ ต่อโลกบ้าง ยังน่าดู ส่วนที่ชั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย


จะหาคน มีดี แค่ส่วนเดียว อย่าไปเที่ยว ค้นหา สหายเอ๋ย


เหมือนเที่ยวหา หนวดเต่า ตายเปล่าเลย ฝึกให้เคย มองแต่ดี มีคุณจริง






...
  
ลักษณะนักพูด
ลักษณะของผู้ที่จะเป็นนักพูด

โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

การจะเป็นนักพูดสามารถฝึกฝนได้พัฒนาได้และบุคคลที่อยากจะเป็นนักพูดนั้นจะต้องมีอะไรบางอย่างในตัวเอง ที่ทำให้เขาได้เป็นนักพูด ซึ่งผู้ที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นจะต้องลักษณะนิสัยดังนี้

- มีความสุขทุกครั้งเมื่อได้ออกไปพูด คนที่จะเป็นนักพูดได้จะต้องเป็นนักถ่ายทอดชอบพูด ชอบสอน ชอบบรรยาย จึงไม่ต้องแปลกใจเมื่อได้รับเชิญให้ไปพูดแล้ว จึงมีความอยากไปพูด อยากไปบรรยาย ไม่ใช่ใครเชิญก็บ่น บอกกับตัวเองในลักษณะทำไมต้องเชิญเรานะ คนอื่นมีตั้งเยอะ

- เป็นนักฟังที่ดี ฟังแล้วสามารถจับประเด็นในการพูดของวิทยากร สามารถวิเคราะห์ได้ว่านักพูดหรือวิทยากรที่บรรยายอยู่นั้น มีข้อดี ข้อเด่นอะไร แล้วนำข้อดี ข้อเด่นมาปรับ มาพัฒนาเพื่อเป็นแนวทางของตน

- เป็นนักอ่าน การจะเป็นนักพูดที่ดีต้องมีข้อมูลในการพูด การอ่านหนังสือต่างๆ มากๆ จะทำให้มีข้อมูลที่หลากหลาย เมื่อถึงเวลาบรรยาย หรือต้องพูด จะสามารถนำเอาข้อมูลเหล่านั้นมาปรับใช้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้การเตรียมการพูดเป็นไปได้ด้วยความรวดเร็ว

- มีการพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา การที่จะเป็นนักพูดที่ดีและยั่งยืนนั้นจะต้องมีการพัฒนาตนเองตลอดเวลา เพราะโลกของเราในยุคปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ดังนั้น ผู้รักที่จะเป็นนักพูดต้องพัฒนาการพูดของตนเองอยู่เสมอ ต้องแก้ไข ปรับปรุงตนเองเสมอ อ่านหนังสือพิมพ์ ฟังข่าว ดูละครเพื่อจะได้มีข้อมูลที่ทันสมัยหรือทันเหตุการณ์เพื่อนำไปบรรยายหรือใช้พูด

- มีความพยายาม อดทน เมื่ออยากจะเป็นนักพูดและยิ่งถ้าอยากที่จะเป็นนักพูดระดับประเทศก็ยิ่งต้องมีความพยายาม อดทนให้มากขึ้นไปอีก การที่จะเป็นนักพูดที่ดีหรือเก่งนั้นไม่ใช่ผ่านเวทีการพูดมาแค่หนึ่งหรือสองเวที ถึงเก่ง แต่ยิ่งผ่านเวทีการพูดมากเท่าใด ก็จะมีความเก่งหรือทักษะมากขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น แล้วจึงจะเก่งขึ้นในที่สุด เพราะฉะนั้น จะต้องมีความพยายาม อดทน บางเวทีอาจล้มเหลว แต่ถ้าฝันเราที่อยากจะเป็นนักพูดยังอยู่ เราก็สามารถอดทนได้มากกว่าปกติ

- ต้องมีศิลปะ การที่จะนำศาสตร์ทางการพูดมาใช้ ผู้รักจะเป็นนักพูดต้องมีศิลปะ คือต้องสร้าง ลีลา น้ำเสียง ท่าทาง บุคลิกภาพให้เป็นของตนเอง มีมุขตลกในลีล่าท่าทางของตนเอง เพราะการเลียนแบบนักพูดคนอื่น เราอาจเลียนแบบได้เหมือน แต่มันไม่ใช่ตัวเรา จึงทำให้ขาดการเป็นธรรมชาติ ดังนั้น จงเป็นตัวของตัวเองดีที่สุด แล้วผู้ฟังก็จะประทับใจในความเป็นตัวของตัวเรา

- ต้องเตรียมตัวทุกครั้ง นักพูดที่ดีต้องมีการเตรียมตัว เพราะการเตรียมตัวจะทำให้เกิดความสมบูรณ์มากขึ้นในเวลาพูดจริง เปรียบดัง นักมวยเวลาที่ขึ้นชก เราอาจเห็นว่าใช้เวลาไม่นานในการชกแต่หารู้ไม่ว่า เขาต้องซ้อมชกมวยเป็นเวลานาน จึงจะขึ้นชกจริงได้ เหมือนกัน นักพูดที่ดีต้องมีการเตรียมตัว ยิ่งเตรียมตัวมากยิ่งจะทำให้การพูดแต่ละครั้งเกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

- ต้องมีหลักการหรือศาสตร์ในการพูด นักพูดที่ดีต้องมีหลักการหรือเรียนรู้ ศาสตร์หรือตำราการพูดมาบ้างแล้ว หรือเข้ารับการอบรมหลักการมาพอสมควรเมื่อรู้หลักการก็จะทำให้พูดได้ดีขึ้น การรู้หลักการเปรียบดังนักมวยที่มีการอบรมการชกมวยมาจะทำให้รู้เทคนิคในการชกไม่ได้ชกเหมือนมวยวัด

ดังนั้นผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในการเป็นนักพูดต้องมีนิสัยดังกล่าวจึงจะนำพาตนเองไปสู่เป้าหมาย ในท้ายนี้ขอฝากแง่คิดดังนี้ “ การเป็นนักพูดที่ดีไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์แต่เกิดจากการตั้งใจและการพัฒนาฝึกฝนอย่างไม่หยุดยั้ง ”




...
  
หัวอกพ่อแม่
สารพันปัญหาหัวอกพ่อแม่


โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)


การเลี้ยงลูกในยุคปัจจุบันมีความแตกต่างจาก การเลี้ยงลูกในอดีตอย่างมากมาย เพราะการเลี้ยงลูกในปัจจุบัน ถ้าจะให้เก่งและดีด้วย ยิ่งเพิ่มความยากเป็นสองเท่าเลยทีเดียว เพราะสังคมยุคปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลง รวดเร็ว เป็นพลวัต ไม่นิ่ง อีกทั้งมีสิ่งเร้าที่ทำให้เด็กเสียคนได้กว่าในอดีต ดังเช่น


- สิ่งเสพติด เด็กในยุคปัจจุบันมีความเสี่ยงมากกว่าเด็กในอดีต โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่น เพราะ สิ่งเสพติด มีหลายประเภท อีกทั้งยังหาซื้อได้ง่ายกว่าในอดีตเป็นอันมาก


- สื่อลามก เด็กในปัจจุบันมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร เนื่องจากในยุคปัจจุบันมีสื่อลามกเป็นจำนวนมากและยังมีสื่อลามกให้เลือกประเภทที่หลากหลายกว่าในอดีต ซึ่งในอดีตมีจำนวนน้อยและประเภทของสื่อก็มีให้เลือกน้อยกว่า เช่น หนังสือ วีดีโอ วีซีดี ดีวีดี คลิปโป๊ รูปโป๊ หนังหรือภาพยนตร์โป๊ เป็นต้น


- ปัญหาเด็กติดเกม ในยุคนี้ เป็นยุคเทคโนโลยี เรามักจะพบปัญหาเด็กติดเกมมากขึ้นเรื่อยๆ และจะทวีความรุนแรงขึ้นตลอดเวลา เพราะปัญหาเด็กติดเกมไม่ใช่มีเฉพาะในสังคมไทยแต่ปัญหานี้เกิดขึ้นทั่วโลกเลยทีเดียว


- ปัญหาเด็กก้าวร้าว ปัญหาเด็กอ้วน และปัญหาเกี่ยวกับเด็กอีกมากมาย




แต่ปัญหาต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นมีความเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก เช่น


- ปัญหาสิ่งเสพติด เมื่อเด็กติดสิ่งเสพติดต่างๆ จะทำให้เด็กสุขภาพเสีย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพจิตและสุขภาพร่างกาย ปัญหาการลักขโมยก็จะมีเพิ่มขึ้นเนื่องจากเด็กต้องหาเงินไปซื้อสิ่งเสพติด เด็กบางคนต้องขายตัวเพื่อแลกเงินเพื่อนำไปซื้อยาเสพติดก็มี


- ปัญหาสื่อลามก เมื่อเด็กเสพสื่อลามกมากๆ เด็กก็มักจะมีพฤติกรรมเลียนแบบสื่อลามก ทำให้เกิดคดีความต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย เช่น การข่มขืน การท้องในวัยเรียน โรคทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคเอดส์


โรคหนองใน ฯลฯ


- ปัญหาเด็กติดเกม มักจะมีผลกระทบที่ตามมาเช่น การเรียนของเด็กตกต่ำ การเสียความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง เพราะมัวแต่เล่นเกม โดยไม่ไปเล่นกีฬาหรือเข้าสังคม ทำให้เด็กเกิดความก้าวร้าวขึ้นเพราะเกมบางเกม มีความรุนแรง ดังข่าวที่เด็กเลียนแบบจากเกมแล้วฆ่าคนก็มี


ดังนั้น ปัญหาของเด็กในยุคปัจจุบัน ทำให้เกิดความหนักอกหนักใจกับพ่อแม่เป็นอย่างยิ่ง และการ


แก้ปัญหาเด็ก ในปัญหาต่างๆข้างต้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะการแก้ปัญหาหนึ่ง สำเร็จก็อาจจะเกิดปัญหาหนึ่งตามมา เหมือนกับเชือกที่มีปม หลายปม เมื่อแก้ปมหนึ่ง ก็มีอีกปมให้แก้


สรุป พ่อแม่ในยุคปัจจุบันจึงต้องให้เวลากับลูก และเอาใจใส่กับลูกให้มากกว่าเด็กในอดีต เพราะปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเด็กมีมากมายกว่าในอดีต เราจะเลี้ยงลูกแบบ พ่อแม่ที่เลี้ยงเรา เหมือนในอดีตไม่ได้แล้ว เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป สังคมเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป และโลกเปลี่ยนแปลงไป












...
  
ผู้นำพูด
การพูดแบบผู้นำ

โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์


บทความในวันนี้กระผมขอพูดถึงเรื่องของการพูดแบบผู้นำ ซึ่งการพูดแบบผู้นำนี้จะพูดธรรมดาเหมือนผู้ตาม หรือคนทั่วไปไม่ได้ เพราะมันจะไม่เห็นความแตกต่างระหว่างผู้นำกับผู้ตามดังนั้นคนที่ต้องการเป็นผู้นำหรือเป็นผู้นำอยู่แล้ว จึงต้องเรียนรู้หลักการวิธีการเพื่อนำไปใช้ในการพูดในแต่ละครั้ง ผมเชื่อว่าพวกเราคงเคยได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับประโยคคำคมของผู้นำภายในประเทศและในต่างประเทศมาบ้างแล้ว คำคมเหล่านี้ทำให้เป็นที่จดจำและนำไปคิดเพิ่มแล้วก่อให้เกิดปัญญาขึ้นเช่น


“ จงอย่าถามว่าประเทศชาติจะให้อะไรแก่ท่านบ้าง แต่จงถามว่าท่านจะให้อะไรแก่ประเทศบ้าง ”

เป็นคำพูดสุนทรพจน์ของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เคนาดี้

“ ถ้าท่านไม่สามารถลุกขึ้นพูดต่อหน้าฝูงชนได้ ก็อย่าปราถนาเป็นผู้นำ"


เป็นคำพูดของหลวงวิจิตร

หรือ “ ระบบประชาธิปไตยคือระบบที่ปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน

เป็นคำพูดสุนทรพจน์ของอดีตประธานาธิบดี ลินคอล์น

ดังนั้นในวันนี้เราจะมาพูดเรื่องเทคนิคการพูดแบบผู้นำ ดังนี้

- ผู้นำจะต้องพูดด้วยความมั่นใจ พูดชัด ไม่ติดติดขัดขัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ภาษาก็ต้องพูดชัดไม่ว่าจะเป็นผู้นำที่พูดภาษาอังกฤษหรือพูดภาษาไทย ผู้นำจะต้องรู้จักการใช้ภาษานั้นได้เป็นอย่างดี และมีการใช้คำได้หลากหลายมากกว่าผู้ตาม การพูดการใช้ภาษาของผู้นำจะทำให้ผู้ตามทราบว่าผู้นำมีการศึกษาดีมากน้อยแค่ไหนดังคำโบราณได้พูดไว้ว่า “ สำเนียงบอกภาษา กริยาบอกสกุล ” การพูดด้วยความมั่นใจจะทำให้ผู้ตามเกิดความมั่นใจตามด้วย

- ผู้นำจะต้องพูดให้มีคำคมอยู่บ้าง เพราะการพูดที่ไม่มีคำคมอยู่เลยจะทำให้ผู้ฟังจำเนื้อหาไม่ได้ทั้งหมดแต่ผู้นำคนใดมีคำคมอยู่บ้าง ก็จะเป็นที่น่าสนใจและเป็นที่จดจำของผู้ฟังดังคำคมประโยคข้างต้นที่กระผมได้กล่าวถึง เนื่องจากคำคมเป็นคำสั้นๆหรือประโยคสั้นๆ แต่กินใจความและสามารถขยายความได้มากขึ้น คำคมบางคำทำให้คนฟังคิดตามแล้วเกิดปัญญาขึ้นตามมาด้วย

- ผู้นำจะต้องพูดให้มีอารมณ์ขันบ้าง เพราะการพูดจริงจังตลอดเวลาจะทำให้ผู้ฟังเครียด แต่ถ้าผู้นำคนใดนำอารมณ์ขันมาใช้ คนฟังมักจะชอบโดยเฉพาะสังคมไทย ผู้ฟังมักชอบฟังอะไรที่ตลก ขบขัน มากกว่าฟังอะไรที่เครียด ดูจริงจัง

- ผู้นำจะต้องพูดให้มีไหวพริบปฏิภาณในการพูด เนื่องจากการพูด การปราศรัย บางแห่งจะมีผู้ฟังถามลองของหรือถามลองภูมิผู้พูด ดังนั้น ผู้เป็นผู้นำจะต้องตอบให้ได้หรือให้ทันเหตุการณ์ผู้นำจะต้องมีไหวพริบปฏิภาณในการพูดตอบโต้

- ผู้นำจะต้องพูดด้วยอารมณ์ กระผมไม่ได้หมายถึงใช้อารมณ์ในการพูดนะครับ ไม่ใช่ไปด่าผู้ฟังอะไรทำนองนั้น แต่ผู้นำจะต้องใส่อารมณ์ในการพูด เช่นพูดเรื่องเศร้าก็ต้องใช้น้ำเสียงและสีหน้า ท่าท่างอย่างหนึ่ง พูดเรื่องตลก ก็ต้องทำสีหน้า น้ำเสียงอีกอย่างหนึ่ง พูดจูงใจ ก็ต้องใช้น้ำเสียงจริงจัง ท่าทางจริงจัง เพื่อให้ผู้ฟังเกิดความเชื่อมั่น

และยังมีอีกหลายทักษะ ที่ผู้นำจะต้องเรียนรู้และนำไปปฏิบัติ เพราะการพูดแบบผู้นำเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ศาสตร์ก็คือสามารถเรียนรู้ได้ จากหนังสือ ตำรา ทฤษฏีต่างๆ ศิลป์คือการประยุกต์ใช้เพื่อนำศาสตร์ไปปฏิบัติ ท้ายนี้อยากฝากบทกลอนของผู้แต่งที่มีคนแต่งเอาไว้กระผมเคยเห็นครั้งแรกในมหาวิทยาลัยรามคำแหงเมื่อสิบกว่าปีก่อน

“ วาทะการนั้นเป็นเช่นของสูง เป็นเครื่องจูงใจคนดั่งมนต์ขลัง

เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ทรงพลัง และเป็นทั้งศาสตราเป็นอาภรณ์

เราจะใช้วิชาล้ำค่านี้ เพื่อสร้างสรรค์ สิ่งดีเป็นนุสรณ์

เพื่อเทิดธรรมพัฒนาประชากร เพื่อบ้านเกิดเมืองนอนแผ่นดินไทย”




...
  
พูดโอกาสต่างๆ
การพูดในโอกาสต่างๆ


โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์


เมื่อวันที่ 26-27 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมากระผมได้มีโอกาสเป็นวิทยากรให้แก่ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลดงเจน จังหวัดพะเยา ในหัวข้อ “ การพัฒนาบุคลิกภาพและการพูดต่อหน้าที่ชุมชน” ณ โรงเรียนดงเจนวิทยาคม จังหวัดพะเยา ในวันที่สองของการฝึกอบรมกระผมได้บรรยายในหัวข้อการพูดโอกาสต่างๆ เนื่องจากผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่เป็นผู้นำท้องถิ่น จึงมีโอกาสในการขึ้นพูดในโอกาสต่างๆมาก เช่น การพูดในงานมงคลสมรส การพูดในงานขึ้นบ้านใหม่ การพูดในงานคล้ายวันเกิด การพูดในงานศพ การพูดในงานต้อนรับสมาชิกใหม่และการพูดกล่าวแสดงความยินดี ฯลฯ


สิ่งสำคัญในการพูดในโอกาสต่างๆ มีดังนี้ครับ


- ผู้พูดจะต้องรู้สถานการณ์และผู้ฟัง เช่น ถ้างานนั้นดำเนินไปด้วยความล่าช้า เราจำเป็นจะต้องพูดให้น้อยลง ทั้งๆที่เรามีอะไรต่างๆจะพูดมากมายก็ตาม โดยเฉพาะเลยเวลารับประทานอาหารไปนานแล้ว เพราะขนาด ก่องข้าวน้อยยังฆ่าแม่ได้เลย นับประสาอะไรกับผู้พูดที่ไม่ใช่ญาติมิตรกัน


- ต้องรู้ลำดับรายการผู้จะขึ้นพูดในโอกาสต่างๆ ต้องรู้ว่าลำดับของรายการต่างๆเป็นไปอย่างไรจะได้เตรียมตัวถูก ต้องรู้ว่ารายการอะไรก่อน รายการอะไรหลัง


- ต้องรู้จุดมุ่งหมายของงานนั้นๆ ว่าลักษณะของงานเป็นลักษณะงานที่บันเทิงสนุกครึกครื้น


เฮฮา หรือ เป็นงานที่เศร้าโศกสลด เราจะได้พูดให้ถูกกาลเทศะ


สำหรับโอกาสในการพูดในโอกาสต่างๆ มีดังนี้


1.การกล่าวแนะนำ โดยมากเป็นการกล่าวแนะนำ ผู้ที่อภิปราย วิทยากร ผู้โต้วาที หรือผู้เข้าร่วมอบรมหรือประชุม สัมมนาในงานนั้นๆ เป็นการกล่าวแนะนำก็เพื่อให้ผู้ฟังรู้จักและสนใจ “ตัวผู้พูด” และ “เรื่องที่จะพูด”


2.การกล่าวต้อนรับ เป็นการกล่าวต้อนรับผู้มาเยี่ยมเยือนหรือกล่าวต้อนรับสมาชิกใหม่


3.การกล่าวอวยพร ส่วนใหญ่เป็นการกล่าวในโอกาสที่เป็นงานมงคล เช่น งานมงคลสมรสหรืองานแต่งงาน งานวันคล้ายวันเกิด(ไม่ใช่งานวันเกิด เพราะวันเกิดมีวันเดียว) งานขึ้นปีใหม่ งานฉลองการเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งต่างๆ ฯลฯ


4.การกล่าวไว้อาลัย โดยมากเรามักคิดถึงแต่งานศพ แต่จริงๆแล้วการกล่าวไว้อาลัยมีหลายอย่าง เช่น ไว้อาลัยผู้ตาย ไว้อาลัยผู้ที่ย้ายไปรับตำแหน่งใหม่ หรือที่ทำงานใหม่และไว้อาลัยในงานโอกาสไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ เป็นต้น


สำหรับท้ายนี้กระผมมีตัวอย่างการกล่าวอวยพรในงานมงคลสมรส โดยผู้กล่าวเป็นแม่ของเจ้าบ่าวดังนี้


สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ชีวิตของความเป็นผู้หญิงทุกคนคงไม่แตกต่างจากดิฉัน คืออยากให้คนที่เรารักหรือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเราได้มีความสุขและดิฉันก็ได้ปฏิบัติต่อครอบครัวของดิฉันเสมอมา ดังนั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปดิฉันก็เชื่อว่าสุภาพสตรีที่นิสัยดีและน่ารักคนนี้ คือสะใภ้ของดิฉันจะทำหน้าที่ภรรยาที่ดีและรักลูกชายของดิฉันได้นานแสนนานตลอดไป ขอบคุณค่ะ

หรือ พ่อของเจ้าบ่าวกล่าวดังนี้

สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน กระผมขอเปรียบชีวิตของคนเราเหมือนต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีความจริงใจเป็นรากแก้ว


มีความอดทนคือลำต้น มีความร่มเย็นคือร่มใบพร้อมทั้งความดีงามคือดอกผล จึงได้ชื่อว่า ต้นไม้แห่งความรัก


ความผูกพันและกระผมเชื่อว่าเจ้าบ่าวและเจ้าสาวทั้งสองจะหมั่นดูแลรับผิดชอบซึ่งกันและกัน เหมือนต้นไม้ดังกล่าวมา ส่วนครอบครัวของทั้งสองฝ่ายนั้นจะเป็นเม็ดฝนชโลมความชุ่มชื่นแด่เจ้าบ่าวเจ้าสาวตลอดไป


ท้ายนี้ขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานแต่งงานในวันนี้(โดย อ.ภูวดล ภูภัทรโยธิน )






































...
  
IMC ของไทยรักไทย
IMC ไทยรักไทย

โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

พรรคไทยรักไทย เป็นพรรคการเมืองที่มีอายุไม่ถึง 5 ปี แต่สามารถสร้างประวัติศาสตร์ทางการเมืองได้ยิ่งใหญ่อย่างไม่เคยมีใครทำมาก่อน เครื่องมือหนึ่งที่ทางพรรคไทยรักไทยนำมาใช้คือ


IMC (Integrated Marketing Comunication) หรือเรียกว่า การสื่อสารการตลาด หมายถึง กระบวนการของการพัฒนาแผนงานการสื่อสารการตลาดที่ต้องใช้การสื่อสารเพื่อการจูงใจหลายรูปแบบกับกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายของ IMC คือการที่จะมุ่งสร้างพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายให้สอดคล้องกับความต้องการของการตลาด โดยการพิจารณาวิธีการสื่อสารตราสินค้า(Brand Contacts) เพื่อให้ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายจะได้รู้จักสินค้า ที่จะนำไปสู่ความรู้ ความคุ้นเคยและความเชื่อมั่นในสินค้ายี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง(เสรี วงษ์มณฑา)


ดังนั้น IMC จึงเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเชิงธุรกิจ แต่เมื่อพรรคไทยรักไทยนำมาใช้แล้วพัฒนาอย่างจริงจัง จึงได้สร้างประวัติศาสตร์ทางการเมืองขึ้น ด้วยการคว้าคะแนนเสียงกว่า 250 เสียง จากทั้งหมด 500 เสียง(ส.ส.)ซึ่งถือได้ว่าไม่ธรรมดา


ถ้าวิเคราะห์ดูจะเห็นได้ว่าเครื่องมือ IMC ที่พรรคไทยรักไทยใช้จะมุ่งเน้นที่การสร้างตราสินค้า(Brand Name) คือการเปิดโอกาสให้ประชาชนจำนวนมากกว่าหนึ่งหมื่นคนมีส่วนตั้งชื่อพรรค เพื่อสร้างความรู้สึกในการเป็นเจ้าของ


มีการเลือกวิธีการสื่อสารตราสินค้า(Brand contact point) เช่น การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขาย การขายโดยใช้พนักงานขาย การใช้ผลิตภัณฑ์เป็นสื่อ การใช้ยานพาหนะเคลื่อนที่ การตลาดเจาะตรง แผ่นพับ ฯลฯ จึงไม่ต้องแปลกใจที่พรรคไทยรักไทยในสมัยนั้นใช้งบประมาณมากมายมหาศาล


สำหรับคำขวัญของพรรคไทยรักไทยในสมัยนั้นคือ “ คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อไทยทุกคน ” เป็นการแต่งขึ้นเพื่อสร้างความหวังให้แก่ประชาชนคนไทยในสมัยนั้น เพราะประชาชนเบื่อการบริหารการจัดการในลักษณะเดิมๆ โดยเฉพาะภาพลักษณ์ของนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นมีภาพลักษณ์ที่เชื่องช้าและตัดสินใจไม่เด็ดขาดรวดเร็ว


ด้านการกำหนดบุคลิกภาพของตราสินค้า(Brand personality) เป็นการกำหนดว่าพรรคการเมืองมีบุคลิกภาพอย่างไร นับตั้งแต่หัวหน้าพรรคและส.ส.ในพรรค เมื่อพิจารณาภาพลักษณ์บุคลิกภาพของหัวหน้าพรรค พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนักธุรกิจด้านธุรกิจโทรคมนาคมที่ประสบความสำเร็จ มีประสบการณ์ด้านการบริหารการจัดการ กล้าตัดสินใจ กล้าคิด กล้าทำ สำหรับบุคลิกภาพ ส.ส.ในพรรค เป็นกลุ่มนักธุรกิจ เป็นกลุ่มนักบริหาร เป็นกลุ่มนักการเมืองมืออาชีพ เป็นกลุ่มนักวิชาการ ฯลฯ


เราต้องยอมรับว่าเบื้องหลังความสำเร็จคือคณะทำงานการวางแผน IMC ของพรรคไทยรักไทย มีความสำคัญ มีการสื่อสารได้อย่างมีเอกภาพและได้ผล ยกตัวอย่างเช่น ป้ายหาเสียงของผู้สมัครในช่วงรณรงค์หาเสียงถ้าพวกเราจำได้ ป้ายหาเสียงของผู้สมัครมีมาตรฐานเหมือนกันทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสีของป้าย ขนาดของป้าย สามารถสร้างความจดจำให้แก่ตราสินค้าและประชาชนได้ จนทำให้พรรคการเมืองหลายพรรค เลียนแบบในเวลาต่อมา


จากข้อความข้างต้น เราจะเห็นได้ว่าทฤษฏีและแนวคิด IMC (Integrated Marketing Comunication) สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในทางการเมืองได้ แต่ต้องอาศัยศิลปะในการประยุกต์ด้วย


โดยดูสถานการณ์ ปัจจัยสิ่งแวดล้อมของการเมืองในสมัยนั้นๆ เพราะการเมืองเป็นพลวัต มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ไม่นิ่ง




...
  

    จำนวนหน้า : [1]  [2]  [3]  [4]  [5]  [6]  [7]  

หนังสือ พูดอย่างมีกึ๋น
ศิลปะการขาย
วาทะวาที

  Copyright @ 2010 drsuthichai.com All Rights Reserved.  Powered by ThaiWeb.  Admin Business Online 
Popularne pozyczka 5000 kasa stefczyka tarnów, dzięki nowelizacjom w prawie, są coraz pozyczka do 3 osób. Nowe regulacje mają na celu ochronę konsumentów i objęcie większym nadzorem procedur udzielania pożyczek pozabankowych chwilówki plac wolności rzeszów x kom. Nowe przepisy opierają się na pożyczki dla zatrudnionych na czarno góra zmianie ustawy o nadzorze nad rynkiem finansowym net credit splata pozyczki irlandia. Weszły one w życie z dniem 11 marca 2016 r. chwilówka dla studenta ranking Poniżej zamieszczamy ich przegląd. Firma pożyczkowa musi dysponować minimalnym kapitałem początkowym w wysokości 200 tys. zł – kapitał ten nie może pochodzić z pożyczek eurobank pożyczka online pl. W ten sposób postarano się wyeliminować z rynku małe firmy, które powstawały tylko po to, aby w jak najkrótszym czasie oszukać rzesze klientów udzielanie pożyczek zwolnione z vat. Nadzór nad firmami pożyczkowymi może prowadzić Komisja Nadzoru Finansowego z o.o. udziela pożyczki vivus. KNF w razie wątpliwości może objąć monitoringiem warunki oferowanych pożyczek pożyczka 3000 online. Firma pożyczkowa, która utrudni działania czy umowa pożyczki może być bez odsetek hipotecznych, może zostać obarczona karą do 500 tys. zł credit agricole kredyt mieszkaniowy kalkulator. Niektórzy eksperci uważają, że optymalna karą za nielegalne praktyki, byłoby 1 mln zł. wynagrodzenie z tytułu pożyczki hipotecznej Ustalono także, że wszystkie koszty pożyczki nie mogą być wyższe niż 100% kwoty udzielonej koszty umowy pożyczki rodzinnej, uwzględniając cały okres kredytowania czesc pozyczki hipoteczne. Ponadto maksymalne opłaty oraz odsetki z tytułu opóźnień w umowa pożyczki od wspólnika spółki cywilnej uchwała spłacie nie mogą przekraczać 6-krotności stopy lombardowej kredytu ustalanej przez NBP pożyczka z zfśs a zwolnienie szpitalne. Koszty udzielenia pożyczki nie mogą przekroczyć 25% kwoty udzielonej pożyczki pożyczki bez bik poznan poland, a koszty pozaodsetkowe w skali roku nie mogą być większe niż 30% gdzie dostać kredyt dla zadłużonych. Chwilówki mogą być obarczone odsetkami ustawowymi tarnow pozyczki bez qica, czyli maksymalnie 4-krotnością kredytu lombardowego NBP pożyczka na doposażenie stanowiska pracy chomikuj.