หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
ข่าวสาร
สินค้า
บริการ
แกลลอรี
เว็บลงค์
เว็บบอร์ด
ติดต่อเรา

บริการ

 รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
 บทความต่างๆ ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
  -  ธรรมาภิบาล
  -  เทคนิคการประชุม
  -  พูดดี ต้องประเมิน
  -  ผู้นำกับทีม
  -  หัวอกพ่อแม่
  -  ผู้นำพูด
  -  พูดโอกาสต่างๆ
  -  IMC ของไทยรักไทย
  -  อาชีพ ผู้นำ องค์กร
  -  เอดส์ วัยรุ่น สังคมไทย
  -  นักบริหารกับความสำเร็จ
  -  นักเขียน
  -  เหล้ากับเด็ก
  -  เด็กขายตัว
  -  สู่ผู้นำ
  -  อาหารปลอดภัย
  -  ทำไมคนดีๆ จึงลาออก
  -  อารมณ์ขันกับนักพูด
  -  การพูดหน้าชุมชน
  -  เลิกเหล้าเข้าพรรษา
  -  ฝึกพูด
  -  การมีมนุษย์สัมพันธ์
  -  ยาเสพติดประเทศไทย
  -  เหล้า เบียร์ วัยรุ่น
  -  องค์กรกับผู้บริหาร
  -  ผู้นำกับองค์กรเรียนรู้
  -  เตรียมพูด
  -  ทัศนคติกับการขาย
  -  เป้าหมายกับความสำเร็จ
  -  บทบาทนักบริหาร
  -  เอดส์ สังคมไทย
  -  ธรรมชาติการขาย
  -  ผู้บริหารกับประชาสัมพันธ์
  -  หัวใจงานบริหาร
  -  กิ๊ก
  -  จริยธรรมของไทย
  -  แฟชั่น นักศึกษา
  -  ควบคุมราคาสินค้า
  -  ปัญหาสิ่งแวดล้อม
  -  ปัจจัยในการบริหาร
  -  การเปลี่ยนแปลงกับการบริหาร
  -  น้ำมันลอยติดลมบน
  -  อดทนเพื่อชนะ
  -  วาจาของนักบริหาร
  -  พจนานุกรมวัยรุ่น
  -  น้ำมันยังเป็นปัญหาใหญ่
  -  เรียนภาษาอังกฤษให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง
  -  สื่ออนาคต
  -  พ่อแม่
  -  บุหรี่
  -  ยาเสพติด
  -  เลิกเหล้า เลิกจน
  -  ขยะเป็นทอง
  -  ผู้นำ
  -  สนุกกับงาน
  -  คิด พูด ทำ ความสำเร็จ
  -  หมวก 6 ใบ
  -  พ่อแม่ รังแกฉัน
  -  หลักการเขียนบทความ
  -  สภาประชาชน สภาผู้บริโภค
  -  หลักการนำเสนอ
  -  ความคิดสร้างสรรค์
  -  U R A BRAND !(คุณ คือ แบรนด์)
  -  มึงสู้จริงหรือเปล่า
  -  การเตรียมความพร้อมของบุคลากรสาธารณสุข
  -  นักพูดที่ดีต้องรู้จักวิเคราะห์ภาษากายของผู้ฟัง
  -  จริยธรรม คุณธรรม ความรับผิดชอบ
  -  การตลาดเพื่อการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
 บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเสริมสร้างกำลังใจของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 สุนทรพจน์ของนักการเมือง
 บทความเกี่ยวกับการขายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับกฏหมายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเขียนของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 นักพูดทางการเมือง
 หนังสือ การพูด
 บทความต่างๆ ของนักพูด
 ประวัตินักขาย
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการขาย
 วาทะของคนดัง
 ประวัติ ทนายความ
 ประวัติอาจารย์นักพูด
 คลิปเสียงภาพ เกี่ยวกับกฏหมาย
 วิธีการสู่ความสำเร็จ
 บุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ
 การบริการด้วยหัวใจ
 ผู้บริหาร
 Mind Map แผนที่ความคิด(หนังสือทางด้านการพูด)
 แนะนำหนังสือการเขียน
 ประวัตินักเขียน
 คลิปนักพูด
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์
 คลิป นักพูดต่างประเทศ
 คลิป ประกอบการบรรยาย
 คลิปเสียงของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ เกี่ยวกับการพูด เช่น นักพูดชั้นนำทำกันอย่างไร , วิธีการปรับปรุงน้ำเสียง ,จะพูดให้ได้ดีต้องมีการเตรียมตัว,นักพูดที่ดีต้องมีการศึกษาและองค์ประกอบของนักพูดที่ดี
 คลิป ครูเคท บรรยาย
 คลิป หมู่บ้านพลัม
 สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
 สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
 พูดอย่างมีกึ๋น
 หนังสือ การทำงานเป็นทีม
 แนะนำหนังสือ เกี่ยวกับการทำงาน
 ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
 คำคม
 รศ.ดร.สุขุม นวลสกุล
 สมชาย หนองฮี
 ดร.ผาณิต กันตามระ
 อ.อุสมาน ลูกหยี
 อาจารย์จตุพล ชมภูนิช
 วสันต์ พงศ์สุประดิษฐ์
 รศ.สุนีย์ สินธุเดชะ
 หมอพงษ์ศักดิ์ ตั้งคณา
 อาจารย์พนม ปีย์เจริญ
 อาจารย์เสน่ห์ ศรีสุวรรณ
 รศ.วิกรณ์ รักษ์ปวงชน
 อาจารย์วิชัย ปีติเจริญธรรม
 ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล
 กนกศักดิ์ ลิขิตไพรวัลย์
 อาจารย์ถาวร โชติชื่น
 สิริลักษณ์ ตันศิริ
 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
 โต้วาที
 คะเณยะ อ่อนนาง
 ภก. ดร. ประชาสรรค์ แสนภักดี
 ประดิษฐ์ กิตติฤดีกุล
 ดร.โอภาส กิจกำแหง
 ประมวลสุนทรพจน์ ทักษิณ ชินวัตร
 ดร.อภิชาติ ดำดี
 อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
 การตลาด
 ทอล์คโชว์
 รวมคลิป ที่เกี่ยวกับการพูดต่อหน้าที่ชุมชน
 คลิป เรื่องการบริหาร
 คลิป บุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจ
 เพลง ที่ให้กำลังใจ
 คลิป ดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีความสุข
 คลิป แรงบันดาลใจ
 คลิป สนุกๆ สร้างสรรค์
 การทำงานอย่างมีความสุข
 การจัดการองค์ความรู้ KM
 สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย

กลุ่มสินค้า

 หลักสูตร พลังแห่งการพูด
 หลักสูตร พลังแห่งการบริการ
 หลักสูตร การทำงานเป็นทีมและการบริหาร
 หลักสูตร พลังแห่งการสื่อสาร
 ผลงานหนังสือ
 หลักสูตร พลังแห่งการขายและการตลาด
 หลักสูตร การทำงานด้วยหัวใจ
 อาเซียน
 หลักสูตรอื่น
 หลักสูตร การคิด
 มอบหนังสือ เพื่อการกุศล
Custom Search
สถาบัน Cap vision
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ
 
 
  บริการ
รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
บทความต่างๆ  ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
หนังสือ การพูด
สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
พูดอย่างมีกึ๋น
ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
สมชาย หนองฮี
อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย
   บริการ : บทความต่างๆ ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
ฝึกพูด
มาฝึกพูดกันเถอะ


โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)


การพูดเก่งทำให้ท่านได้เปรียบผู้อื่น การพูดเก่งทำให้ท่านได้ชื่อเสียง เงินทอง การพูดเก่งทำให้ท่านได้รับตำแหน่งสูงกว่าผู้อื่น และการพูดเก่งทำให้ท่านได้รับสิ่งต่างๆอีกมากมาย


นี่คือข้อดีของการที่ท่านพูดดีและพูดเก่ง สำหรับท่านที่ต้องการจะเป็นนักพูดนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยในยุคปัจจุบัน เพราะในยุคนี้เรามีตัวอย่าง นักพูดที่เก่งๆ เราสามารถหาดูได้ไม่ยากนัก บางทีเราอาจหาดูได้จากห้องนอนด้วยซ้ำไป( ดูโทรศัพท์) ซึ่งยุคนี้เป็นยุคข้อมูลข่าวสาร เราสามารถหาข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายกว่าในอดีตเป็นอันมาก เรามีระบบอินเตอร์เน็ตซึ่งช่วยให้ผู้ที่ต้องการเป็นนักพูดได้


หาข้อมูลเพื่อมาประกอบการพูดได้ในเวลาอันรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย ในอดีต เราต้องไปหาตามห้องสมุด ซึ่งห้องสมุดหลายแห่งไม่มีหนังสือหรือข้อมูลที่เราต้องการ แต่ปัจจุบันเรามีห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือ อินเตอร์เน็ตนั้นเอง


สำหรับคนที่ต้องการเป็นนักพูดจำเป็นจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้


1.เป็นนักอ่านที่ดี ชอบอ่านหนังสือ หาข้อมูลเพื่อใช้ในงานพูดของตน เนื่องจากงานพูดจำเป็นจะต้องมีเนื้อหา มีสาระ มีศิลปะในการใช้ภาษา ดังนั้น ผู้ที่อ่านมาก ย่อมมีข้อมูลมากและมีความแตกฉานในเรื่องของการใช้ภาษา


สำหรับประเทศไทย มีข้อเท็จจริงในเชิงสถิติที่น่าห่วงใย ปัจจุบันอัตราการอ่านหนังสือของเด็กและเยาวชนไทยต่อปีอยู่ในระดับต่ำมาก โดยเฉลี่ยอยู่ที่ ๕ เล่มต่อคนต่อปีเท่านั้น ต่ำกว่าประเทศเวียดนามที่กำลังเร่งพัฒนาประเทศไล่กวดไทยอยู่ในขณะนี้ หากเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งของไทยอื่นๆ ปรากฏว่าคนสิงคโปร์มีอัตราการอ่านเฉลี่ย ๑๗ เล่มและมาเลเซีย ๔๐ เล่มต่อคนต่อปี ส่วนประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น มีอัตราการอ่าน ๕๐ เล่มต่อคนต่อปี(ผู้จัดการรายสัปดาห์ 19 กพ.52)


2.เป็นนักจินตนาการและช่างฝัน การเป็นนักพูดที่ดีและประสบความสำเร็จจำเป็นที่ต้องมีจินตนาการเพื่อสร้างความแตกต่างจากผู้อื่น เพราะถ้าไม่มีจินตนาการและการช่างฝัน นักพูดผู้นั้นก็มักจะพูดแนวทางเดียวกันกับนักพูดทั่วๆไป และเมื่อพูดในแนวทางเดียวกันกับนักพูดทั่วไปแล้ว ก็มักจะไม่ประสบความสำเร็จ


3.ถ้าอยากเป็นนักพูด ก็จง พูด พูด และพูด จงหาเวทีให้กับตนเอง ท่านที่ต้องการว่ายน้ำเป็น ท่านต้องลงไปว่ายน้ำ ถ้าท่านอยากเป็นนักพูดไม่มีวิธีอื่น ท่านต้องหาเวทีพูดให้กับตัวเอง การพูดเป็นทักษะ ถ้าเราพูดบ่อยๆ เราก็จะเก่งไปเอง


สำหรับท่านที่คิดว่าตัวเองมีคุณสมบัติของนักพูดที่ดีแล้ว แต่มีปัญหาว่าจะเข้าสู่วงการได้อย่างไร


สำหรับผมคิดว่า ท่านควรเริ่มเวทีเล็กๆก่อนหรือหาโอกาสพูด ในเวทีเล็ก เมื่อพูดได้ดี คนก็จะเชิญท่านพูดในเวทีระดับชาติเอง เมื่อถึงจุดนั้น เงิน ทอง ชื่อเสียงและตำแหน่งก็จะตามมาเองครับ





จงทำให้ผู้ฟังสนุกสนาน ในขณะเดียวกันก็สอนเขาไปด้วย

...
  
การมีมนุษย์สัมพันธ์
มนุษยสัมพันธ์

โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)






นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อนขึ้นสู่ที่สูงได้ยาก เป็น คำกล่าวที่พูดถึงคนที่ต้องการจะขึ้นสู่เป้าหมายอะไร บางอย่างเช่น การประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องใช้คนหรือรู้จักคนให้มาก โดยเฉพาะผู้บริหาร ซึ่งผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จจะต้องมีปัจจัยหลายอย่าง หนึ่งในปัจจัยดังกล่าวก็คือ เรื่องของมนุษยสัมพันธ์ นั่นเอง เพราะการทำงานที่ประสบผลสำเร็จ ต้องอาศัย คนในการทำงานแทนตัวเอง ไม่มีผู้บริหารที่ดีและเก่งคนใดในโลกที่ทำคนเดียวหมดทุกอย่างในบทความฉบับนี้เราจะมาพูดถึงเรื่อง มนุษยสัมพันธ์ กัน


มนุษยสัมพันธ์ หมายถึง การสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ในทางบวก ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือ การพูดคุย รวม ถึงการให้ความร่วมมือต่างๆระหว่างบุคคล มนุษยสัมพันธ์เป็นทั้งศาสตร์(Science)และศิลป์(Art) ศาสตร์ เป็นทฤษฏีหรือหลักการที่สามารถเรียนรู้ได้ ศิลป์ เป็นการนำศาสตร์ไปปฏิบัติได้

สำหรับการสร้างมนุษยสัมพันธ์ทำได้ไม่ยากนัก ถ้ารู้จัก พัฒนา ปรับปรุง แก้ไข ตัวเองตลอดเวลา การสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ง่ายๆมีดังนี้ครับ

1.รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจของเรา คือ รู้จักเกรงใจเขา ถ้าเราไม่ชอบสิ่งไหน ถ้าเราทำต่อคนอื่นเขาก็คงไม่ชอบด้วย เช่น การส่งเสียงดังรบกวนเขาในขณะที่เขากำลังมีสมาธิหรือหลับนอน


2.ยิ้มและพยามเรียกชื่อของเขาให้ถูก คือ การยิ้มเป็นสิ่งที่สามารถสร้างความประทับใจในแรกพบ รวมทั้งการเรียกชื่อของเขาให้ถูกต้องด้วย ไม่ใช่จะเรียกชื่อเขา กลายเป็นเรียกชื่อพ่อของเขา

3.การทักทายปราศรัยกับบุคคลทั่วไป ถ้าเรามีโอกาสเจอคนที่รู้จัก เราสามารถทักทายเขาก่อนเราจะสร้างความประทับใจเขาได้มาก การทักทายปราศรัยจะทำให้คนเป็นกันเองกับเรา ชอบเรามากยิ่งขึ้น

4.พูดและกระทำการต่างๆ อย่างจริงใจและเป็นกันเอง การพูด การกระทำอย่างเป็นกันเองและจริงใจ จะทำให้คนมีความรู้สึกที่ดียิ่งขึ้น เมื่อได้รู้จักเรา และต้องการสนิทสนมกับเรามากยิ่งขึ้นด้วย

5.มีเมตตาธรรม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ กับผู้อื่น การมีเมตตาธรรม ทำให้การทำงานร่วมกันดียิ่งขึ้น เมื่อมีอะไรผิดพลาดก็ให้อภัยกัน ช่วยเหลือกัน

6.พร้อมรับฟังคนอื่นและพยามสนใจฟังคนอื่นพูดให้มาก การฟังบางครั้งดีกว่าการพูด เพราะไม่มีใครชอบฟังคนอื่นพูดฝ่ายเดียว แต่ในทางกลับกัน คนเราส่วนใหญ่อยากพูดมากกว่าฟัง และอยากพูดในสิ่งที่ตนต้องการพูด บางครั้งคนฟังก็ไม่ต้องการฟัง ดังนั้น การฟังคนอื่นพูดหรือสนใจฟังคนอื่นพูด จึงเป็นศิลป์อย่างหนึ่งในการสร้างมิตร มากกว่าการก่อให้เกิดศัตรู ดังการพูด เพราะบางคนพูด ด่าคนอื่น ว่าให้คนอื่น ทำให้เกิดผลเสียขึ้น จากมิตรก็กลายเป็นศัตรูในที่สุด



ทั้งหมดที่กล่าวไปแล้วทั้ง 6 ข้อนั้น เป็นเรื่องสำคัญที่ คนต้องการความสำเร็จควรมี เพราะมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ทำให้เกิดความสุขกับตนเอง เพื่อนร่วมงาน ลูกน้องและคนทั่วไปที่ได้คบกับเรา




ท้ายนี้อยากจะฝากเรื่องของมนุษย์สัมพันธ์ นั้นคืออะไร ของท่านหลวงพ่อพุทธทาสภิกขุ ดังนี้




เมตตา กรุณา ปรารถนาดี


จิต - วิถี ยอมรับเขา ต่างเราได้


คนเรานี้ มีคุณค่า ถ้าดูไป


ตัวตนไซร้ อย่ากล้ำ ล่ำหัวคน


รู้จักพูด รู้จักฟัง ทั้งสองอย่าง


ให้นำทาง สู่สัมพันธ์ อันเป็นผล


รู้ช่วยเหลือ เกื้อกูลไว้ ไม่อับจน


เกิดเป็นคน สัมพันธ์ดี ไม่มีพัง

...
  
ยาเสพติดประเทศไทย
ประเทศไทยจะเข้มแข็งถ้าป้องกันยาเสพติด


โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)






พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


"ยาเสพติดนี่มันก่อให้เกิดความเดือดร้อนหลายอย่าง โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ทั้งราชการ ตำรวจ โรงพยาบาล เอกชนต่าง ๆ เดือนร้อนหมดและสิ้นเปลืองคนทั่วประเทศก็สิ้นเปลือง แทนที่จะมีเงินทอง มีทุนมาสร้างบ้านเมืองให้สบาย ให้เจริญมัวแต่ต้องมาปราบปรามยาเสพติด มัวแต่ต้องมาเสียเงินค่าดูแลรักษาทั้งผู้เสพยา ผู้เป็นคนเดือดร้อนอย่างนี้ก็เสียเงิน และเสียชื่อเสียง..."


ข้อความข้างต้นก็เป็นพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใย สภาพบ้านเมืองซึ่งเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ปัญหายาเสพติดในภาวะปัจจุบันเริ่มแพร่ระบาดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หลังจากยุคการปราบปราม และต่อสู้กับยาเสพติดในยุครัฐบาลของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งยุคนั้นต้องยอมรับว่า ขบวนการค้ายาได้ลดลงอย่างมาก เนื่องจาก นโยบายและการปฏิบัติของรัฐบาลมีความรุนแรง

เด็ดขาดเมื่อเทียบกับรัฐบาลอื่น ดังข้อความ หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หัวต่างๆ เช่น "ทักษิณ" สั่งปราบยาเสพติดอีกระลอก ต้องหมดภายใน 4 เดือน ”

แต่การกระทำของรัฐบาล พ.ต.ท.ดรทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็ถูกหลายฝ่ายโจมตีอย่างมาก ไม่ว่า จะเป็นเรื่อง ฆ่าตัดตอน ฆ่าผู้บริสุทธิ์ เห็นได้จากข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ต่างๆ เช่น ญาติเหยื่อผลพวงปราบยาเสพติด ยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ถูกยึดทรัพย์ 20 ล้านบาท ร้อง กระทรวงยุติธรรม ระบุไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะไม่ได้เกี่ยวข้อง เป็นต้น

สำหรับยุคปัจจุบัน มีข้อมูล จาก ศูนย์เครือข่ายวิชาการเพื่อสังเกตการณ์และวิจัยความสุขชุมชน (ศูนย์วิจัยความสุขชุมชน) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC ANCHOR POLL) ได้นำเสนอผลการสำรวจระหว่างวันที่ 2-7 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อประมาณการจำนวนผู้ใช้ยาเสพติดในยุคต้นรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และสถานการณ์ปัญหาของประชาชนในชุมชนเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.)


ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างประชาชนอายุระหว่าง 12-65 ปี จาก 2,452 ครัวเรือน พบตัวเลข (ประมาณการตามหลักสถิติ)ประชาชนในกทม.กว่า 256,388 คน จาก 4,274,757 คน ใช้ยาเสพติดในช่วง 1 ปี (12 เดือน) ที่ผ่านมา


ทั้งนี้ทั้งนั้น ตัวเลขสองแสนห้าหมื่นกว่าคนที่ว่ายังไม่น่าสนใจเท่ากับตัวเลขจำนวนผู้ที่เคยทดลองใช้สารเสพติด (โดยไม่นับรวมเหล้าและบุหรี่) ที่มีทั้งหมด 593,314 คน หรือเกือบหกแสนคน และอีก 197,338 คน หรือราว 2 แสนคนที่ยังคงใช้ยาเสพติดในช่วง 30 วันที่ผ่านมานี้เอง...!!!


คนสองแสนคนที่กำลังใช้ยาเสพติดหรือเป็นคน “ติดยา” อยู่ในกทม. ไม่ใช่ตัวเลขน้อยๆ ที่จะสามารถมองข้ามกันได้ โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก เยาวชน และกลุ่มวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 12-24 ปี จำนวน 84,517 หรือเกือบครึ่งของทั้งหมด ที่ยังคงใช้ยาอยู่ในช่วง 1 เดือนนี้ แบ่งเป็นผู้เสพกัญชา 23,981 คน เสพยาบ้า 22,226 คน ยาไอซ์ 18,168 คน กระท่อม 13,347 คน และสารระเหย (กาว-ทินเนอร์) 6,795 คน

จากตัวเลขดังกล่าว จึงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง การใช้ยาเสพติดโดยมากมักแพร่ระบาดในเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่ๆมากกว่าชนบท อาจเป็นเพราะในเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่มีฐานลูกค้ามากกว่า คนหมุนเวียนเข้าออกมากกว่า

ดังนั้นการแก้ไข ป้องกันเรื่องยาเสพติด กระผมจึงขอวิงวอนทุกฝ่ายร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ชุมชน ครอบครัว โรงเรียน ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง และโดยเฉพาะผู้ที่ค้ายาเสพติดทั้งหลาย ขอให้เลิก

เพื่อประเทศชาติ บ้านเมือง เพื่อเพื่อนมนุษย์ หากสามารถป้องกันยาเสพติดไม่ให้มาทำลายหรือก่อความเดือดร้อน ดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ข้างต้น ก็จะทำให้ประเทศไทยเข้มแข็ง การป้องกันยาเสพติดจึงเป็นสิ่งที่ต้องกระทำ











...
  
เหล้า เบียร์ วัยรุ่น

การดื่ม สุรา เบียร์ ของเด็กวัยรุ่น


โดย ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์




ถึงแม้รัฐบาลจะมีมติจากคณะรัฐมนตรีให้ปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งสุราแช่ประเภทเบียร์ และสุรากลั่นชนิดสุราขาว สุราผสมและสุราพิเศษ(บรั่นดี)โดยมีผลทันทีตั้งแต่เวลา 24.00 น.ของคืนวันที่ 6 พฤษภาคม 2552 ก็ตาม


แต่ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่าตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการปรับขึ้นภาษีในช่วงที่กำลังซื้อของประชาชนลดลง จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและปัญหาการเมือง ทำให้มีแนวโน้มที่ประชาชนจะตัดสินใจชะลอหรือลดการบริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ลง แต่อาจเกิดปัญหาการผลิตและลักลอบนำเข้าสุราโดยไม่เสียภาษีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน ทำให้การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาจไม่เพิ่มขึ้นตามที่ตั้งเป้าไว้


แต่ถ้านับสถิติการดื่ม สุรา เบียร์ ของประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ในปัจจุบันมีมากกว่าในอดีตเป็นอันมาก เหตุผลน่าจะมาจากหลายปัจจัย เช่น การดื่ม สุรา เบียร์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อต้องการเข้าสังคมและเป็นที่ยอมรับของบรรดาเพื่อน, ความอยากลอง, การดื่มเพื่อคลายเครียด ฯลฯ
ความจริงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของวัยรุ่น คงห้ามกันลำบากเนื่องจากกระแสโลก กระแสทุน กระแสบริโภคนิยม มีแนวโน้มจะไปในทิศทางนั้น เราสังเกตจากการดูโฆษณารวมทั้งสื่อในรายการบันเทิงต่างๆ เช่น ละครในโทรทัศน์ ภาพยนตร์ รวมทั้งรายการเพลงต่างๆ
ปัจจุบันธุรกิจร้านสุรา เบียร์ ก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จากเดิม โดยบริษัท สุรา เบียร์ พยายามหาลูกค้ารายใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น รวมถึงบริษัท บุหรี่ ก็เริ่มหากลุ่มลูกค้าวัยรุ่นเพิ่มขึ้นอีก จึงไม่แปลกใจเลย ทำไม ร้านขายสุรา เบียร์ จึงเกิดขึ้นในบริเวณ มหาวิทยาลัย สถานศึกษา มากขึ้นทุกวัน และเจ้าของธุรกิจขายสุรา เบียร์ ก็คิดว่าการขายสุรา เบียร์ไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรมเพราะเป็นการประกอบธุรกิจที่สุจริตอย่างหนึ่ง


ถึงแม้รัฐบาลจะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศ (มาตรการ ๑๒ จำกัดสถานที่จำหน่าย) ก็ตาม เพราะ กฎหมายเป็นกฎหมายจำกัดสถานที่จำหน่าย แต่ไม่ใช้กฎหมายห้ามดื่ม ดังนั้น ผู้ที่เป็นนักดื่มก็คงต้องหาดื่มกันต่อไปในสถานที่ซึ่งกฏหมายเปิดช่องให้จำหน่ายได้
วัยรุ่นที่อยู่ในวัยเรียน บางรายถึงกับนำค่าเทอม ค่ากิจกรรม ไปซื้อ สุรา เบียร์ จนหมด บางรายถึงขนาดขายตัวเพื่อแลกกับเงินแล้วนำเงินไปใช้ฟุ่มเฟือย รวมทั้งเลี้ยงสุรา เบียร์ แก่เพื่อนวัยรุ่น
ผลกระทบจากการดื่ม สุรา เบียร์ ของวัยรุ่นซึ่งอยู่ในวัยเรียน ส่วนมากมักทำให้การเรียนตกต่ำ เนื่องจากต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเที่ยวกลางคืน เมา เนื่องจากเวลาดื่มเหล้า เบียร์ไปมากๆ ติดต่อกันหลายวัน จะทำให้รู้สึกเบลอๆ มึนๆ ไม่สดชื่น รู้สึกเฉื่อยชา หลงๆ ลืมๆ ทำให้การศึกษาเล่าเรียนไม่มีประสิทธิภาพ เพราะสมองสั่งการช้าลง
การดื่ม เหล้า เบียร์ ของวัยรุ่นยังนำไปสู่การมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน บางรายเมาแล้วขับ ซึ่งนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุมากมาย
ถึงแม้รัฐบาลจะขึ้นภาษี สุรา เบียร์และ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็ตาม แต่การดื่มสุรา เบียร์ ของประชาชนคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นคงต้องมีต่อไป รัฐบาลจะใช้กฏหมายบังคับไม่ให้ดื่มก็คงทำได้ยาก แต่จะทำอย่างไร ให้ลดปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากการดื่มสิ่งเหล่านี้ เช่น ลดการเกิดอุบัติเหตุอันเกิดจากการดื่ม และ ลดการทะเลาะวิวาทอันเกิดจากการดื่มกิน ฯลฯ






















...
  
องค์กรกับผู้บริหาร
ผู้จัดการกับองค์การ
โดย..ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

เมื่อพูดถึงเรื่องของผู้จัดการที่จะเข้ามาจัดการกับองค์กร หน่วยงานหรือบริษัท ห้าง ร้าน


ผู้จัดการจะต้องมีความสามารถ หลากหลาย อาจกล่าวได้ดังนี้


1.เข้าใจพฤติกรรมของคน คนนับเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของผู้จัดการ เพราะคนเป็นผู้ควบคุมทรัพยากรอื่นที่ผู้จัดการต้องการ คือ เงิน พลังงาน วัตถุดิบ ที่ดิน เครื่องจักรและข่าวสาร คนจะเป็นผู้นำสิ่งเหล่านี้ประสานเข้าด้วยกัน ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้จัดการที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนจะได้เปรียบผู้จัดการที่ไม่มีความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว


2.ทักษะในการติดต่อสื่อสาร การทำงานให้เสร็จโดยผู้อื่นเป็นผู้ทำนั้นต้องอาศัยการติดต่อสื่อสารที่ดีด้วยการใช้การพูดหรือการเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรในการสื่อข้อมูล ผู้จัดการที่ไม่รับฟังหรือไม่ได้ยินไม่ได้ฟังข่าวสารจากลูกค้า คู่แข่ง เพื่อนร่วมงาน ผู้จัดการเช่นนี้ มักจะประสบความล้มเหลวในการทำงาน โดยนัยเดียวกันผู้จัดการที่ไม่สามารถถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารไปสู่กลุ่มต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ก็มักจะประสบความล้มเหลวในการทำงานเช่นกัน


3.การใช้อิทธิพล ภาวะผู้นำและอำนาจ การที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ต้องการผู้จัดการต้องใช้อิทธิพล (influence) อิทธิพล คือ กระบวนการของการทำให้คนอื่นประพฤติปฏิบัติตามที่ตนต้องการให้เป็นเช่นนั้น ในขณะที่ภาวะผู้นำ(leadership) เป็นรูปแบบพิเศษของการใช้อิทธิพลโดยมุ่งมีอิทธิพลเหนือกลุ่มมิใช่ปัจเจกบุคคล ส่วนอำนาจ (power) เป็นสมรรถนะในการใช้อิทธิพลซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ทำให้คนหนึ่งมีอิทธิพลเหนือคนอื่น


ในการทำงานทุกวัน ผู้จัดการจะใช้อิทธิพลและถูกอิทธิพลจาก ผู้ใต้บังคับบัญชาผู้ร่วมงานและผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไปในแง่มุมต่างกัน เช่น กับผู้ใต้บังคับบัญชาให้ทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ กับผู้ร่วมงานให้มีการร่วมมือกันทำงานอย่างใกล้ชิดและกับผู้บังคับบัญชาให้รับฟังข้อมูลข่าวสารที่ตนเองเสนอเพื่อตัดสินใจ


4.การตัดสินใจ การบริหารได้รับการขนานนามว่าเป็นงานตัดสินใจ(decision-making job) ซึ่งความจริงแล้วการจัดการเป็นมากกว่านั้น ผู้จัดการเป็นผู้ใช้อิทธิพล เป็นผู้นำและผู้ใช้อำนาจ นอกจากนี้ยังเป็นผู้รวบรวมและกระจายข้อมูลข่าวสาร ตรวจตราและประเมินผลและเป็นตัวแทนของกลุ่ม หน่วยงานหรือองค์การด้วย อย่างไรก็ตามหน้าที่ด้านการบริหาร(การวางแผน การจัดองค์การ การบรรจุ และการจัดวางกำลังคน การสั่งการ การจูงใจ และการควบคุม) ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเกือบทั้งสิ้น


5.เทคนิคการบริหารการปฏิบัติงาน ความรู้เกี่ยวกับด้านเทคนิค หมายถึงความรู้เกี่ยวกับเรื่องเฉพาะอย่างที่องค์การมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรับผิดชอบ เทคนิคการบริหารการปฏิบัติงานเป็นเครื่องมือพิเศษที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาช่วยผู้จัดการรุ่นใหม่ซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับการต้องตัดสินใจในเรื่องต่างๆ อย่างกว้างขวางและแวดล้อมไปด้วยข้อมูลข่าวสารจำนวนมากมาย เทคนิคในการบริหารการปฏิบัติงานส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการวิจัยเชิงปฏิบัติการและศาสตร์การจัดการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และตัวแบบทางคณิตศาสตร์ในฐานะที่เป็นเครื่องช่วยในการตัดสินใจ เป็นหัวใจของเทคนิคทั้งหลาย เรื่องราวทั้งหลายที่ผู้บริหารเผชิญอยู่สามารถจะแก้ไขด้วยการใช้เทคนิคต่างๆ ตั้งแต่การวางแผน การคาดการณ์ การจัดสรรทรัพยากร การจัดกำหนดระยะเวลา การต่อรองและการเจรจา


กล่าวโดยสรุป การจัดการกับองค์การเปรียบเสมือนคนละด้านของเหรียญเดียวกัน โดยการจัดการจะเป็นตัวประสานเชื่อมโยงทรัพยากรต่างๆ ที่องค์การมีอยู่ให้บังเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่องค์การกำหนดไว้ล่วงหน้า ในทุกวันนี้การจัดการยิ่งมีความสำคัญต่อองค์การอย่างมาก เพราะสภาพแวดล้อมขององค์การได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในขณะที่องค์การก็มีขนาดใหญ่และสลับซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ จำเป็นต้องมีการจัดการที่มีประสิทธิภาพในการจัดการองค์การเพื่อความอยู่รอดและความก้าวหน้าขององค์การเอง





...
  
ผู้นำกับองค์กรเรียนรู้
ผู้นำกับกับการสร้างองค์การเพื่อการเรียนรู้

ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)

คนเรามักไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง แต่คนเราจะพัฒนาได้ด้วยการเรียนรู้


ทรัพยากรคน ถือว่าเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด ถ้าเทียบกับทรัพยากรเงิน ทรัพยากรวัสดุ อุปกรณ์ ทรัพยากรวัตถุดิบ เนื่องจากทรัพยากรที่กล่าวถึง สามารถควบคุมได้ แต่ทรัพยากรคนนั้น ควบคุมไม่ได้ อีกทั้งยังสร้างความลำบากในการบริหารจัดการ สำหรับผู้นำหรือผู้บริหาร อีกด้วยถ้าได้คนที่ไม่มีประสิทธิภาพ คุณภาพ


ดังนั้นถ้าในองค์การใดมีคนที่มีประสิทธิภาพ คุณภาพ ก็จะทำให้เกิดการได้เปรียบในการแข่งขันเมื่อเทียบกับองค์การอื่นๆ


พวกเราคงได้ดูภาพยนตร์หรือคงเคยอ่านหนังสือเรื่อง “ สามก๊ก ” มาบ้างแล้ว คนที่มีคุณภาพ เช่น แม่ทัพ นายกอง ต่างๆ จะมีความสามารถมาก คือ แม่ทัพหนึ่งคน มักต่อสู้ทหารเลวได้มาถึง 20-30 คน เลยทีเดียว ตัวอย่าง กวนอู จูงล่ง เตียวหุย ฯลฯ การมีคนเก่ง คนมีความสามารถมากๆ มักทำให้องค์การนั้น เกิดการเติบโต และสามารถสร้างอาณาจักรของตนเองได้ในที่สุด


การที่จะจัดการให้คนเรามีประสิทธิภาพ คุณภาพ วิธีการหนึ่งที่สำคัญ คือ การให้ความรู้


แก่คนในองค์การ เพื่อให้คนในองค์การ มีการพัฒนาความคิด ความรู้ที่ทันสมัย และให้มีการตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา


เป็นหน้าที่ของผู้นำหรือผู้บริหาร จะต้องสร้างองค์การเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ขึ้น เพื่อให้องค์การเกิด ความทันสมัย เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดียิ่งขึ้น โดยผู้นำหรือผู้บริหาร ต้องกล้าที่จะทดลองหรือสร้างมันขึ้นมา


ซึ่งขั้นตอนของการพัฒนาการองค์การสู่การเรียนรู้ คือ


1.คือต้องให้พนักงานเกิดการอยากรู้หรือแสวงหาความรู้ องค์การจะเกิดการเรียนรู้ได้ คนในองค์การจะต้องมีลักษณะ การอยากมีความรู้ เมื่อเกิดความอยาก พนักงานก็จะแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง เมื่อพนักงานทุกคนแสวงหาความรู้มากๆ ก็จะทำให้มีการนำความรู้นั้นมาใช้พัฒนางาน พัฒนาระบบ ให้งานออกมาดี มีผลิตผลมาก


2.คือต้องให้พนักงานเกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อให้เกิดองค์ความรู้มากขึ้น


ความจริงที่เกิดขึ้น คือ องค์การหลายแห่ง ชอบจ้างวิทยากรมืออาชีพมาอบรม พัฒนา เพื่อให้ความรู้แก่พนักงาน แต่ในความเป็นจริง การที่พนักงานมาพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือแลกเปลี่ยนความรู้กัน ก็จะทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นอีก โดยเสียค่าใช้จ่ายไม่สูงนักเมื่อเทียบกับการจ้างวิทยากรมืออาชีพมาบรรยาย


3.คือต้องให้พนักงานมีโอกาสนำความรู้นั้นไปใช้งาน เมื่อ พนักงานเกิดการอยากรู้ แล้วแสวงหาความรู้ และมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ซึ่งกันและกันแล้ว สิ่งที่จะต้องมีตามมาเพื่อให้เกิดผลคือ การเปิดโอกาสให้พนักงาน นำความรู้ไปใช้ในงาน กล่าวคือ เมื่อพนักงานคิดระบบใหม่ๆ ขึ้นมา ผู้นำองค์การหรือผู้บริหารต้องเปิดโอกาส ให้นำระบบใหม่ๆ มาใช้ อาจจะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง(คือ ดีขึ้นหรือแย่กว่าเดิม) แต่ผู้นำหรือผู้บริหาร ก็สมควรให้โอกาสแก่การทดลองนั้น


ซึ่งขั้นตอนดังกล่าว จำเป็นต้องอาศัย ผู้นำหรือผู้บริหาร ที่มีความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง กล้าตัดสินใจ


กล้าที่จะเผชิญกับแรงกดดันต่างๆ ในองค์การ แต่เมื่อองค์การใด สร้างองค์การให้เกิดการเรียนรู้ขึ้นได้แล้ว กระผมเชื่อว่า องค์การนั้นจะประสบความสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว ปัญหาที่เกิดจากตัวพนักงาน ก็จะน้อยลง พนักงานจะมีความสามัคคี เห็นปัญหาขององค์การเป็นปัญหาของตนและพยายามจะช่วยเหลือองค์การให้อยู่รอด มีกำไร มีความก้าวหน้าขึ้น



















































...
  
เตรียมพูด
จะพูดให้ได้ดี ต้องมีการเตรียมตัว

โดย..ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

ม.นเรศวร พะเยา



ถ้าท่านมีโอกาสท่านลองสอบถามนักพูดที่มีชื่อเสียงว่า ทำอย่างไรถึงจะพูดได้ดี นักพูดที่มีชื่อเสียงส่วนมากมักจะบอกท่านว่า “ท่านต้องเตรียมตัวให้ดีก่อนพูดทุกครั้ง” การเตรียมตัวนี้ มักจะรวมไปถึงการศึกษาว่างานนั้นเป็นงานอะไร ใครเป็นผู้จัด ใครเป็นผู้ฟัง ต้องการอะไรจากคนพูด ซึ่งการเตรียมตัวอาจแบ่งได้ดังนี้


1. เตรียมจิตใจ หมายถึง ทุกครั้งที่จะขึ้นพูดต้องทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใส และต้องพักผ่อนให้เพียงพอ จะทำให้การพูดนั้นออกมาดี ถึงแม้การพูดบางกรณีคนอาจจะไม่ฟังหรือพูดแล้วไม่เป็นดั่งใจ ถ้าเราเตรียมจิตใจแล้วรักที่จะเป็นนักพูด เราก็จะเกิดความทนทานมากกว่าปกติ คือครั้งนี้ล้มเหลว ครั้งนั้นไม่ได้ดังใจแต่ฝันเรายังอยู่


2. เตรียมข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของผู้จัด คนฟังมีกี่คน ห้องบรรยายเป็นอย่างไร ห้องแอร์ไหม เขาจะให้เราพูดกี่ชั่วโมง มีวิทยากรท่านอื่นไหม เราต้องเตรียมตัวให้มากขึ้น ศึกษาข้อมูลให้มากขึ้น คนเราต้องมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่เขาเชิญทีก็หาข้อมูลทีอ่านหนังสือที อย่างนี้ก็ใช้ไม่ได้ อาจารย์คึกฤทธิ์เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องนี้ เคยมีนักข่าวถามท่านว่าทำไมท่านถึงบรรยายเก่ง พูดเก่ง ในการพูดแต่ละครั้งท่านใช้เวลาเตรียมตัวนานเท่าไหร่อาจารย์คึกฤทธิ์อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยพูดว่า “กระผมใช้เวลาเตรียมตัวสำหรับหัวข้อหนึ่งๆ กระผมใช้เวลาชั่วชีวิต” เห็นไหมท่านใช้เวลาชั่วชีวิตในการเตรียมตัว ท่านถึงเป็นนักปราชญ์ เพราะการบรรยายแต่ละครั้งท่านต้องมีข้อมูล จะเห็นได้ว่าอาจารย์คึกฤทธิ์ท่านจะอ่านหนังสือทุกวัน และเขียนบทความทุกวันลงในหนังสือพิมพ์ “สยามรัฐ” และท่านยังมีผลงานการเขียนอีกมากมาย เกิดมาจากท่านได้อ่านมากนั่นเอง


3. เตรียมเรื่องที่จะพูด การเตรียมเรื่องที่จะพูดสามารถอธิบายง่ายๆ คือท่านจะต้องสร้างโครงเรื่อง ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ขั้นตอน คือ1. คำนำ 2. เนื้อเรื่อง 3. สรุปจบ หรือจำง่ายๆ “ขึ้นต้นต้อง ตื่นเต้น กลางต้องกลมกลืน และสรุปจบต้องจับใจ” กระผมขออธิบายเพิ่มเติมดังนี้


- คำนำหรือการขึ้นต้นที่ดีนั้น ท่านต้องทำให้เร้าใจผู้ฟัง เพื่อผู้ฟังจะได้ติดตามคำพูดของท่าน เช่น การขึ้นต้นพาดหัวข่าว การขึ้นต้นแบบบทกวี หรือคำพูดของคนที่มีชื่อเสียง การขึ้นต้นด้วยอารมณ์ขัน จะทำให้ผู้ฟังติดตามฟังท่าน


- เนื้อเรื่อง หรือ การดำเนินเรื่อง ต้องลำดับเรื่องที่จะพูดให้ดี ทำให้ผู้ฟังเข้าใจ เช่น พูดตามลำดับของเหตุการณ์ เวลา สถานที่ หรือ มีจุดหมายของการพูด แล้วใส่ถ้อยคำ น้ำเสียง ภาษา ท่าทาง สายตา ลงไปให้เข้ากับเนื้อเรื่อง


- สรุป หรือ ลงท้าย ต้องทำให้ผู้ฟังเกิดความประทับใจ การสรุปจบที่ดีจะต้องมีความหมายที่ชัดเจน ไม่เลื่อนลอย กะทัดรัด สัมพันธ์กับเรื่องและคำนำ การสรุปจบที่ได้ผล เช่น จบแบบฝากให้ไปคิดต่อ จบแบบสรุปความ จบแบบเรียกร้องหรือชักชวน จบแบบคำคม สุภาษิต คำพังเพย


นี่เป็นหลักการเตรียมตัว ที่นักพูดทั้งหลายควรนำไปปฏิบัติ และท้ายนี้ผมขอฝากบทประพันธ์ไว้ให้ท่านผู้อ่านดังนี้


“จงพูดดี มีมากล้น คนชื่นชอบ ตามระบอบต้นตื่นเต้น เห็นเหมาะสม


ให้กลมกลืน ลื่นกลาง ช่างน่าชม จบให้คม สมรับ จับจิตใจ”








...
  
ทัศนคติกับการขาย
ทัศนคติดีก็ขายได้ ทัศนคติดีก็ได้ขาย


โดย…ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์


(ดร.โทนี่)




พลาโต เคยกล่าวว่า วิธีที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต คือ เราต้องรู้ว่า เราต้องการอะไรและให้แน่ใจว่า ทุกขณะที่เราก้าวไป เรากำลังเดินทาง ไปสู่ทิศทางนั้น


มีคนกล่าวว่า จุดสำคัญที่จะเป็นนักขายที่ดีได้ คือ ทัศนคติ ถ้าเขามีทัศนคติที่ดี คือ คิดดีทุกสิ่งทุกอย่าง มองโลกในด้านดี เขาก็จะเป็นนักขายที่ประสบความสำเร็จ


แต่ในทางกลับกัน ถ้าเขามีทัศนคติในทางลบ เขาก็จะพ่ายแพ้ พบอุปสรรค ขาดความกล้าหาญ ขาดความเชื่อมั่น ขาดความทะเยอทะยาน


ดังนั้น นักขายที่ดีจะต้องสร้างทัศนคติ จินตนาการ หรือ วิธีมองโลกในด้านดี ทำทุกอย่างในเรื่องที่ดีๆ แล้วสิ่งที่ดีๆ ก็จะตามมาเอง


เช่น การจะเข้าพบลูกค้า ต้องคิดว่า เราจะเขาไปช่วยเหลือเขาโดยสินค้าของเรา ถ้าเราขายประกัน เราก็ต้องนึกถึง ลูก เมีย ของเขา ว่าถ้าเขาตายไป แล้ว ลูกเมียเขาจะอยู่ได้อย่างไร ลูกเมียเขาจะเอาเงินที่ไหนมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เมื่อเราคิดได้ดังนี้ เราก็จะมีกำลังใจในการที่จะเขาพบลูกค้า


แต่ถ้าเราคิดอีกแบบหนึ่ง ว่า เขาคงไม่ซื้อมั่ง มันคงไม่จำเป็นสำหรับเขา เขาจะด่าเราไหม เขากำลังยุ่งอยู่คงไม่มีเวลาให้เราหรอก เมื่อคิดดังนี้ กำลังใจของเราในการเข้าพบลูกค้าก็จะตกต่ำไปด้วย


หรือถ้าเราขายเครื่องตัดไฟฟ้า เวลาเกิดไฟฟ้าช็อดหรือลัดวงจรมันก็จะตัดได้เอง เราก็ต้องนึกถึง ว่าลูกค้ามีลูกเล็กๆ กำลังซน ถ้าวันไหน ลูกเขาเกิดไปเล่น ปลั๊กไฟฟ้า อาจถูกไฟฟ้าช็อดตายแน่ ถ้าเราคิดอย่างนี้ เราก็มีโอกาสขายสินค้าเราได้ แต่ถ้าเราคิดในทางกลับกัน ว่าเขาอาจจะยังไม่อยากซื้อ สินค้ามันแพงกว่าความต้องการ เราก็มีโอกาสในการขายสินค้าได้น้อยมากๆ


การคิดดีเข้าไว้จะทำให้หัวใจของเราพร้อมที่จะชนะ แต่ถ้าเราคิดร้ายแม้เพียงนิดเดียวชัยชนะก็จะเปลี่ยนเป็นความแพ้ ในที่สุด


ไอน์สไตน์ ก็เป็นคนหนึ่งที่เน้น เรื่องของจินตนาการและทัศนคติจึงได้คิดค้นอะไรใหม่ๆขึ้นมากมาย


นักปราชญ์ชาวฝรั่งเศล เรเน่ เดสการตส์ ก็เช่นกัน ได้ให้ความสำคัญกับจินตนาการ จึงได้กล่าวคำว่า


“ Je Pense , donc je suis ” ฉันคิด ดังนั้นฉันจึงเป็น


เอดิสัน นักประดิษฐ์เอกของโลก ได้ทำการทดลองหลอดไฟฟ้า นับพันครั้ง ผ่านการล้มเหลวมานับไม่ถ้วนกว่าจะประสบความสำเร็จ มีคนถามว่าถ้าท่านทดลองแล้วไม่ประสบความสำเร็จคือ ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า ไม่ได้ท่านจะทำอย่างไร เอดิสันตอบว่า ฉันก็จะทดลองต่อไปฉันจะไม่มาเสียเวลาคุยกับคุณหรอก


ดังนั้น เอดิสันมีทัศนคติที่ดี มีทัศนคติที่จะต้องประสบความสำเร็จ เมื่อเอดิสันคิดอย่างนี้ จึงเกิดหลอดไฟฟ้าขึ้น ทำให้โลกเรามีแสงสว่างเกิดขึ้นในเวลากลางคืน และเอดิสันยังกล่าวต่อไปว่า


จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ถ้าใครมีจินตนาการที่ดีก็ย่อมประสบความสำเร็จ


ดังนั้น นับแต่นี้เป็นต้นไปคุณสามารถเปลี่ยนอนาคตของคุณได้ โดยการเปลี่ยนความคิด ชีวิตของคุณก็จะเปลี่ยนแปลงเช่นกัน

...
  
เป้าหมายกับความสำเร็จ
ตั้งเป้าหมายและมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ


โดย...ดร.สุทธิชัย ปํญญโรจน์(ดร.โทนี่)


บุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิตย่อมมีเป้าหมายเสมอ การมีเป้าหมายจะทำให้เรามีทิศทางในการทำงาน ตรงกันข้าม บุคคลที่ไม่มีเป้าหมาย ย่อมทำงานโดยไม่มีทิศทางและไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรในชีวิตกันแน่ นักขายก็เช่นกัน


มีนิทานเรื่องหนึ่ง เล่าว่า มีชาย 3 คน นั่งเรือลำเดียวกัน เรือเกิดประสบอุบัติเหตุล่ม ติด


อยู่ที่เกาะร้างแห่งหนึ่ง ไม่สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากใครได้ จึงหาผลไม้ อาหาร ที่บนเกาะปะทังชีวิต อยู่หลายปี จนกระทั่งวันหนึ่ง ทั้ง 3 คน เดินไปเจอ ตะเกียงวิเศษ เลยจับตะเกียงขึ้นมาดู ปรากฏว่า มียักษ์ตนหนึ่ง โผล่ออกมาจากตะเกียงวิเศษ พร้อมกล่าวว่า เจ้าทั้ง สาม ปล่อยข้าออกจากตะเกียง เจ้ามีสิทธิ์ขอสิ่งที่เจ้าปรารถนาได้คนละหนึ่งอย่าง ชายคนแรกเริ่มขอ ข้าอยากกลับบ้าน ยักษ์บอกว่า เจ้าได้ตามคำขอ ว่าแล้วยักษ์ ก็ชี้ไปที่ชายคนแรก ชายคนแรกก็หายไป ได้กลับบ้านตามคำขอ ชายคนที่สองก็เริ่มขอทันที ข้าขอบ้านหลังใหญ่ มีเงินทอง มีรถยนต์ มีเมียสวยๆ ว่าแล้วยักษ์ ก็ชี้ไปที่ชายคนที่สอง ชายคนที่สองหายไป แล้วยักษ์ก็ชี้ไปคนสุดท้าย แล้วเจ้าละขออะไร รีบขอมา ชายคนสุดท้าย เกาหัว ทำท่าลังเล พร้อมบ่นอยู่คนเดียวจะขออะไรดีวะ แล้ว ยักษ์ก็ถาม ขึ้นอีกครั้ง เจ้าต้องการอะไร ชายคนสุดท้ายรีบตอบ ข้าขอปรึกษาเพื่อน อีก 2 คน ก่อน ว่าแล้ว ยักษ์ ก็ชี้ไปยัง ชายคนสุดท้าย เจ้าได้ตามคำขอ และแล้วเพื่อน 2 คน ที่กลับบ้านก็ปรากฏกายขึ้น แล้วไล่ เตะ ไล่ต่อย ชายคนสุดท้าย แล้วพูดว่า มึงขออะไรยักษ์วะ


จากนิทานเรื่องนี้ เราจะเห็นว่า คนที่ไม่มีเป้าหมายหรือไม่รู้ความต้องการของตนเอง นอกจากตัวเองจะไม่ประสบความสำเร็จแล้ว ยังดึงคนอื่นให้ล้มเหลวตามไปด้วย


ดังนั้น ถ้าเราต้องการประสบความสำเร็จ ในการเป็นนักขาย เราจำเป็นต้องตั้งเป้าหมายไว้


อาจเป็นตัวเลขการขาย เป้าหมายเป็นปี เป็นเดือน และก็เป็นวัน แล้วจึงทุ่มเท มุ่งมั่น ไปให้ถึงเป้าหมาย บางครั้ง อาจท้อแท้ แต่ก็ต้องอดทน


นักขาย จำเป็นต้องอดทนต่อการปฏิเสธ รักที่จะเป็นนักขาย ต้อง อดทน ต่อการถูกปฏิเสธ


และถ้าถูกปฏิเสธ จากลูกค้า จำนวนมากเท่าไร ก็จะทำให้เราเข้าใกล้ การเป็นสุดยอดนักขายฉันนั้น


เช่น ในวงการขายประกัน นักขายบางคนบอกว่า เสนอขายลูกค้า 10 คน มีคนตอบรับ 3 คน ปฏิเสธ


7 คน แต่ถ้าเป็นนักขายประกันที่เก่ง บางคนเสนอขายลูกค้า 10 คน อาจมีคนตอบรับ 8 คน แต่ก็ต้องมีคนปฏิเสธ การขายเสมอ ดังนั้น รักที่จะเป็นนักขาย ก็ไม่ต้องกลัวการถูกปฏิเสธ


จงมุ่งมั่น ฝึกฝน ทักษะในการขาย ความชำนาญย่อมเกิดจากการฝึกฝน การเป็นสุดยอดนักขาย เราจำเป็นต้องฝึกฝน ทุ่มเท มุ่งมั่น ที่จะประสบความสำเร็จ ไม่ย่อท้อ การขายสินค้า บ่อยๆ จะทำให้เรารู้กระบวนการขาย ทำให้เรารู้ทักษะต่างๆในการขาย บางครั้ง ครูที่ดีของนักขาย ไม่ใช่ใคร อื่น ครูที่สอนให้เราเป็นสุดยอดนักขาย ก็คือ ลูกค้า นั่นเอง


พูดถึงเรื่องการ ไม่ยอมแพ้ บุคคลที่ประสบความสำเร็จ จะไม่ยอมแพ้ อะไรง่ายๆ เช่น ผู้พันแซนเดอร์ส เจ้าของสูตรไก่ทอด KFC ที่มีขายทั่วโลก เขาไม่ประสบความสำเร็จ อะไรในชีวิต จนกระทั่ง เกษียณ เหลือสมบัติชิ้นเดียว คือ สูตรไก่ทอด เขาต้องเดินเร่ขาย สูตรไก่ทอดของเขา ให้นักธุรกิจ จากคนที่ 1 คนที่ 10 , 100 , 1,000 ก็ไม่มีใครสนใจสูตรไก่ของเขา เขาก็ไม่ย่อท้อ เขาเร่ขายต่อ จนกระทั่ง คนที่ 1,009 จึงมีคนซื้อสูตรไก่ของเขา


พวกเราเชื่อไหมครับ ถ้าเขาเกิดยอมแพ้ ก่อนเวลาอันควร ตอนนี้ พวกเราคงไม่มีโอกาสกินไก่ทอดที่อร่อยในยี่ห้อ KFC ซึ่งมีสาขามากว่า 13,000 แห่ง ทั่วโลก


ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ไม่เคยได้มาง่ายๆ

...
  
บทบาทนักบริหาร
เมื่อท่านต้องสวมบทบาทนักบริหาร


โดย…ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)


มีคนเขาบอกว่า โลกนี้คือละครโรงใหญ่ ทุกคนต้องสวมบทบาทต่างๆ มากมาย ดังเช่น บทเพลงโลกนี้คือละคร และเมื่อถึงเวลาที่เราต้องสวมบทบาท ผู้บริหาร เราควรจะต้องทำตัวเช่นไร เพื่อให้สมกับบทบาทที่เราได้รับ ในวันนี้เราลองมาดูกัน


1.เมื่อเราเป็นผู้บริหารเราต้องมีการเรียนรู้ ทักษะ และวิธีการจัดการ ซึ่งวิธีการจัดการที่สากลทุกประเทศเขาใช้กันก็คือ ผู้บริหารต้องรู้จักการวางแผน การจัดองค์กร การจัดคนเข้าทำงาน การอำนวยการหรือ การสั่งการ และการควบคุม


2.เมื่อถึงเวลารับมอบงาน ผู้บริหารต้อง ศึกษาผลงาน นโยบายและดูแผนงานของผู้บริหารคนที่ผ่านมา ว่าเขาทำอะไรไปบ้าง มีข้อดี ข้อเสีย อะไร ควรที่จะปรับปรุง แก้ไข ให้มันดีขึ้นอย่างไร และที่สำคัญ ไม่ควรกล่าวโทษผู้บริหารคนก่อนที่เขาทำงานแล้วเกิดความผิดพลาด ไม่ควรโจมตีผลงานของผู้บริหารในอดีต


3.ผู้บริหารที่ดีควรกระจายอำนาจไม่ควรผูกขาด อำนาจ การกระจายอำนาจ อาจทำให้อำนาจของเราลดน้อยลงไป แต่ในทางกลับกัน การกระจายอำนาจจะทำให้งานของเราน้อยลงไปเช่นกัน


4.ควรมีน้ำใจกับเจ้านายและลูกน้อง มีคนเขาพูดว่า ถ้าท่านต้องการประสบความสำเร็จในการทำงานในองค์กร ท่านต้องเป็นที่ยอมรับของทั้งเจ้านายและลูกน้อง ดังเช่นคำกล่าวที่ว่า ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการทำงานต้องมี เจ้านายดึง ลูกน้องดัน หมายความว่า ถ้าท่านเป็นที่ยอมรับของทั้งเจ้านายและลูกน้อง เจ้านายก็มักจะดึงท่านให้ขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น และลูกน้องก็มักจะดันท่านให้ขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นเช่นกัน


5.เมื่อท่านต้องเป็นผู้บริหาร ท่านต้องรู้จักจดบันทึก งานของผู้บริหารมักจะมีมากมาย ยุ่งทั้งเรื่องงาน เรื่องคน เรื่องของการจัดการต่างๆ มากมาย อาจจะทำให้ท่านหลงลืมได้ วิธีที่ดี วิธีหนึ่งคือ ท่านควรที่จะมีสมุดบันทึกคอยจด ในสิ่งที่จะต้องทำในอนาคต อดีต และปัจจุบัน การมีสมุดบันทึกมักจะทำให้ท่านสามารถทำตามแผนที่วางไว้ การมีสมุดบันทึกมักจะทำให้ท่านสามารถจดสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นได้เพื่อพิจารณาสิ่งที่จะต้องตัดสินใจในอนาคต เช่น การจดบันทึกการทำงานของลูกน้องแต่ละคน ถ้าเกิดมีคนไหนขยันเป็นพิเศษ มาทำงานในวันที่คนอื่นไม่มาทำ เวลาเลื่อนขั้น เราอาจนำสิ่งที่จดในสมุดบันทึกมาอ้างอิงได้ว่า เขาเป็นคนขยันทำงาน เขามาทำงานในวันที่คนอื่นไม่มาทำงาน ดังนั้น เราจึงได้พิจารณาให้ 2 ขั้นในปีนี้ แก่เขา


6.เมื่อท่านเป็นผู้บริหารท่านจะต้องทำตัวอย่างมีศักดิ์ศรี มีคุณธรรมและจริยธรรม อย่าให้ใครมาดูถูก


กับการกระทำที่ไม่ซื่อสัตย์ เพราะการกระทำที่ไม่ซื่อสัตย์ อาจทำให้ คนพูดถึงเราในแง่ไม่ดีในอนาคต การประพฤติปฏิบัติตัวในทางเพศก็เช่นกัน คือ มีความสัมพันธ์ทางเพศกับลูกน้อง ก็มักจะทำให้เกิดปัญหาในการทำงานได้ในอนาคต การมาทำงานไม่ตรงเวลา การเอาเปรียบองค์กรหรือบริษัท อาจทำให้ลูกน้อง ผู้ตาม เอาเป็นแบบอย่างได้


7.เมื่อท่านต้องเป็นผู้บริหารสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เรื่องของสุขภาพ ท่านคงไม่เคยเห็นว่า ผู้ที่ต้องมารับบทบาทผู้บริหาร ไม่ว่าระดับต้น ถึงระดับชาติ มีร่างกายที่เจ็บป่วย สุขภาพไม่แข็งแรง ผอม เป็นโรคต่างๆ ดังนั้น


ผู้ที่ต้องรับบทบาทผู้บริหารจะต้องดูแล เรื่องสุขภาพ ร่างกายของตนเองอย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกกำลังกาย อาหาร สุขภาพจิต ถ้าจะให้ดีก็ควรงดดื่มสุรา สูบบุหรี่ และเมื่อมีปัญหาเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวหนักๆ ก็ควรปล่อยวางบ้าง อย่าเครียดกับงานให้มากจนทำให้สุขภาพมีปัญหา เพราะผมก็เคยเห็น ผู้บริหารบางคนเครียดกับงานจนป่วย แล้วเกิดเส้นเลือดในสมองแตก


สุดท้ายของฝากสุภาษิตจีนบทหนึ่ง คือ


การสร้างเนื้อสร้างตัวเป็นเรื่องลำบาก การธำรงไว้ซึ่งความสำเร็จยิ่งลำบากกว่า แต่ผู้ที่รู้ว่าลำบากและพยายามที่จะฟันฝ่าให้ได้...จักไม่ลำบาก



















































...
  

    จำนวนหน้า : [1]  [2]  [3]  [4]  [5]  [6]  [7]  

หนังสือ พูดอย่างมีกึ๋น
ศิลปะการขาย
วาทะวาที

  Copyright @ 2010 drsuthichai.com All Rights Reserved.  Powered by ThaiWeb.  Admin Business Online 
Popularne pozyczka 5000 kasa stefczyka tarnów, dzięki nowelizacjom w prawie, są coraz pozyczka do 3 osób. Nowe regulacje mają na celu ochronę konsumentów i objęcie większym nadzorem procedur udzielania pożyczek pozabankowych chwilówki plac wolności rzeszów x kom. Nowe przepisy opierają się na pożyczki dla zatrudnionych na czarno góra zmianie ustawy o nadzorze nad rynkiem finansowym net credit splata pozyczki irlandia. Weszły one w życie z dniem 11 marca 2016 r. chwilówka dla studenta ranking Poniżej zamieszczamy ich przegląd. Firma pożyczkowa musi dysponować minimalnym kapitałem początkowym w wysokości 200 tys. zł – kapitał ten nie może pochodzić z pożyczek eurobank pożyczka online pl. W ten sposób postarano się wyeliminować z rynku małe firmy, które powstawały tylko po to, aby w jak najkrótszym czasie oszukać rzesze klientów udzielanie pożyczek zwolnione z vat. Nadzór nad firmami pożyczkowymi może prowadzić Komisja Nadzoru Finansowego z o.o. udziela pożyczki vivus. KNF w razie wątpliwości może objąć monitoringiem warunki oferowanych pożyczek pożyczka 3000 online. Firma pożyczkowa, która utrudni działania czy umowa pożyczki może być bez odsetek hipotecznych, może zostać obarczona karą do 500 tys. zł credit agricole kredyt mieszkaniowy kalkulator. Niektórzy eksperci uważają, że optymalna karą za nielegalne praktyki, byłoby 1 mln zł. wynagrodzenie z tytułu pożyczki hipotecznej Ustalono także, że wszystkie koszty pożyczki nie mogą być wyższe niż 100% kwoty udzielonej koszty umowy pożyczki rodzinnej, uwzględniając cały okres kredytowania czesc pozyczki hipoteczne. Ponadto maksymalne opłaty oraz odsetki z tytułu opóźnień w umowa pożyczki od wspólnika spółki cywilnej uchwała spłacie nie mogą przekraczać 6-krotności stopy lombardowej kredytu ustalanej przez NBP pożyczka z zfśs a zwolnienie szpitalne. Koszty udzielenia pożyczki nie mogą przekroczyć 25% kwoty udzielonej pożyczki pożyczki bez bik poznan poland, a koszty pozaodsetkowe w skali roku nie mogą być większe niż 30% gdzie dostać kredyt dla zadłużonych. Chwilówki mogą być obarczone odsetkami ustawowymi tarnow pozyczki bez qica, czyli maksymalnie 4-krotnością kredytu lombardowego NBP pożyczka na doposażenie stanowiska pracy chomikuj.