หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
ข่าวสาร
สินค้า
บริการ
แกลลอรี
เว็บลงค์
เว็บบอร์ด
ติดต่อเรา

บริการ

 รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
 บทความต่างๆ ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
  -  พูดแล้วดัง...ทำแล้วรวย....
  -  พูดเก่ง...ด้วยปัญญา...
  -  คำคม เกี่ยวกับการพูด
  -  นักพูดผู้ยิ่งใหญ่
  -  การเตรียมเพื่อพูด
  -  การเตรียมการพูด
  -  คุณสมบัติของนักพูดที่ดี
  -  ศิลปะการพูดจูงใจ
  -  อยากเป็นนักพูด
  -  วิเคราะห์ผู้ฟัง
  -  นักพูดชั้นนำ
  -  องค์ประกอบของการพูด
  -  พูดดี ต้องประเมิน
  -  การพูดแบบผู้นำ
  -  การพูดจูงใจคน
  -  การวิเคราะห์ผู้ฟัง
  -  ควรพูดให้ได้ทั้งสาระและความบันเทิง
  -  ผู้ฟังอันตราย
  -  วิธีการฝึกพูดด้วยตนเอง
  -  พูดเป็นเขียนเป็นอย่างนักพูดนักเขียน
  -  เส้นทางสู่วิทยากร
  -  การพูดต่อที่ชุมชน
  -  การสร้างความน่าเชื่อถือในการพูด
  -  การพูดที่ล้มเหลว
  -  มาเป็นวิทยากรกันเถอะ
  -  การพูดเพื่อนำเสนอ
  -  วิทยากรสมัยใหม่
  -  พูดอย่างฉลาด
  -  จงระวังความเคยชินในการพูด
  -  ศิลปะการพูด
  -  สู่วิทยากรมืออาชีพ
  -  ศิลปะการพูดในที่ประชุม
  -  การฝึกซ้อมการพูด
  -  การพูดเพื่องานประชาสัมพันธ์
  -  วัตถุดิบสำหรับการพูด
  -  วิธีการพูดชนะใจคน
  -  การเตรียมความพร้อมในการพูด
  -  คำพูดประเภทต่างๆ
  -  พูดเหมือนผู้นำ
  -  การพูดเพื่อให้สัมภาษณ์
  -  การพูดหาเสียงเลือกตั้ง
  -  การอ้างวาทะคนดังในการพูด
  -  การพูดกับการบริหาร
  -  วิทยากรที่ดีต้องรู้จักผสมผสาน
  -  ประโยชน์ของการฝึกอบรม
  -  พูดอย่างไรให้ขายได้
  -  เห็นไมค์แล้วไข้ขึ้น
  -  วิธีการฝึกการพูดของ พันเอก ปิ่น มุทุกันต์
  -  วิธีฝึกพูดของ เดล คาร์เนกี
  -  ศิลปะการโต้วาที
  -  ศิลปะการพูดว่าความในศาล
  -  การเตรียมตัวก่อนสมัครเป็นนักการเมือง
  -  ปัจจัยที่ส่งผลให้ชนะการเลือกตั้งโดยไม่ใช้เงินซื้อเสียง
  -  คุณธรรมนักพูด
  -  การประชาสัมพันธ์เพื่อการตลาด
  -  เทคนิคการพูดของ บารัค โอบามา
  -  วิธีสร้างความกล้าในการพูดต่อหน้าที่ชุมชน
  -  จงพูดอย่างกระตือรือร้น
  -  โฆษกกับการพูดที่ดี
  -  การเขียนสคิปในการพูด
  -  การใช้มือประกอบการพูด
  -  การใช้โน๊ตย่อในการพูด
  -  การพูดโน้มน้าวใจ​
  -  ภาษากายไม่เคยโกหก
  -  การอ่านใจคนจากภาษากาย
  -  การพูดสำหรับโฆษกฟุตบอล
  -  เคล็ดลับในการเป็นนักพูดต่อหน้าที่ชุมชนที่ดี
  -  การสื่อสารสำหรรับข้าราชการ
 บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเสริมสร้างกำลังใจของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 สุนทรพจน์ของนักการเมือง
 บทความเกี่ยวกับการขายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับกฏหมายของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 บทความเกี่ยวกับการเขียนของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
 นักพูดทางการเมือง
 หนังสือ การพูด
 บทความต่างๆ ของนักพูด
 ประวัตินักขาย
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการขาย
 วาทะของคนดัง
 ประวัติ ทนายความ
 ประวัติอาจารย์นักพูด
 คลิปเสียงภาพ เกี่ยวกับกฏหมาย
 วิธีการสู่ความสำเร็จ
 บุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ
 การบริการด้วยหัวใจ
 ผู้บริหาร
 Mind Map แผนที่ความคิด(หนังสือทางด้านการพูด)
 แนะนำหนังสือการเขียน
 ประวัตินักเขียน
 คลิปนักพูด
 แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์
 คลิป นักพูดต่างประเทศ
 คลิป ประกอบการบรรยาย
 คลิปเสียงของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ เกี่ยวกับการพูด เช่น นักพูดชั้นนำทำกันอย่างไร , วิธีการปรับปรุงน้ำเสียง ,จะพูดให้ได้ดีต้องมีการเตรียมตัว,นักพูดที่ดีต้องมีการศึกษาและองค์ประกอบของนักพูดที่ดี
 คลิป ครูเคท บรรยาย
 คลิป หมู่บ้านพลัม
 สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
 สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
 พูดอย่างมีกึ๋น
 หนังสือ การทำงานเป็นทีม
 แนะนำหนังสือ เกี่ยวกับการทำงาน
 ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
 คำคม
 รศ.ดร.สุขุม นวลสกุล
 สมชาย หนองฮี
 ดร.ผาณิต กันตามระ
 อ.อุสมาน ลูกหยี
 อาจารย์จตุพล ชมภูนิช
 วสันต์ พงศ์สุประดิษฐ์
 รศ.สุนีย์ สินธุเดชะ
 หมอพงษ์ศักดิ์ ตั้งคณา
 อาจารย์พนม ปีย์เจริญ
 อาจารย์เสน่ห์ ศรีสุวรรณ
 รศ.วิกรณ์ รักษ์ปวงชน
 อาจารย์วิชัย ปีติเจริญธรรม
 ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล
 กนกศักดิ์ ลิขิตไพรวัลย์
 อาจารย์ถาวร โชติชื่น
 สิริลักษณ์ ตันศิริ
 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
 โต้วาที
 คะเณยะ อ่อนนาง
 ภก. ดร. ประชาสรรค์ แสนภักดี
 ประดิษฐ์ กิตติฤดีกุล
 ดร.โอภาส กิจกำแหง
 ประมวลสุนทรพจน์ ทักษิณ ชินวัตร
 ดร.อภิชาติ ดำดี
 อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
 การตลาด
 ทอล์คโชว์
 รวมคลิป ที่เกี่ยวกับการพูดต่อหน้าที่ชุมชน
 คลิป เรื่องการบริหาร
 คลิป บุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจ
 เพลง ที่ให้กำลังใจ
 คลิป ดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีความสุข
 คลิป แรงบันดาลใจ
 คลิป สนุกๆ สร้างสรรค์
 การทำงานอย่างมีความสุข
 การจัดการองค์ความรู้ KM
 สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย

กลุ่มสินค้า

 หลักสูตร พลังแห่งการพูด
 หลักสูตร พลังแห่งการบริการ
 หลักสูตร การทำงานเป็นทีมและการบริหาร
 หลักสูตร พลังแห่งการสื่อสาร
 ผลงานหนังสือ
 หลักสูตร พลังแห่งการขายและการตลาด
 หลักสูตร การทำงานด้วยหัวใจ
 อาเซียน
 หลักสูตรอื่น
 หลักสูตร การคิด
 มอบหนังสือ เพื่อการกุศล
Custom Search
สถาบัน Cap vision
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ
 
 
  บริการ
รับงานบรรยายในหัวข้อต่างๆ
บทความต่างๆ  ของ ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
บทความเกี่ยวกับการบริหารของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
หนังสือ การพูด
สุนทรพจน์ JFK เคเนดี้
สุนทรพจน์ของลินคอล์นที่เก็ตตีสเบอร์ก
พูดอย่างมีกึ๋น
ท่านสามารถ ดาวน์โหลด ไหล์ PDF แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการพูดได้
สมชาย หนองฮี
อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาศ
สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย
   บริการ : บทความเกี่ยวกับการพูดของดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
สู่วิทยากรมืออาชีพ
สู่วิทยากรมืออาชีพ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
อาชีพวิทยากรเป็นอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจและเป็นอาชีพที่มีความเป็นอิสระ อาชีพวิทยากรมีข้อดีหลายอย่างเช่น มีรายได้ที่ไม่ต้องมีจำนวนจำกัดทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละบุคคล , มีการบริหารเวลาด้วยตนเองกล่าวคือไม่ต้องมีเวลาทำงานอย่างเป็นระบบ เป็นเวลา เหมือนงานประจำ , เป็นอาชีพที่มีเกียรติผู้คนให้การยกย่อง , เป็นอาชีพที่ทำให้เกิดการพัฒนาเรียนรู้ฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ ฯลฯ
หลายท่านอาจมีคำถามว่า แล้วจะทำอย่างไรถึงจะก้าวไปสู่การเป็นวิทยากรมืออาชีพ กระผมขอให้คำแนะนำว่า การจะเป็นวิทยากรมืออาชีพได้นั้น จะต้องมีองค์ประกอบดังนี้
1.เริ่มต้นด้วยความรัก คนเราจะประสบความสำเร็จในอาชีพใด อาชีพหนึ่ง ท่านต้องมีความรัก ความชอบ สำหรับงานอาชีพนั้นๆ ตัวอย่าง ไทเกอร์ วูดส์ ชอบในกีฬากอล์ฟจึงฝึกฝน เรียนรู้ อยู่สม่ำเสมอ จนในที่สุด เขาประสบความสำเร็จเป็นนักกอล์ฟระดับโลก , สตีฟ จอบส์ ชอบคอมพิวเตอร์ รักคอมพิวเตอร์ จนในที่สุดเขาประสบความสำเร็จระดับโลกในวงการคอมพิวเตอร์รู้จักเขาเป็นอย่างดี , สุนทรภู่ ชอบเรื่องของกวี ท่านฝึกฝนเรียนรู้จนได้รับการยกย่องไปทั่วโลก เป็นต้น
ดังนั้น หากท่านต้องการเป็นวิทยากรมืออาชีพ ท่านต้องเริ่มต้นจากความรักในอาชีพนี้เป็นอันดับแรก
2.สะสมชั่วโมงบิน หมายถึง การหาเวทีให้ตนเองได้แสดงบ่อยๆ เท่าที่จะหาได้ ยิ่งท่านมีชั่วโมงบินมาก มีเวทีในการแสดงมาก ท่านก็จะมีการพัฒนาตนเองได้มากกว่า วิทยากรที่มีชั่วโมงบินน้อยหรือมีเวทีแสดงน้อย การผ่านเวทีแสดงมากๆ จะทำให้ท่านเกิดประสบการณ์ เกิดความเชี่ยวชาญ
3.พัฒนาตนเองอย่างหยุดยั้ง อาชีพวิทยากรเป็นอาชีพที่ต้องมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ท่านจะต้องหมั่นหาความรู้ใหม่ๆ ไม่หยุดนิ่ง ท่านต้องเป็นนักอ่าน นักศึกษา นักฟัง หมั่นเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ และต้องรู้จักค้นหาวิธีการหรือแบบฉบับของตนเองในการบรรยาย
4.ฝึกหัดความสามารถหลายๆทาง วิทยากรมืออาชีพมักมีความสามารถหลายๆทาง เช่น ต้องพูดต่อหน้าที่ชุมชนเป็น , ต้องร้องเพลงเป็น , ต้องหมั่นท่องคำกลอน คำคม แง่คิดต่างๆเพื่อใช้ในการฝึกอบรม , ต้องนำเกมส์หรือกิจกรรมต่างๆเป็น และต้องรู้จักแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าหรือมีไหวพริบดีในการแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในการฝึกอบรม
5.ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องอย่าหยุด อาชีพวิทยากรเป็นอาชีพที่ต้องอาศัยประสบการณ์ ยิ่งใครมีประสบการณ์มากยิ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่าคนที่มีประสบการณ์น้อยกว่า ดังนั้น หากต้องการเป็นวิทยากรมืออาชีพท่านต้องไม่หยุดที่จะฝึกฝนตนเอง อีกทั้งต้องทำอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการเริ่มต้นในอาชีพวิทยากร หลายท่านอาจจะตั้งคำถามว่า แล้วเราจะเริ่มต้นอย่างไร สำหรับการเริ่มต้นอาชีพวิทยากรของแต่ละท่าน อาจไม่เหมือนกัน บางท่าน อาจเริ่มต้นจากการเป็นผู้ช่วยวิทยากรเพื่อเรียนรู้และฝึกฝนตนเอง บางท่าน อาจมีงานประจำแต่งานประจำไปเกี่ยวข้องกับการเป็นวิทยากรจึงมีโอกาสถูกเชิญให้ไปบรรยายในสถานที่ต่างๆ บางท่านอาจมีความรู้ความชำนาญอยู่แล้ว จึงเขียนหลักสูตร แล้วนำไปให้สถาบันที่รับจัดฝึกอบรมหางานให้ เป็นต้น
ดังนั้น อาชีพวิทยากรจึงเป็นอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจ ยิ่งในโลกปัจจุบัน ผู้คนต่างก็ให้ความสนใจในการฝึกฝนตนเอง เรียนรู้สิ่งต่างๆมากขึ้น อีกทั้งวันที่ 1 มกราคม 2558 ประเทศไทยเราต้องเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มตัว จึงทำให้อาชีพวิทยากรเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น หากวิทยากรท่านใดสามารถบรรยายเป็นภาษาอังกฤษได้ยิ่งทำให้ได้ค่าตัวมากขึ้นหรือมีรายได้มากขึ้นไปด้วย
...
  
ศิลปะการพูดในที่ประชุม
ศิลปะการพูดในที่ประชุม
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
การพูดในที่ประชุม มีความสำคัญและมีความจำเป็นอย่างมากในการอยู่ร่วมกันในสังคม ยิ่งท่านใดที่มีตำแหน่งผู้บริหาร เป็นผู้นำ ก็ยิ่งจะต้องเข้าร่วมประชุมมากกว่าลูกน้องหรือผู้ตาม มารยาทการประชุมรวมทั้งการพูดในที่ประชุมจึงเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ ฝึกฝน สำหรับมารยาทและการพูดในที่ประชุมที่ดีมีดังนี้
1.เราควรจะเข้าร่วมประชุมให้ตรงเวลา อีกทั้งประธานการประชุมก็ควรเปิดการประชุมในตรงเวลาด้วย สำหรับสังคมไทยมีปัญหามาก เพราะหลายแห่งเปิดประชุมช้ากว่ากำหนดการที่ได้ตั้งเอาไว้ เนื่องจากคนไทยเป็นจำนวนมากไม่ค่อยรักษาเวลา อีกทั้งยังเข้าร่วมประชุมช้า จึงทำให้เลิกประชุมช้ากว่ากำหนดการที่วางเอาไว้ ทำให้การประชุมในครั้งนั้นมีปัญหามากคือ เปิดประชุมช้า ปิดประชุมช้า
2.ก่อนแสดงความคิดเห็นแต่ละครั้ง ควรขออนุญาตประธานในที่ประชุม อาจยกมือก่อนแล้วจึงพูด แสดงความคิดเห็น อีกทั้งประธานในที่ประชุมควรบอกกฎกติกาก่อนเข้าร่วมประชุม เช่น ท่านสมาชิกท่านใด ต้องการแสดงความคิดเห็นกรุณายกมือก่อนนะครับ
3.ใช้ภาษา คำพูด น้ำเสียงที่สุภาพ ให้เกียรติต่อที่ประชุม ไม่ควรพูดจาก้าวร้าว ไม่ควรพูดเล่นจนเกินไป แต่อาจพูดสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลายได้บ้าง
4.ควรพูดให้สั้น กระชับ ไม่เยิ่นเย้อ หลายท่านเวลาแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม มักพูดจายาวจนเกินไป อีกทั้งยังพูดจาไม่รู้เรื่องจนผู้ฟังจับประเด็นไม่ได้ การพูดจายาวจนเกินไปอาจทำให้เสียเวลาและสมาชิกในที่ประชุมเกินการเบื่อหน่าย อีกทั้งการประชุมหลายแห่ง มักมีผู้ที่เสนอความคิดเห็นซ้ำๆ กัน บางคนยกมือพูดแสดงความคิดเห็นตั้ง 3-4 ครั้ง ดังนั้น ประธานในที่ประชุม ควรเปิดโอกาสให้สมาชิกท่านอื่นที่ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นได้มีโอกาสได้พูดบ้าง
5.ควรตั้งใจฟังการประชุม หลายๆคนมักเข้าใจผิดคิดว่า คนที่พูดในที่ประชุม เก่ง ไม่มีความจำเป็นจะต้องฟังการประชุมก็ได้ แต่ความจริงแล้ว คนที่แสดงความคิดเห็นหรือพูดจาในที่ประชุมเก่ง โดนใจผู้ฟัง มักเป็นนักฟังที่ดี เขาจะฟังการประชุม แล้วหัดจับประเด็นต่างๆ อีกทั้งการแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมมักไม่พูดจาหรือแสดงความคิดเห็นซ้ำกับคนที่ได้พูดไปแล้ว เพราะถ้าหากเขาไม่ฟังการประชุม เขาอาจจะต้องแสดงความคิดเห็นหรือตั้งคำถามเหมือนกับคนที่พูดไปแล้วก็จะทำให้ผู้ฟังส่วนใหญ่ไม่ศรัทธา อีกทั้งอาจถูกดูถูกเอาได้ง่ายๆ
6.ต้องทำการบ้านมาก่อนประชุม คนที่แสดงความคิดเห็นในที่ประชุมได้เก่ง มักเป็นคนที่มีข้อมูลมากกว่าคนอื่น อีกทั้งยังทำการบ้านมาเป็นอย่างดี เช่น การเอาข้อมูลการประชุมเก่าๆ มาดู , อีกทั้งการประชุมบางแห่งได้ส่งจดหมายและกำหนดการต่างๆไปให้อ่านก่อน เขาก็จะทำการบ้านในประเด็นต่างๆ วาระการประชุม
7.เวลาลุกขึ้นออกไปทำธุระหรือกลับเข้ามานั่งประชุมต่อ ควรทำความเคารพประธานหรือที่ประชุม อาจจะยืนโค้งสักเล็กน้อย
สำหรับการพูดในที่ประชุมอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้พูดควรทำการศึกษารูปแบบของการประชุมแบบต่างๆด้วย เช่น การสัมมนา การอภิปราย การบรรยาย การสมัชชา สุนทรพจน์ เป็นต้น
อีกทั้งการพูดจาในที่ประชุมที่ดี เราควรต้องทราบบทบาทของเราก่อนว่าเรามีบทบาทหรือทำหน้าที่อะไร เช่น เป็นประธาน เป็นสมาชิก เพราะหากท่านเป็นประธานการพูดจาในที่ประชุมของท่านจะต้องมีลักษณะ การพูดที่เป็นการกำหนดแนวทางการประชุม กล่าวเปิด กล่าวปิดประชุม สร้างบรรยากาศที่ดี กระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็น หรือ หากท่านเป็นสมาชิกหรือผู้เข้าร่วมประชุม ท่านจะต้องแสดงบทบาทให้สอดคล้องกับระเบียบวาระ อีกทั้งแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์แก่ที่ประชุม เป็นต้น

...
  
การฝึกซ้อมการพูด
พูดอย่างมีกึ๋น
ตอน : การฝึกซ้อมการพูด
โดย..ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
การฝึกซ้อมการพูดมีความสำคัญมากต่อความสำเร็จและความล้มเหลว ในการไปพูดจากสถานการณ์จริงๆ เพราะการฝึกซ้อมการพูดมีประโยชน์หลายๆอย่าง เช่น จะทำให้เราเกิดความมั่นใจในตนเองมากยิ่งขึ้น , ทำให้เราพูดคล่องขึ้นโดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา , ทำให้พูดได้ครบประเด็นต่างๆของเรื่องที่พูดตามความต้องการ , ทำให้บริหารเวลาในการพูดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฯลฯ
เมื่อคุณต้องการประสบความสำเร็จในการพูดคุณจะละเลยการฝึกซ้อมไม่ได้เลย เพราะการพูดก็ต้องอาศัยทักษะเหมือนกับการเล่นกีฬา การเล่นดนตรี การวาดรูป ฉะนั้น หากเราได้เตรียมบทในการพูดแล้ว ขอให้ท่านจงฝึกซ้อมการพูด และหากท่านมีโอกาสพูดเรื่องนั้นๆ หลายๆเวทีก็จะทำให้ท่านได้มีโอกาสฝึกซ้อมมากยิ่งขึ้น
การฝึกซ้อมในจินตนาการ หากท่านได้มีโอกาสอ่านหนังสือที่สอนเกี่ยวกับเรื่องความสำเร็จ ภายในหนังสือบางเล่มก็มักจะบรรยายถึงเรื่องการซ้อมในจินตนาการ กล่าวคือ มีการนำนักกีฬาบาสเกตบอลมา 3 คน แล้วให้คนที่ 1 ได้มีการฝึกชู้ดลูกบาสเกตบอลของจริง แล้วให้คนที่ 2 ฝึกชู้ดลูกบาสเกตบอลในจินตนาการและให้คนที่ 3 ไม่ต้องฝึกอะไรเลย ผลปรากฏว่า คนที่ 1 และ คนที่ 2 ทำคะแนนในการชู้ดลูกบาสเกตบอลได้เท่ากัน สำหรับคนที่ 3 ทำคะแนนได้น้อยมาก
หากท่านไม่มีเวลาฝึกซ้อมการพูดจริง ก็ขอให้ท่านแบ่งเวลาฝึกซ้อมโดยการใช้จินตนาการ และควรจินตนาการว่ามีผู้ฟังท่านเป็นจำนวนมาก เป็นหลักพันได้ยิ่งดี เพราะบางคนจินตนาการว่ามีคนสิบยี่สิบคนฟัง แล้วพอไปพูดจริงมีคนฟังเป็น พันคนเลยทำให้ประหม่าพูดไม่ออก แต่หากว่าเราจินตนาการว่ามีคนฟังเราเป็นพันคน แล้วไปพูดจริงมีแค่หลักร้อย ท่านก็จะไม่กลัวและเกิดความมั่นใจในตนเองมากขึ้น
มีคนเคยตั้งคำถามผมว่า แล้วจะฝึกซ้อมการพูดอย่างไรดี ความจริงการพูดเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง การฝึกซ้อมการพูดจึงไม่มีรูปแบบตายตัว เพราะบางคนฝึกซ้อมการพูดต่อหน้ากระจก ได้ผลดี แต่บางคนบอกว่าน่าเบื่อ , บางคนฝึกซ้อมการพูดโดยการเดินตามชายหาดทะเล , บางคนฝึกซ้อมการพูดต่อหน้าเพื่อนๆ , บางคนฝึกพูดในจินตนาการ ทั้งนี้ไม่มีรูปแบบตายตัว ขอให้ท่านลองหาวิธีการ การฝึกซ้อมการพูดในแบบฉบับของท่านเอง จะเป็นการดีที่สุด เพราะนักพูดชื่อดังในระดับโลกและในระดับประเทศมีวิธีการฝึกซ้อมที่ไม่เหมือนกัน
การฝึกซ้อมการพูดมีแบบฝึกซ้อมด้วยตนเอง ผู้ฝึกจะต้องอาศัยประสบการณ์ในการขึ้นพูดบ่อยๆ และค่อยปรับปรุงแก้ไขการพูดของตนเองให้พัฒนาขึ้น ซึ่งในยุคปัจจุบัน เราสามารถบันทึก VDO การพูดในแต่ละครั้งของเราเพื่อมาดูจะได้เห็นข้อที่ควรปรับปรุง ข้อผิดพลาด ข้อเด่น ของตนเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
การฝึกซ้อมการพูดที่เป็นระบบ ในปัจจุบัน มีสถาบันที่สอนการพูดเกิดขึ้นอย่างมากมายกว่าในอดีตซึ่งท่านสามารถหาเรียนหรือลงทะเบียนเรียนได้ อีกทั้งมีระบบการฝึกพูดเกิดขึ้นมาหลายระบบ เช่น การฝึกพูดระบบโทสต์มาสเตอร์ ท่านสามารถฝึกได้จาก สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย , สโมสรฝึกการพูดในจังหวัดต่างๆ การฝึกพูดระบบเดล คาร์เนกี้ และระบบการพูดแบบการฑูต ซึ่งรูปแบบการฝึกซ้อมแบบเป็นระบบจะมีอาจารย์ วิทยากรหรือบุคคลที่มีประสบการณ์ค่อยชี้แนะในการพูดแต่ละครั้ง เพื่อที่จะช่วยให้ผู้ฝึกซ้อมการพูดได้นำไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบกพร่องของตนเอง
สำหรับหลายๆท่านที่มีหน้าที่การงานเป็นวิทยากร ท่านก็ควรมีการฝึกซ้อมการใช้ทัศนอุปกรณ์ต่างๆประกอบการพูดเพื่อทำให้การพูดของท่านเป็นไปได้ดียิ่งขึ้นในเวลาที่จะต้องไปพูดจริงๆ เช่น การฝึกซ้อมการพูดและหัดเปิดสไลด์ไปด้วย , การฝึกใช้เทคโนโลยีต่างๆ , การฝึกท่าทางในการประกอบการพูด ฯลฯ
และเมื่อคุณได้ฝึกซ้อมอย่างเต็มที่แล้ว ก่อนพูดจริงคุณควรประเมินอีกครั้งหนึ่ง เช่น การจะเพิ่มตัวอย่างเรื่องใดหรือตัดตัวอย่างเรื่องใดออกไป การใช้เวลาในการพูดเหมาะสมไหม การเตรียมสไลด์น้อยไปหรือมากเกินไปหรือเปล่า การใช้สีหน้า ท่าทาง น้ำเสียงในการพูดเหมาะสมหรือเปล่า เป็นต้น

...
  
การพูดเพื่องานประชาสัมพันธ์
การพูดเพื่องานประชาสัมพันธ์
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
การพูดเพื่อประชาสัมพันธ์ คือ การใช้ปากหรือคำพูดเพื่อให้ผู้ฟังเกิดภาพพจน์ที่ดี เกิดความเลื่อมใส ศรัทธา ต่อหน่วยงาน ต่อองค์กร อีกทั้งเป็นการพูดเพื่อแก้ภาพลักษณ์ในกรณีที่ผู้ฟังมีความเข้าใจที่ผิดให้กลับกลายเป็นมีความเข้าใจตามความเป็นจริงมากขึ้น
การใช้ปากหรือคำพูดของนักประชาสัมพันธ์ควรระวังหรือไม่ควรนำไปใช้ คือ ปากร้าย ปากเสีย ปากบอน ปากสกปรก ปากพล่อย ปากมาก ปากอยู่ไม่สุข ปากมอม ปากเหม็น ฯลฯ
คนที่จะพูดเพื่องานประชาสัมพันธ์ได้ดี จึงไม่ใช่คนที่พูดเก่ง พูดมาก แล้วจะประสบความสำเร็จในการพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์ แต่ คนที่จะเป็นนักพูดประชาสัมพันธ์ที่ดี ต้องเป็นคนที่พูดเป็น รู้จักใช้คำพูด มีความระมัดระวัง มีสติในการพูด พูดในเชิงสร้างสรรค์มากกว่าในทางทำลาย
สำหรับคุณสมบัติของนักพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์ที่พึงมีคือ
1.มีความรอบรู้ มีข้อมูลในการพูด โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรหรือหน่วยงาน เพราะหากไม่มีข้อมูลหรือพูดข้อมูลในทางที่ผิดๆ ก็จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่องค์กรหรือหน่วยงานได้
2.มีความสามารถในการใช้คำพูดได้เป็นอย่างดี การพูดในการประชาสัมพันธ์มีหลายลักษณะเช่น การเป็นพิธีกรหรือผู้ดำเนินรายการ , การให้สัมภาษณ์ , การพูดเพื่อจัดรายการวิทยุ โทรทัศน์ , การพูดต่อหน้าที่ชุมชนฯลฯ ฉะนั้นคนที่มีความสามารถในการใช้คำพูดจึงได้เปรียบกว่าคนที่ไม่มีความสามารถในการใช้คำพูด
3.มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี การทำงานด้านประชาสัมพันธ์ต้องทำงานเกี่ยวข้องกับหลายๆฝ่าย ทั้งคนภายในองค์กรและนอกองค์กร บุคคลที่เป็นนักพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์จึงต้องเป็นคนมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีจึงจะพูดแล้วคนชอบ พูดแล้วคนเกิดความร่วมมือ พูดแล้วคนให้ความช่วยเหลือ
4.มีการใช้คำพูดอย่างตรงไปตรงมา ไม่หลอกลวงหรือเอาความเท็จมาพูดหรือการพูดสร้างภาพเกินความเป็นจริง แต่เป็นการพูดเพื่อนำข้อมูลข้อเท็จจริงในสิ่งที่ดีๆ นำมาเสนอและขยายผลหรือนำมาบอกกล่าวให้แก่บุคคลต่างๆได้รับรู้
5.มีไหวพริบ สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี เพราะสถานการณ์เกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เมื่อองค์กรมีปัญหา เช่น เป็นข่าวหน้า 1 หรือถูกสื่อมวลชนโจมตี เราต้องสามารถตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาบางอย่างด้วยความรวดเร็ว
ทักษะในการพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์ นักพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์ควรมีทักษะหรือประสบการณ์บ้างเพื่อใช้ในการพูด เช่น
- รู้จักวิเคราะห์ผู้ฟัง เพราะผู้ฟังที่มี อายุ วัย เพศ ประสบการณ์ อาชีพ ที่แตกต่างกันมักจะต้องใช้คำพูดที่แตกต่างกันออกไป
- รู้จักวัตถุประสงค์ของการพูด เช่น การพูดในครั้งนั้นๆ ตัวของเราเอง องค์กร หน่วยงานต้องการอะไร (ต้องการให้ข้อมูล ต้องการจูงใจให้เกิดความร่วมมือของมวลชน ต้องการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ๆ)
- รู้จักใช้เครื่องมือต่างๆ เช่นใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยในการทำงาน เพราะเทคโนโลยีทำให้เกิดความรวดเร็ว สะดวกสบายในการทำงาน ต้องรู้จักและเรียนรู้อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆที่ใช้ในการพูด
- รู้จักมารยาท วัฒนธรรม ของคนในพื้นที่ เพื่อที่จะได้ไม่พูดให้ก่อความเสียหายได้
ฉะนั้น การพูดเพื่องานประชาสัมพันธ์ เป็นการพูดอีกแขนงหนึ่ง ที่ผู้ต้องการเป็นนักประชาสัมพันธ์ คนที่ต้องการความก้าวหน้าในอาชีพประชาสัมพันธ์จะต้องทำการศึกษา เรียนรู้ พัฒนาตนเองอยู่ตลอเวลา


...
  
วัตถุดิบสำหรับการพูด
วัตถุดิบสำหรับการพูด
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
ข้อมูลวัตถุดิบที่ใช้สำหรับการพูดมีความสำคัญมาก ต่อการเป็นนักพูดหรือผู้ที่ต้องการพูดให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งข้อมูลวัตถุดิบที่ใช้ประกอบการพูดได้แก่ ตัวเลขสถิติ นิทาน เรื่องจริง เรื่องตลกๆ ตัวอย่าง คำกลอน คำคม ทฤษฏี สุภาษิต หลักการฯลฯ
การมีข้อมูลมากๆ จะทำให้เราสามารถเลือกใช้คำพูดข้อมูลวัตถุดิบ ให้ตรงกับหัวข้อเรื่องและกลุ่มผู้ฟังได้อย่างเหมาะสม อีกทั้ง ถ้าหากผู้ใดสะสมข้อมูลวัตถุดิบในการพูดเป็นจำนวนมาก ก็มักจะไม่ต้องไปเสียเวลาในการค้นหาข้อมูล ถ้าหากมีคนเชิญไปพูดในหัวข้อที่เรามีข้อมูลอยู่ เราก็สามารถพูดได้โดยใช้เวลาเตรียมตัวน้อยลง
หากท่านต้องการเป็นนักพูดหรือผู้ที่ประสบความสำเร็จในการพูด ท่านจึงต้องเป็นนักอ่านและนักฟัง อ่านและฟัง เพื่อที่จะจดบันทึก หากพบเห็นเนื้อหาที่ดีๆ ท่านก็สามารถตัดเก็บเนื้อหาต่างๆได้จากหนังสือพิมพ์ วารสารหรือถ่ายเอกสาร เพื่อสะสมเป็นคลังข้อมูลของท่านได้
การพูดไปเรื่อยๆ กับการพูดโดยมีการเตรียมตัวจากวัตถุดิบที่มี ผู้ฟังหลายคนจะรู้ เพราะการพูดไปเรื่อยๆ กับการพูดโดยมีการอ้างอิงข้อมูลต่างๆ ตั้งแต่เริ่มต้นพูดจนจบการพูด จะทำให้เห็นความแตกต่างกันทั้งเรื่องของความน่าเชื่อถือ สาระ ความเพลิดเพลินในการชวนให้ติดตามฟัง ฯลฯ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นกระผมขอยกตัวอย่างของการสะสมข้อมูลวัตถุดิบโดยมีการแบ่งเป็นประเภทต่างๆได้ดังนี้
1.คำคม เช่น คำคมเกี่ยวกับการพูด , คำคมเกี่ยวกับความรัก , คำคมเกี่ยวกับชีวิต , คำคมเกี่ยวกับความกล้า เป็นต้น
2.คำกลอน เช่น คำกลอนเกี่ยวกับพระคุณของพ่อแม่ , คำกลอนเกี่ยวกับการสอนทางศาสนา , คำกลอนเกี่ยวการท่องเที่ยว , คำกลอนสอนใจ เป็นต้น
3.นิทาน เช่น นิทานของศาสนาต่างๆ , นิทานเกี่ยวกับงานขาย , นิทานที่ให้แง่คิดเกี่ยวกับความสำเร็จ , นิทานตลกๆ เป็นต้น
4.ตัวเลข สถิติ เช่น ตัวเลขของประชากรในปัจจุบัน , ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ , ตัวเลขเกี่ยวกับงบประมาณแผ่นดิน เป็นต้น
5.ทฤษฏี เช่น ทฤษฏีทางการตลาด , ทฤษฏีทางวิทยาศาสตร์ , ทฤษฏีที่เกิดขึ้นใหม่ๆในปัจจุบัน เป็นต้น
6.เรื่องจริง เช่น ประวัติของบุคคลสำคัญๆหรือบุคคลที่มีชื่อเสียงในหลายๆวงการ วงการธุรกิจ วงการศาสนา วงการการเมือง วงการวิทยาศาสตร์ เป็นต้น
7.เรื่องตลกหรือมุขตลก เช่น มุขตลกที่เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ การพูด , การขาย , การทำงาน , การสื่อสาร, การคิด เป็นต้น
8.เพลงต่างๆ นักพูดอาจจะไม่ต้องร้องเพลงจนจบหรือร้องเพลงเก่ง แต่นักพูดท่านใด สามารถนำเอาเนื้อหาของเพลงที่มีความหมายและถูกใจมาประกอบการพูดก็จะทำให้การพูดน่าฟังและคนชื่นชอบมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น เพลงละคร , เพลงสมัยปัจจุบัน , เพลงที่ดังๆในอดีต , เพลงสากล เป็นต้น
ดังจะสังเกตได้ว่า ข้อมูลวัตถุดิบในโลกนี้มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ ก็สามารถเลือกใช้ได้ จึงอาจสรุปได้ว่า นักพูดท่านใดมีข้อมูลวัตถุดิบที่สะสมไว้มากๆ ก็จะทำให้เป็นการง่ายและสะดวกในการเลือกใช้ และถ้าหากนักพูดท่านใดสามารถเลือกใช้ได้อย่างถูกต้อง ตามสถานการณ์ เลือกใช้ให้เหมาะสมกับ สถานที่ วัยของผู้ฟัง จำนวนของผู้ฟัง อาชีพของผู้ฟัง ก็จะยิ่งทำให้การพูดนั้นประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น
...
  
วิธีการพูดชนะใจคน
วิธีพูดให้ชนะใจคน
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
www.drsuthichai.com
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ , อับราฮัม ลินคอล์ค , มุสโสลินี, ธีโอโดร์ โรสเวลต์ , จอห์น เอฟ.เคเนดี(JFK),เซอร์วินสตัน เชอร์ชิลส์ , สตีฟ จอบส์ , นายควง อภัยวงศ์ , จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ บุคคลเหล่านี้เป็นตัวอย่างได้อย่างดีในเรื่องของการพูดชนะใจคน เพราะบุคคลเหล่านี้ สามารถพูดเอาชนะใจคนภายในประเทศหรือบางคนสามารถพูดเอาชนะใจคนทั่วโลกได้
บุคคลที่จะสามารถพูดเอาชนะใจคนได้ บุคคลนั้นต้องมีองค์ประกอบอยู่หลายอย่าง เช่น
1.มีความเชื่อมั่นในตนเอง บุคคลหลายคนอาจมีความรู้สูง มีพรสวรรค์ มีฐานะชาติกำเนิดที่ดี แต่บุคคลนั้นหากขาดซึ่งความเชื่อมั่น เขาไม่สามารถพูดเอาชนะใจใครได้เลย เพราะการที่จะให้ผู้ฟังเชื่อมั่นในตัวเรา ตัวเราจะต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเองเสียก่อน ซึ่งการสร้างความเชื่อมั่นในตนเองในการพูด เราคงต้องอาศัยเรื่องของการเตรียมตัว (เตรียมเนื้อหา เตรียมการพูด เตรียมตัวอย่าง เตรียมข้อมูลหลักฐาน มีการวิเคราะห์ผู้ฟัง มีการฝึกซ้อม ฝึกฝนการพูดอยู่เสมอ มีการอ่าน การฟัง ศึกษาหาความรู้อยู่เป็นนิจ )
2.มีจินตนาการ บุคคลที่จะสามารถพูดให้ชนะใจคนได้ บุคคลนั้นมักจะต้องมีจินตนาการ สมัยมุสโสลินี มีชีวิตอยู่ มีคนเคยเห็นมุสโสลินีเอามือเกาะหน้าต่าง แล้วมองท้องฟ้าสีครามอยู่เป็นเวลานานๆ หรือ สมัยอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ยังมีชีวิตอยู่ มีคนเคยเห็นเขาชอบเหม่อมองทิวทัศน์ธรรมชาติ เป็นเวลานานๆ ไม่ใช่เพราะอะไร แต่เขากำลังสร้างจินตนาการในทางการพูดของเขาต่อคนภายในประเทศ จินตนาการจึงเป็นส่วนสำคัญ ไม่ว่าท่านจะเป็นนักบรรยาย นักพูด วิทยากร นักโต้วาที นักอบรมสัมมนา นักจัดรายการ ฯลฯ หากขาดซึ่งจินตนาการเสียแล้ว ท่านมักไปไม่ได้ไกล
3.มีความตั้งใจอย่างแรงกล้า บุคคลที่อยากจะเป็นนักพูดที่ชนะใจคน บุคคลนั้นจะต้องมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าเสียก่อน เขาจะต้องมีความทะเยอทะยาน เขาจะต้องมีความมุ่งมั่น จิตใจจะต้องจดจ่ออยู่กับการพูด อีกทั้งเขาได้เห็นความสำคัญของการพูดของเขาในแต่ละครั้ง เขาจึงพัฒนาอย่างไม่มีวันหยุดยั้ง
4.มีศิลปะ อันที่จริงแล้ว การพูดเป็นทั้งศาสตร์และศิลปะ แต่บุคคลที่พูดเก่งมักจะมีการใช้ศิลปะที่เหนือชั้นกว่าบุคคลอื่นๆ ศาสตร์ท่านสามารถหาอ่านได้จาก ตำรา หนังสือ ฟังเทป ฟังวิชาการต่างๆ หรือเข้าไปอบรมเพื่อเอาความรู้ แต่ศิลปะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่างกันระหว่างผู้ที่เป็นนักพูดในแต่ละบุคคล
5.มีความเป็นอัจฉริยะ อัจฉริยะในที่นี้หมายถึง บุคคลนั้นจะต้องมีความกระหายอยากรู้เรื่องราวต่างๆที่สามารถนำไปพูดได้อย่างแรงกล้า อีกทั้งต้องทำการศึกษาเรื่องนั้นๆอย่างแท้จริง และมีคุณลักษณะความทรงจำที่สูง มีสมาธิสูง มีความกล้าหาญในการแสดงการพูด
6.มีการ ฝึกฝน ฝึกฝนและฝึกฝน บุคคลนั้นจะต้องมีการฝึกฝนตนเองอยู่เป็นนิจ หาเวทีในการแสดงการพูดให้แก่ตนเอง หากไม่มีเวที ก็ต้องมีการฝึกฝนด้วยตนเอง บุคคลที่เป็นนักพูดชนะใจระดับโลก มีการฝึกฝนการพูดด้วยตนเองตามชายหาดทะเลบ้าง ฝึกฝนการพูดด้วยตนเองระหว่างเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ บ้าง
ดังนั้น ปัจจัยข้างต้นจึงเป็นองค์ประกอบหนึ่ง ของการพูดให้ชนะใจคน ซึ่งบุคคลใดต้องการพูดให้ชนะใจจึงต้องนำหลักการข้างต้นไปใช้และนำไปฝึกปฏิบัติ ก็จะทำให้ท่านประสบความสำเร็จในการเป็นนักพูดที่ชนะใจคน
...
  
การเตรียมความพร้อมในการพูด
การเตรียมความพร้อมในการพูด
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
www.drsuthichai.com
การเตรียมความพร้อมในการพูดมีความสำคัญมากต่อการเป็นนักพูด ครั้งหนึ่งเคยมีนักข่าวไปสัมภาษณ์โดยถาม ท่าน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ว่า ท่านใช้เวลาในการเตรียมการพูดแต่ละครั้งนานเท่าไร ท่านอดีต นายกรัฐมนตรีนักพูดท่านนี้ตอบกลับว่า ท่านใช้เวลาในการเตรียมการพูดทั้งชีวิต
นี่เป็นคำพูดที่แสดงออกถึงการเตรียมการพูดว่ามีความสำคัญปานใด เนื่องจากท่านเป็นบุคคลสำคัญและมีชื่อเสียง จึงมีหลายองค์กร ต้องการเชิญท่านให้ไปพูดเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ไม่เฉพาะเจาะจงว่าจะเป็นเรื่องใด ท่านจึงใช้เวลาเตรียมการพูดโดยการอ่านหนังสือต่างๆให้มากที่สุด ท่านเตรียมการพูดโดยการเขียนบทความลงในสื่อต่างๆ ท่านเตรียมการพูดโดยการให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ จึงทำให้ท่านเป็นนักพูดที่สามารถพูดเรื่องต่างๆได้อย่างมากมาย
เคยมีคนจำนวนมากได้สอบถามผมว่า หากยังไม่มีใครเชิญให้ไปพูดแล้วเราจะเตรียมการพูดไปทำไม คำตอบก็คือ พวกเราเคยเห็นนักมวยไหม กว่าจะได้ขึ้นชกจริงๆในรายการต่างๆ เขาต้องซ้อมอย่างหนัก สำหรับวิธีการซ้อมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจริตของแต่ละบุคคล
ส่วนตัวกระผมแล้ว ผมมักจะเตรียมความพร้อมในการพูดอยู่เสมอ ตลอดเวลา ผมจะเตรียมตัวโดยการอ่านมากๆ ฟังมากๆ เขียนบทความมากๆ อีกทั้งหากไม่มีใครเชิญให้ไปพูดหรือว่างเว้นการพูดเป็นเวลานานๆ ผมจะซ้อมการพูดคนเดียว เช่น ระหว่างเดินทางไปทำกิจกรรมต่างๆ โดยเดินไปตัดผม เดินไปร้านอาหาร เดินไปห้างสรรพสินค้า ฯลฯ ผมจะซ้อมพูดคนเดียว โดยหาหัวข้อต่างๆ แต่จะซ้อมพูด ในช่วงที่มีคนไม่มากนะครับ หากมีคนมากๆเดินผ่านก็จะหยุด และเมื่อไม่มีคนก็จะพูดต่อ หรือในระหว่างปั่นรถจักรยานเพื่อออกกำลังกายก็จะซ้อมพูดเบาๆ ไปด้วย
ฉะนั้น เมื่อเราซ้อมพูดบ่อยๆ ก็จะทำให้เราไม่ต้องไปคิดมากเมื่อเวลาเราพูดจริง อีกทั้งยังทำให้เราเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง การซ้อมจะช่วยลดความวิตกกังวล การซ้อมจะช่วยให้การปรับแต่งเนื้อหาในการพูดให้ดีขึ้น แต่สำหรับบางคนยังไม่รู้จะพูดเรื่องอะไรในระยะซ้อมการพูด ก็ควรหาโน้ตย่อ โดยการเขียนข้อความย่อๆว่าจะพูดอะไร เนื้อหาเป็นอย่างไร ก็จะทำให้การฝึกซ้อมเป็นไปอย่างง่ายดายขึ้น
อีกทั้ง การเตรียมความพร้อมในการพูด เราควรให้ความสำคัญเกี่ยวกับ ข้อมูล เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ เวลาในการไปพูดจริงๆ เป็นต้น
- ข้อมูล เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะหากว่านักพูดท่านใด สะสมข้อมูลมากๆ ก็จะทำให้เขาง่ายต่อการเตรียม
การพูด โดยไม่ต้องไปแสวงหาหรือเสียเวลาหาข้อมูล เพื่อที่จะนำมาใช้ในการพูด เช่น นักพูดบางคนอาจมีห้องสมุดส่วนตัว , นักพูดบางคนอาจซื้อ VCD MP3 เกี่ยวกับข้อมูลต่างๆไว้ เพื่อนำไปใช้ในการอ้างอิงการพูดในอนาคต
- เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ยุคนี้เทคโนโลยี มีความทันสมัย หากว่านักพูดท่านใดสามารถเรียนรู้ เทคโนโลยี
แล้วนำมาประยุกต์ใช้ ก็จะทำให้เขาก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว กว่า คนที่ไม่รู้จักใช้เทคโนโลยี เช่น การค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาช่วยทำงาน การนำไมโครโฟนสมัยใหม่มาใช้ การใช้โทรศัพท์ที่ทันสมัยมาช่วยทำงาน ฯลฯ
- เวลาในการไปพูดจริงๆ หากว่าเขากำหนดให้ไปพูด 3 ชั่วโมง เราก็ควรเตรียมข้อมูลไปซัก 4
ชั่วโมง เพราะหากว่าไม่มีเวลาหรือเวลาหมด เราก็สามารถตัดเนื้อหาบางตอนที่ไม่สำคัญทิ้ง แต่ไม่ควรเตรียมไปน้อยกว่า เช่น เขาให้พูด 3 ชั่วโมง แต่เตรียมไปพูดแค่ 1 ชั่วโมง ทำให้เวลาขึ้นพูดจริงๆ เราจะไม่มีเนื้อหาหรือข้อมูลในการพูด
บทสรุป การเตรียมความพร้อมในการพูด มีความสำคัญและมีความจำเป็นต่อการพูดในแต่ละครั้ง นักพูดที่ประสบความสำเร็จมักจะให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมในการพูดมาก ตรงกันข้ามนักพูดมือสมัครเล่น หลายๆคนไม่ให้ความสำคัญ เขาจึงเป็นได้แค่คนพูดธรรมดาๆเท่านั้น

...
  
คำพูดประเภทต่างๆ
คำพูดประเภทต่างๆ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
www.drsuthichai.com
คำพูดของคนเรามีหลากหลายประเภท บางคำพูดเมื่อผู้ฟังได้ฟัง ผู้ฟังก็เกิดความรู้สึก ไม่ชอบใจ โกรธเคือง เสียใจ น้อยใจ หมั่นไส้ แต่ บางคำพูดเมื่อพูดออกไปแล้วผู้ฟังเกิด มีกำลังใจ ดีใจ อยากที่จะฟัง รู้สึกชอบคนพูด ในบทความนี้กระผมขอแจกแจงคำพูดออกเป็นประเภทต่างๆดังนี้
เริ่มจากคำพูดประเภทที่ควรหลีกเลี่ยง
- คำพูดเหน็บแนม เป็นคำพูดที่มีลักษณะเสียดสี กระทบกระแทก แดกดัน กระแนะกระแหน เช่น
เธอไม่จำเป็นจะต้องมาทำงานก็ได้ เพราะเจ้านายชอบเธอ เธอมาไม่มา เธอก็ได้เงินเดือนขึ้นและได้เลื่อนขั้นอยู่ดีแหละ เป็นต้น
- คำพูดขวานผ่าซาก พูดโผงผาง เป็นคำพูด ที่มีลักษณะใช้น้ำเสียงค่อนข้างดังและน้ำเสียงสูง เป็น
การพูดแบบตรงไปตรงมา แต่จะออกไปในด้านลบ เมื่อผู้ฟังได้ฟังมักไม่ชอบใจ เนื่องจาก คนเราส่วนใหญ่มักอยากที่จะฟังเรื่องดีๆของตนเอง มากกว่าที่จะอยากฟังเรื่องลบๆของตนเอง คนบางคนพูดจา โผงผาง เสียงดัง ก็ยิ่งทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา เข้าใจผิดคิดว่า ทะเลาะกัน
- คำพูดโอ้อวด เป็นคำพูดที่มักจะทำให้คนฟังเกิดอาการหมั่นไส้ เพราะจิตใจของคนเราโดยส่วน
ใหญ่แล้วลึกๆ ไม่ชอบให้ใครอยู่เหนือตนหรือมีความอิจฉาขึ้นภายในใจ คำพูดโอ้อวด มีดังนี้ อวดรวย อวดเก่ง อวดฉลาด ฯลฯ
- คำพูดนินทา เป็นคำพูดที่พูดลับหลับ บุคคลที่ 3 ในทางที่ไม่ดี โดยมีลักษณะให้ร้าย ป้ายสี ซึ่ง
อาจเป็นเรื่องจริงบ้าง ไม่เป็นความจริงบ้าง แต่ผู้พูดมีวัตถุประสงค์ที่จะให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อบุคคลที่ 3 คำพูดประเภทนี้ ควรระวังให้มาก เพราะไม่มีความลับใดๆในโลกนี้ หากสักวันหนึ่งเรื่องที่ตนเองพูดไปเข้าหูบุคคลที่ 3 ก็จะเกิดความขัดแย้งและขุ่นใจกันได้
- คำพูดเท็จหรือคำพูดโกหก เป็นคำพูดที่หลอกหลวงให้ผู้อื่นหลงเชื่อตนเอง หรือให้เข้าใจผิดเพื่อ
เอาตัวรอด เพื่อเอาผลประโยชน์ต่างๆจากผู้ฟัง การที่ผู้พูดพูดเท็จหรือพูดโกหกบ่อยๆ ก็จะทำให้คนขาดความเชื่อถือ คำพูดขาดน้ำหนัก ซึ่งจะเป็นผลร้ายกับเราในระยะยาว ลินคอล์น อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐ เคยกล่าวเกี่ยวกับเรื่องการใช้คำพูดที่เท็จหรือโกหก ว่า “ เราอาจจะโกหกคนบางคนได้ตลอดเวลา เราอาจจะโกหกคนทุกคน ได้บางเวลา แต่เราจะโกหกคนทุกคน ตลอดเวลาไม่ได้ ”
- คำพูดหยาบหรือคำพูดที่ไม่สุภาพ เป็นคำพูดที่ผู้พูดมักมีฐานจิตหรือการได้รับการอบรมหรือมี
สภาพแวดล้อม ที่ไม่ค่อยดี โดยที่บุคคลในสังคมนั้น พูดจาไม่สุภาพจนเคยชิน เช่น ไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์ ไอ้ควาย พ่อมึงหรือ ฯลฯ
สำหรับคำพูดที่ควรหลีกเลี่ยงนี้ เราสามารถฝึกฝน ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงได้ เพราะคำพูดเหล่านี้ เป็นคำพูดที่ผู้ฟัง ฟังแล้ว เกิดความรู้สึก ไม่ชอบ ไม่พอใจ โกรธ เกลียด ทำลายขวัญกำลังใจ ของผู้ฟัง เพราะธรรมชาติของคนส่วนใหญ่แล้ว มักชอบฟังคำพูดที่ สุภาพ อ่อนหวาน พูดความจริง พูดถ่อมตน ฯลฯ ซึ่งเป็นคำพูดประเภท ที่กระผมกำลังจะนำเสนอต่อไปนี้
คำพูดประเภทที่ทำให้คนฟังเกิดความประทับใจ
- คำพูดเพื่อให้กำลังใจ เมื่อคนเราเกิดความรู้สึก ท้อแท้ ท้อถอย กับชีวิต บุคคลนั้นก็อยากที่จะฟัง
คำพูดประเภทให้กำลังใจ เพื่อทำให้ตนเองเกิดพลังต่างๆในการขับเคลื่อนชีวิตต่อไป
- คำพูดมีเสน่ห์ เป็นคำพูดที่สร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เช่น “สวัสดีครับ/สวัสดี
ค่ะ” , “ ขอโทษครับ/ขอโทษค่ะ” , “ ขอบคุณครับ/ขอบคุณค่ะ”,” เสียใจด้วยครับ/เสียใจด้วยค่ะ” เป็นต้น
- คำพูดแบบนักการทูต เป็นคำพูดที่สร้างมิตร ลดศัตรู เป็นคำพูดที่ทำให้มีคนอยากคบค้าสมาคม
ด้วย ซึ่งการพูดแบบนักการทูต ต้องอาศัยศิลปะเข้ามาช่วย
- คำพูดเชิงบวก เป็นคำพูดในแง่บวก ซึ่งผู้พูดต้องเป็นบุคคลที่มีความคิดในแง่บวกก่อน จึงจะทำ
ให้การพูดในเชิงบวกเกิดประสิทธิภาพ
สำหรับการพูดประเภทที่ทำให้ผู้ฟังเกิดความประทับใจนี้ ผู้พูดสามารถฝึกฝน ปรับปรุง พัฒนาให้ดีขึ้นได้เช่นกัน เพราะยิ่งผู้พูดสามารถปรับปรุงได้ดีขึ้นเท่าไร ผู้ฟังก็ยิ่งเกิดความรัก เกิดความศรัทธา เกิดความชื่นชอบ เกิดความเชื่อมั่นในตัวของผู้พูดมากยิ่งขึ้น
สรุป คำพูดมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของคนเราเป็นอย่างยิ่ง คนเราหากไม่มีปัญหาทางด้านการพูดหรือมีความพิการพูดไม่ได้ คนเราก็มีความจำเป็นต้องใช้คำพูดในทุกๆวัน ทุกสถานที่ ฉะนั้น คงขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าจะเลือกใช้คำพูดประเภทไหน เพราะคำพูดทำให้บุคคลหนึ่งๆประสบความสำเร็จ และ ก็เป็นคำพูดเช่นกันที่ทำให้บุคคลหนึ่งๆ เกิดความล้มเหลวได้
...
  
พูดเหมือนผู้นำ
พูดเหมือนผู้นำ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
www.drsuthichai.com
บทความนี้ ผมอยากเขียนเกี่ยวกับการพูดของผู้นำระดับโลก ทั้งในอดีตและปัจจุบัน โดยเฉพาะการพูดต่อหน้าที่สาธารณะชนหรือการพูดต่อหน้าที่ชุมชน ซึ่งบุคคลที่เป็นผู้นำมักจะต้องใช้การพูดเพื่อจูงใจให้คนจำนวนมากคล้อยตาม
เช่น JFK หรือ จอห์น เอฟ. เคนเนดี , อับราฮัม ลินคอล์น , บารัก โอบามา ซึ่งบุคคลเหล่านี้เป็นอดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา หรือ Tony Blair (โทนี่ แบลร์) อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศอังกฤษ หรือ - อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ อัจฉริยะบุคคลระดับโลก
หากเรานำเอาคำพูดของบุคคลเหล่านี้มาวิเคราะห์ดูเราจะพบว่า พวกเขามีเทคนิคในการพูดต่อหน้าที่ชุมชนและใช้เทคนิคต่างๆดังนี้
1. มี 3 คำมหัศจรรย์ หรือ มี 3 ประโยคมหัศจรรย์ เช่น
- อับราฮัม ลินคอล์น อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐได้กล่าวในการไว้อาลัยแก่ผู้สูญเสียชีวิตในสงครามกลางเมือง ว่า “รัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ” หรือ “ คุณอาจจะหลอกคนทุกคนได้ในบางเวลา คุณอาจจะหลอกคนบางคนได้ตลอดเวลา แต่คุณไม่สามารถหลอกคนทุกคนตลอดเวลาได้”
- อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ อัจฉริยะคนหนึ่งของโลก “ Learn from yesterday, live for today, hope for tomorrow.” “เรียนรู้จากวันวาน ใช้ชีวิตอยู่ในวันนี้ มีความหวังกับวันพรุ่งนี้”
2. มีการสอดใส่อารมณ์ต่างๆลงไปในน้ำเสียง เราจะเห็นว่า สุนทรพจน์ของผู้นำระดับโลกมีชีวิตชีวา เพราะเขาสอดใส่อารมณ์ ความรู้สึก ลงไปในน้ำเสียง จึงทำให้ผู้ฟังเกิดความกระตือรือร้น อยากฟัง อีกทั้งมีความซาบซึ้งกินใจ ในเวลาฟังอีกด้วย
3. มีการใช้ วรรคทอง ซึ่งการใช้วรรคทองทำให้ผู้ฟังเกิดการจดจำ
- JFK หรือ จอห์น เอฟ. เคนเนดี กล่าววรรคทองในวันรับตำแหน่งประธานาธิบดีว่า “ โปรดอย่าถามว่าประเทศชาติของท่านจะทำอะไรให้กับท่านได้บ้าง แต่จงถามว่า ท่านจะทำอะไรให้แก่ประเทศชาติของท่าน ”
- นางอินทิรา คานธี อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงของอินเดีย “ถ้าท่านมีเงินหนึ่งรูปี และฉันมีเงินหนึ่งรูปี แล้วนำเงินนั้นมาแลกกัน ก็จะไม่มีความหมายอะไร แต่ถ้าคุณมีความเห็นหนึ่งความคิดเห็น ฉันมีหนึ่งความคิดเห็นและนำมาแลกกัน เราจะได้ความคิดเห็นเพิ่มเป็นสองความคิดเห็น”
4.มีการใช้คำอุปมาอุปไมย หรือคำเปรียบเทียบ ซึ่งเป็นคำที่สั้น กะทัดรัด ซึ่งนิยมพูดกันในชีวิตประจำวัน อาจจะเป็นคำพูดในเชิงต่อว่าหรือเปรียบเปรย (ทั้งในทางดีและทางร้ายก็ได้) โดยผู้นำจะพูดโดยยกเอาเหตุการณ์หรือสิ่งแวดล้อมในขณะนั้นมาเทียบเคียง เพื่อให้ผู้ฟังเห็นภาพไปตามนั้น มักจะมีคำเชื่อมว่า “ เป็น , เหมือน , เท่า, ราวกับ ” เป็นคำที่ใช้เชื่อมประโยค
5.มีการยกตัวอย่าง ผู้นำที่พูดเก่งมักจะใช้ตัวอย่างประกอบเพื่อให้ผู้ฟังเกิดความเข้าใจได้ง่าย ซึ่งตัวอย่างนั้นจะต้องสอดคล้องกับเรื่องที่พูด อีกทั้งเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ ผู้นำหลายคนมักใช้ตัวอย่างของตนเองหรือประสบการณ์ของตนเองเป็นตัวอย่าง เช่น ตนพบกับความยากลำบากมากก่อน ตนจึงเข้าใจและเห็นใจ บุคคลที่ยากลำบาก หรือ ตนได้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาและเกิดการสูญเสียเพื่อนฝูง ญาตพี่น้อง ตนจึงเข้าใจเรื่องของการสูญเสียและการต่อสู้ทางการเมืองเป็นอย่างดี เป็นต้น
ดังนั้น ผู้ที่เป็นผู้นำ หรือ ผู้ที่ต้องการเป็นผู้นำ ควรนำเอาเทคนิคทั้ง 5 ข้อข้างต้น ไปใช้หรือไปประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มความสามารถในการพูดของท่านให้เหมือนกับผู้นำ เมื่อท่านพัฒนาการพูดโดยใช้เทคนิคทั้ง 5 ข้อนี้โดยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง กระผมเชื่อว่า การพูดของท่านจะเหมือนกับผู้นำระดับโลก และท่านจะเป็นบุคคลหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการพูดแบบผู้นำ
...
  
การพูดเพื่อให้สัมภาษณ์
การพูดเพื่อให้สัมภาษณ์
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
www.drsuthichai.com
การสัมภาษณ์ (Interview) ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 หมายถึง การพบปะวิสาสะกันในลักษณะที่ฝ่ายหนึ่งต้องการทราบเรื่องจากอีกฝ่ายหนึ่ง หรือ ฝ่ายหนึ่งต้องการจะแถลงข่าวแก่อีกฝ่ายหนึ่ง เพื่อนำไปเผยแพร่(ราชบัณฑิตยสถาน.2525:809)
การพูดเพื่อการสัมภาษณ์ มักจะมีองค์ประกอบดังนี้
1.ผู้สัมภาษณ์
2.ผู้ให้สัมภาษณ์
3.คำถามในการสัมภาษณ์
4.สถานที่ที่ทำการสัมภาษณ์
5.วันเวลาในการสัมภาษณ์
การพูดเพื่อให้สัมภาษณ์ ผู้พูดให้สัมภาษณ์ที่ดีควรมีลักษณะเฉพาะตัวดังนี้
1.มีการเตรียมตัว เตรียมข้อมูล ความรู้ แนวทางในการตอบปัญหา ถ้าเป็นไปได้ควรทำการบ้าน โดยการรวบรวมคำถามอีกทั้งควรเตรียมคำตอบต่างๆเป็นอย่างดี การรวบรวมคำถามและการคาดเดาว่าอีกฝ่ายจะถามอะไรบ้าง เสมือนหนึ่งว่า “ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” จะทำให้เราตอบคำถามได้เป็นอย่างดี
2.มีบุคลิกภาพที่ดี กล้าพูด กล้าแสดงออก ยิ่งตอบคำถามด้วยน้ำเสียงที่เชื่อมั่น พูดเต็มเสียง เต็มอารมณ์ เต็มอาการ ก็จะยิ่งทำให้ผู้ฟังเกิดความเชื่อถือ ศรัทธา
3.เรียนรู้ การจับประเด็น แล้ว พยายามตอบปัญหาให้ตรงประเด็นกับเรื่องที่ถูกถาม
4.ต้องคิดก่อนพูดทุกครั้ง คนโง่ “ มักเอาหัวใจไว้ที่ปาก” แต่คนฉลาด “มักเอาปากไว้ที่หัวใจ”
5.ตั้งใจฟังคำถาม หากได้ยินไม่ชัดเจนหรือไม่เข้าใจคำถาม ก็ควรขอให้ผู้สัมภาษณ์ถามทวนอีกครั้ง
6.ใช้ภาษากายช่วยในการตอบคำถาม เช่น สายตาควรมองไปที่กล้องโทรทัศน์ หรือ มองไปยังผู้สัมภาษณ์ ควรใช้มือประกอบบ้าง อีกทั้งควรยิ้ม หรือหัวเราะ เพื่อสร้างความเป็นกันเอง
7.ผู้ให้สัมภาษณ์ ควรศึกษาและทำความเข้าใจคำถามในลักษณะต่างๆ เช่น คำถามปลายเปิด,คำถามปลายปิด,คำถามชี้นำ,คำถามทวน,คำถามหยั่งเชิง เป็นต้น
8.มีไหวพริบปฏิภาณ คนที่จะพูดให้สัมภาษณ์ได้เป็นอย่างดี คนนั้นจะต้องมีไหวพริบปฏิภาณเพราะบางคำถาม เราไม่สามารถคาดเดาได้หรือเราไม่รู้จริงๆ แล้วเราจะต้องตอบอย่างไรเพื่อแก้สภานการณ์เฉพาะหน้า
9.เป็นคนที่ตรงต่อเวลา เมื่อถูกนัดสัมภาษณ์แล้ว ควรไปตามวันเวลาและสถานที่ที่ได้นัดหมายไว้
10.หากเป็นการสัมภาษณ์ผ่านสื่อทางโทรศัพท์ หรือ สื่อทางอินเตอร์เน็ต ก็ควรตรวจเช็คอุปกรณ์ โดยเฉพาะเรื่องของเสียงและภาพให้เรียบร้อยก่อนที่จะสัมภาษณ์
ดังนั้น ผู้ที่จะพูดเพื่อให้สัมภาษณ์ได้ดี ควรจะต้องมีการฝึกฝน เรียนรู้ มีประสบการณ์ในการถูกสัมภาษณ์บ้างจึงจะทำให้ตอบคำถามได้ดียิ่งขึ้น
...
  

    จำนวนหน้า : [1]  [2]  [3]  [4]  [5]  [6]  [7]  

หนังสือ พูดอย่างมีกึ๋น
ศิลปะการขาย
วาทะวาที

  Copyright @ 2010 drsuthichai.com All Rights Reserved.  Powered by ThaiWeb.  Admin Business Online 
Popularne pozyczka 5000 kasa stefczyka tarnów, dzięki nowelizacjom w prawie, są coraz pozyczka do 3 osób. Nowe regulacje mają na celu ochronę konsumentów i objęcie większym nadzorem procedur udzielania pożyczek pozabankowych chwilówki plac wolności rzeszów x kom. Nowe przepisy opierają się na pożyczki dla zatrudnionych na czarno góra zmianie ustawy o nadzorze nad rynkiem finansowym net credit splata pozyczki irlandia. Weszły one w życie z dniem 11 marca 2016 r. chwilówka dla studenta ranking Poniżej zamieszczamy ich przegląd. Firma pożyczkowa musi dysponować minimalnym kapitałem początkowym w wysokości 200 tys. zł – kapitał ten nie może pochodzić z pożyczek eurobank pożyczka online pl. W ten sposób postarano się wyeliminować z rynku małe firmy, które powstawały tylko po to, aby w jak najkrótszym czasie oszukać rzesze klientów udzielanie pożyczek zwolnione z vat. Nadzór nad firmami pożyczkowymi może prowadzić Komisja Nadzoru Finansowego z o.o. udziela pożyczki vivus. KNF w razie wątpliwości może objąć monitoringiem warunki oferowanych pożyczek pożyczka 3000 online. Firma pożyczkowa, która utrudni działania czy umowa pożyczki może być bez odsetek hipotecznych, może zostać obarczona karą do 500 tys. zł credit agricole kredyt mieszkaniowy kalkulator. Niektórzy eksperci uważają, że optymalna karą za nielegalne praktyki, byłoby 1 mln zł. wynagrodzenie z tytułu pożyczki hipotecznej Ustalono także, że wszystkie koszty pożyczki nie mogą być wyższe niż 100% kwoty udzielonej koszty umowy pożyczki rodzinnej, uwzględniając cały okres kredytowania czesc pozyczki hipoteczne. Ponadto maksymalne opłaty oraz odsetki z tytułu opóźnień w umowa pożyczki od wspólnika spółki cywilnej uchwała spłacie nie mogą przekraczać 6-krotności stopy lombardowej kredytu ustalanej przez NBP pożyczka z zfśs a zwolnienie szpitalne. Koszty udzielenia pożyczki nie mogą przekroczyć 25% kwoty udzielonej pożyczki pożyczki bez bik poznan poland, a koszty pozaodsetkowe w skali roku nie mogą być większe niż 30% gdzie dostać kredyt dla zadłużonych. Chwilówki mogą być obarczone odsetkami ustawowymi tarnow pozyczki bez qica, czyli maksymalnie 4-krotnością kredytu lombardowego NBP pożyczka na doposażenie stanowiska pracy chomikuj.